KTAM U.S. Private Credit Fund Not for Retail Investors
KRUNG THAI ASSET MANAGEMENT PUBLIC COMPANY LIMITED · Other · settlement T+32
↳ Invests in Ares Strategic Income Offshore Access Fund · ลักเซมเบิร์ก
✨Invests primarily in Class I units of the Ares Strategic Income Offshore Access Fund, focusing on U.S. private credit and various secured and unsecured loans.
กองทุนมีนโยบายเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน Ares Strategic Income Offshore Access Fund (กองทุนหลัก) ในหน่วยลงทุนชนิด Class I UD เพียงกองเดียว โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ทั้งนี้ กองทุนหลักจดทะเบียนจัดตั้งที่ประเทศลักเซมเบิร์ก และเป็น Société d'Investissement à Capital Variable (SICAV) ประเภท Reserved Alternative Investment Fund (RAIF) โดยมีบริษัท S64 Venture Limited ทำหน้าที่ในฐานะที่ปรึกษาของกองทุน บริหารและจัดการโดย Carne Global Fund Managers (Luxembourg) S.A. ในฐานะ Alternative Investment Fund Manager (AIFM) ทั้งนี้ ภายใต้สภาวะตลาดปกติ กองทุนหลักมีเป้าหมายที่จะลงทุนในกองทุน Ares Strategic Income Fund (กองทุนอ้างอิง) ในหน่วยลงทุนชนิด class I อย่างน้อยร้อยละ 95 ของทรัพย์สินของกองทุน โดยทรัพย์สินส่วนที่เหลือของกองทุนหลักมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้สำหรับ สภาพคล่องสำรอง และเงินสำรองสำหรับการชำระค่าใช้จ่าย หนี้สิน หรือภาระผูกพันอื่นของกองทุนหลัก กองทุนอ้างอิงมุ่งหวังที่จะสร้างรายได้และการเพิ่มมูลค่าของเงินทุนในระยะยาว โดยประสงค์ที่จะลงทุนในสินทรัพย์ที่ออกโดยตรง (originated assets) ได้แก่ สินเชื่อที่มีหลักประกันไม่ด้อยสิทธิลำดับที่หนึ่ง (first lien senior secured loans) สินเชื่อที่มีหลักประกันไม่ด้อยสิทธิลำดับที่สอง (second lien senior secured loans) สินเชื่อด้อยสิทธิมีหลักประกันและไม่มีหลักประกัน (subordinated secured and unsecured loans) ตราสารหนี้ด้อยสิทธิ (subordinated debt) และตราสารสินเชื่อประเภทอื่นๆ ทั้งนี้ การลงทุนส่วนใหญ่จะอยู่ในบริษัทสัญชาติสหรัฐอเมริกานอกตลาดหลักทรัพย์ (private companies) ซึ่งกองทุนอ้างอิงให้คำนิยาม ว่าเป็นบริษัทที่มีกำไร ก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าใช้จ่ายตัดจำหน่าย (“EBITDA”) ในรายปี ไม่ต่ำกว่า 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และไม่เกิน 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม กองทุนอ้างอิงมีสถานะเป็นกองทรัสต์ตามกฎหมายของรัฐ Delaware และจัดตั้งในลักษณะของ Business Development Company (“BDC”) ภายใต้พระราชบัญญัติการลงทุน (Investment Company Act) กองทุนอ้างอิงอาจทำการกู้ยืมเงิน (leverage) เพื่อเพิ่มผลตอบแทนของกองทุนโดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของที่ปรึกษาการลงทุน (Advisor) ตามที่กำหนดไว้ตามกฎหมาย Investment Company Act โดยอัตราส่วน Asset Coverage Ratio มีค่าอย่างน้อยเท่ากับร้อยละ 200 ทันทีหลังจากการก่อหนี้ในแต่ละครั้ง และนอกจากนี้ ข้อกำหนดใน Investment Company Act กำหนดให้ทำธุรกรรมการกู้ยืม ได้สูงสุดที่อัตราร้อยละ 200 ของหนี้สินต่อทุน (debt-to-equity ratio) และเป็นไปตามเกณฑ์ของ Business Development Company (BDC) ทั้งนี้ กองทุนอ้างอิงจะไม่ลงทุนในหน่วย Private Equity ตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) และไม่ทำธุรกรรมการขายหลักทรัพย์ที่ต้องยืมมาเพื่อการส่งมอบ (Short Sale) อย่างไรก็ตาม กองทุนอ้างอิงอาจมีการกู้ยืมเงิน และการทำธุรกรรมการขายหลักทรัพย์โดยมีสัญญาซื้อคืน (Repo) สำหรับการลงทุนในส่วนที่เหลือ กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารทุน ตราสารหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน เงินฝาก และ/หรือบัตรเงินฝาก ตราสารเทียบเท่าเงินฝาก หน่วย CIS หน่วยลงทุนอสังหาริมทรัพย์/ REITs หน่วยลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน หน่วยลงทุนกองทุนสินค้าโภคภัณฑ์ หน่วยอีทีเอฟ (ETF) ที่เสนอขายทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศ ตลอดจนหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างที่ไม่ขัดต่อกฎหมายสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือให้ความเห็นชอบให้ลงทุนได้ กองทุนอาจลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือของผู้ออกตราสารตํ่ากว่าที่สามารถลงทุนได้ (non – investment grade) ตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) หลักทรัพย์ของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) รวมถึง กองทุนอาจทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ และ/หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. และ/หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด ทั้งนี้ กองทุนจะไม่ลงทุนในตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) นอกจากนี้ กองทุนอาจกู้ยืมเงินหรือทำธุรกรรมการขายโดยมีสัญญาซื้อคืน (Repo) เพื่อประโยชน์ในการจัดการลงทุนของกองทุน ไม่เกินร้อยละ 50 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. และ/หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด และ/หรือที่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติม ทั้งนี้ กองทุนจะไม่ทำธุรกรรมการขายหลักทรัพย์ที่ต้องยืมมาเพื่อการส่งมอบ (Short sale) และหน่วย Private Equity กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อลดความเสี่ยง (Hedging) ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. และ/หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด และในกรณีที่มีการลงทุนในต่างประเทศกองทุนอาจพิจารณาลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) ที่มีตัวแปรเป็นอัตราแลกเปลี่ยนเงินโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันความเสี่ยง โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนตามความเหมาะสมกับสภาวการณ์ในแต่ละขณะ เช่น กรณีที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐมีแนวโน้มอ่อนค่าลง บริษัทจัดการอาจพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับอัตราแลกเปลี่ยน (FX Derivatives) อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการอาจพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับอัตราแลกเปลี่ยน (FX Derivatives) ในสัดส่วนที่น้อย หรืออาจพิจารณาไม่ป้องกันในกรณีที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐมีแนวโน้มแข็งค่า ซึ่งการใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงอาจมีต้นทุนสำหรับการทำธุรกรรมป้องกันความเสี่ยง โดยทำให้ผลตอบแทนของกองทุนโดยรวมลดลงจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ในกรณีที่กองทุนไม่สามารถเข้าลงทุนในกองทุนหลัก หรือในกรณีที่กองทุนนี้มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ หรือในกรณีที่บริษัทจัดการเห็นว่าการลงทุนในกองทุนหลักไม่เหมาะสมอีกต่อไป อาทิเช่น กองทุนหลักมีผลตอบแทนตํ่ากว่าผลตอบแทนของกองทุนต่างประเทศอื่นๆ ที่มีนโยบายใกล้เคียงกับกองทุนหลัก และ/หรือผลตอบแทนของกองทุนหลักตํ่ากว่าตัวชี้วัด (Benchmark) (ถ้ามี)และ/หรือ การลงทุนนั้นไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์หรือนโยบายการลงทุนของกองทุน และ/หรืออัตราค่าธรรมเนียมของกองทุนหลักเพิ่มสูงขึ้นจนอาจจะส่งผลกระทบต่อกองทุน และ/หรือ ค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายอื่นใดที่สูงขึ้นจากการดำเนินงานกองทุน และ/หรือมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายอื่นใดเพิ่มเติมจนส่งผลกระทบต่อกองทุน และ/หรือ กรณีที่กองทุนหลักมีการลงทุนในทรัพย์สินประเภทอื่นที่กองทุนไทยไม่สามารถลงทุนได้ หรือมีอัตราส่วนการลงทุนในทรัพย์สินดังกล่าวเกินกว่าอัตราส่วนที่ประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด ทั้งนี้ การลงทุนในทรัพย์สินดังกล่าวจะต้องเป็นไปตามเกณฑ์ของคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือกรณีการลงทุนของกองทุนหลักไม่เป็นไปตามหนังสือชี้ชวนหรือโครงการ หรือทำให้กองทุนนี้ไม่สามารถปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และ/หรือกรณีมีการขายคืนกองทุนหลักเป็นจำนวนมากอย่างมีนัยสำคัญ จนอาจส่งผลกระทบต่อการลงทุนหรือผลการดำเนินงานของกองทุน และ/หรือเมื่อกองทุนหลักกระทำความผิดร้ายแรงตามความเห็นของหน่วยงานที่กำกับดูแลกองทุนต่างประเทศ หรือมีการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบที่อาจส่งผลต่อการดำเนินการของกองทุนในฐานะผู้ลงทุน หรือการเปลี่ยนแปลงบริษัทจัดการ ผู้บริหาร และ/หรือผู้จัดการกองทุนของกองทุนหลัก หรือในกรณีที่บริษัทจัดการเห็นว่ากองทุนจะมีอัตราส่วนการลงทุนที่คำนวณตามความมีส่วนได้เสียในกิจการที่ลงทุน (Concentration Limit) เกินกว่าอัตราส่วนหรือมูลค่าที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์กำหนด และ/หรือในกรณีที่กองทุนหลักได้เลิกโครงการ และ/หรือกรณีมีเหตุให้เชื่อได้ว่าเพื่อเป็นการรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม บริษัทจัดการสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงกองทุนหลัก และ/หรือดำเนินการเลิกกองทุน โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว และไม่ถือว่าปฎิบัติผิดไปจากรายละเอียดโครงการกองทุนโดยจะคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ และในกรณีที่บริษัทจัดการอยู่ระหว่างการดำเนินการเปลี่ยนกองทุนหลักข้างต้น บริษัทจัดการอาจพิจารณาดำเนินการในครั้งเดียว หรือทยอยโอนย้ายเงินทุน ซึ่งอาจส่งผลให้ในช่วงเวลาดังกล่าว กองทุนอาจมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนต่างประเทศมากกว่า 1 กองทุน ทั้งนี้ การคำนวณสัดส่วนการลงทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน มิให้นับรวมถึงช่วงเวลาดังต่อไปนี้ โดยต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด และ/หรือที่แก้ไขเพิ่มเติม (ก) ช่วงเวลาระหว่างรอการลงทุน ซึ่งมีระยะเวลา 30 วันนับแต่วันจดทะเบียนกองทรัพย์สิน (ข) ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนครบกำหนดอายุโครงการหรือก่อนเลิกกองทุนรวม (ค) ช่วงระยะเวลาที่กองทุนจำเป็นต้องรอการลงทุน และ/หรือในช่วงที่ผู้ลงทุนทำการขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก ซึ่งมีระยะเวลาไม่เกิน 10 วันทำการ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตเป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds) หรือเป็นกองทุนรวมที่มีการลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินในต่างประเทศโดยตรง หรือสามารถกลับมาเป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ได้ โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (risk profile) เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตลาด โดยเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน อนึ่ง บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงประเภทกองทุนดังกล่าว โดยประกาศผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ หรือช่องทางอื่นใดที่บริษัทจัดการกำหนด บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะนำเงินลงทุนบางส่วนหรือทั้งหมดลงทุนในประเทศไทย ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของกองทุนโดยรวม เช่น ในกรณีที่มีความผิดปกติของตลาด หรือในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงของภาวะตลาดหรือการคาดการณ์ภาวะตลาดทำให้การลงทุนในต่างประเทศขาดความเหมาะสมในทางปฏิบัติ หรือกรณีอื่นใดที่เกิดจากสาเหตุที่ไม่สามารถควบคุมได้ เช่น การเปลี่ยนแปลงของกฎหมาย หรือประกาศที่เกี่ยวข้อง หรือเกิดภาวะสงคราม เป็นต้น จึงอาจมีบางขณะที่กองทุนไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามอัตราส่วนการลงทุนที่กำหนดได้ และบริษัทจัดการจะรายงานการไม่สามารถลงทุนตามสัดส่วนการลงทุนต่อสำนักงาน ก.ล.ต. กรณีเกิดสภาวการณ์ที่ไม่ปกติและ/หรือเกิดเหตุการณ์ที่เชื่อได้ว่าจะมีผลกระทบต่อกองทุนและ/หรือมูลค่าหลักทรัพย์ที่กองทุนลงทุน เช่น ตลาดมีความผิดปกติ มีการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจหรือการเมืองอย่างมีนัยสำคัญ มีการขายคืนหน่วยลงทุนจำนวนมาก เป็นต้น และ/หรือเกิดเหตุการณ์ที่บริษัทจัดการประเมินว่าปัจจัยต่าง ๆ มีโอกาสที่จะไม่เป็นไปตามที่บริษัทจัดการคาดการณ์ไว้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการปรับกลยุทธ์การลงทุนที่แตกต่างไปจากที่กำหนดไว้ เพื่อความเหมาะสมในทางปฏิบัติในภาวะนั้น ๆ ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนที่กำหนดไว้ โดยคำนึงถึงประโยชน์ของกองทุนโดยรวมและถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว สรุปสาระสำคัญของกองทุน Ares Strategic Income Offshore Access Fund (กองทุนหลัก) ชื่อ Ares Strategic Income Offshore Access Fund ซึ่งเป็นกองทุนย่อย (sub-fund) ของ Ares Wealth Management Solutions Global Access S.C.A., SICAV-RAIF Class & currency Class I UD (USD) โดยที่ Class I UD (USD) คือ หน่วยลงทุนชนิดผู้ลงทุนสถาบัน และจ่ายเงินปันผล อายุกองทุน ไม่กำหนด ประเทศที่จดทะเบียน ลักเซมเบิร์ก (LUXEMBOURG) ISIN LU2708805176 กลยุทธ์การลงทุน (Investment Strategy) ภายใต้สภาวะตลาดปกติ กองทุนหลักมีเป้าหมายที่จะลงทุนในกองทุน Ares Strategic Income Fund (กองทุนอ้างอิง) อย่างน้อยร้อยละ 95 ของทรัพย์สินของกองทุน โดยทรัพย์สินส่วนที่เหลือของกองทุนหลักมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้สำหรับ (i) สำรองสภาพคล่องเพื่ออำนวยความสะดวกการไถ่ถอนของผู้ลงทุน ("สภาพคล่องสำรอง"); และ (ii) เงินสำรองสำหรับการชำระค่าใช้จ่าย หนี้สิน หรือภาระผูกพันอื่นของกองทุนหลัก ซึ่งในแต่ละกรณีอาจประกอบด้วยเงินสด รายการเทียบเท่าเงินสด และ/หรือตราสารสภาพคล่อง กองทุนอ้างอิงมุ่งเน้นในการสร้างรายได้และเพิ่มมูลค่าของเงินทุนในระยะยาว โดยการที่จะบรรลุวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์การลงทุนให้ได้นั้น กองทุนอ้างอิงประสงค์ที่จะลงทุนในสินทรัพย์ที่ออกโดยตรง (originated assets) ได้แก่ สินเชื่อที่มีหลักประกันไม่ด้อยสิทธิลำดับที่หนึ่ง (first lien senior secured loans) สินเชื่อที่มีหลักประกันไม่ด้อยสิทธิลำดับที่สอง (second lien senior secured loans) สินเชื่อด้อยสิทธิมีหลักประกันและไม่มีหลักประกัน (subordinated secured and unsecured loans) ตราสารหนี้ด้อยสิทธิ (subordinated debt) และตราสารสินเชื่อประเภทอื่นๆ เป็นหลัก กองทุนอ้างอิงจะกระจายการลงทุนในหลักทรัพย์ที่หลากหลาย (ตามที่ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวนกองทุนอ้างอิง) โดยกองทุนหลักจะปฏิบัติตามข้อกำหนดในการกระจายความเสี่ยงที่กำหนดไว้ในหนังสือเวียน CSSF 07/309 (ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง การห้ามลงทุนในสินทรัพย์เดียวเกินกว่าร้อยละ 30 ของทรัพย์สินของกองทุนหลัก) หุ้นส่วนที่ไม่จำกัดความรับผิด (General Partner) อาจมีการทำการกู้ยืมระยะสั้น ในนามของกองทุนหลักได้ไม่เกินร้อยละ 30 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก โดยมีเงื่อนไขว่าการกู้ยืมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อการจัดการสภาพคล่องระยะสั้นตามที่ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวนกองทุนหลัก หัวข้อ“Bridge Financing” กองทุนหลักไม่มีเจตนาที่จะใช้ประโยชน์จากการกู้ยืมนอกเหนือจากการกู้ยืมระยะสั้นดังกล่าว โดยระดับสูงสุดของการก่อหนี้ที่กองทุนหลักสามารถทำได้ จะต้องไม่เกิน (i) 300% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก (แสดงเป็นเปอร์เซ็นต์และคำนวณตาม “gross method” (มาตรา 7 ของ the EU Commission Delegated Regulation (EU) No 231/2013 of 19 December 2012 (AIFMR)) และ (ii) 200% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก (แสดงเป็นเปอร์เซ็นต์และคำนวณตาม “commitment method” (มาตรา 8 ของ AIFMR)) นโยบายการลงทุนของกองทุนหลักอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ โดยต้องได้รับอนุมัติจากผู้ลงทุนในกองทุนหลักร้อยละ 75 และได้รับความยินยอมจากหุ้นส่วนที่ไม่จำกัดความรับผิดด้วย การป้องกันความเสี่ยง ในแต่ละช่วงเวลานั้น กองทุนหลักอาจเข้าทำการจัดการด้านความเสี่ยงของอัตราดอกเบี้ยหรือสกุลเงิน รวมถึงการผ่านการทำธุรกรรมสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เพื่อจุดประสงค์ในการป้องกันความเสี่ยงหรือเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน ซึ่งกองทุนหลักจะเป็นผู้รับผิดชอบต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันความเสี่ยงข้างต้น Investment Advisor S64 Ventures Ltd The General Partner (หุ้นส่วนที่ไม่จำกัดความรับผิด) S64 (Lux) S.a.r.l. รับผิดชอบการบริหารจัดการกองทุน ในฐานะหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด มีหน้าที่ต่างๆ รวมถึง การแต่งตั้งผู้บริหารจัดการกองทุนของกองทุนย่อย (AIFM) และการกำกับดูแลกิจกรรมของ AIFM การจัดประชุมหุ้นส่วน การดำเนินการทำสัญญาจองซื้อหน่วยลงทุน และการแต่งตั้งผู้รับฝากทรัพย์สินร่วมกับ AIFM หุ้นส่วนที่ไม่จำกัดความรับผิดอาจมีการก่อหนี้เพื่อความสะดวกในการบริหารงาน และ/หรือ เพื่ออำนวยความสะดวกในการบริหารจัดการการดำเนินงานของกองทุนหลักในรายวันหรือด้วยเหตุผลอื่นที่คล้ายกัน (รวมถึงการชำระหนี้ของกองทุนหลักที่เกี่ยวข้องกับกองทุนอ้างอิงที่อาจเกิดขึ้นจากคำขอไถ่ถอนหน่วยลงทุนของผู้ลงทุน) เช่น โดยใช้วงเงินสินเชื่อ หรือการกู้ยืมระยะสั้น (รวมเรียกว่า เงินกู้ระยะสั้น (Bridge Financing)) ซึ่งหุ้นส่วนที่ไม่จำกัดความรับผิดจะใช้ความพยายามอย่างสมเหตุสมผลเพื่ออำนวยความสะดวกในการชำระคืนเงินกู้ยืมดังกล่าวโดยเร็วที่สุด โดยคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของกองทุนหลักและผู้ลงทุนเป็นหลัก Alternative Investment Fund Manager (AIFM) (ผู้บริหารจัดการกองทุน) Carne Global Fund Managers (Luxembourg) S.A. การจ่ายเงินปันผล จ่าย การซื้อหน่วยลงทุน ทุกวันทำการซื้อขายแรกของแต่ละเดือน โดยต้องแจ้งล่วงหน้า 9 วันทำการซื้อขายก่อนวันทำการซื้อขายหน่วยลงทุน โดยที่วันทำการซื้อขาย หมายถึง วันที่เกี่ยวข้องกับธนาคารที่เปิดทำการในประเทศลักเซมเบิร์ก สหราชอาณาจักร และ สหรัฐอเมริกา (เว้นแต่ระยะเวลาการแจ้งดังกล่าวจะได้รับการยกเว้นโดย General Partner (เป็นรายกรณี)) หุ้นส่วนที่ไม่จำกัดความรับผิดมีดุลพินิจที่จะยอมรับหรือปฏิเสธคำขอนักลงทุนทั้งหมดหรือบางส่วน และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง หุ้นส่วนที่ไม่จำกัดความรับผิด อาจกำหนดเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของนักลงทุนว่าคำขอทั้งหมดหรือบางส่วนควรถูกเลื่อนออกไปเป็นวันที่ซื้อขายในภายหลัง หุ้นส่วนที่ไม่จำกัดความรับผิดอาจประกาศวันซื้อขายเพิ่มเติมหรือถี่เพิ่มมากขึ้นได้ การรับซื้อคืนหน่วยลงทุน ผู้ถือหน่วยสามารถทำการไถ่ถอนหน่วยลงทุนได้เป็นรายไตรมาส(ซึ่งสอดคล้องกับการรับซื้อคืนของกองทุนอ้างอิง) โดยกำหนดเป็น ทุกวันทำการซื้อขายแรกของเดือนมีนาคม มิถุนายน กันยายน และธันวาคมของทุกปี โดยผู้ถือหน่วยลงทุนต้องแจ้งความประสงค์ก่อนล่วงหน้า 9 วันทำการซื้อขาย คำสั่งไถ่ถอนหน่วยลงทุนจะทำรายการได้ในข้อกำหนดที่กองทุนหลักสามารถไถ่ถอนหน่วยลงทุนในกองทุนอ้างอิง เว้นแต่จะตกลงเป็นอย่างอื่นโดยหุ้นส่วนที่ไม่จำกัดความรับผิด ข้อจำกัดการขายคืนหน่วยลงทุน คำสั่งขายคืนจะต้องได้รับการยอมรับจากกองทุนอ้างอิง ตลอดจนข้อกำหนดและเงื่อนไขของกองทุนอ้างอิง จำกัดการไถ่ถอนหน่วยลงทุนไม่เกินร้อยละ 5 ของ NAV รวมของกองทุนอ้างอิง ต่อไตรมาส กรณีที่ผู้ถือหน่วยลงทุนขายคืนหน่วยลงทุนภายใน 12 เดือนแรก จะถูกหักค่าธรรมเนียมการไถ่ถอนหน่วยลงทุนก่อนกำหนด เป็นจำนวนร้อยละ 2 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของหน่วยลงทุนที่ถูกไถ่ถอน หุ้นส่วนที่ไม่จำกัดความรับผิดมีดุลยพินิจในการยอมรับหรือปฏิเสธคำสั่งไถ่ถอนหน่วยลงทุนหรือแก้ไขหรือระงับคำสั่งทั้งหมดหรือบางส่วนและเพื่อกำหนดให้ผลประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ถือหน่วยว่าจะการทำรายการไถ่ถอนหน่วยลงทุนเท่าใด และกำหนดเวลาของการปฏิบัติตามดังกล่าว ทั้งนี้ ในกรณีที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงของตลาดหรือสภาวะตลาดที่ไม่ปกติเกิดขึ้นซึ่งอาจนำไปสู่การระงับการไถ่ถอนได้นั้น หุ้นส่วนที่ไม่จำกัดความรับผิดคาดว่าการระงับการไถ่ถอนจะเกิดขึ้นในสถานการณ์พิเศษเท่านั้น การลงทุนขั้นต่ำ มูลค่าขั้นต่ำของการสั่งซื้อครั้งแรก : 100,000 ยูโร หรือเทียบเท่า มูลค่าขั้นต่ำการสั่งซื้อครั้งถัดไป : 10,000 ของสกุลเงินที่เกี่ยวข้อง ผู้เก็บรักษาทรัพย์สินของกองทุน(Depositary) BROWN BROTHERS HARRIMAN (Luxembourg) S.C.A. ค่าธรรมเนียมการจัดการ ร้อยละ 0.20 ต่อปี ของNAV ค่าธรรมเนียมการขายและรับซื้อคืน ค่าธรรมเนียมการขาย (Entry costs) ร้อยละ 0.0 ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (Exit costs) ไม่มี โดยหากไถ่ถอนหน่วยลงทุนก่อนภายในหนึ่งปีหลังจากวันที่ซื้อมีผลบังคับ จะถูกเรียกเก็บร้อยละ 2.0 ค่าธรรมเนียมการไถ่ถอนหน่วยลงทุนก่อนกำหนด (Early Redemption Deduction) คำสั่งในการขอไถ่ถอนหน่วยลงทุนใดๆ ก็ตามที่อยู่ในช่วงระยะเวลา 1 ปีของวันทำการซื้อขายกองทุนหลัก นับตั้งแต่วันที่คำสั่งในการซื้อหน่วยลงทุนนั้นๆ มีผล จะถูกหักค่าธรรมเนียมการไถ่ถอนหน่วยลงทุนก่อนกำหนด เป็นจำนวนร้อยละ 2 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของหน่วยลงทุนที่ถูกไถ่ถอน เพื่อประโยชน์สูงสุดของกองทุนหลัก (คำนวณโดยใช้ราคาของวันที่มีการตีมูลค่าทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับรายการไถ่ถอนหน่วยลงทุนนั้นๆ) โดยค่าธรรมเนียมการไถ่ถอนหน่วยลงทุนก่อนกำหนดนี้จะถูกจ่ายให้กับกองทุนหลัก ซึ่งอาจถูกนำไปใช้เพื่อชำระค่าธรรมเนียมการไถ่ถอนหน่วยลงทุนก่อนกำหนดที่เกิดขึ้นทางอ้อม เพื่อผลประโยชน์สูงสุดของกองทุนอ้างอิง ทั้งนี้ หุ้นส่วนที่ไม่จำกัดความรับผิด อาจจะพิจารณา ยกเว้นค่าธรรมเนียมการไถ่ถอนหน่วยลงทุนก่อนกำหนดภายใต้สถานการณ์พิเศษได้ ทั้งนี้ เงื่อนไข และข้อกำหนดต่างๆ ทั้งหมด ที่เกี่ยวข้องกับค่าธรรมเนียมการไถ่ถอนหน่วยลงทุนก่อนกำหนด จะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของทางหุ้นส่วนที่ไม่จำกัดความรับผิดแต่เพียงผู้เดียว และการตัดสินใจใดๆ จะถือว่าเป็นที่สิ้นสุดและมีผลผูกพัน อนึ่ง กองทุนหลักอาจมีการแก้ไขเพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลงการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆ ของกองทุนหลักได้ สรุปสาระสำคัญในส่วนของกองทุนได้ถูกคัดเลือกมาเฉพาะส่วนที่สำคัญและจัดแปลมาจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ ดังนั้น ในกรณีที่มีความแตกต่างหรือไม่สอดคล้องกับต้นฉบับภาษาอังกฤษ ให้ถือตามต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นเกณฑ์ ทั้งนี้ หากกองทุนหลักมีการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลข้างต้นใดๆ อย่างไม่มีนัยสำคัญ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงข้อมูลดังกล่าว เพื่อให้สอดคล้องกับกองทุนหลัก โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้วและจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบโดยการลงประกาศในเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ หรือช่องทางอื่นใดที่บริษัทจัดการกำหนด บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงชนิดของหน่วยลงทุน และ/หรือซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนหลักในประเทศอื่นใดและ/หรือเปลี่ยนแปลงตลาดหลักทรัพย์ที่ซื้อขายกองทุนหลัก และ/หรือสกุลเงินลงทุนเป็นสกุลเงินอื่นใดนอกเหนือจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐในภายหลังได้ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว โดยบริษัทจัดการจะคำนึงถึงประโยชน์ของกองทุนเป็นสำคัญ ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ หรือช่องทางอื่นใดที่บริษัทจัดการกำหนด เว้นแต่ในกรณีที่เป็นการเปลี่ยนแปลงโดยกองทุนรวมหลักในอนาคต ซึ่งบริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบโดยเร็วผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ หรือช่องทางอื่นใดที่บริษัทจัดการกำหนด นับตั้งแต่วันที่บริษัทจัดการรู้หรือรับทราบเหตุการณ์ดังกล่าว สรุปข้อมูลสำคัญของ Ares Strategic Income Fund (กองทุนอ้างอิง) (แหล่งที่มาของข้อมูล : Prospectus of Ares Strategic Income Fund May 25, 2023) Ares Strategic Income Fund (กองทุนอ้างอิง) จัดตั้งเมื่อ 15 มีนาคม 2565 มีสถานะเป็นกองทรัสต์ตามกฎหมายของรัฐ Delaware และจัดตั้งในลักษณะของ Business Development Company (“BDC”) ภายใต้พระราชบัญญัติการลงทุน (Investment Company Act) กองทุนอ้างอิงบริหารจัดการโดยที่ปรึกษาการลงทุน Ares Capital Management LLC ชื่อกองทุน Ares Strategic Income Fund ชนิดหน่วยลงทุน Class I Inception Date 5 ธันวาคม 2565 ประเทศที่ก่อตั้งกองทุน ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยก่อตั้งตามกฎหมายของรัฐเดลาแวร์ (Delaware) ที่ปรึกษา (Advisor) Ares Capital Management LLC ผู้จัดจำหน่าย (Distributor) Ares Wealth Management Solutions, LLC โครงสร้าง (Structure) มีลักษณะเป็น Perpetually non-traded business development company (BDC) ข้อกำหนดการลงทุนของ Business Development Company (“BDC”) BDC คือบริษัทการลงทุนแบบปิดที่ได้ดำเนินการจัดตั้งกับ SEC ภายใต้ข้อกำหนดตามกฎหมาย Investment Company Act ด้วยการที่เป็นบริษัทการลงทุนจดทะเบียนแบบ BDC ทำให้จะต้องมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ตามที่ Investment Company Act กำหนดไว้ใน Section 55(a) ซึ่งได้มีการระบุไว้ใน Prospectus ซึ่งโดยทั่วไปเป็นสินทรัพย์นอกตลาดหลักทรัพย์ซึ่งออกโดยบริษัทในประเทศสหรัฐอเมริกา หรือออกโดยบริษัทที่มีการซื้อขายไม่มากนักในตลาดหลักทรัพย์ ในส่วนที่เหลืออาจลงทุนในสินทรัพย์อื่นไม่เกินร้อยละ 30 ของพอร์ตการลงทุน เช่น การลงทุนในบริษัทนอกประเทศสหรัฐอเมริกา กลยุทธ์การลงทุน (investment strategy) วัตถุประสงค์การลงทุนคือการสร้างกระแสรายได้ และเพิ่มมูลค่าเงินลงทุนในระยะยาว โดยกองทุนจะมุ่งเน้นในการบรรลุวัตถุประสงค์การลงทุนโดยใช้กลยุทธ์ดังนี้: โดยทั่วไปจะลงทุนในสินทรัพย์เงินกู้ที่มีอัตราส่วนความครอบคลุมของสินทรัพย์ (Asset Coverage Ratio) และอัตราส่วนความสามารถในการชำระดอกเบี้ย (Interest Coverage Ratio) ที่ที่ปรึกษาการลงทุนเชื่อว่าสามารถป้องกันความเสี่ยงด้านการผิดนัดชำระหนี้และ financial protection ได้ดี มุ่งเน้นไปยังสินเชื่อที่มีสภาพคล่องและไม่มีสภาพคล่องของบริษัทในสหรัฐฯ เป็นหลัก และอาจเป็นบริษัทนอกสหรัฐฯ ได้บ้างเช่นกัน มุ่งเน้นในการติดตามพอร์ตโฟลิโออย่างเข้มงวดเพื่อคาดการณ์เหตุการณ์เชิงลบที่อาจเกิดขึ้น นโยบายการลงทุน การลงทุนส่วนใหญ่จะอยู่ในบริษัทสัญชาติสหรัฐอเมริกานอกตลาดหลักทรัพย์ (private companies) (โดยทั่วไปกองทุนจะต้องลงทุนอย่างน้อยร้อยละ 70 ของมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมดในสินทรัพย์ที่ผ่านเกณฑ์ รวมถึงเงินกู้ที่เสนอขายแบบเฉพาะเจาะจง หุ้น และหลักทรัพย์ประเภทตราสารหนี้ที่ออกโดยบริษัทสัญชาติสหรัฐฯ นอกตลาดหลักทรัพย์ หรือบางบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์) แต่การลงทุนอาจครอบคลุมได้ถึงบริษัทที่อยู่นอกสหรัฐฯ และมีแนวโนมที่จะไม่ลงทุนในบริษัทที่อยู่ในตลาดเกิดใหม่ (emerging market) ถึงแม้สินทรัพย์ส่วนใหญ่ของกองทุนจะประกอบไปด้วยตราสารที่โดยทั่วไปไม่มีสภาพคล่อง แต่เพื่อวิธีการบริหารเงินสดและจุดประสงค์อื่นๆ เพื่อสำหรับการจัดหาสภาพคล่องเพื่อรองรับการขายคืนหน่วยลงทุนนั้น ที่ปรึกษาการลงทุนจึงคาดการณ์ถึงการให้น้ำหนักส่วนหนึ่งที่น้อยกว่าสัดส่วนหลัก ในสินทรัพย์ประเภทเงินกู้ร่วม (broadly syndicated loan) และเครื่องมือด้านเครดิตที่มีสภาพคล่องเพื่อรองรับสภาพคล่องดังกล่าว ที่ปรึกษาการลงทุนคาดหวังว่า เครื่องมือที่ใช้เพื่อการลงทุนด้านเครดิตที่มีสภาพคล่องนั้น โดยหลักจะเป็นเครื่องมือประเภทเดียวกับเครื่องมือที่ใช้ในการลงทุนทรัพย์สินเงินกู้ที่ทำขึ้นตรง (directly originated loan) (รวมถึง สินทรัพย์เงินกู้ ตราสารทางการเงิน ตราสารหนี้ และหลักทรัพย์หุ้นกู้ภาคเอกชนอื่นๆ) ที่ปรึกษาการลงทุนเชื่อว่าการลงทุนด้านเครดิตที่มีสภาพคล่องจะช่วยรักษาระดับสภาพคล่องเพื่อตอบสนองต่อการขายคืนหน่วยลงทุนที่ที่ปรึกษาการลงทุนเลือกไว้ได้ ซึ่งอยู่ภายใต้ดุลพินิจของที่ปรึกษาการลงทุนในการบริหารเงินสดก่อนที่จะลงทุนในทรัพย์สินเงินกู้ที่ทำขึ้นโดยตรง (directly originated loan) ด้วยเงินทุนที่ได้จากการซื้อหน่วยลงทุนเข้ามาในกองทุน ที่ปรึกษาการลงทุนคาดหวังว่าการลงทุนดังกล่าวจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับ ผลตอบแทนและความเสี่ยงของกองทุน และยังช่วยทำหน้าที่ในการเป็นแหล่งของสภาพคล่องให้กับกองทุน กองทุนอาจลงทุนในบริษัทนอกสหรัฐฯ ได้ในบางช่วงเวลา ซึ่งพอร์ตการลงทุนอาจรวมผลตอบแทนของตราสารทุน เช่น หุ้นสามัญ หุ้นบุริมสิทธิ ใบสำคัญแสดงสิทธิ ออปชั่นหรือวอร์แรนท์ เป็นต้น และในสถานการณ์ปกติ กองทุนจะลงทุนทั้งทางตรง (การปล่อยกู้โดยตรงให้กับบริษัทเอกชน) และทางอ้อม (ลงทุนในตราสารหนี้ที่ออกโดยบริษัทเอกชน) โดยจะลงทุนอย่างน้อย 80% ของทรัพย์สินทั้งหมด (มูลค่าทรัพย์สินสุทธิรวมกับมูลค่าการกู้ยืมเพื่อการลงทุน) เครื่องมือทางการเงินที่กองทุนลงทุนโดยทั่วไปนั้น มักไม่มีอันดับความน่าเชื่อถือ (unrated) หรือมีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่า Investment Grade (มักเรียกว่า High yield bond หรือ Junk bond) ซึ่งการลงทุนเหล่านี้โดยหลักแล้วมีคุณลักษณะของการใช้เพื่อเก็งกำไร และเกี่ยวข้องกับความสามารถของผู้ออกตราสารในการจ่ายดอกเบี้ยและจ่ายเงินต้นคืน และการลงทุนเหล่านี้อาจมีความยากลำบากในการประเมินมูลค่าและไม่มีสภาพคล่อง ที่ปรึกษาการลงทุนอาจเข้าทำธุรกรรมสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่มีสินทรัพย์อ้างอิงเป็นอัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินต่างประเทศ หรือสินทรัพย์อ้างอิงอื่นๆ เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยน เครดิต หรือความเสี่ยงอื่นๆ แต่ที่ปรึกษาการลงทุนโดยทั่วไปจะไม่มีจุดมุ่งหมายที่จะเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เพื่อจุดประสงค์ในการเก็งกำไร กองทุนอาจทำการกู้ยืมเงิน (leverage) เพื่อเพิ่มผลตอบแทนของกองทุนโดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของที่ปรึกษาการลงทุน (Advisor) ตามที่กำหนดไว้ตามกฎหมาย Investment Company Act โดยอัตราส่วนความครอบคลุมของสินทรัพย์ (Asset Coverage Ratio) มีค่าอย่างน้อยเท่ากับร้อยละ 200 ทันทีหลังจากการก่อหนี้ในแต่ละครั้ง นอกจากนั้น ข้อกำหนดใน Investment Company Act ยังอนุญาตให้ BDC เพิ่มระดับสูงสุดของ Leverage ได้โดยการลด Asset Coverage Ratio จากร้อยละ 200 ลงเหลือร้อยละ 150 หากสามารถทำตามข้อกำหนดที่จำเป็นได้ ซึ่งการลด Asset Coverage Ratio ลงทำให้ Business Development Company (BDC) สามารถกู้ยืมเงินได้ถึง 2 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อทุกเงินมูลค่า 1 ดอลลาร์สหรัฐที่กองทุนมีในมูลค่าสินทรัพย์ที่หักออกด้วยมูลค่าหนี้สินทั้งหมด ทั้งนี้ การ Leverage ที่ที่ปรึกษาการลงทุนใช้ในแต่ละช่วงเวลานั้น จะขึ้นอยู่กับการประเมินตลาดและปัจจัยอื่นๆของที่ปรึกษาการลงทุนและคณะกรรมการผู้ดูแลผลประโยชน์ ณ ตอนที่การกู้ยืมถูกเสนอขึ้น และที่ปรึกษาการลงทุนคาดหวังว่าการกู้ยืมดังกล่าวจะอยู่ในรูปแบบของการกู้ยืมเงินจากธนาคาร หรือการออกหลักทรัพย์ประเภทไม่ด้อยสิทธิ์ให้แก่ธนาคาร บริษัทประกัน กองทุน นักลงทุนสถาบัน และผู้ให้กู้ยืมหรือนักลงทุนอื่นๆ เป็นหลัก หมายเหตุ : * กองทุนอ้างอิงจะเน้นลงทุนในบริษัทสัญชาติสหรัฐฯนอกตลาดหลักทรัพย์ ที่อยู่ในกลุ่ม middle market เป็นหลัก โดยทางกองทุนอ้างอิงกำหนดนิยามของ middle market ว่าเป็นบริษัทที่มีกำไร ก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าใช้จ่ายตัดจำหน่าย (“EBITDA”) ในรายปี ไม่ต่ำกว่า 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และไม่เกิน 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ วันทำการซื้อ วันทำการแรกของแต่ละเดือน การจ่ายเงินปันผล รายเดือน (ไม่มีการรับประกันการจ่ายเงินปันผล) ระยะเวลาการขายคืน และสภาพคล่อง (Liquidity) รับซื้อคืนหน่วยลงทุนเป็นรายไตรมาส โดยจำกัดการไถ่ถอนหน่วยลงทุนไม่เกินร้อยละ 5 ของจำนวนหน่วยลงทุนหรือ NAV รวมทั้งหมด รายการขายคืนหน่วยลงทุนที่ระยะเวลาถือครองไม่ครบ 1 ปี จะได้ชำระเงินค่าขายคืนที่ร้อยละ 98 ของราคาขายคืน ในแต่ละไตรมาส คณะกรรมการกองทุนมีดุลยพินิจขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับสภาพคล่อง ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย 1.ค่าธรรมเนียมการจัดการร้อยละ 1.25 ต่อปีของ NAV โดยจ่ายเป็นรายเดือน 2. Incentive Fee : - ร้อยละ 12.5 ของรายได้สุทธิจากการลงทุนในส่วนที่เกินร้อยละ 5 ต่อปี และเรียกเก็บเป็นรายไตรมาส - ร้อยละ 12.5 ของกำไรจากส่วนต่างราคาที่รับรู้แล้วสะสม (cumulative realized capital gain) โดยจะเรียกเก็บเป็นรายปี สรุปสาระสำคัญในส่วนของกองทุนได้ถูกคัดเลือกมาเฉพาะส่วนที่สำคัญและจัดแปลมาจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ ดังนั้น ในกรณีที่มีความแตกต่างหรือไม่สอดคล้องกับต้นฉบับภาษาอังกฤษ ให้ถือตามต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นเกณฑ์ ทั้งนี้ หากกองทุนอ้างอิงมีการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลข้างต้นใดๆ อย่างไม่มีนัยสำคัญ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงข้อมูลดังกล่าว เพื่อให้สอดคล้องกับกองทุนอ้างอิง โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้วและจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบโดยการลงประกาศในเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ หรือช่องทางอื่นใดที่บริษัทจัดการกำหนด
Investment policy as filed with SEC Thailand.
actual = what the AMC currently charges · max = prospectus ceiling (no actual reported). Annual fees aren’t additive with one-time fees.