Principal US Equity Fund
PRINCIPAL ASSET MANAGEMENT COMPANY LIMITED · Equity · settlement T+4
↳ Invests in Principal U.S. Mega-Cap ETF · สหรัฐอเมริกา
✨Invests primarily in the Principal U.S. Mega-Cap ETF, focusing on large-cap U.S. equities, with potential allocations to various other securities and assets.
1. กองทุนมีนโยบายการลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียวคือ Principal U.S. Mega-Cap ETF (กองทุนหลัก) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน (Feeder Fund) ซึ่งกองทุนจดทะเบียนจัดตั้งในประเทศสหรัฐอเมริกา และจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยกองทุนอยู่ภายใต้การบริหารของบริษัทจัดการ Principal Global Investors, LLC กองทุน Principal U.S. Mega-Cap ETF (กองทุนหลัก) มีนโยบายมุ่งลงทุนอย่างน้อย 80% ของสินทรัพย์สุทธิของกองทุน รวมถึงการกู้ยืมเพื่อวัตถุประสงค์ในการลงทุน ในตราสารทุนของบริษัทสหรัฐฯที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดขนาดใหญ่มาก (Mega Cap) ในขณะที่เข้าซื้อหลักทรัพย์ โดยบริษัทที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดขนาดใหญ่ คือ บริษัทที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดอยู่ในเปอร์เซ็นต์ไทล์ 50 อันดับแรกของดัชนี S&P 500 บริษัทจัดการจะส่งคำสั่งซื้อขายหน่วยลงทุน โดยใช้เงินสกุลดอลลาร์สหรัฐอเมริกา (USD) เป็นสกุลเงินหลัก ในขณะที่กองทุนหลักอาจลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินในหลายสกุลเงิน และบริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงสกุลเงินในภายหลัง โดยคำนึงถึงและรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนและความเหมาะสมในทางปฏิบัติเป็นสำคัญ โดยถือว่าผู้ถือหน่วยลงทุนรับทราบและยินยอมให้ดำเนินการแล้ว 2. ส่วนที่เหลือกองทุนอาจพิจารณาลงทุนในตราสารแห่งทุน ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน หน่วยลงทุนของกองทุน Exchange Traded Fund หน่วย Property, REITs หน่วย Infra และ/หรือตราสารหนี้ที่มีลักษณะคล้ายเงินฝาก เงินฝาก ตราสารหนี้ทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศ ตราสารทางการเงิน และ/หรือหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น ทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศ ที่ออกโดยภาครัฐบาล รัฐวิสาหกิจ สถาบันการเงิน และ/หรือ ภาคเอกชนที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจากสถาบันการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ได้รับการยอมรับจากสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. โดยมีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือของผู้ออกตราสารอยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (investment grade) นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนในหน่วย private equity ตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือในหลักทรัพย์ หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามที่ระบุไว้ในโครงการหรือตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด อย่างไรก็ตาม กองทุนอาจจะลงทุนหรือมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์ หรือตราสารทุนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) รวมทั้งสิ้นไม่เกินร้อยละ 15 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) และเพื่อป้องกันความเสี่ยง (Hedging) จากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศโดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ซึ่งพิจารณาจากสภาวะของตลาดการเงินในขณะนั้น และปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น ทิศทางราคาหลักทรัพย์ ทิศทางอัตราดอกเบี้ย และสภาวะอัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงค่าใช้จ่ายในการป้องกันความเสี่ยง เป็นต้น ในส่วนของการลงทุนในต่างประเทศกองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Hedging) โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ซึ่งพิจารณาจากสภาวะของตลาดการเงินในขณะนั้น และปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น ทิศทางของค่าเงิน, ค่าใช้จ่ายในการป้องกันความเสี่ยง เป็นต้น อย่างไรก็ตามหากผู้จัดการกองทุนพิจารณาว่า การป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนอาจไม่เป็นไปเพื่อประโยชน์ของผู้ถือหน่วย หรือทำให้ผู้ถือหน่วยลงทุนเสียประโยชน์ที่อาจได้รับ ผู้จัดการกองทุนอาจไม่ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนก็ได้ กองทุนอาจลงทุนหรือมีไว้ตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์หรือได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ทั้งนี้ กองทุนจะไม่ลงทุนหรือมีไว้ซึ่งตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated Securities) และตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือผู้ออก (Issue/Issuer) ต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade) อย่างไรก็ตาม กองทุนอาจลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารแห่งหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือที่ตัวตราสารหรือที่ผู้ออกตราสารต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade) เฉพาะในกรณีที่ตราสารหนี้นั้นได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ตัวตราสารหรือที่ผู้ออกตราสารในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) ขณะที่กองทุนลงทุนเท่านั้น ในกรณีที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.หรือคณะกรรมการตลาดทุนมีการแก้ไขเพิ่มเติมประกาศที่เกี่ยวข้องกับกฎเกณฑ์การลงทุนซึ่งกระทบกับนโยบายการลงทุนของกองทุนนี้ในภายหลัง บริษัทจัดการจะดำเนินการปรับนโยบายการลงทุนดังกล่าวเพื่อให้เป็นไปตามประกาศที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.กำหนด และให้ถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุน เรื่องการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วยก็ได้ ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ 1. ช่วงระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม 2. ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนครบอายุโครงการหรือก่อนเลิกกองทุนรวม 3. ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการสิ้นสุดสมาชิกภาพ หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ ในกรณีที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.หรือคณะกรรมการตลาดทุนมีการแก้ไขเพิ่มเติมประกาศที่เกี่ยวข้องกับกฎเกณฑ์การลงทุนซึ่งกระทบกับนโยบายการลงทุนของกองทุนนี้ในภายหลัง บริษัทจัดการจะดำเนินการปรับนโยบายการลงทุนดังกล่าวเพื่อให้เป็นไปตามประกาศที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.กำหนด และให้ถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว เงื่อนไขอื่นๆ 1. ในกรณีที่กองทุนรวมหน่วยลงทุนมีการลงทุนในกองทุนปลายทาง*หากเกิดเหตุการณ์ที่กองทุนปลายทาง มีการลดลงในลักษณะใดดังนี้ (1) NAV ณ วันใดวันหนึ่งลดลง > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง หรือ (2) ยอดรวมของ NAV ลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกันคิดเป็นจำนวน > 2/3 ของ NAV ของกองทุนปลายทาง ในกรณีที่กองทุนปลายทางมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะดังกล่าวข้างต้น บริษัทจัดการดำเนินการดังต่อไปนี้ (1) แจ้งเหตุที่กองทุนปลายทางมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการของ บลจ. โดยคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวมให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และผู้ถือหน่วยลงทุนทราบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฎเหตุ (2) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการของกองทุนรวมตาม (1) ต่อผู้ที่สนใจจะลงทุนเพื่อให้ผู้ที่สนใจจะลงทุนรับรู้และเข้าใจเกี่ยวกับสถานะของกองทุนรวม ทั้งนี้ บริษัทจัดการกองทุนรวมต้องดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการดังกล่าวด้วย (3) ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินการตาม (1) ให้แล้วเสร็จภายใน 60 วันนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ (4) รายงานผลการดำเนินการให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ทราบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการแล้วเสร็จ ทั้งนี้ ระยะเวลาในการดำเนินการตามข้อ (3) บริษัทจัดการสามารถขอผ่อนผันต่อสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. *กองทุนปลายทาง หมายถึง กองทุนที่กองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ไปลงทุน ซึ่งมีลักษณะเป็นไปตามหลักเกณฑ์โดยครบถ้วนดังนี้ (1) เป็นกองทุนรวมตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และให้หมายความรวมถึงกองทุนที่มีลักษณะเป็นการลงทุนร่วมกันของผู้ลงทุน ไม่ว่าจะจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือกฎหมายต่างประเทศและไม่ว่ากองทุนดังกล่าวจะจัดตั้งในรูปบริษัท ทรัสต์ หรือรูปแบบอื่นใด เช่น กองทุนอสังหาริมทรัพย์ต่างประเทศ (REIT) หรือโครงการจัดการลงทุน (collective investment scheme) เป็นต้น (2) เป็นกองทุนที่กองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ มีการลงทุนในกองทุนตาม (1) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของ NAVของกองทุนตาม (1) นั้น 2. บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะพิจารณาเปลี่ยนแปลงชนิดของหน่วยลงทุนของกองทุนที่ลงทุน (classes หรือ sub-classes) หรือขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงกองทุนรวมต่างประเทศที่ลงทุนที่แตกต่างไปจากที่ระบุในรายละเอียดโครงการกองทุนนี้โดยขึ้นอยู่กับดุลพินิจของบริษัทจัดการ ซึ่งกองทุนรวมต่างประเทศที่พิจารณาเลือกทดแทนกองทุนเดิม จะต้องมีนโยบายการลงทุนที่สอดคล้องหรือใกล้เคียงกับนโยบายการลงทุนของกองทุนนี้ ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงและรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ 3. บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตเป็น Fund of Funds หรือกองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรงในหลักทรัพย์และทรัพย์สินทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศได้ หรือกลับมาเป็นกองทุน Feeder Fund ได้โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (risk spectrum) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน โดยขึ้นกับสถานการณ์ตลาด และต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน อนึ่ง บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งผู้ถือหน่วยลงทุนล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน โดยผ่านเว็บไซต์ของบริษัทจัดการที่ www.principal.th หรือช่องทางอื่นใดที่บริษัทจัดการกำหนดก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงการลงทุนดังกล่าว ในกรณีการดำเนินการตามข้อดังกล่าวทำให้การลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการจะดำเนินการตามหัวข้อ “อัตราส่วนการลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น เพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนรวม” ส่วนที่ 6: การดำเนินการเมื่อการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุนรวม ในหนังสือชี้ชวนส่วนข้อมูลกองทุน (Q&A) 4. บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะนำเงินลงทุนบางส่วนหรือทั้งหมดมาลงทุนในประเทศไทย ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของกองทุนโดยรวม เช่น ในกรณีที่มีความผิดปกติของตลาด หรือในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงของภาวะตลาดหรือการคาดการณ์ภาวะตลาดทำให้การลงทุนในต่างประเทศขาดความเหมาะสมในทางปฏิบัติ หรือกรณีอื่นใดที่เกิดจากสาเหตุที่ไม่สามารถควบคุมได้ เช่น การเปลี่ยนแปลงของกฎหมาย หรือประกาศที่เกี่ยวข้อง หรือเกิดภาวะสงคราม เป็นต้น จึงอาจมีบางขณะที่กองทุนไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามอัตราส่วนการลงทุนที่กำหนดได้ และบริษัทจัดการจะรายงานการไม่สามารถลงทุนตามสัดส่วนการลงทุนต่อสำนักงาน ก.ล.ต.โดยไม่ถือว่าผิดเงื่อนไขโครงการ 5. บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเพิ่มเติม/เปลี่ยนแปลงข้อจำกัดการไถ่ถอนหน่วยลงทุนให้สอดคล้องกับกองทุนต่างประเทศที่กองทุนไทยลงทุน ในกรณีที่กองทุนไทยมีการเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวม หรือมีการเปลี่ยนกองทุนหลักในอนาคต (ถ้ามี) รายละเอียดกองทุนหลัก กองทุนหลักที่กองทุนจะลงทุนคือ Principal U.S. Mega-Cap ETF ชื่อกองทุน : Principal U.S. Mega-Cap ETF ประเภท : กองทุนรวมตราสารทุน อายุโครงการ : ไม่กำหนด วันจัดตั้งกองทุน : 11 ตุลาคม 2560 ประเทศที่จดทะเบียนจัดตั้ง : สหรัฐอเมริกา สกุลเงินที่ลงทุน : USD วันทำการซื้อขาย : ทุกวันทำการซื้อขายของกองทุนหลัก การจ่ายปันผล : มี บริษัทจัดการ : Principal Global Investors, LLC วัตถุประสงค์ : กองทุนมุ่งหวังการเติบโตของเงินทุนในระยะยาว นโยบายการลงทุน : ภายใต้สถานการณ์ปกติ กองทุนลงทุนอย่างน้อย 80% ของสินทรัพย์สุทธิของกองทุน รวมถึงการกู้ยืมเพื่อวัตถุประสงค์ในการลงทุนในตราสารทุนของบริษัทสหรัฐที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดขนาดใหญ่มาก ("Mega Cap") ในขณะที่เข้าซื้อหลักทรัพย์ โดยบริษัทที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดขนาดใหญ่ คือ บริษัทที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดอยู่ในเปอร์เซ็นต์ไทล์ 50 อันดับแรกของดัชนี S&P500 (ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2024) มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดของบริษัทในดัชนี S&P500 อยู่ระหว่างประมาณ 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ถึง 3.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดของบริษัทขนาดใหญ่ในดัชนี S&P500 อยู่ระหว่างประมาณ 265.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ถึง 3.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับการคัดเลือกหลักทรัพย์และการสร้างพอร์ตโฟลิโอ Principal Global Investors, LLC ("PGI") ใช้ข้อมูลเชิงปริมาณที่ได้ออกแบบมาเพื่อคัดเลือกตราสารทุนของบริษัทในดัชนี S&P 500 ที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดขนาดใหญ่ที่สุด โดยให้น้ำหนักที่สูงกว่ากับหลักทรัพย์ที่ PGI คาดว่าจะมีความผันผวนน้อย ซึ่งหมายความว่าราคาหุ้นของหลักทรัพย์มีระดับความผันผวนที่น้อยลงเมื่อเวลาผ่านไป ดังนั้นกองทุนจะมีสไตล์การลงทุนได้ทั้ง growth และ value ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายของกองทุนรวม ค่าธรรมเนียมการสั่งซื้อหน่วยลงทุน (Sales Charge) : ไม่มี ค่าธรรมเนียมการขายคืนหน่วยลงทุน (Exit Charge) : ไม่มี ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fees) : ไม่เกิน 0.15% ต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน (ปัจจุบันเก็บจริง 0.12% ต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน) ค่าธรรมเนียมรวม (Total Expense) : 0.15% ต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน (ปัจจุบันเก็บจริง 0.12% ต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน) หมายเหตุ: กองทุนหลักอาจมีการเปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆของกองทุนได้ ตัวชี้วัด (benchmark) : S&P 500 Index Bloomberg ticker : USMC US ISIN : US74255Y8701 ดูข้อมูลกองทุนหลักเพิ่มเติมได้ที่ https://www.principalam.com/us/fund/usmc ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องของกองทุนหลัก ความเสี่ยงเกี่ยวกับการบริหารแบบเชิงรุก (Active Management Risk) ไม่มีหลักประกันว่าเทคนิคการลงทุน การวิเคราะห์ หรือการตัดสินใจของที่ปรึกษาการลงทุนของกองทุนจะให้ผลลัพธ์ตามที่ตั้งใจไว้ หรือหลักทรัพย์ที่ที่ปรึกษาการลงทุนเลือกลงทุนอาจให้ผลตอบแทนที่ไม่ดี ขณะที่หลักทรัพย์ที่ไม่ได้ลงทุนอาจให้ผลตอบแทนที่ดี ทำให้กองทุนอาจไม่บรรลุวัตถุประสงค์การลงทุนได้ ความเสี่ยงด้านหลักทรัพย์ตราสารทุน (Equity Securities Risk) ปัจจัยหลายประการอาจส่งผลเสียต่อมูลค่าตราสารทุนที่กองทุนถืออยู่รวมถึงสถานะทางการเงินที่ลดลงของผู้ออกหลักทรัพย์ ผลการดำเนินงานที่ไม่เอื้ออำนวยต่อภาคส่วนหรืออุตสาหกรรมของธุรกิจของผู้ออก หรือการเปลี่ยนแปลงตามภาวะตลาดและเศรษฐกิจโดยรวม ในส่วนของตราสารทุนที่กองทุนลงทุน (เช่น มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด หรือรูปแบบการลงทุน) อาจมีผลการดำเนินงานที่ต่ำกว่าตราสารทุนกลุ่มอื่น หรือตลาดตราสารทุนโดยรวม - Growth Style Risk: การลงทุนเพื่อการเติบโตก่อให้เกิดความเสี่ยง หากบริษัทที่ลงทุนไม่สามารถเพิ่มรายได้ได้ตามที่นักลงทุนคาดหวังไว้ ราคาตลาดของหุ้นอาจลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าจะมีกำไรเพิ่มขึ้น โดยทั่วไปแล้วหุ้นของบริษัทที่กำลังเติบโตจะยังไม่ได้รับผลตอบแทนจากเงินปันผล จึงทำให้ราคาหุ้นลดลงในช่วงที่ตลาดชะลอตัวลง - Value Style Risk: การลงทุนแบบเน้นคุณค่าก่อให้เกิดความเสี่ยงที่หุ้นที่ลงทุนอาจถูกประเมินมูลค่าต่ำเกินไปจากตลาด สำหรับช่วงระยะเวลาที่กองทุนถือครองหุ้น หรือเหตุการณ์ที่จะเกิดทำให้ราคาหุ้นสูงขึ้นอาจไม่เกิดขึ้นตามที่คาดไว้ อีกทั้งหุ้นที่ดูเหมือนจะเป็นมูลค่าที่ต่ำเกินไปจริง ๆ แล้วอาจเป็นราคาที่เหมาะสมในระดับต่ำ ดังนั้น จึงไม่น่าจะทำกำไรได้ ความเสี่ยงด้านตลาดซื้อขาย (Market Trading Risks) กองทุนเผชิญกับความเสี่ยงด้านการซื้อขายในตลาดมากมาย รวมถึงการขาดความกระตือรือร้นในการซื้อขายหุ้นที่กองทุนถืออยู่ การขาดทุนจากการซื้อขายในตลาดรอง และการหยุดชะงักของกิจกรรมของผู้ดูแลสภาพคล่อง หรืออยู่ในกระบวนการสร้าง/ไถ่ถอนของกองทุน สิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยที่อาจนำไปสู่การซื้อขายหุ้นของกองทุนที่ราคาพรีเมี่ยมหรือราคาส่วนลดและส่งผลกระทบต่อ NAV ของกองทุน ความเสี่ยงด้านแบบจำลอง (Model Risk) เนื่องจาก Principal Global Investors, LLC ใช้แบบจำลองเชิงปริมาณในการคัดเลือกและถือหลักทรัพย์ กองทุนจึงอาจถือหลักทรัพย์ที่ที่ปรึกษาการลงทุนพยายามหลีกเลี่ยง นอกจากนี้โมเดลอาจมีลักษณะเป็นการคาดการณ์และขึ้นอยู่กับความถูกต้องและความน่าเชื่อถือของข้อมูลในอดีตที่ผู้อื่นให้มาเป็นอย่างมากและอาจเป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง กองทุนมีความเสี่ยงที่แบบจำลองเชิงปริมาณที่ใช้จะไม่ประสบความสำเร็จในการระบุแนวโน้มหรือในการกำหนดขนาดและทิศทางของการลงทุนที่จะช่วยให้กองทุนบรรลุวัตถุประสงค์การลงทุน ข้อความในส่วนกองทุนหลักได้ถูกเลือกมาเฉพาะส่วนที่สำคัญซึ่งแปลมาจากฉบับภาษาอังกฤษ ดังนั้นกรณีที่มีความ ไม่สอดคล้องหรือแตกต่างกับทางต้นฉบับภาษาอังกฤษ ให้ถือตามต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นเกณฑ์ อนึ่ง กองทุนหลักอาจมีการแก้ไขเพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลงการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆ ของกองทุนหลักได้ หรือในกรณีที่กองทุนหลักมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลต่างๆ หรือมีการแก้ไขเพิ่มเติมโครงการจัดการ ซึ่งบริษัทจัดการ เห็นว่าไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะแก้ไข/เพิ่มเติม/เปลี่ยนแปลงให้สอดคล้องกับ การเปลี่ยนแปลงของกองทุนหลักโดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว โดยจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบตามที่ประกาศสำนักงาน ก.ล.ต. กำหนด ทั้งนี้ หากข้อมูลที่มีการแก้ไขไม่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ บริษัทจัดการจะทำการแก้ไขข้อมูลและแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบทางหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ และเว็บไซด์ของบริษัทจัดการ
Investment policy as filed with SEC Thailand.
actual = what the AMC currently charges · max = prospectus ceiling (no actual reported). Annual fees aren’t additive with one-time fees.