LH LONGEVITY HEALTHCARE FUND
LAND AND HOUSES FUND MANAGEMENT COMPANY LIMITED · Equity
↳ Invests in Tema Oncology ETF · สหรัฐอเมริกา
✨Invests primarily in the Tema Oncology ETF, focusing on equity securities of companies in the oncology industry, including pharmaceuticals and diagnostic technologies.
กองทุนมีนโยบายลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ (หรือ “กองทุนหลัก (Master fund)”) ที่มีนโยบายลงทุนในตราสารทุน โดยจะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนหลักโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ซึ่งกองทุนไทยจะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน Tema Oncology ETF (“กองทุนหลัก”) สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ (USD) ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ เพียงตลาดหลักทรัพย์เดียว ซึ่งกองทุนหลักจัดตั้งขึ้นภายใต้กฎหมายของประเทศสหรัฐอเมริกา (USA) โดยมี Tema ETFs LLC (the “Adviser”) ทำหน้าที่ที่ปรึกษาการลงทุนหลัก ซึ่งรับผิดชอบให้บริการด้านที่ปรึกษาการลงทุนแก่กองทุน รวมถึงการกำกับดูแล ติดตามการซื้อและขายหลักทรัพย์ รวมถึงทบทวนผลการดำเนินงานของที่ปรึกษาการลงทุนย่อยอย่างสม่ำเสมอ และมี NEOS Investment Management, LLC (“Sub-Adviser”) เป็นที่ปรึกษาการลงทุนย่อย ซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินการตามกลยุทธ์การลงทุนของกองทุน ภายใต้คำสั่งและแนวทางที่ได้รับจากที่ปรึกษาการลงทุนหลัก และเป็นผู้ดำเนินการซื้อขายหลักทรัพย์ รวมถึงคัดเลือกบริษัทนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของที่ปรึกษาการลงทุนหลักภายใต้สัญญาการจัดการลงทุนย่อย (Sub-Advisory Agreement) โดยกองทุนไทยจะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนหลักโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน กองทุนหลักมีการบริหารจัดการแบบเชิงรุก (Actively Managed) มีเป้าหมายในการสร้างการเติบโตในระยะยาว ผ่านการลงทุนในบริษัทที่ดำเนินธุรกิจอยู่ในอุตสาหกรรมด้านมะเร็งวิทยา (Oncology) ซึ่งรวมถึงบริษัทเวชภัณฑ์ ชีวรักษา เทคโนโลยีการรักษา และการวินิจฉัยโรคมะเร็ง โดยกองทุนหลักจะลงทุนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ รวมถึงกู้ยืมเงินเพื่อวัตถุประสงค์ในการลงทุน (ถ้ามี) ในบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่มีรายได้อย่างน้อยร้อยละ 50 มาจากการประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับด้านมะเร็งวิทยา (oncology) ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนในต่างประเทศซึ่งจะส่งผลให้มี net exposure ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน หรือตามอัตราส่วนที่สํานักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกําหนด สำหรับเงินลงทุนส่วนที่เหลือ กองทุนไทยอาจพิจารณาลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอีทีเอฟที่มีการบริหารจัดการกองทุนในลักษณะ leveraged management หรือ inverse management เพื่อเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการลงทุนของกองทุนรวม (portfolio management) และจะพิจารณาลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ในตราสารหนี้ที่มีลักษณะคล้ายเงินฝาก เงินฝาก ตราสารหนี้ ตราสารทุน ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ใบสำคัญแสดงสิทธิ รวมถึงหลักทรัพย์ และ/หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามที่ระบุไว้ในโครงการ และ/หรือตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือ สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนดหรือให้ความเห็นชอบ กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยง (Hedging) จากอัตราแลกเปลี่ยน (Foreign Exchange Rate Risk) ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน (ระหว่างร้อยละ 0 – 105 ของมูลค่าเงินลงทุนในต่างประเทศ) โดยในการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน ผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาจากสภาวะของตลาดการเงินในขณะนั้น และปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น ปัจจัยทางเศรษฐกิจ การเมือง การเงินและการคลัง เป็นต้น เพื่อคาดการณ์ทิศทางแนวโน้มของค่าเงิน ในกรณีที่คาดการณ์ว่าค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) มีแนวโน้มอ่อนค่าลง ผู้จัดการกองทุนอาจพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศในสัดส่วนที่ค่อนข้างมาก แต่หากในกรณีที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น ผู้จัดการกองทุนอาจพิจารณาไม่ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ หรืออาจลงทุนในสัดส่วนน้อย อย่างไรก็ตามหากผู้จัดการกองทุนพิจารณาว่าการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนอาจไม่เป็นไปเพื่อประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุน หรือทำให้ผู้ถือหน่วยลงทุนเสียประโยชน์ที่อาจได้รับ ผู้จัดการกองทุนอาจไม่ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนก็ได้ นอกจากนี้การทำธุรกรรมป้องกันความเสี่ยงดังกล่าวอาจมีต้นทุนซึ่งทำให้ผลตอบแทนของกองทุนโดยรวมลดลงจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อลดความเสี่ยง (Hedging) ที่มี underlying เป็นอัตราแลกเปลี่ยนเงิน เพื่อลดความผันผวนของกองทุน และ/หรือลดค่าใช้จ่ายของกองทุน หรือตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่กองทุนจะเข้าเป็นคู่สัญญาจะมีสินทรัพย์อ้างอิง ได้แก่ อัตราแลกเปลี่ยนเงิน หากเกิดเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อสัญญาหรือคู่สัญญาที่ทำธุรกรรมไม่สามารถชำระภาระผูกพันได้ตามกำหนดเวลา อาจทำให้กองทุนไม่ได้รับผลตอบแทนตามที่คาดหวัง หรือขาดทุนจากการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าได้ อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการจะวิเคราะห์และติดตามปัจจัยที่มีผลกระทบต่อราคาสินทรัพย์อ้างอิง รวมถึงพิจารณาความน่าเชื่อถือของคู่สัญญาก่อนทำธุรกรรมและติดตามอย่างต่อเนื่อง โดยกองทุนจะเน้นทำธุรกรรมกับคู่สัญญาที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) กองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวม ซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ ในสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยการลงทุนในหน่วยลงทุนดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนของกองทุนซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด ทั้งนี้ กองทุนปลายทางไม่สามารถลงทุนย้อนกลับในกองทุนต้นทาง (circle investment) และกองทุนปลายทางสามารถลงทุนต่อในกองทุนอื่นภายใต้ บลจ. เดียวกันไปได้อีกไม่เกิน 1 ทอด ทั้งนี้ การลงมติใช้สิทธิออกเสียงกรณีกองทุนลงทุนในหน่วยลงทุนภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการนี้ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด โดยห้ามมิให้กองทุนต้นทางลงมติให้กองทุนปลายทาง นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) และตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade) และตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) และหลักทรัพย์ของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) รวมถึงอาจทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ (securities lending) หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) และ/หรือ ทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามที่ระบุไว้ในโครงการ และ/หรือ ตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือ สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนดหรือให้ความเห็นชอบ ในกรณีที่กองทุนมีการลงทุนในกองทุนปลายทางไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทาง หากปรากฎว่ามูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทางที่กองทุนรวมไปลงทุนมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะใดลักษณะหนึ่ง ดังต่อไปนี้ 1. มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ วันใดวันหนึ่งลดลง > 2/3 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทาง หรือ 2. ยอดรวมของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกันคิดเป็นจำนวน > 2/3 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทาง บริษัทจัดการจะดำเนินการตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ประกาศกำหนด ดังนี้ การดำเนินการ ระยะเวลาดำเนินการ 1. แจ้งเหตุที่กองทุนปลายทางมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการของบริษัทจัดการ ให้สำนักงาน ก.ล.ต. และผู้ถือหน่วยลงทุนทราบ (แนวทางการดำเนินการดังกล่าวต้องคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยโดยรวม) ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ 2. เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการตาม ข้อ 1. ต่อผู้ลงทุนทั่วไป (ดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวด้วย) พร้อม ข้อ 1. 3. ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินการตาม ข้อ 1. ภายใน 60 วันนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ 4. รายงานผลการดำเนินการตาม ข้อ 3. ให้สำนักงาน ก.ล.ต. ทราบ ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการตาม ข้อ 3. แล้วเสร็จ ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนจะไม่นับช่วงระยะเวลา ดังนี้ ช่วงระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนครบอายุโครงการหรือก่อนเลิกกองทุนรวม ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการสิ้นสุดสมาชิกภาพ หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ ทั้งนี้ การคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนต้องคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ สรุปสาระสำคัญของกองทุนหลัก ชื่อกองทุน กองทุน Tema Oncology ETF (“กองทุน”) วัตถุประสงค์ กองทุนมีเป้าหมายในการสร้างการเติบโตในระยะยาว ผ่านการลงทุนในบริษัทที่ดำเนินธุรกิจอยู่ในอุตสาหกรรมด้านมะเร็งวิทยา (Oncology) ซึ่งรวมถึงบริษัทเวชภัณฑ์ ชีวรักษา เทคโนโลยีการรักษา และการวินิจฉัยโรคมะเร็ง นโยบายการลงทุน กองทุน Tema Oncology ETF (“กองทุน”) ลงทุนในบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่มีรายได้อย่างน้อยร้อยละ 50 มาจากการประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับด้านมะเร็งวิทยา (oncology) ในสัดส่วนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ รวมถึงกู้ยืมเงินเพื่อวัตถุประสงค์ในการลงทุน (ถ้ามี) โดยในการพิจารณาคัดเลือกการลงทุนในบริษัทดังกล่าว ผู้จัดการกองทุนจะทำการวิเคราะห์โดยอาศัยข้อมูลที่บริษัทผู้ออกหลักทรัพย์เปิดเผยต่อสาธารณะ อาทิ รายงานประจำปี (เช่น แบบรายงาน 10-K) เอกสารนำเสนอของบริษัท เอกสารจากกิจกรรมหรือการประชุม (Capital Markets Day) รวมถึงแหล่งข้อมูลสาธารณะอื่น ๆ เช่น บทวิเคราะห์จากนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ (Sell-side Research) และเอกสารหรือสื่อสิ่งพิมพ์ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพและการแพทย์ ตัวอย่างประเภทของบริษัทที่กองทุนอาจพิจารณาลงทุน ได้แก่ บริษัทเวชภัณฑ์ขนาดใหญ่ บริษัทที่ดำเนินธุรกิจด้านการวินิจฉัยโรค ซึ่งมีผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ใช้ในการตรวจหามะเร็ง เช่น การเจาะเลือดผู้ป่วยเพื่อตรวจหามะเร็ง (Liquid Biopsy) หรือการตรวจ DNA เพื่อคัดกรองมะเร็ง (Cancer Genomic Screening) บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่มุ่งเน้นการรักษาโรคมะเร็ง รวมถึง ผู้ให้บริการด้านการดูแลสุขภาพที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ในด้านการดูแล รักษา และการบริหารจัดการเกี่ยวกับโรคมะเร็งอย่างเป็นระบบ สำหรับพอร์ตการลงทุนของกองทุนจะประกอบด้วยหลักทรัพย์ประมาณ 15 ถึง 100 หลักทรัพย์ ขึ้นอยู่กับจำนวนบริษัทที่มีคุณสมบัติตรงตามหลักเกณฑ์การลงทุนของกองทุนในขณะนั้น และเป็นไปตามดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน โดยบริษัทที่จะได้รับการคัดเลือกจะต้องมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) ไม่น้อยกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และต้องมีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน ย้อนหลัง 3 เดือน (Three-month Average Daily Traded Value) ไม่น้อยกว่า 500,000 ดอลลาร์สหรัฐ รวมทั้งต้องตั้งอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาและทวีปยุโรปเท่านั้น กองทุนจะไม่ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Currency Hedging) และอาจถือครองเงินตราต่างประเทศเป็นการชั่วคราว เพื่อวัตถุประสงค์ในการซื้อและขายหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนนอกประเทศสหรัฐอเมริกา รวมถึงเพื่อรับเงินปันผลและ/หรือดอกเบี้ยจากหลักทรัพย์ดังกล่าว กองทุนจัดเป็นกองทุนประเภท Non-diversified ภายใต้ข้อกำหนดตามกฎหมาย 1940 Act (“1940 Act”) ปรัชญาการลงทุนหลักของผู้จัดการกองทุน ผู้จัดการกองทุนจะมุ่งเน้นการลงทุนในบริษัทที่อยู่ภายใต้ธีมการลงทุนข้างต้น พิจารณาคัดเลือกบริษัทที่มีมูลค่าการลงทุนที่เหมาะสมเมื่อเทียบกับปัจจัยพื้นฐาน รวมถึงมีโอกาสเติบโตในอนาคต โดยกระบวนการคัดเลือกจะผสมผสานการวิเคราะห์ ทั้งในลักษณะจากบนลงล่าง (Top-down) ซึ่งครอบคลุมการศึกษาวิจัยในระดับอุตสาหกรรม ธีมการลงทุน และวิเคราะห์รายบริษัท และลักษณะจากล่างขึ้นบน (Bottom-up) โดยพิจารณาจากปัจจัยด้านมูลค่า (อัตราส่วนทางการเงิน) ปัจจัยพื้นฐาน ตัวชี้วัดเชิงปริมาณ และปัจจัยเชิงคุณภาพ ในทางปฏิบัติ การวิเคราะห์หลักทรัพย์แบบ Top-down จะทำการศึกษาวิเคราะห์เชิงพื้นฐานในระดับอุตสาหกรรม การใช้เครื่องมือเชิงปริมาณ (เช่น การคัดกรองบริษัทจากตัวชี้วัด อาทิ อัตราการเติบโตของรายได้ย้อนหลัง 5 ปี อัตรากำไร หรืออัตราผลตอบแทนจากเงินลงทุน) โดยใช้ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของผู้จัดการกองทุน เพื่อกำหนดขอบเขตการลงทุน ในลำดับถัดไปผู้จัดการกองทุนจะทำการวิเคราะห์หลักทรัพย์แบบ Bottom-up โดยเปรียบเทียบตัวชี้วัดด้านมูลค่า เช่น อัตราผลตอบแทนจากกระแสเงินสดอิสระ (free cash flow yield) อัตราส่วนราคาต่อมูลค่าทางบัญชี (price to book ratio) อัตราส่วนราคาต่อกำไร (price to earnings ratio) หรือมูลค่ากิจการต่อเงินลงทุนรวม (enterprise value to total invested capital) เป็นต้น เทียบกับปัจจัยพื้นฐาน อาทิ การเติบโตของรายได้ อัตรากำไร ผลตอบแทนต่อเงินลงทุน (Return on Invested Capital) และผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Return on Equity) เป็นต้น เพื่อประเมินความเหมาะสมของมูลค่า โดยกองทุนจะทำการเปรียบเทียบจากตัวชี้วัดด้านมูลค่าที่อยู่ในระดับต่ำ และปัจจัยพื้นฐานอยู่ในระดับสูง กับ (1) บริษัทอื่นในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน (Peer) (2) ค่าเฉลี่ยย้อนหลังของบริษัท หรือ (3) ประมาณการในอนาคต ทั้งนี้ การพิจารณาจะเป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน อย่างไรก็ดี ผู้จัดการกองทุนจะนำปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG) มาประกอบการวิเคราะห์การลงทุน โดยจะไม่ใช้ปัจจัย ESG มาเป็นเกณฑ์ในการจำกัด ข้อห้าม หรือคัดบริษัทหรือกลุ่มอุตสาหกรรมใด ออกจากขอบเขตการลงทุนของกองทุน ปัจจัย ESG ในบริบทดังกล่าว รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ผลกระทบจากหรือที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การใช้ทรัพยากรธรรมชาติ แนวปฏิบัติด้านการจัดการของเสีย การบริหารทรัพยากรมนุษย์ ความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน โครงสร้างธรรมาภิบาลกิจการ จริยธรรมทางธุรกิจ และการมีส่วนร่วมต่อการกำหนดนโยบายภาครัฐ ในกระบวนการวิเคราะห์การลงทุน ผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาปัจจัยต่าง ๆ ในลักษณะองค์รวม (Holistic Assessment) เพื่อประเมินโอกาสการลงทุนแต่ละรายการ และคัดเลือกบริษัทที่มีความเชื่อมั่นสูงสุดเข้าสู่พอร์ตการลงทุน ซึ่งผู้จัดการกองทุนพิจารณาแล้วเห็นว่าสามารถให้อัตราส่วนผลตอบแทนต่อความเสี่ยง (Risk-Reward) ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับกองทุน โดยให้ความสำคัญทั้งความเสี่ยงทางการเงินและความเสี่ยงที่ไม่ใช่ปัจจัยทางการเงิน รวมถึงปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ที่อาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อผลการดำเนินงานของบริษัท ทั้งนี้ ในกรณีที่พิจารณาแล้วเห็นสมควร ผู้จัดการกองทุนอาจเข้ามามีบทบาท หรือมีส่วนร่วมกับบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์โดยตรง (Engagement) อาทิ การเข้าร่วมประชุม หรือการติดต่อเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อส่งเสริมแนวปฏิบัติด้านธรรมาภิบาล การจัดโครงสร้างแรงจูงใจของฝ่ายบริหารให้สอดคล้องกับแนวทางของผู้ถือหุ้น และการเพิ่มความโปร่งใสด้านการดำเนินงานตามหลัก ESG โดยการพิจารณาปัจจัยดังกล่าว ผู้จัดการกองทุนจะใช้ข้อมูลและทำการวิเคราะห์ จากแหล่งข้อมูลภายในและภายนอก ซึ่งอาจรวมถึงข้อมูลที่ได้รับจากบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์โดยตรง หรือจากบุคคลภายนอก ซึ่งการพิจารณาดังกล่าวจะถูกนำมาใช้ทั้งในขั้นตอนการคัดเลือกสำหรับการลงทุนใหม่ และการติดตามประเมินการลงทุนที่มีอยู่แล้ว ทั้งนี้ กองทุนอาจลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศ รวมถึงตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (American Depositary Receipts: ADRs และ Global Depositary Receipts: GDRs) และอาจดำเนินธุรกรรมให้ยืมหลักทรัพย์ (Securities Lending) ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กฎหมายและหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องกำหนด หน่วยงานต่างประเทศที่กำกับดูแลด้านหลักทรัพย์และตลาดซื้อขายหลักทรัพย์ จัดตั้งขึ้นภายใต้กฎหมายของประเทศสหรัฐอเมริกา (USA) ภายใต้การกำกับดูแลของ US SEC จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ (USD) โดยมี Tema ETFs LLC (the “Adviser”) ทำหน้าที่ที่ปรึกษาการลงทุนหลัก ซึ่งรับผิดชอบให้บริการด้านที่ปรึกษาการลงทุนแก่กองทุน รวมถึงการกำกับดูแล ติดตามการซื้อและขายหลักทรัพย์ รวมถึงทบทวนผลการดำเนินงานของที่ปรึกษาการลงทุนย่อยอย่างสม่ำเสมอ และมี NEOS Investment Management, LLC (“Sub-Adviser”) เป็นที่ปรึกษาการลงทุนย่อย ซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินการตามกลยุทธ์การลงทุนของกองทุน ภายใต้คำสั่งและแนวทางที่ได้รับจากที่ปรึกษาการลงทุนหลัก และเป็นผู้ดำเนินการซื้อขายหลักทรัพย์ รวมถึงคัดเลือกบริษัทนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของที่ปรึกษาการลงทุนหลักภายใต้สัญญาการจัดการลงทุนย่อย (Sub-Advisory Agreement) ชนิดหน่วยลงทุนที่ลงทุน ไม่มี ประเภท กองทุนรวมอีทีเอฟ (Exchange Traded Fund) สกุลเงิน ดอลลาร์สหรัฐฯ (US Dollar) วันที่จัดตั้งกองทุน 14 สิงหาคม 2566 อายุกองทุน ไม่กำหนด วันทำการซื้อขายหน่วยลงทุน ทุกวันทำการ นโยบายการจ่ายเงินปันผล อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ค่าธรรมเนียม -Management fee (include fees to Sub-Adviser) -Net Expense Ratio* (include fees to Sub-Adviser) *Contractual expense cap for net expense ratio of 0.75% is in effect through 06/28/2027 ร้อยละ 0.99 ต่อปี ร้อยละ 0.75 ต่อปี ที่ปรึกษาการลงทุนหลัก (Adviser) Tema ETFs LLC. Portfolio Managers – Maurits Pot, Yuri Khodjamirian, and David Song (all since inception, August 2023). ที่ปรึกษาการลงทุนย่อย(Sub-Adviser) NEOS Investment Management, LLC Portfolio Managers – Garrett Paolella, Troy Cates and Ryan Houlton (all since inception, August 2023). ผู้ดูแลทรัพย์สิน (Custodian) U.S. Bank, N.A. ISIN US87975E7013 Ticker CANC CUSIP 87975E701 แหล่งข้อมูลกองทุน https://temaetfs.com/canc หมายเหตุ : สรุปสาระสำคัญของกองทุนหลักข้างต้นได้ถูกคัดเลือกมาเฉพาะส่วนที่สำคัญและแปลมาจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ ดังนั้น ในกรณีที่มีความแตกต่างหรือไม่สอดคล้องจากเนื้อหาต้นฉบับภาษาอังกฤษ ให้ถือตามต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นหลัก อนึ่ง กองทุนหลักอาจมีการแก้ไขเพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลงการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ของกองทุนหลักได้ ในกรณีที่กองทุนหลักมีการแก้ไขเพิ่มเติมโครงการจัดการ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะแก้ไขเพิ่มเติมโครงการให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของกองทุนหลัก และจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบการแก้ไขเพิ่มเติมดังกล่าว
Investment policy as filed with SEC Thailand.
Prospectus maximum, per year
actual = what the AMC currently charges · max = prospectus ceiling (no actual reported). Annual fees aren’t additive with one-time fees.