SCB Rare Earth and Strategic Metals
SCB ASSET MANAGEMENT COMPANY LIMITED · Equity · settlement T+2
↳ Invests in VanEck Rare Earth and Strategic Metals ETF · สหรัฐอเมริกา
✨Invests primarily in the VanEck Rare Earth and Strategic Metals ETF, focusing on companies involved in rare earth and strategic metals production and recycling.
กองทุนมีนโยบายเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว (Feeder Fund) ได้แก่ VanEck Rare Earth and Strategic Metals ETF (กองทุนหลัก) ซึ่งเป็นกองทุนประเภท Exchange Traded Fund ( ETF) ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ New York Stock Exchange (NYSE Arca) ประเทศสหรัฐอเมริกาเพียงตลาดหลักทรัพย์เดียว กองทุนหลักบริหารจัดการโดย Van Eck Associates Corporation และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ U.S. Securities and Exchange Commission ประเทศสหรัฐอเมริกา กองทุนหลักจะลงทุนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของทรัพย์สินทั้งหมดในหลักทรัพย์ที่เป็นองค์ประกอบของดัชนี MVIS ® Global Rare Earth/Strategic Metals ซึ่งประกอบด้วยบริษัทที่ดำเนินธุรกิจหลักเกี่ยวข้องกับการผลิต การกลั่น และการรีไซเคิลแร่หายาก (Rare earth) โลหะที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic metals) และทรัพยากรแร่ (minerals) บริษัทดังกล่าวอาจรวมถึงบริษัทที่มีขนาดเล็กและขนาดกลางของผู้ออกในตลาดต่างประเทศและตลาดเกิดใหม่ โดยบริษัทที่เป็นองค์ประกอบของดัชนีต้องมีรายได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 จากแร่หายาก/โลหะที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ หรือมีทรัพยากรแร่ (mineral resources) ที่เกี่ยวข้องกับแร่หายาก/โลหะที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ดัชนี Rare Earth/Strategic Metals เป็นดัชนี rules based index ที่ปรับน้ำหนักด้วยมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (modified capitalization‑weighted) และปรับด้วยสัดส่วนหุ้นหมุนเวียน (float‑adjusted) ซึ่งสะท้อนผลการดำเนินงานของบริษัทที่มีรายได้จากอุตสาหกรรมแร่หายาก (Rare Earth) และโลหะที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Metals) ซึ่งรวมถึงผู้กลั่น (Refiners), ผู้รีไซเคิล (Recyclers) และผู้ผลิต (Producers) แร่หายาก (Rare earth) โลหะที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic metals) และทรัพยากรแร่ (minerals) โดยหลักทรัพย์ที่เป็นองค์ประกอบของดัชนีจะประกอบด้วย บริษัทที่มีรายได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 จากแร่หายาก/โลหะที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์หรือมีทรัพยากรแร่ (mineral resources) ที่เกี่ยวข้องกับแร่หายาก/โลหะที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 และ หุ้นทั้งหมดต้องมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดมากกว่า 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ณ สิ้นเดือนก่อนหน้าเดือนที่มีการปรับน้ำหนักขององค์ประกอบ (Rebalance) นอกจากนี้ ดัชนีอาจประกอบด้วยบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ ซึ่งซื้อขายผ่าน Shanghai‑Hong Kong Stock Connect ทั้งนี้ ดัชนีดังกล่าวมีการทบทวนองค์ประกอบ (Reconstitution) และปรับน้ำหนักขององค์ประกอบ (Rebalance) เป็นรายไตรมาส โดยผู้ลงทุนสามารถศึกษาข้อมูลดัชนีได้ที่ https://www.marketvector.com/indexes/hard-asset/mvis-global-rare-earth-strategic-metals กองทุนมี net exposure ในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศดังกล่าวโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และมีการลงทุนที่ส่งผลให้มี net exposure ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ส่วนที่เหลือ บริษัทจัดการอาจลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารทุน ตราสารหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน หน่วย CIS เงินฝากและ/หรือบัตรเงินฝากทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศ รวมถึงอาจมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์อื่นหรือทรัพย์สินอื่น และ/หรือหาดอกผลโดยวิธีการอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด หรือเห็นชอบให้กองทุนลงทุนได้ กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) ที่มี underlying เป็นหุ้น และ/หรืออัตราแลกเปลี่ยน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient portfolio management) และ/หรือการบริหารความเสี่ยง เพื่อให้สามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนได้เพิ่มขึ้น และ/หรือลดค่าใช้จ่ายของกองทุน รวมทั้งอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการลงทุน เช่น การทำสัญญาสวอปและ/หรือสัญญาฟอร์เวิร์ดที่อ้างอิงกับอัตราแลกเปลี่ยน ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนดหรือให้ความเห็นชอบ กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Hedging) ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน (Dynamic Hedging) ซึ่งสามารถมีอัตราส่วนการป้องกันความเสี่ยงได้ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนแต่ไม่เกินร้อยละ 105 ของมูลค่าความเสี่ยงที่มีอยู่ โดยผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาจากปัจจัยที่เกี่ยวข้อง เช่น ปัจจัยทางเศรษฐกิจ การเงิน การคลัง เป็นต้น เพื่อคาดการณ์ทิศทางอัตราแลกเปลี่ยน การลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) อาจมีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงราคาของหลักทรัพย์อ้างอิงที่เคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้ามกับที่คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้ราคาของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ และ/หรือกองทุนอาจมีความเสี่ยงจากการที่คู่สัญญาไม่สามารถปฏิบัติตามข้อตกลงที่ระบุไว้ในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เนื่องจากมีภาระความเสี่ยงจากการเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมาก จนไม่สามารถปฏิบัติตามภาระผูกพันที่ตกลงไว้ได้ อย่างไรก็ดี ในส่วนของแนวทางการบริหารเพื่อลดความเสี่ยงดังกล่าว บริษัทจัดการจะคาดการณ์และศึกษาวิเคราะห์ตัวแปรอ้างอิงของตราสารอย่างรอบคอบ รวมทั้งติดตามสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงที่อาจมีผลกระทบต่อราคา และปรับเปลี่ยนสถานการณ์ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าให้เหมาะสมกับสภาวะตลาดในขณะนั้น รวมถึงบริษัทจัดการจะพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้ากับคู่สัญญาที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในระดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) ทั้งนี้ การลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า บริษัทจัดการจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของกองทุนและผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ กองทุนอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) ตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade) ตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) ตราสารทุนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted) รวมถึงอาจทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด ทั้งนี้ ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วยก็ได้ โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ 1. 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียน 2. 30 วันก่อนครบอายุโครงการหรือก่อนเลิกกองทุนรวม 3. ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ กองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวม หรือกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (กอง1) หรือทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) หรือกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (infra) ซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการในสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยการลงทุนในหน่วยลงทุนดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนของกองทุนซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด ทั้งนี้ กองทุนปลายทางไม่สามารถลงทุนย้อนกลับในกองทุนต้นทาง (circle investment) และกองทุนปลายทางจะไม่ลงทุนต่อในกองทุนอื่นภายใต้บริษัทจัดการเดียวกัน (cascade investment) เกินกว่า 1 ทอด การใช้สิทธิออกเสียงกรณีกองทุนลงทุนในกองทุนรวมภายใต้การจัดการเดียวกัน : ห้ามมิให้กองทุนต้นทางลงมติให้กองทุนปลายทาง หากในกรณีที่การลงทุนในกองทุนหลักนี้ไม่เหมาะสมอีกต่อไป โดยอาจสืบเนื่องจากการได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ต่าง ๆ หรือมีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขอื่นๆ ของกองทุนหลักนี้ เช่น การเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุน ลักษณะกองทุน อัตราค่าธรรมเนียม การลงทุนหรือมีไว้ซึ่งทรัพย์สินอื่นใดที่ขัดต่อหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด หรือผลตอบแทน/ผลการดำเนินงานของกองทุนต่างประเทศตํ่ากว่าผลตอบแทน/ผลการดำเนินงานของกองทุนอื่น ๆ ที่มีนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกัน หรือติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน หรือขนาดของกองทุนต่างประเทศลดลง จนอาจมีผลกระทบต่อกองทุน หรือการลงทุนของกองทุนต่างประเทศไม่เป็นไปตามหนังสือชี้ชวนหรือโครงการหรือเมื่อกองทุนต่างประเทศกระทำความผิดตามความเห็นของหน่วยงานที่กำกับดูแลกองทุนต่างประเทศ หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบหรือสิ่งอื่นใดที่ส่งผลต่อการดำเนินงานของกองทุนในฐานะผู้ลงทุน หรือการเปลี่ยนแปลงอื่นใดที่อาจส่งผลกระทบหรืออาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อกองทุน กล่าวคือ ในกรณีที่เกิดการเปลี่ยนแปลงซึ่งอาจมีผลต่อกองทุนหลัก และ/หรือบริษัทจัดการ หรือในกรณีที่มีกองทุนอื่นที่มีนโยบายใกล้เคียงกัน และบริษัทเห็นว่าการย้ายไปลงทุนในกองทุนดังกล่าวเป็นผลดีต่อผลการดำเนินงานโดยรวมของกองทุนหรือเอื้อประโยชน์ต่อการลงทุนในต่างประเทศของกองทุน และเป็นผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุน บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะพิจารณาเปลี่ยนแปลงกองทุนรวมต่างประเทศหรือกองทุนหลักเป็นกองทุนต่างประเทศอื่นได้ตามดุลยพินิจของบริษัทจัดการ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะไม่ขัดกับวัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุนของกองทุน หรือขอสงวนสิทธิที่จะยกเลิกกองทุน ทั้งนี้ กรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงกองทุนหลักดังกล่าว หรือกรณีที่กองทุนหลักมีการเปลี่ยนชื่อ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิขอความเห็นชอบแก้ไขโครงการต่อสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. เพื่อเปลี่ยนชื่อกองทุนให้สอดคล้องกับกองทุนหลัก อีกทั้งบริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการพิจารณาเปลี่ยนแปลงสกุลเงินลงทุนเป็นสกุลเงินอื่นใดนอกเหนือจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ หรือเปลี่ยนแปลงการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์อื่นใดนอกเหนือจากตลาดหลักทรัพย์ New York Stock Exchange (NYSE Arca) ประเทศสหรัฐอเมริกา รวมถึงเปลี่ยนแปลงชนิดของหน่วยลงทุน (class) (ถ้ามี) ตามดุลยพินิจของบริษัทจัดการในภายหลังได้ โดยถือว่าได้รับมติจากผู้ถือหน่วยแล้ว ซึ่งบริษัทจัดการจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะแจ้งการเปลี่ยนแปลงและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าโดยจะดำเนินการด้วยวิธีการใด ๆ เพื่อให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบข้อมูลดังกล่าวในช่องทางที่เข้าถึงได้ง่ายและทั่วถึงและภายในเวลาที่ผู้ถือหน่วยลงทุนสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลในการตัดสินใจลงทุนได้ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงหรือก่อนทำการลงทุนดังกล่าว กรณีการลงทุนของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์มีลักษณะครบถ้วนตาม 1 และ 2 ให้ บลจ. ดำเนินการตาม 3 1. ฐานะการลงทุนสุทธิของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ (1) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี < 80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ หรือ (2) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ≥ 80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์โดยกองทุนต่างประเทศไม่มีวัตถุประสงค์การลงทุนในทำนองเดียวกับกองทุนดัชนีหรือ ETF 2. NAV ของกองทุนปลายทาง มีการลดลงในลักษณะดังนี้ (1) NAV ณ วันใดวันหนึ่งลดลง > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง หรือ (2) ยอดรวมของ NAV ลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกันคิดเป็นจำนวน > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง 3. รายละเอียดการดำเนินการ การดำเนินการ ระยะเวลาดำเนินการ 1. แจ้งเหตุที่กองทุนปลายทางมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการของบริษัทจัดการให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และผู้ถือหน่วยลงทุนทราบ (แนวทางการดำเนินการดังกล่าวจะคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยโดยรวม) ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ 2. เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการตามข้อ 1. ต่อผู้ลงทุนทั่วไป (ดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวด้วย) พร้อมข้อ 1. 3. ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินการตามข้อ 1. ภายใน 60 วันนับแต่วันที่มี การเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ 4. รายงานผลการดำเนินการตามข้อ 3. ให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ทราบ ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการตามข้อ 3. แล้วเสร็จ ในการโอนย้ายหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนไปยังกองทุนต่างประเทศอื่นข้างต้น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการพิจารณาดำเนินการครั้งเดียวหรือหลายครั้งก็ได้ โดยการทยอยโอนย้ายเงินลงทุนอาจส่งผลให้ช่วงระยะเวลาดังกล่าว กองทุนอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศมากกว่า 1 กองทุน ตามที่ระบุไว้ในโครงการข้างต้น อย่างไรก็ตามหากบริษัทจัดการไม่สามารถลงทุนในกองทุนอื่นใดที่มีนโยบายสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการ บริษัทจัดการอาจพิจารณาดำเนินการขอมติผู้ถือหน่วยลงทุนเพื่อเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุน หรือดำเนินการยกเลิกโครงการจัดการกองทุนรวมได้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตเป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds) หรือกองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรงในตราสาร และ/หรือหลักทรัพย์ต่างประเทศ หรือสามารถกลับมาเป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder Fund) ได้ โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (risk spectrum) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตลาด โดยเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน อนึ่ง บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงประเภทกองทุนดังกล่าว โดยประกาศผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ และเว็บไซต์ของผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (ถ้ามี) ในกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ให้ความเห็นชอบหรือมีประกาศแก้ไขหรือเพิ่มเติมประเภทหรือลักษณะหรืออัตราส่วนการลงทุนของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะพิจารณาเปลี่ยนแปลงประเภทหรือลักษณะหรืออัตราส่วนการลงทุนให้เป็นไปตามประกาศฯ ฉบับใหม่ โดยถือว่าได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ข้อมูลทั่วไปของ VanEck Rare Earth and Strategic Metals ETF (กองทุนหลัก) (แหล่งที่มาของข้อมูล : หนังสือชี้ชวนกองทุนหลัก ข้อมูล ณ 1 พฤษภาคม 2568) ลักษณะทั่วไปของกองทุนหลัก วัตถุประสงค์การลงทุน กองทุนหลักมีวัตถุประสงค์การลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนก่อนหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายให้สอดคล้องกับผลการดำเนินงานของดัชนี MVIS ® Global Rare Earth/Strategic Metals นโยบายการลงทุน กองทุนหลักจะลงทุนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของทรัพย์สินทั้งหมดในหลักทรัพย์ที่เป็นองค์ประกอบของดัชนี MVIS ® Global Rare Earth/Strategic Metals ซึ่งประกอบด้วยบริษัทที่ดำเนินธุรกิจหลักเกี่ยวข้องกับการผลิต การกลั่น และการรีไซเคิลแร่หายาก (Rare earth) โลหะที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์(Strategic metals) และทรัพยากรแร่ (minerals) บริษัทดังกล่าวอาจรวมถึงบริษัทที่มีขนาดเล็กและขนาดกลางของผู้ออกในตลาดต่างประเทศและตลาดเกิดใหม่ โดยบริษัทที่เป็นองค์ประกอบของดัชนีต้องมีรายได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 จากแร่หายาก/โลหะที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์หรือมีทรัพยากรแร่ (mineral resources) ที่เกี่ยวข้องกับแร่หายาก/โลหะที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 แร่หายาก/โลหะที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ คือ โลหะอุตสาหกรรมที่เป็นผลพลอยได้จากการทำเหมืองโลหะมีค่า (precious metals) และโลหะพื้นฐาน (base metals) ซึ่งธาตุที่ถือเป็นแร่หายาก/โลหะที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ ในปัจจุบันมีประมาณ 44 ธาตุ โดยแร่หายากจัดเป็นส่วนหนึ่งของโลหะที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ ซึ่งคือกลุ่มของธาตุเคมีที่มีความสำคัญต่อเทคโนโลยีขั้นสูงของโลก เช่น โทรศัพท์มือถือ แบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูง โทรทัศน์จอแบน เทคโนโลยีพลังงานสีเขียว และคาดว่าจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อรถยนต์ไฮบริดและรถยนต์ไฟฟ้า เทคโนโลยีทางทหารขั้นสูง ซูเปอร์คอนดักเตอร์ และระบบสื่อสารด้วยไฟเบอร์ออปติกในอนาคต กองทุนหลักมีกลยุทธ์การลงทุนที่เคลื่อนไหวตามดัชนี เพื่อสร้างผลการดำเนินงานให้ใกล้เคียงกับดัชนี Rare Earth/Strategic Metals ผ่านการลงทุนในหลักทรัพย์ที่เป็นแบบจำลององค์ประกอบของดัชนี และกองทุนหลักจะไม่ใช้กลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยงที่ไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของกองทุน ทั้งนี้ กองทุนหลักจัดเป็นกองทุนที่ไม่กระจายการลงทุน (non-diversified fund) ตาม Investment Company Act of 1940 ซึ่งอาจลงทุนในผู้ออกหลักทรัพย์รายใดรายหนึ่งในสัดส่วนที่สูงกว่ากองทุนรวมทั่วไปได้ รวมถึงกองทุนหลักอาจลงทุนกระจุกตัวในอุตสาหกรรมหรือกลุ่มอุตสาหกรรมบางประเภทตามลักษณะการกระจุกตัวของดัชนี Rare Earth/Strategic Metals ตลาดหลักทรัพย์ที่จดทะเบียน ตลาดหลักทรัพย์ New York Stock Exchange (NYSE Arca) ประเทศสหรัฐอเมริกา หน่วยงานต่างประเทศที่กำกับดูแล U.S. Securities and Exchange Commission ประเทศสหรัฐอเมริกา วันจัดตั้งกองทุน 27 ตุลาคม 2553 สกุลเงิน (Base Currency) ดอลลาร์สหรัฐ (USD) ชนิดหน่วยลงทุน ไม่มี นโยบายการจ่ายเงินปันผล จ่ายปีละครั้ง วันทำการซื้อขายหน่วยลงทุน ทุกวันทำการ Bloomberg Ticker REMX ISIN US92189H8051 ดัชนีชี้วัด/อ้างอิง(Benchmark) MVIS ® Global Rare Earth/Strategic Metals Index Index ticker MVREMXTR Investment Adviser Van Eck Associates Corporation Administrator Van Eck Associates Corporation Custodian and Transfer Agent State Street Bank and Trust Company เว็บไซต์ (website) https://www.vaneck.com/us/en/investments/rare-earth-strategic-metals-etf-remx/overview/ ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆ ของกองทุนหลัก Management Fee 0.50% Other Expenses 0.08% Total Annual Fund Operating Expenses 0.58% การสรุปสาระสำคัญของกองทุนหลักได้ถูกคัดเลือกมาเฉพาะส่วนที่สำคัญและจัดแปลมาจากหนังสือชี้ชวนต้นฉบับของกองทุนหลัก ดังนั้น ในกรณีที่มีความแตกต่างหรือไม่สอดคล้องกับหนังสือชี้ชวนต้นฉบับให้ถือตามต้นฉบับเป็นเกณฑ์ ทั้งนี้ หากกองทุนหลักมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลข้างต้นใดๆ ซึ่งบริษัทจัดการเห็นว่าไม่มีนัยสําคัญ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงข้อมูลดังกล่าวเพื่อให้สอดคล้องกับกองทุนหลัก ซึ่งถือว่าได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว โดยจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการโดยไม่ชักช้า
Actual charged, per year
Investment policy as filed with SEC Thailand.
actual = what the AMC currently charges · max = prospectus ceiling (no actual reported). Annual fees aren’t additive with one-time fees.