SCB Asia Pacific Equity Absolute Return
SCB ASSET MANAGEMENT COMPANY LIMITED · Equity · settlement T+5
↳ Invests in BlackRock Systematic Asia Pacific Equity Absolute Return Fund · ลักเซมเบิร์ก
✨Invests primarily in the BlackRock Systematic Asia Pacific Equity Absolute Return Fund, focusing on equities and related securities in the Asia Pacific region.
กองทุนมีนโยบายเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว (Feeder Fund) ได้แก่ BlackRock Systematic Asia Pacific Equity Absolute Return Fund (กองทุนหลัก) ชนิดหน่วยลงทุน (share class) D2 U.S. Dollar ซึ่งเป็น Sub Fund ของกองทุน BlackRock Strategic Funds บริหารจัดการโดย BlackRock (Luxembourg) S.A. ทั้งนี้ กองทุนหลักมีคุณสมบัติเป็นไปตาม société d’investissement à capital variable (SICAV) ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของ Undertaking for Collective Investment in Transferable Securities (UCITS) ภายใต้กฎหมายของประเทศลักเซมเบิร์ก กองทุนหลักมุ่งหวังที่จะสร้างผลตอบแทนที่เป็นบวกให้แก่ผู้ลงทุนผ่านการเติบโตของเงินลงทุนและผลตอบแทนจากการลงทุนในทุกสภาวะตลาด โดยคำนึงถึงหลักการลงทุนด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ผ่านการลงทุนในสินทรัพย์โดยตรง (long exposure) และการทำธุรกรรม synthetic long และ synthetic short โดยกองทุนหลักจะลงทุนไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของสินทรัพย์ทั้งหมดในตราสารทุนและหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับตราสารทุน (ซึ่งรวมถึงตราสารอนุพันธ์) ของบริษัทที่จัดตั้งหรือจดทะเบียนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งรวมถึงออสเตรเลียและญี่ปุ่น กองทุนมี net exposure ในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศดังกล่าวโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และมีการลงทุนที่ส่งผลให้มี net exposure ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ส่วนที่เหลือ บริษัทจัดการอาจลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารทุน ตราสารหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน และ/หรือเงินฝาก และ/หรือบัตรเงินฝากทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศ รวมถึงอาจมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์อื่นหรือทรัพย์สินอื่น และ/หรือหาดอกผลโดยวิธีการอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด หรือเห็นชอบให้กองทุนลงทุนได้ กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) ที่มี underlying เป็นหุ้น และ/หรืออัตราแลกเปลี่ยน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient portfolio management) และ/หรือการบริหารความเสี่ยง เพื่อให้สามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนได้เพิ่มขึ้น และ/หรือลดค่าใช้จ่ายของกองทุน รวมทั้งอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการลงทุน เช่น การทำสัญญาสวอปและ/หรือสัญญาฟอร์เวิร์ดที่อ้างอิงกับอัตราแลกเปลี่ยน ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนดหรือให้ความเห็นชอบ กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Hedging) ตามความเหมาะสมสำหรับสภาวการณ์ในแต่ละขณะ ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน โดยผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาจากปัจจัยที่เกี่ยวข้อง เช่น ปัจจัยทางเศรษฐกิจ การเงิน การคลัง เป็นต้น เพื่อคาดการณ์ทิศทางอัตราแลกเปลี่ยน การลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) อาจมีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงราคาของหลักทรัพย์อ้างอิงที่เคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้ามกับที่คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้ราคาของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสําคัญ และ/หรือกองทุนอาจมีความเสี่ยงจากการที่คู่สัญญาไม่สามารถปฏิบัติตามข้อตกลงที่ระบุไว้ในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เนื่องจากมีภาระความเสี่ยงจากการเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมาก จนไม่สามารถปฏิบัติตามภาระผูกพันที่ตกลงไว้ได้ อย่างไรก็ดี ในส่วนของแนวทางการบริหารเพื่อลดความเสี่ยงดังกล่าว บริษัทจัดการจะคาดการณ์และศึกษาวิเคราะห์ตัวแปรอ้างอิงของตราสารอย่างรอบคอบ รวมทั้งติดตามสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงที่อาจมีผลกระทบต่อราคา และปรับเปลี่ยนสถานการณ์ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าให้เหมาะสมกับสภาวะตลาดในขณะนั้น รวมถึงบริษัทจัดการจะพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้ากับคู่สัญญาที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในระดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) ทั้งนี้ การลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า บริษัทจัดการจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของกองทุนและผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) และตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือตํ่ากว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade) ตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) ตราสารทุนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted) รวมถึงอาจทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด ทั้งนี้ ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วยก็ได้ โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ 1. 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียน 2. 30 วันก่อนครบอายุโครงการหรือก่อนเลิกกองทุนรวม 3. ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ กองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวม หรือกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (กอง1) หรือทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) หรือกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (infra) ซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการในสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยการลงทุนในหน่วยลงทุนดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนของกองทุนซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด ทั้งนี้ กองทุนปลายทางไม่สามารถลงทุนย้อนกลับในกองทุนต้นทาง (circle investment) และกองทุนปลายทางจะไม่ลงทุนต่อในกองทุนอื่นภายใต้บริษัทจัดการเดียวกัน (cascade investment) เกินกว่า 1 ทอด อนึ่ง ในกรณีที่กองทุนปลายทางมีการขอมติ ห้ามมิให้กองทุนต้นทางลงมติให้กองทุนปลายทาง อนึ่ง หากในกรณีที่การลงทุนในกองทุนหลักนี้ไม่เหมาะสมอีกต่อไป โดยอาจสืบเนื่องจากการได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ต่าง ๆ หรือมีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขอื่นๆ ของกองทุนหลักนี้ เช่น การเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุน ลักษณะกองทุน อัตราค่าธรรมเนียม การลงทุนหรือมีไว้ซึ่งทรัพย์สินอื่นใดที่ขัดต่อหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด หรือผลตอบแทน/ผลการดำเนินงานของกองทุนต่างประเทศต่ำกว่าผลตอบแทน/ผลการดำเนินงานของกองทุนอื่น ๆ ที่มีนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกัน หรือติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน หรือขนาดของกองทุนต่างประเทศลดลง จนอาจมีผลกระทบต่อกองทุน หรือการลงทุนของกองทุนต่างประเทศไม่เป็นไปตามหนังสือชี้ชวนหรือโครงการ หรือเมื่อกองทุนต่างประเทศกระทำความผิดตามความเห็นของหน่วยงานที่กำกับดูแลกองทุนต่างประเทศ หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบหรือสิ่งอื่นใดที่ส่งผลต่อการดำเนินงานของกองทุนในฐานะผู้ลงทุน หรือการเปลี่ยนแปลงอื่นใดที่อาจส่งผลกระทบหรืออาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อกองทุน กล่าวคือ ในกรณีที่เกิดการเปลี่ยนแปลงซึ่งอาจมีผลต่อกองทุนหลัก และ/หรือบริษัทจัดการ หรือในกรณีที่มีกองทุนอื่นที่มีนโยบายใกล้เคียงกัน และบริษัทเห็นว่าการย้ายไปลงทุนในกองทุนดังกล่าวเป็นผลดีต่อผลการดำเนินงานโดยรวมของกองทุนหรือเอื้อประโยชน์ต่อการลงทุนในต่างประเทศของกองทุน และเป็นผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุน บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะพิจารณาเปลี่ยนแปลงกองทุนรวมต่างประเทศหรือกองทุนหลักเป็นกองทุนต่างประเทศอื่นได้ตามดุลยพินิจของบริษัทจัดการ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะไม่ขัดกับวัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุนของกองทุน หรือขอสงวนสิทธิที่จะยกเลิกกองทุน ทั้งนี้ กรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงกองทุนหลักดังกล่าว หรือกรณีที่กองทุนหลักมีการเปลี่ยนชื่อ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิขอความเห็นชอบแก้ไขโครงการ ต่อสำนักงาน เพื่อเปลี่ยนชื่อกองทุนให้สอดคล้องกับกองทุนหลัก อีกทั้ง บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการพิจารณาเปลี่ยนแปลงชนิดของหน่วยลงทุน (class) รวมถึงเปลี่ยนแปลงสกุลเงินลงทุนเป็นสกุลเงินอื่นใดนอกเหนือจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) หรือเปลี่ยนแปลงการซื้อขายในประเทศอื่นใดนอกเหนือจากประเทศลักเซมเบิร์ก ตามดุลยพินิจของบริษัทจัดการในภายหลังได้ โดยถือว่าได้รับมติจากผู้ถือหน่วยแล้ว ซึ่งบริษัทจัดการจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะแจ้งการเปลี่ยนแปลงและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้า โดยจะดำเนินการด้วยวิธีการใด ๆ เพื่อให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบข้อมูลดังกล่าวในช่องทางที่เข้าถึงได้ง่ายและทั่วถึง และภายในเวลาที่ผู้ถือหน่วยลงทุนสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลในการตัดสินใจลงทุนได้ ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงหรือก่อนทำการลงทุนดังกล่าว กรณีการลงทุนของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์มีลักษณะครบถ้วนตาม 1 และ 2 ให้ บลจ. ดำเนินการตาม 3 1. ฐานะการลงทุนสุทธิของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ (1) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี < 80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ หรือ (2) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ≥ 80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์โดยกองทุนต่างประเทศไม่มีวัตถุประสงค์การลงทุนในทำนองเดียวกับกองทุนดัชนีหรือ ETF 2. NAV ของกองทุนปลายทาง มีการลดลงในลักษณะดังนี้ (1) NAV ณ วันใดวันหนึ่งลดลง > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง หรือ (2) ยอดรวมของ NAV ลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกันคิดเป็นจำนวน > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง 3. รายละเอียดการดำเนินการ การดำเนินการ ระยะเวลาดำเนินการ 1. แจ้งเหตุที่กองทุนปลายทางมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการของบริษัทจัดการให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และผู้ถือหน่วยลงทุนทราบ (แนวทางการดำเนินการดังกล่าวจะคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยโดยรวม) ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ 2. เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการตามข้อ 1. ต่อผู้ลงทุนทั่วไป (ดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวด้วย) พร้อมข้อ 1. 3. ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินการตามข้อ 1. ภายใน 60 วันนับแต่วันที่มี การเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ 4. รายงานผลการดำเนินการตามข้อ 3. ให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ทราบ ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการตามข้อ 3. แล้วเสร็จ ในการโอนย้ายหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนไปยังกองทุนต่างประเทศอื่นข้างต้น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการพิจารณาดำเนินการครั้งเดียวหรือหลายครั้งก็ได้ โดยการทยอยโอนย้ายเงินลงทุนอาจส่งผลให้ช่วงระยะเวลาดังกล่าว กองทุนอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศมากกว่า 1 กองทุน ตามที่ระบุไว้ในโครงการข้างต้น อย่างไรก็ตาม หากบริษัทจัดการไม่สามารถลงทุนในกองทุนอื่นใดที่มีนโยบายสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการ บริษัทจัดการอาจพิจารณาดำเนินการขอมติผู้ถือหน่วยลงทุนเพื่อเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุน หรือดำเนินการยกเลิกโครงการจัดการกองทุนรวมได้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตเป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds) หรือกองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรงในตราสาร และ/หรือหลักทรัพย์ต่างประเทศ หรือสามารถกลับมาเป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder Fund) ได้ โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (risk profile) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตลาด โดยเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน อนึ่ง บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงประเภทกองทุนดังกล่าว โดยประกาศผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ และเว็บไซต์ของผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (ถ้ามี) ในกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ให้ความเห็นชอบหรือมีประกาศแก้ไขหรือเพิ่มเติมประเภทหรือลักษณะหรืออัตราส่วนการลงทุนของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะพิจารณาเปลี่ยนแปลงประเภทหรือลักษณะหรืออัตราส่วนการลงทุนให้เป็นไปตามประกาศฯ ฉบับใหม่ โดยถือว่าได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว วัตถุประสงค์การลงทุนที่เกี่ยวกับความยั่งยืน กองทุนมีวัตถุประสงค์การลงทุนในการนำปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม หรือธรรมาภิบาล (ESG) เข้ามาในกระบวนการลงทุน ผ่านการคัดเลือกลงทุนในกองทุนหลักที่ให้ความสำคัญกับมิติด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (climate change) ต้นทุนทางธรรมชาติหรือทรัพยากรธรรมชาติ (natural capital) มลพิษและของเสีย (pollution and waste) เป็นต้น และมิติด้านสังคม เช่น ทุนมนุษย์หรือทรัพยากรมนุษย์ (human capital) ความรับผิดชอบต่อผลิตภัณฑ์ (product liability) โอกาสทางสังคม (social opportunities) เป็นต้น เพื่อประกอบการคัดเลือกและพิจารณาลงทุนในหลักทรัพย์ เป้าหมายที่กองทุนรวมต้องการบรรลุ กองทุนตระหนักถึงบทบาทในฐานะนักลงทุนสถาบันในการสนับสนุนบริษัทที่คำนึงถึงปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม หรือธรรมาภิบาล (ESG) ในการดำเนินธุรกิจ ผ่านการคัดเลือกลงทุนในกองทุนหลัก โดยมีเป้าหมายในการผลักดันการพัฒนาด้านความยั่งยืน รวมถึงส่งเสริมการบรรลุเป้าหมายในการแก้ปัญหาด้านพลังงาน (Affordable and Clean Energy) และด้านสภาพภูมิอากาศ (Climate Action) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ กรอบการลงทุน (Investment Universe) กองทุนจะเน้นลงทุนในกองทุนหลักที่มีนโยบายการลงทุนที่ผนวกหลักการลงทุนด้านสิ่งแวดล้อม สังคม หรือธรรมาภิบาล (ESG) โดยให้ความสำคัญกับมิติด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (climate change) ต้นทุนทางธรรมชาติหรือทรัพยากรธรรมชาติ (natural capital) มลพิษและของเสีย (pollution and waste) เป็นต้น และมิติด้านสังคม เช่น ทุนมนุษย์หรือทรัพยากรมนุษย์ (human capital) ความรับผิดชอบต่อผลิตภัณฑ์ (product liability) โอกาสทางสังคม (social opportunities) เป็นต้น กลยุทธ์การลงทุน - Negative Screening: กองทุนไม่ลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีผลกระทบทางลบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม หรือธรรมาภิบาล (ESG) - ESG Integration: กองทุนเน้นกลยุทธ์การลงทุนในกองทุนหลักที่มีกระบวนการปรับใช้ข้อมูลปัจจัย ESG เป็นส่วนหนึ่งในการจัดการลงทุน โดยมีการพิจารณาปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม หรือธรรมาภิบาลของบริษัทประกอบการลงทุน หลักเกณฑ์ในการคัดเลือกหลักทรัพย์ กองทุนหลักที่กองทุนลงทุนต้องมีวัตถุประสงค์การลงทุน และ/หรือนโยบายการลงทุน และ/หรือกลยุทธ์การลงทุน ที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุนที่มุ่งเน้นความยั่งยืนตามหลักสากลที่กองทุนกำหนด โดยผ่านกระบวนการคัดเลือก และตรวจสอบแนวทางการลงทุนด้วยวิธีการภายในของบริษัทจัดการกองทุนรวม กระบวนการในการวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์ บริษัทจัดการจะคัดเลือกกองทุนหลักที่มีวัตถุประสงค์การลงทุน และ/หรือนโยบายการลงทุน และ/หรือกลยุทธ์การลงทุน ที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุนที่มุ่งเน้นความยั่งยืนตามหลักสากลที่กองทุนกำหนด โดยศึกษาข้อมูลจากหนังสือชี้ชวน เอกสารของกองทุนหลัก เพื่อรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เช่น สถานะของบริษัทจัดการกองทุนหลัก ทีมผู้จัดการกองทุนหลัก พอร์ตการลงทุน การปรับสัดส่วนการลงทุน ผลการดำเนินงาน และปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงมีการเข้าร่วมประชุมกับบริษัทจัดการกองทุนหลัก และจัดทำ due diligence เพื่อนำมาใช้ในการวิเคราะห์และคัดเลือกกองทุนหลัก การอ้างอิงดัชนีชี้วัดที่เกี่ยวกับความยั่งยืน กองทุนไม่มีดัชนีชี้วัดที่เกี่ยวกับความยั่งยืนที่สอดคล้องกับการลงทุนของกองทุน โดยเป็นไปตามกองทุนหลักที่มีการคัดเลือกหลักทรัพย์โดยคำนึงถึงปัจจัยสิ่งแวดล้อม สังคม หรือธรรมาภิบาล แต่ไม่ได้กำหนดดัชนีอ้างอิงที่ใช้วัดความยั่งยืน บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงดัชนีชี้วัดในการเปรียบเทียบตามที่บริษัทจัดการเห็นควรและเหมาะสม ซึ่งอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนที่กำหนด โดยบริษัทจัดการจะเปิดเผยข้อมูลและแจ้งให้ผู้ลงทุนทราบในหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ และประกาศในเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ ข้อจำกัดด้านการลงทุน เนื่องจากกองทุนจะเน้นลงทุนในกองทุนหลักที่มีนโยบายการลงทุนที่ผนวกหลักการลงทุนด้านสิ่งแวดล้อม สังคม หรือธรรมาภิบาล (ESG) โดยให้ความสำคัญกับมิติด้านสิ่งแวดล้อมและมิติด้านสังคม ทำให้กองทุนไม่สามารถลงทุนในกองทุนอื่นที่มีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนที่ดี แต่ไม่เข้าหลักเกณฑ์ตามกรอบการลงทุนที่กองทุนกำหนด ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องจากการลงทุนอย่างยั่งยืน กองทุนอาจมีความเสี่ยงการกระจุกตัวของหลักทรัพย์ เนื่องจากข้อจำกัดด้านปัจจัย ESG ที่ใช้ประกอบการพิจารณา ทำให้กองทุนไม่สามารถลงทุนในหลักทรัพย์บางตัวได้ นอกจากนี้ หลักทรัพย์ที่ลงทุนอาจมีปริมาณการซื้อขายที่จำกัดด้วยเงื่อนไขด้านความยั่งยืนที่กองทุนกำหนด ทำให้มีความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการขาดสภาพคล่องของตราสารและอาจไม่สามารถซื้อขายหลักทรัพย์ที่ถือครองอยู่ในราคาที่เหมาะสมและภายในระยะเวลาอันสมควรได้ แนวทางการดำเนินการ และมาตรการควบคุมผลกระทบในกรณีการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืน บริษัทจัดการมีการติดตามตรวจสอบกองทุนหลักเป็นประจำ โดยรวบรวมข้อมูลพอร์ตการลงทุน การปรับสัดส่วนการลงทุน ผลการดำเนินงาน และปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้องจากบริษัทจัดการกองทุนหลัก และแหล่งข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือ รวมถึงพิจารณาเกี่ยวกับสถานะของบริษัทจัดการกองทุนหลัก ทีมผู้จัดการกองทุนหลัก และมีการติดตามสถานการณ์โดยตรงกับทีมผู้บริหารจัดการกองทุนหลัก เพื่อให้มั่นใจได้ว่ากองทุนหลักมีการบริหารจัดการกองทุนอย่างเหมาะสมเป็นไปตามวัตถุประสงค์ และเป้าหมายของกองทุนหลัก ทั้งนี้ หากบริษัทจัดการพบว่าการลงทุนของกองทุนหลักไม่เป็นไปตามหนังสือชี้ชวนของกองทุนหลัก หรือกองทุนหลักมีการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์การลงทุน และ/หรือนโยบายการลงทุน และ/หรือกลยุทธ์การลงทุนที่ไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุนที่มุ่งเน้นความยั่งยืนตามหลักสากลที่กองทุนกำหนด บริษัทจัดการจะดำเนินการพิจารณาลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศอื่นที่มีนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกัน อย่างไรก็ตาม หากเกิดกรณีใดๆ ที่ทำให้บริษัทจัดการไม่สามารถดำเนินการคัดเลือกกองทุนหลักใหม่แทนกองทุนหลักเดิมได้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะดำเนินการเลิกโครงการจัดการกองทุนรวม โดยต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวมเป็นสำคัญ อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการปรับปรุงแนวทางการดำเนินการ และมาตรการควบคุมผลกระทบในกรณีการลงทุนของ SRI Fund ไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืนที่ได้กำหนดไว้ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายการลงทุนด้วยความรับผิดชอบที่บริษัทจัดการกำหนด ข้อมูลทั่วไปของ BlackRock Systematic Asia Pacific Equity Absolute Return Fund (กองทุนหลัก) (แหล่งที่มาของข้อมูล : หนังสือชี้ชวนกองทุนหลัก ข้อมูล ณ วันที่ 13 มิถุนายน 2567) ลักษณะทั่วไปของกองทุนหลัก ชื่อกองทุนหลัก BlackRock Systematic Asia Pacific Equity Absolute Return Fund ชนิดหน่วยลงทุนที่ลงทุน D2 U.S. Dollar วัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุน กองทุนหลักมุ่งหวังที่จะสร้างผลตอบแทนที่เป็นบวกให้แก่ผู้ลงทุนผ่านการเติบโตของเงินลงทุนและผลตอบแทนจากการลงทุนในทุกสภาวะตลาด โดยคำนึงถึงหลักการลงทุนด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ผ่านการลงทุนในสินทรัพย์โดยตรง (long exposure) และการทำธุรกรรม synthetic long และ synthetic short กองทุนหลักจะลงทุนไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของสินทรัพย์ทั้งหมดในตราสารทุนและหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับตราสารทุน (ซึ่งรวมถึงตราสารอนุพันธ์) ของบริษัทที่จัดตั้งหรือจดทะเบียนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งรวมถึงออสเตรเลียและญี่ปุ่น โดยกองทุนหลักจะกระจายการลงทุนในตราสารทุนที่หลากหลาย เพื่อลดความเสี่ยงของตลาดตราสารทุนในภูมิภาคดังกล่าว รวมถึงอาจลงทุนในเงินสดและตราสารเทียบเท่าเงินสดตามความเหมาะสม เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุน กองทุนหลักจะใช้กลยุทธ์การลงทุนและลงทุนในตราสารที่หลากหลาย โดยกลยุทธ์การลงทุนหลักที่กองทุนหลักใช้เพื่อให้ได้รับผลตอบแทนที่เป็นบวก (absolute return) คือกลยุทธ์ market neutral strategy ผ่านการใช้ตราสารอนุพันธ์ (ได้แก่ synthetic short positions หรือ synthetic long positions) เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาตราสารที่กองทุนหลักลงทุนโดยตรงผ่าน long positions หรือโดยทางอ้อมผ่าน synthetic positions เนื่องจากกองทุนหลักมุ่งกระจายความเสี่ยง กองทุนหลักจึงใช้ตราสารอนุพันธ์อย่างกว้างขวาง เพื่อให้ได้มาซึ่งตราสารและในขณะเดียวกันก็เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาตราสารไปพร้อมๆ กัน ผ่านการทำธุรกรรม synthetic long positions และ/หรือ synthetic short positions เพื่อบรรลุเป้าหมายผลตอบแทนที่เป็นบวกสูงสุด ทั้งนี้ ประเภทของตราสารอนุพันธ์หลักที่กองทุนหลักใช้คือ total return swaps ที่มีตราสารทุนและหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับตราสารทุนเป็นสินทรัพย์อ้างอิงตามนโยบายการลงทุนของกองทุนหลัก หน่วยงานและประเทศที่กำกับดูแล The Commission de Surveillance du Secteur Financier (CSSF) ประเทศลักเซมเบิร์ก วันจัดตั้งกองทุนและวันเริ่มต้น class 22 กุมภาพันธ์ 2560 อายุโครงการ ไม่กำหนด สกุลเงิน (Base Currency) สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) นโยบายการจ่ายเงินปันผล ไม่จ่าย วันเปิดให้ซื้อขายหน่วยลงทุน ทุกวันทำการ ISIN LU1508158190 Bloomberg Ticker BSAD2US ดัชนีชี้วัด/อ้างอิง ไม่มี เนื่องจากกองทุนหลักใช้กลยุทธ์ market neutral strategy และมุ่งหวังผลตอบแทนที่เป็นบวกในทุกสภาวะตลาด (absolute return) โดยไม่ได้อ้างอิงดัชนีชี้วัดใด อย่างไรก็ตาม กองทุนหลักใช้ 3 Month SOFR Compounded in Arrears plus 26.1 basis point spread ในการเปรียบเทียบผลการดำเนินงาน Management Company BlackRock (Luxembourg) S.A. Investment Advisers BlackRock Financial Management, Inc. เว็บไซต์ข้อมูลกองทุนหลัก https://www.blackrock.com/uk/individual/products/286839/blackrock-blackrock-systematic-asia-pacific-equity-absolute-return-fund ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆ ของกองทุนหลัก Initial Charge ร้อยละ 5.00 Management Fee ร้อยละ 1.00 Performance Fee ร้อยละ 20 ของผลตอบแทนที่กองทุนหลักได้รับสูงกว่า 3 Month SOFR Compounded in Arrears plus 26.1 basis point spread ซึ่งคำนวณด้วยวิธี high water mark Ongoing Charges ร้อยละ 1.44 (ข้อมูล ณ วันที่ 31 มกราคม 2568) วัตถุประสงค์การลงทุนที่เกี่ยวกับความยั่งยืนของกองทุนหลัก กองทุนหลักมีวัตถุประสงค์การลงทุนที่ส่งเสริมด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งในการลงทุนของกองทุนหลัก โดยมีเป้าหมายที่จะแก้ไขปัญหาสำคัญด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม อย่างไรก็ดี กองทุนหลักไม่ได้มีการระบุวัตถุประสงค์เพื่อการลงทุนอย่างยั่งยืน เป้าหมายที่กองทุนหลักต้องการบรรลุ กองทุนหลักมีการวัดผลกระทบทางลบที่การลงทุนอาจมีผลต่อปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ (Principal Adverse Impacts: PAIs) รวมทั้งกองทุนหลักมีเป้าหมายการลดคาร์บอน ผ่านการคัดเลือกหลักทรัพย์ด้วยวิธี BlackRock EMEA Baseline Screens โดยที่ปรึกษาการลงทุนจะสร้างพอร์ตที่มุ่งหวังให้คะแนน ESG ของกองทุนอยู่ในระดับสูง และมีคะแนนความเข้มข้นของการปล่อยคาร์บอนในระดับต่ำ กรอบการลงทุน (Investment Universe) ของกองทุนหลัก กองทุนหลักใช้แพลตฟอร์มบริหารการลงทุนของทีม Systematic Active Equity (SAE) ซึ่งมีการผนวกรวมการพิจารณาด้าน ESG เข้าไปในกระบวนการลงทุนของแพลตฟอร์มดังกล่าว โดยทีม SAE ได้พัฒนาข้อมูลเชิงลึกที่เป็นกรรมสิทธิ์ของกองทุนหลักในหลากหลายด้านที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนตั้งแต่ปี 2013 และนำไปใช้ในพอร์ตการลงทุนตั้งแต่ปี 2015 กองทุนหลักมีการวิจัย และนำข้อมูลทั้งหมดจากแพลตฟอร์มดังกล่าวมาใช้ในการวิเคราะห์แหล่งข้อมูลแบบดั้งเดิม รวมถึงหาทางเลือกในการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน และสร้างตัวชี้วัดประสิทธิภาพด้าน ESG ที่จะช่วยระบุโอกาสในการลงทุนในอนาคต ข้อมูลเชิงลึกด้าน ESG ผ่านกระบวนการวิจัยที่เป็นระบบ รวมทั้งพิจารณาปัจจัยอื่นๆ เพิ่มเข้าเกี่ยวกับตัวเลขทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง มีความสัมพันธ์กับผลตอบแทนอย่างสม่ำเสมอ และช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับปัจจัยอื่นๆ ในโมเดลที่มีอยู่ นอกจากนี้ การพิจารณาปัจจัยด้าน ESG ยังทำเพื่อตรวจสอบความสามารถในการเพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุน และผลกระทบที่มีต่อสังคม โดยเรียกกรอบแนวคิดนี้ว่า double bottom line ซึ่งเป็นกระบวนการที่ออกแบบมาเพื่อวัดผลตอบแทนด้านการลงทุนและผลลัพธ์ด้านความยั่งยืน โดยมีเป้าหมายเพื่อการวัดผลสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและผู้ถือหุ้น ทั้งนี้ ปัจจัยด้าน ESG ที่กองทุนหลักนำมาใช้พิจารณาบริษัทที่จะเข้าลงทุน แบ่งเป็น 4 มิติดังนี้ • มิติด้านการลดความเสี่ยง (Risk Mitigation) – พิจารณาข้อมูลเชิงลึกด้านการลดความเสี่ยงที่มุ่งเน้นไปที่การระบุและหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดขององค์กร ซึ่งอาจรวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับความขัดแย้ง ข่าวสาร การป้องกันทางไซเบอร์ และความโปร่งใสทางภาษี • มิติด้านทรัพยากรมนุษย์ (Human Capital) - พิจารณาข้อมูลเชิงลึกด้านทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งสะท้อนถึงสวัสดิการพนักงานที่อาจส่งผลต่อการมีส่วนร่วมและประสิทธิภาพของการทำงาน รวมถึงข้อมูลความคิดเห็นของพนักงาน ความหลากหลายของแรงงาน การลาออกของพนักงาน และสวัสดิการบริษัท • มิติด้านผลกระทบทางสังคม (Society) - ข้อมูลเชิงลึกด้านสังคมที่มุ่งเน้นไปที่ผลลัพธ์ทางสังคมที่ดีขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อผลลัพธ์ทางการเงิน รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับนโยบายทางสังคม และการเปิดเผยข้อมูล ESG • มิติด้านการเปลี่ยนผ่านด้านสิ่งแวดล้อม (Transition) – ข้อมูลเชิงลึกด้านการเปลี่ยนแปลงที่แสดงให้เห็นการเตรียมตัวของบริษัทในการจัดการด้านการปล่อยก๊าซคาร์บอน ซึ่งอาจรวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับประสิทธิภาพการใช้คาร์บอนและน้ำ และนวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อม กลยุทธ์การลงทุนของกองทุนหลัก • Negative Screening • ESG Integration กองทุนหลักใช้แพลตฟอร์มบริหารการลงทุนของทีม Systematic Active Equity (SAE) ผนวกกับการพิจารณาการลงทุนด้าน ESG ผ่านกลยุทธ์การลงทุน ดังนี้ 1. Align กองทุนหลักคัดเลือกหลักทรัพย์ด้วยวิธี BlackRock EMEA Baseline Screens โดยจะไม่ลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีผลกระทบทางลบต่อสิ่งแวดล้อม โดยจะไม่ลงทุนทางตรงในผู้ออกหลักทรัพย์ที่มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างมีนัยสำคัญในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการสกัดถ่านหินประเภทเชื้อเพลิงให้ความร้อน (Thermal coal) และทรายน้ำมัน (Tar sand) รวมถึงธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากถ่านหิน ส่วนหลักทรัพย์ที่มีผลกระทบทางลบต่อสังคม กองทุนหลักจะไม่ลงทุนทางตรงในผู้ออกหลักทรัพย์ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจอาวุธสงคราม และอาวุธนิวเคลียร์ รวมถึงธุรกิจที่มีส่วนร่วมอย่างมีนัยสำคัญในการผลิตและจัดจำหน่ายอาวุธปืนและยาสูบ นอกจากนี้ กองทุนจะไม่ลงทุนในผู้ออกหลักทรัพย์ที่ไม่ถือปฏิบัติตามหลัก 10 ประการของ UN Global Compact ซึ่งครอบคลุมถึงเรื่องสิทธิมนุษยชน มาตรฐานแรงงาน สิ่งแวดล้อม และการต่อต้านการทุจริต 2. Uplift กองทุนหลักจะพิจารณาคะแนน ESG ที่เฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของ unlevered long positions ให้สูงกว่า unlevered short positions และมุ่งเน้นลดความเข้มข้นของการปล่อยคาร์บอน โดยพิจารณา unlevered long positions ให้ต่ำกว่า unlevered short positions ซึ่งวัดได้จากยอดขาย นอกจากนี้ กองทุนหลักจะพิจารณาหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยประเมินผู้ออกหลักทรัพย์ในด้านโครงสร้างการจัดการที่ดี ความสัมพันธ์กับพนักงาน การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน และการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ทางภาษี รวมถึงการพิจารณาผลกระทบทางลบ (Principal Adverse Impacts: PAIs) ต่อปัจจัยความยั่งยืนผ่านการคัดเลือกหลักทรัพย์ด้วยวิธี BlackRock EMEA Baseline Screens และการตั้งเป้าหมายการลดคาร์บอน 3. Enhance กองทุนหลักจะใช้แบบจำลองเชิงปริมาณ เพื่อคัดเลือกหุ้นอย่างเป็นระบบ และจัดสรรสัดส่วนการลงทุนตามคุณลักษณะด้าน ESG ประกอบการการคาดการณ์ผลตอบแทน ความเสี่ยง และต้นทุนการทำธุรกรรม โดยในขั้นตอนนี้ ที่ปรึกษาการลงทุนอาจใช้ข้อมูลด้าน ESG จากภายนอก โมเดล ข้อมูลท้องถิ่น และการเยี่ยมชมสถานที่ ทั้งนี้ คุณลักษณะด้าน ESG ที่ใช้ในแบบจำลองเชิงปริมาณข้างต้น แบ่งออกเป็นหลายมิติย่อย เช่น - มิติด้านการลดความเสี่ยง (Risk Mitigation) โดยพิจารณาบริษัทที่มีประเด็นข้อโต้แย้ง คดีความ การฟ้องร้อง หรือประเด็นเกี่ยวกับจำนวนเงินภาษีที่จ่าย - มิติด้านทรัพยากรมนุษย์ (Human Capital) โดยพิจารณาบริษัทที่มีฐานพนักงานที่หลากหลาย และมีการจ้างงานที่เป็นธรรม - มิติด้านการเปลี่ยนผ่านด้านสิ่งแวดล้อม (Transition) โดยพิจารณาวัดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ความเข้มปริมาณน้ำใช้ (Water Intensity) และนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของบริษัท - มิติด้านผลกระทบทางสังคม (Society) โดยพิจารณาบริษัทที่ต้องการแก้ไขปัญหาสังคมและภาระของโรค โดยข้อมูลเชิงลึกด้าน ESG ที่กองทุนหลักใช้ได้รับการออกแบบมาเพื่อเป็นตัวบ่งชี้ล่วงหน้าเกี่ยวกับปัจจัยพื้นฐานของบริษัทและคาดการณ์ผลตอบแทนส่วนเพิ่ม โดยกองทุนหลักจะใช้ข้อมูลเชิงลึกด้าน ESG เป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินใจลงทุนอย่างต่อเนื่องควบคู่ไปกับข้อมูลเชิงลึกด้านอื่นๆ ทั้งนี้ กองทุนหลักมีคุณสมบัติเป็นไปตามข้อกำหนดของ SFDR Article 8 โดยผ่านเกณฑ์การพิจารณาดังต่อไปนี้ • ผลกระทบทางลบ (Principal Adverse Impacts: PAIs) โดยกองทุนหลักมีการพิจารณาผลกระทบทางลบต่อไปนี้ - การปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) - ความเข้มข้นของก๊าซเรือนกระจกของบริษัทที่กองทุนหลักลงทุน - ความเกี่ยวข้องของบริษัทที่ดำเนินกิจการในภาคธุรกิจเชื้อเพลิงฟอสซิล - การละเมิดหลักการของ UN Global Compact และแนวทางขององค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) สำหรับบริษัทข้ามชาติ - ความเกี่ยวข้องกับการผลิตอาวุธ (ทุ่นระเบิด ระเบิดลูกปราย (Cluster bomb) อาวุธเคมี และอาวุธชีวภาพ) • นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี กองทุนหลักมีการประเมินด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทที่กองทุนหลักลงทุน โดยผู้จัดการลงทุนจะรวบรวมข้อมูลเชิงลึกและการมีส่วนร่วมของผู้ถือหุ้น ประกอบกับข้อมูลด้าน ESG จากภายนอก เพื่อพิจารณาผู้ออกหลักทรัพย์ที่ไม่มีการปฏิบัติด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดีในด้านของโครงสร้างการจัดการที่ดี ความสัมพันธ์กับพนักงาน การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน และการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ภาษี ทั้งนี้ ในกรณีที่ผู้ออกหลักทรัพย์ถูกระบุว่ามีปัญหาด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี ผู้ออกหลักทรัพย์จะถูกตรวจสอบ โดยผู้จัดการลงทุนอาจพิจารณาว่าผู้ออกหลักทรัพย์ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาภายในระยะเวลาที่เหมาะสม หรือผู้จัดการลงทุนอาจตัดสินใจลดสัดส่วนการลงทุนในหลักทรัพย์ดังกล่าวได้ หลักเกณฑ์ในการคัดเลือกหลักทรัพย์ของกองทุนหลัก การคัดเลือกหลักทรัพย์ของกองทุนหลักมีหลักเกณฑ์ดังนี้ (1) คัดเลือกหลักทรัพย์ด้วยวิธี BlackRock EMEA Baseline Screens (2) รักษาคะแนน ESG ของ unlevered long positions ให้สูงกว่า unlevered short positions (3) รักษาคะแนนความเข้มข้นของการปล่อยคาร์บอนของ unlevered long positions ให้ต่ำกว่า unlevered short positions นอกจากนี้ กองทุนหลักยังใช้ข้อมูลเชิงลึกที่มุ่งเน้นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแล กิจการโดยใช้การประมวลผลด้วยเทคนิค Natural Language Processing หรือ Large Language Models เพื่อช่วยในการเข้าถึงแหล่งข้อมูลท้องถิ่นจากประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งข้อได้เปรียบด้านข้อมูลดังกล่าวช่วยสร้างผลตอบแทนส่วนเพิ่ม (Alpha) ผ่านการใช้ข้อมูลจากข่าวท้องถิ่น บอร์ด ประกาศ ฟอรั่ม และรายงาน CSR ที่ส่งให้กับหน่วยงานกำกับดูแลท้องถิ่นในภาษาต่างๆ กระบวนการในการวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์ของกองทุนหลัก กองทุนหลักพิจารณาบริษัทที่อยู่ในกรอบการลงทุนผ่านโมเดลการลงทุนด้าน ESG ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 มิติ ได้แก่ มิติด้านการลดความเสี่ยง (Risk Mitigation) มิติด้านทรัพยากรมนุษย์ (Human Capital) มิติด้านการเปลี่ยนผ่านด้านสิ่งแวดล้อม (Transition) และมิติด้านผลกระทบทางสังคม (Society) โดยปัจจัยเหล่านี้จะถูกนำไปใช้ในโมเดลโดยให้คะแนนและจัดลำดับหุ้นตามข้อมูลเชิงลึกด้าน ESG แล้วจึงให้คะแนนผลตอบแทนส่วนเพิ่ม (Alpha) ในขั้นตอนสุดท้าย พร้อมคำนึงถึงความเสี่ยงในการลงทุน (และต้นทุนการทำธุรกรรม) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการลงทุน ทั้งนี้ ข้อมูลเชิงลึกด้าน ESG มีส่วนช่วยในการสร้างพอร์ตการลงทุนในขั้นตอนสุดท้ายที่มีสัดส่วนหุ้นประมาณ 2,500 หลักทรัพย์ทั้งฝั่งซื้อ (long) และฝั่งขาย (short) พร้อมยกระดับผลตอบแทนจากการลงทุนและพิจารณาผลกระทบต่อสังคม การอ้างอิงดัชนีชี้วัดที่เกี่ยวกับความยั่งยืนของกองทุนหลัก กองทุนหลักไม่มีดัชนีอ้างอิงที่ใช้วัดความสอดคล้องกับลักษณะด้านสิ่งแวดล้อมและ/หรือด้านสังคมเป็นการเฉพาะ ข้อจำกัดด้านการลงทุนของกองทุนหลัก กองทุนหลักคัดเลือกหลักทรัพย์ด้วยวิธี BlackRock EMEA Baseline Screens โดยจะไม่ลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีผลกระทบทางลบต่อสิ่งแวดล้อม โดยจะไม่ลงทุนทางตรงในผู้ออกหลักทรัพย์ที่มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างมีนัยสำคัญในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการสกัดถ่านหินประเภทเชื้อเพลิงให้ความร้อน (Thermal coal) และทรายน้ำมัน (Tar sand) รวมถึงธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากถ่านหิน ส่วนหลักทรัพย์ที่มีผลกระทบทางลบต่อสังคม กองทุนหลักจะไม่ลงทุนทางตรงในผู้ออกหลักทรัพย์ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจอาวุธสงคราม และอาวุธนิวเคลียร์ รวมถึงธุรกิจที่มีส่วนร่วมอย่างมีนัยสำคัญในการผลิตและจัดจำหน่ายอาวุธปืนและยาสูบ นอกจากนี้ กองทุนจะไม่ลงทุนในผู้ออกหลักทรัพย์ที่ไม่ถือปฏิบัติตามหลัก 10 ประการของ UN Global Compact ซึ่งครอบคลุมถึงเรื่องสิทธิมนุษยชน มาตรฐานแรงงาน สิ่งแวดล้อม และการต่อต้านการทุจริต ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องจากการลงทุนอย่างยั่งยืนของกองทุนหลัก กองทุนหลักพิจารณาความเสี่ยงด้านความยั่งยืนที่เกี่ยวข้องกับปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และ/หรือการกำกับดูแลกิจการ ซึ่งความเสี่ยงดังกล่าวอาจแตกต่างไปขึ้นอยู่กับผู้ออกหลักทรัพย์ อุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์ ข้อบังคับ และระยะเวลา ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของความเสี่ยงด้านการลงทุนที่อาจส่งผลต่อผลตอบแทนที่คาดหวังจากการลงทุน ความผันผวนของมูลค่าหน่วยลงทุนของกองทุนหลักได้ โดยความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องจากการลงทุนอย่างยั่งยืนของกองทุนหลัก ได้แก่ 1. ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Risk) คือ ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับปัญหาสิ่งแวดล้อม เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การใช้น้ำ การใช้ที่ดิน การจัดการของเสีย การเปลี่ยนแปลงทางสิ่งแวดล้อม การสูญเสียของระบบนิเวศ รวมถึงมลพิษทางน้ำหรือทางอากาศ การแปรสภาพเป็นทะเลทราย และการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ โดยความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศ ประกอบด้วย • ความเสี่ยงในการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Transition Risk) คือ ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงไปสู่เศรษฐกิจที่มีคาร์บอนต่ำ ไม่ว่าจะเป็นนโยบาย เทคโนโลยี ความเสี่ยงจากตลาดและชื่อเสียงที่เกิดจากการปรับตัวไปสู่เศรษฐกิจที่มีคาร์บอนต่ำ เพื่อบรรเทาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ • ความเสี่ยงทางกายภาพจากสภาพภูมิอากาศ (Climate Physical Risk) คือ ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับผลกระทบทางกายภาพที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งอาจเกิดขึ้นแบบเฉียบพลันหรือแบบเรื้อรัง เช่น เหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นบ่อยและรุนแรงอาจส่งผลกระทบต่อผลิตภัณฑ์ บริการ และห่วงโซ่อุปทาน เป็นต้น 2. ความเสี่ยงด้านสังคม (Social Risk) ซึ่งอาจมีปัจจัยหลากหลายที่สามารถส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการดำเนินงานและความแข็งแกร่งของผู้ออกหลักทรัพย์ รวมถึงการรับรู้จากสาธารณชน การยอมรับจากสังคมให้ประกอบกิจการ (Social License to Operate) ตัวอย่างปัญหาความเสี่ยงด้านสังคม เช่น การจัดการทรัพยากรมนุษย์ ผลกระทบต่อชุมชนที่บริษัทดำเนินงานและความจงรักภักดีที่ลูกค้ามีต่อแบรนด์ 3. ความเสี่ยงด้านการกำกับดูแลกิจการ (Governance Risk) เช่น ความเสี่ยงเกี่ยวกับความเป็นอิสระของคณะกรรมการ ความเป็นเจ้าของและอำนาจการควบคุมกิจการ การตรวจสอบและบริหารจัดการด้านภาษี ทั้งนี้ กองทุนหลักได้พัฒนาโครงสร้างการตรวจสอบที่เข้มงวดเพื่อพิจารณาและติดตามผู้ออกหลักทรัพย์ที่มีความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการเป็นพิเศษ แนวทางการดำเนินการ และมาตรการควบคุมผลกระทบในกรณีการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืนของกองทุนหลัก กองทุนหลักได้พัฒนากระบวนการควบคุมและตรวจสอบ (compliance process) แบบอัตโนมัติขั้นสูง เพื่อช่วยให้มั่นใจว่ากองทุนหลักได้รับการจัดการตามแนวทางการลงทุนที่ระบุไว้และข้อกำหนดทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรวมถึงการตรวจสอบคุณลักษณะด้านสิ่งแวดล้อมหรือด้านสังคมของกองทุนหลักตามวิธีการที่กำหนด หน่วยงานภายในของกองทุนหลักจะกำหนดข้อจำกัดการลงทุนของกองทุนหลักในระบบตรวจสอบการลงทุนก่อนและหลังการลงทุนของกองทุนหลัก โดยกรณีข้อจำกัดการลงทุนที่ไม่สามารถระบุในระบบได้ กองทุนหลักจะมีกระบวนการควบคุมการลงทุนด้วยตนเอง (manual process) โดยเมื่อมีการสร้างคำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์ ระบบ front-end compliance system จะตรวจสอบธุรกรรมกับข้อกำหนดการลงทุนของกองทุนหลักแบบเรียลไทม์ก่อนทำรายการ หากระบบตรวจพบเงื่อนไขที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด รายการซื้อขายดังกล่าวจะไม่สามารถทำรายการต่อได้ นอกจากนี้ ภายหลังการซื้อขายหลักทรัพย์ ระบบจะดำเนินการตรวจสอบข้อกำหนดการลงทุน ณ สิ้นวันทำการซื้อขายในช่วงกลางคืน และออกรายงานในวันทำการถัดไป เพื่อจัดส่งบันทึกรายการที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดและคำเตือนการปฏิบัติตามข้อกำหนด (Compliance exceptions and warnings) ให้ผู้เชี่ยวชาญการลงทุนและผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไข ทั้งนี้ การตรวจสอบและสืบสวนรายการหรือธุรกรรมที่เข้าข่ายไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นจะถูกบันทึกในระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่มีขั้นตอนที่ครอบคลุมและสามารถตรวจสอบได้ รวมถึงหากมีความจำเป็น กองทุนหลักจะมีการจัดทำแผนการแก้ไขที่เหมาะสมเพื่อแก้ไขเหตุการณ์ดังกล่าว การสรุปสาระสำคัญของกองทุนหลักได้ถูกคัดเลือกมาเฉพาะส่วนที่สำคัญและจัดแปลมาจากหนังสือชี้ชวนต้นฉบับของกองทุนหลัก ดังนั้น ในกรณีที่มีความแตกต่างหรือไม่สอดคล้องกับหนังสือชี้ชวนต้นฉบับให้ถือตามต้นฉบับเป็นเกณฑ์ ทั้งนี้ หากกองทุนหลักมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลข้างต้นใดๆ ซึ่งบริษัทจัดการเห็นว่าไม่มีนัยสําคัญ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงข้อมูลดังกล่าวเพื่อให้สอดคล้องกับกองทุนหลัก ซึ่งถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว โดยจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ
Actual charged, per year
Investment policy as filed with SEC Thailand.
actual = what the AMC currently charges · max = prospectus ceiling (no actual reported). Annual fees aren’t additive with one-time fees.