First Plus China Equity Quantamental Alpha Fund
FIRST PLUS ASSET MANAGEMENT (THAILAND) COMPANY LIMITED · Equity · settlement T+5
✨Invests primarily in A-Shares of companies listed on the Shanghai and Shenzhen stock exchanges, utilizing a quantitative and fundamental analysis strategy.
(1) กองทุนมีนโยบายลงทุนในตราสารทุนโดยจะเน้นลงทุนในตลาดหุ้นของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ (SSE) และตลาดหลักทรัพย์เซินเจิ้น (SZSE) ของจีนแผ่นดินใหญ่ (A-Shares) โดยมี net exposure ในตราสารดังกล่าวโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม โดยกองทุนจะใช้กลยุทธ์เชิงปริมาณ (Quantitative Strategy) ที่พัฒนาขึ้นเฉพาะ ด้วยแนวทางการลงทุนแบบ Quantamental ประกอบด้วยการวิเคราะห์เชิงปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental) และการวิเคราะห์เชิงปริมาณ (Quantitative) โดยมีรายละเอียดกลยุทธ์การลงทุน ดังนี้ 1. กองทุนจะใช้แนวทางการลงทุนเชิงระบบ (Systematic) โดยอาศัยการวิเคราะห์เชิงปัจจัย (Factor-based Approach) เพื่อค้นหาโอกาสในการลงทุน ผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือและการประเมินมูลค่าของหลักทรัพย์ที่มีราคาเหมาะสมเมื่อเทียบกับมูลค่าจากสินทรัพย์อ้างอิง ภายใต้กรอบการบริหารความเสี่ยงที่มีโครงสร้างชัดเจน 2. กองทุนจะคัดเลือกหลักทรัพย์โดยพิจารณาจากปัจจัยด้านคุณภาพของบริษัท (Quality) มูลค่าหลักทรัพย์ (Valuation) และความผันผวนของราคา (Volatility) โดยใช้ข้อมูลประกอบการวิเคราะห์จากทั้งปัจจัยพื้นฐาน การวิเคราะห์ทางเทคนิค ความเห็นโดยรวมของนักวิเคราะห์ (Analyst Consensus) และความเชื่อมั่นของตลาด (Market Sentiment) 3. หลักทรัพย์ที่มีความผันผวนต่ำ มีคุณภาพสูง และมีมูลค่าที่เหมาะสม จะถูกนำมาพิจารณาอยู่ในกลุ่มหลักทรัพย์ที่สามารถลงทุนได้ของกองทุน (Investable Universe) 4. การจัดสรรสัดส่วนการลงทุนและการปรับสมดุลพอร์ตการลงทุน (Rebalancing) จะใช้วิธีการทดสอบแบบจำลองย้อนหลัง (Back testing) ซึ่งครอบคลุมการเพิ่มประสิทธิภาพของพอร์ตการลงทุน (Portfolio Optimization) การบริหารความเสี่ยง (Risk Management) และการวิเคราะห์ต้นทุนการลงทุน (Cost Analysis) พร้อมทั้งมีการติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อมุ่งหวังผลตอบแทนที่เหมาะสมเมื่อเทียบกับความเสี่ยงในระยะยาว นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนตรงในหุ้นจีน A-shares ผ่านโครงการเชื่อมโยงตลาดเซี่ยงไฮ้-ฮ่องกง (Shanghai-Hong Kong Stock Connect) หรือเซินเจิ้น-ฮ่องกง (Shenzhen-Hong Kong Stock Connect) (โดยรวมเรียกว่า “Stock Connect”) หรือ ผ่านโครงการ QFII (Qualified Foreign Institutional Investor) ก็ได้ ทั้งนี้ กองทุนอาจมีการลงทุนได้หลากหลายสกุลเงิน เช่น สกุลเงินหยวน (RMB) ฮ่องกงดอลลาร์ (HKD) หรือ ดอลลาร์สหรัฐฯ (USD) เป็นต้น โดยบริษัทจัดการจะคำนึงถึงและรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุน รวมถึงความเหมาะสมในทางปฏิบัติเป็นสำคัญ โดยถือว่าผู้ถือหน่วยลงทุนรับทราบและยินยอมให้ดำเนินการแล้ว ปัจจัยการลงทุนด้วยกลยุทธ์เชิงปริมาณ นอกจากกองทุนจะใช้พื้นฐานการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานเป็นหลักแล้ว ยังเสริมด้วยปัจจัยด้านปริมาณการซื้อขายและราคาหลักทรัพย์ รวมถึงข้อมูลทางเลือกอื่นๆ เช่น สัญญาณการลงทุนจากหลายแหล่งข้อมูลเข้าด้วยกัน เพื่อช่วยค้นหามูลค่าการลงทุนที่เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง และเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารพอร์ตการลงทุน ดังนี้ ปัจจัยด้านราคาและปริมาณการซื้อขาย (Volume-Price Factors): กองทุนจะนำปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับราคาและปริมาณการซื้อขายของหลักทรัพย์มาประกอบการวิเคราะห์ เช่น แนวโน้มของราคา (Momentum) ระดับความผันผวน (Volatility) และอัตราหมุนเวียนการซื้อขาย (Turnover) เป็นต้น เพื่อช่วยวิเคราะห์โอกาสในการสร้างผลตอบแทนจากพฤติกรรมของตลาดในระยะสั้นถึงระยะกลาง ปัจจัยทางเลือก (Alternative Factors): กองทุนจะนำปัจจัยทางเลือกอื่นมาประกอบการวิเคราะห์ เช่น ระดับการครอบคลุมของบทวิเคราะห์จากนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ (analyst coverage) พฤติกรรมการเคลื่อนไหวของตลาด (market behavior) ความเชื่อมั่นของนักลงทุน (sentiment) เป็นต้น เพื่อสนับสนุนการประเมินแนวโน้มของหลักทรัพย์และช่วยให้กองทุนสามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยพื้นฐานได้อย่างเหมาะสม ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Factors): กองทุนจะใช้การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานของบริษัทเป็นหลัก โดยพิจารณาจากข้อมูลทางเศรษฐศาสตร์และข้อมูลทางการเงินของบริษัท เพื่อคัดเลือกหุ้นขนาดใหญ่ที่มีคุณภาพในการลงทุน ทั้งนี้ กองทุนอาจมีความยืดหยุ่นในการปรับพอร์ตการลงทุนเพื่อให้สะท้อนมูลค่าที่เหมาะสมของหลักทรัพย์ในระยะยาว บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการปรับปรุง พัฒนา เปลี่ยนแปลงระบบ และ/หรือผู้พัฒนาระบบเพิ่มเติมได้ โดยจะคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของกองทุนและผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ การปรับสมดุลของสัดส่วนน้ำหนักการลงทุน (Rebalance) และการปรับรายชื่อหลักทรัพย์ บริษัทจัดการจะทำการปรับสมดุลของสัดส่วนน้ำหนักการลงทุน (Rebalance) รวมถึงปรับรายชื่อหลักทรัพย์การลงทุนในตราสารทุนเป็นรายเดือน เพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกและสัดส่วนการลงทุนในหลักทรัพย์ตามที่กำหนดไว้ข้างต้น ทั้งนี้ เนื่องจากกลยุทธ์การลงทุนของกองทุนเป็นกลยุทธ์เชิงปริมาณ (Quantitative Strategy) ที่ใช้การวิเคราะห์เชิงปัจจัย (Factor-based Approach) ในการคัดเลือกหลักทรัพย์ ซึ่งปัจจัยการลงทุนหลายประเภท เช่น ปัจจัยพื้นฐาน ปัจจัยด้านราคาและปริมาณการซื้อขาย รวมถึงปัจจัยทางเลือกอื่น อาจมีการปรับปรุงข้อมูลและการจัดอันดับหลักทรัพย์เป็นระยะ การปรับสมดุลการลงทุนในความถี่รายเดือนจึงช่วยให้พอร์ตการลงทุนสามารถสะท้อนข้อมูลล่าสุดของตลาดหุ้นจีนที่มักมีการปรับสมดุลพอร์ต ในความถี่รายเดือน รวมทั้งมีการคำนวณและจัดอันดับหลักทรัพย์ใหม่เป็นประจำทุกเดือนทำให้พอร์ตการลงทุนต้องปรับน้ำหนักให้สอดคล้องกับคะแนนปัจจัยล่าสุดของหุ้นแต่ละตัว ดังนั้น กองทุนจึงต้องปรับให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์การคัดเลือกหลักทรัพย์ดังกล่าวตามความเหมาะสม อนึ่ง บริษัทจัดการสงวนสิทธิที่จะปรับรายชื่อหลักทรัพย์ของบริษัทใดบริษัทหนึ่งหรือหลายบริษัทออกจากรายชื่อหลักทรัพย์ที่กองทุนลงทุน ณ ขณะนั้น เมื่อพิจารณาจากปัจจัย/เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หรือมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดขึ้น ที่บริษัทจัดการคาดการณ์ว่าอาจส่งผลกระทบทางลบต่อราคาในทิศทางที่จะทำให้ราคาตราสารทุนของบริษัทนั้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งการดำเนินการข้างต้นอาจส่งผลให้การลงทุนของกองทุนไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกของกองทุน ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะดำเนินการเพื่อประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ ในกรณีที่บริษัทจัดการพิจารณาแล้วเห็นว่า หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกหลักทรัพย์ การคำนวณสัดส่วนการลงทุนในหลักทรัพย์ หรือการปรับสมดุลของสัดส่วนน้ำหนักการลงทุน (Rebalance) และการปรับรายชื่อหลักทรัพย์ที่กำหนดไว้ข้างต้นไม่เหมาะสมกับสถานการณ์การลงทุน ณ ขณะใดแล้ว บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะปรับปรุงหลักเกณฑ์ฯ ดังกล่าวได้ เช่น การปรับโมเดลเชิงปริมาณ การจัดอันดับปัจจัยที่ใช้ในการวิเคราะห์ หรือ การบริหารความเสี่ยง เป็นเกณฑ์เพิ่มเติม เป็นต้น ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะแจ้งรายละเอียดของการปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์ฯ ให้ผู้ถือหน่วยลงทุน และ/หรือผู้ลงทุนทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 วันทำการผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ (2) บริษัทจัดการได้แต่งตั้งให้ First Plus Asset Management Pte. Ltd. (FPSG) เป็นผู้รับมอบหมายงานด้านการจัดการลงทุนของกองทุน (Outsource Fund Manager) โดยบริษัทจัดการมีสิทธิ หน้าที่ และความรับผิดชอบ รวมถึงเงื่อนไขการเปลี่ยนหรือยกเลิกการแต่งตั้งผู้รับมอบหมายงานด้านการจัดการลงทุนเป็นไปตามที่ระบุในโครงการกองทุนและสัญญาแต่งตั้งผู้รับมอบหมายงานด้านการจัดการลงทุนของกองทุน First Plus Asset Management Pte. Ltd. (FPSG) เป็นบริษัทที่จัดตั้งในประเทศสิงคโปร์ และได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจจัดการกองทุนและดำเนินธุรกิจภายใต้การกำกับดูแลของ Monetary Authority of Singapore (MAS) ซึ่งเป็นสมาชิกสามัญของ International Organization of Securities Commission (IOSCO) โดยผู้รับมอบหมายงานด้านการจัดการลงทุนจะนำเงินของกองทุนที่บริษัทจัดการฝากไว้ที่ผู้รับฝากทรัพย์สินไปลงทุนในหลักทรัพย์ และ/หรือทรัพย์สินให้เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ และนโยบายการลงทุนของกองทุน และอาจลงทุนในทรัพย์สินที่บริหารจัดการโดยผู้รับมอบหมายงานด้านการจัดการลงทุน และ/หรือบริษัทที่เกี่ยวข้องตามดุลยพินิจของผู้รับมอบหมายงานด้านการจัดการลงทุน ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะกำหนดสัดส่วนการบริหารการลงทุนระหว่างบริษัทจัดการและผู้รับมอบหมายงานด้านการจัดการลงทุนตามดุลยพินิจของบริษัทจัดการ โดยบริษัทจัดการหรือผู้รับมอบหมายงานด้านการจัดการลงทุนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจบริหารการลงทุนทั้งหมด ในกรณีที่ผู้รับมอบหมายงานด้านการจัดการลงทุนไม่สามารถดำรงคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด หรือในกรณีที่บริษัทจัดการเห็นว่าผู้รับมอบหมายงานด้านการจัดการลงทุนนั้นไม่เหมาะสมที่จะได้รับการมอบหมายหน้าที่ดังกล่าวอีกต่อไป และ/หรือเหตุผลอื่นใดโดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการแต่งตั้ง เปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกผู้รับมอบหมายงานด้านการจัดการลงทุนของกองทุน โดยจะบริหารจัดการลงทุนทั้งหมด และปรับปรุงข้อมูลดังกล่าวในรายละเอียดโครงการโดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนทุกรายแล้ว โดยบริษัทจัดการจะแจ้งให้ทราบผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ (3) สำหรับเงินลงทุนส่วนที่เหลือ กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในตราสารทุน ตราสารแห่งหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน หน่วยลงทุน CIS กองทุน ETF และ/หรือเงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝากในสถาบันการเงิน ทั้งในและต่างประเทศ ทั้งที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) และ/หรือตํ่ากว่าอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Non-Investment Grade) และ/หรือที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) โดยมีสัดส่วนการลงทุนสูงสุดไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน รวมทั้งอาจลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นใดตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดหรือเห็นชอบให้กองทุนลงทุนได้ (4) กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) ทั้งเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (FX Hedging) และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารกองทุน (Efficient Portfolio Management) โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน (dynamic hedging) โดยจะพิจารณาจากสภาวการณ์ของตลาดและปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น ทิศทางของอัตราแลกเปลี่ยน หรือค่าใช้จ่าย เป็นต้น ตามความเหมาะสมกับสภาวการณ์ในแต่ละขณะ ซึ่งอาจมีต้นทุนสำหรับการทำธุรกรรมป้องกันความเสี่ยง โดยทำให้ผลตอบแทนของกองทุนโดยรวมลดลงจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ (5) สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่กองทุนจะเข้าเป็นคู่สัญญาจะมีสินทรัพย์อ้างอิงอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ได้แก่ ทรัพย์สินที่กองทุนสามารถลงทุนได้ เช่น หุ้น ดัชนีราคาหุ้น หรืออีทีเอฟ (ETF) อัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยนเงิน เครดิต เป็นต้น หากราคาสินทรัพย์อ้างอิงมีความผันผวนมากหรือทิศทางการลงทุนไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ หรือคู่สัญญาที่ทําธุรกรรมไม่สามารถชําระภาระผูกพันได้ตามกําหนดเวลา อาจทําให้กองทุนขาดทุนจากการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าหรือตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝงได้ ดังนั้น บริษัทจัดการอาจพิจารณาปรับเปลี่ยนการลงทุนหรือการเข้าทําธุรกรรมให้เหมาะสมกับสถานการณ์เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการจะวิเคราะห์และติดตามปัจจัยที่มีผลกระทบต่อราคาสินทรัพย์อ้างอิงรวมถึงพิจารณาความน่าเชื่อถือของคู่สัญญาก่อนทําธุรกรรมและติดตามอย่างต่อเนื่อง โดยกองทุนจะเน้นทําธุรกรรมกับคู่สัญญาที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) (6) กองทุนอาจทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ (Securities lending) และ/หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse repo) ได้โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด แต่จะไม่ลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) และการขายหลักทรัพย์ที่ต้องยืมมาเพื่อการส่งมอบ (Short Sale) (7) กองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่นซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ (กองทุนปลายทาง) โดยมีสัดส่วนการลงทุนสูงสุดไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ซึ่งการลงทุนในหน่วยลงทุนดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนของกองทุนโดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด หรือกฎหมายอื่นใดที่เกี่ยวข้อง หรือประกาศอื่นใดที่เกี่ยวข้อง และ/หรือที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมในอนาคต ทั้งนี้ กองทุนปลายทางสามารถลงทุนต่อในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่นที่อยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการต่อไปได้อีกไม่เกิน 1 ทอด โดยกองทุนปลายทางและกองทุนรวมอื่นไม่สามารถลงทุนย้อนกลับในกองทุนต้นทาง (circle investment) ได้ อนึ่ง ในกรณีที่กองทุนปลายทางมีการขอมติ ห้ามมิให้กองทุนต้นทางลงมติให้กองทุนปลายทาง (8) ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วย ทั้งนี้ โดยจะคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ (8.1) ช่วงระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม (8.2) ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนเลิกกองทุนรวม (8.3) ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืน หรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการสิ้นสุดสมาชิกภาพ หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ (9) บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตให้เป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder Fund) หรือกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds) หรือสามารถกลับมาเป็นกองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรงในตราสาร และ/หรือหลักทรัพย์ทั้งในและต่างประเทศได้ โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (Risk Spectrum) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ เป็นไปตามดุลยพินิจของบริษัทจัดการซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตลาดและปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ อนึ่ง บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงประเภทกองทุนรวมดังกล่าว โดยประกาศทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการหรือผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (ถ้ามี) หรือช่องทางอื่นตามความเหมาะสม (10) ในกรณีกองทุนลงทุนในต่างประเทศ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะนำเงินลงทุนบางส่วนหรือทั้งหมดกลับเข้ามาลงทุนในประเทศ หรือสงวนสิทธิที่จะเลิกกองทุน โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนทุกรายแล้ว และไม่ถือว่าปฏิบัติผิดไปจากรายละเอียดโครงการกองทุน โดยจะคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ หากเกิดเหตุการณ์ดังต่อไปนี้ (10.1) บริษัทจัดการพิจารณาแล้วเห็นว่าสถานการณ์การลงทุนในต่างประเทศไม่เหมาะสม เช่น ภัยพิบัติ สภาวะการลงทุนผันผวนอย่างมาก ทำให้ผลตอบแทนที่อาจได้รับจากการลงทุนในอนาคตไม่คุ้มค่ากับความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น และ/หรือมีเหตุให้เชื่อได้ว่าเป็นการปกป้องรักษาผลประโยชน์ของกองทุนและผู้ถือหน่วยลงทุน (10.2) กรณีที่เกิดสภาวการณ์ที่ไม่ปกติ หรือกรณีอื่นใดที่เกิดจากปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ เช่น การเปลี่ยนแปลงของกฎหมาย หรือประกาศที่เกี่ยวข้อง หรือเกิดภาวะสงคราม เป็นต้น โดยจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ
Investment policy as filed with SEC Thailand.
actual = what the AMC currently charges · max = prospectus ceiling (no actual reported). Annual fees aren’t additive with one-time fees.