First Plus Dragon Growth FIF
FIRST PLUS ASSET MANAGEMENT (THAILAND) COMPANY LIMITED · Equity · settlement T+5
↳ Invests in Manulife Global Fund – Dragon Growth Fund · ลักเซมเบิร์ก
✨Invests primarily in equity securities of companies listed in Hong Kong and other jurisdictions with significant business interests in Hong Kong and China.
(1) เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ คือ Manulife Global Fund – Dragon Growth Fund (Share Class AA) (Master Fund) ซึ่งจดทะเบียนจัดตั้งขึ้นในประเทศลักเซมเบิร์ก และบริหารจัดการโดย Manulife Investment Management (Hong Kong) Limited ซึ่งมีสัดส่วนการลงทุนเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ สำหรับการลงทุนในส่วนที่เหลือกองทุนอาจพิจารณาลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดหรือเห็นชอบให้กองทุนลงทุนได้ ทั้งในและต่างประเทศ ทั้งนี้ บริษัทจัดการอาจพิจารณาลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) ที่มีตัวแปรเป็นอัตราแลกเปลี่ยน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน (dynamic hedging) และจะไม่ลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) สรุปสาระสำคัญ กองทุน Manulife Global Fund – Dragon Growth Fund (Class AA) ซึ่งเป็นกองทุนหลัก (Master Fund) ชื่อ : Manulife Global Fund – Dragon Growth Fund (Share Class AA) ประเภท : กองทุนเปิด วัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุน : กองทุนมีเป้าหมายที่จะสร้างมูลค่าเงินลงทุนให้เติบโตโดยพอร์ตการลงทุนจะยึดหลักการกระจายการลงทุนอย่างน้อยร้อยละ 70 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิในตราสารทุนและหลักทรัพย์ที่อ้างอิงกับตราสารทุนของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง และ/หรือบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ใดๆ ที่อยู่ในเขตอำนาจอื่นนอกเหนือจากฮ่องกง แต่มีผลประโยชน์ทางธุรกิจที่สำคัญในฮ่องกง และ/หรือประเทศจีน โดยตราสารทุนและหลักทรัพย์ที่อ้างอิงกับตราสารทุนนั้นรวมถึงหุ้นสามัญ หุ้นบุริมสิทธิและใบสำคัญแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่เกิดจากหลักทรัพย์อ้างอิง กองทุนจะลงทุนเป็นไปตามวัตถุประสงค์และกลยุทธ์การลงทุนซึ่งอยู่ภายใต้กฎหมายและกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ อาจจะลงทุนในประเทศใดประเทศหนึ่งหรือกลุ่มอุตสาหกรรม (sector) ใดกลุ่มอุตสาหกรรมหนึ่งและในหลักทรัพย์ของผู้ออกที่มีขนาดมูลค่าตามราคาตลาดเท่าใดก็ได้โดยไม่จำกัดสัดส่วนของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ดังนั้น กองทุนอาจลงทุนมากกว่าร้อยละ 30 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิในหลักทรัพย์ของผู้ออกที่อยู่ในสาธารณรัฐประชาชนจีนและฮ่องกง โดยอาจจะลงทุนในสกุลเงินใดก็ได้ กองทุนอาจลงทุนตรงในหุ้นจีน A-Shares ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ (SSE) หรือเสินเจิ้นผ่านโครงการเชื่อมโยงตลาดเซี่ยงไฮ้-ฮ่องกง (Shanghai-Hong Kong Stock Connect) หรือเสินเจิ้น-ฮ่องกง (Shenzhen-Hong Kong Stock Connect) (โดยรวมเรียกว่า “Stock Connect”) โดยกองทุนจะลงทุนในสัดส่วนไม่เกิน 30% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนในหุ้นจีน A-Shares ทั้งนี้ กองทุนจะไม่ลงทุนมากกว่าร้อยละ 10 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิในหลักทรัพย์ที่ออกหรือรับประกันโดยภาครัฐใดภาครัฐหนึ่ง (รวมถึงรัฐบาลที่เกี่ยวข้อง หน่วยงานภาครัฐหรือรัฐบาลท้องถิ่น) ซึ่งมีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าระดับที่สามารถลงทุนได้ (เช่น ต่ำกว่าอันดับ Baa3 ของ Moody’s หรือ BBB- ของ S&P หรือ Fitch) อายุโครงการ : ไม่กำหนด มูลค่าขั้นต่ำของการสั่งซื้อครั้งแรก : 1,000 ฮ่องกงดอลล่าร์ มูลค่าขั้นต่ำของการสั่งซื้อครั้งถัดไป : 100 ฮ่องกงดอลล่าร์ มูลค่าขั้นต่ำของการสั่งขายคืน : ไม่มี วันที่เสนอขายและรับซื้อคืน หน่วยลงทุน : ทุกวันทำการ ภายในเวลา 13.00 น. ของประเทศลักเซมเบิร์ก หรือ ภายในเวลา 15.00 น. ของประเทศฮ่องกง ผู้จัดจำหน่ายทั่วไป : Manulife Investment Management International Holdings Limited ผู้จัดการกองทุน (Investment Managers) : Manulife Investment Management (Hong Kong) Limited ผู้รับฝากทรัพย์สิน ผู้ปฏิบัติการด้านกองทุน นายทะเบียนกองทุน และ ตัวแทนการชำระเงิน (Custodian, Administrator, Registrar and Paying Agent): Citibank Europe plc. (Luxembourg Branch) ผู้สอบบัญชีกองทุน (Auditor): PricewaterhouseCoopers Société coopérative แหล่งข้อมูล: อ้างอิง Prospectus ของ Manulife Global Fund ในกรณีที่กองทุนหลักมีการแก้ไขเพิ่มเติมโครงการจัดการ ซึ่งบริษัทจัดการเห็นว่าไม่มีนัยสำคัญ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะแก้ไขเพิ่มเติมโครงการให้สอดคล้องกับการเปลร่ยนแปลงของกองทุนหลักโดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว และจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ นโยบายการปรับมูลค่าหน่วยลงทุน (Swing Pricing Policy) เพื่อบริหารความเสี่ยงด้านสภาพคล่องของกองทุนย่อย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปกป้องผู้ถือหน่วยลงทุนเดิมของกองทุนย่อยในกรณีที่เกิดเหตุการณ์มีมูลค่าเงินลงทุนสุทธิเข้าหรือออกอย่างมีนัยสำคัญ บริษัทอาจมีการปรับปรุงการคำนวณมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) ของกองทุนย่อยใดๆ ในแต่ละวันทำการตามนโยบาย Swing Price ตั้งแต่วันที่ 18 มกราคม 2564 เป็นต้นไป ซึ่งจะกำหนดไว้ในหนังสือชี้ชวนฉบับแก้ไข ดังต่อไปนี้ "บริษัทอาจจำเป็นต้องใช้เครื่องมือในการรองรับมูลค่าเงินลงทุนสุทธิไหลเข้าหรือไหลออกอย่างมีนัยสำคัญอันเป็นผลมาจากการที่ผู้ลงทุนทำรายการซื้อ ขายคืน และ/หรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนเป็นจำนวนมากจนส่งผลให้มีต้นทุนการทำธุรกรรมที่สูงขึ้นจากการซื้อขายทรัพย์สินในพอร์ตการลงทุนของกองทุนย่อย ด้วยเหตุนี้ กองทุนย่อยจึงอาจมีการลดลงของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิต่อหน่วย (“Dilution”) ดังนั้น เพื่อเป็นการลดผลกระทบจากการปรับลดลงดังกล่าวและเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเดิมที่อยู่ในกองทุน บริษัทจะนำนโยบายการปรับมูลค่าหน่วยลงทุน ("Swing Pricing Policy”) มาเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายการประเมินมูลค่ารายวัน (Daily Valuation Policy) โดยนโยบาย Swing Price ดังกล่าวจะนำมาใช้กับกองทุนย่อยทุกกองทุน หากในวันทำการใด ผลรวมสุทธิจากการทำรายการของผู้ลงทุนในกองทุนย่อยเกินกว่าระดับที่กำหนดไว้ล่วงหน้า โดยคำนวณจากเปอร์เซ็นต์ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนย่อยที่เกี่ยวข้องหรือจากจำนวนเงินในฐานสกุลเงิน (base currency) ของกองทุนย่อยที่เกี่ยวข้อง (ตามที่คณะกรรมการหรือผู้มีอำนาจที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการกำหนดและทบทวนเป็นครั้งคราว) โดยมูลค่าทรัพย์สินสุทธิต่อหน่วย (NAV per Share) ของกองทุนย่อยอาจมีการปรับขึ้นหรือลงเพื่อสะท้อนต้นทุน (รวมถึงค่าใช้จ่ายในการซื้อขายและประมาณการส่วนต่างของราคาซื้อ/ ขายคืน) จากมูลค่าเงินลงทุนไหลเข้าสุทธิและมูลค่าเงินลงทุนไหลออกสุทธิตามลำดับ ("การปรับปรุงมูลค่าหน่วยลงทุน" [“Adjustment”]) หากคณะกรรมการพิจารณาเห็นว่าเป็นประโยชน์สูงสุดต่อผู้ลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ดังนี้ (1) ผลรวมสุทธิจากการทำรายการของผู้ลงทุนในกองทุนย่อยที่เกี่ยวข้องจะถูกกำหนดโดยบริษัทตามข้อมูลล่าสุดที่มีอยู่ ณ เวลาที่ทำการคำนวณ NAV (2) มูลค่าของการปรับปรุงฯ (Adjustment) ขึ้นอยู่กับต้นทุนการซื้อขายในอดีตและสภาวะตลาดของทรัพย์สินที่ถือครองโดยกองทุนย่อยที่เกี่ยวข้องนั้นๆ (3) มูลค่าของการปรับปรุงฯ สำหรับกองทุนย่อยแต่ละกองทุนจะได้รับการทบทวนอย่างน้อยปีละสองครั้งเพื่อสะท้อนถึงต้นทุนประมาณการของการซื้อขายทรัพย์สินที่ถือครองโดยกองทุนย่อยที่เกี่ยวข้องและสภาวะตลาดในขณะนั้น โดยขั้นตอนในการประมาณการสำหรับมูลค่าของการปรับปรุงฯ จะคำนึงถึงปัจจัยหลักต่างๆ ที่ทำให้เกิดต้นทุนในการซื้อขาย (เช่น ส่วนต่างราคาเสนอซื้อ/ขาย (bid/ask spreads) ภาษีหรืออากรที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรม ค่าธรรมเนียมนายหน้า (brokerage fees) เป็นต้น) การปรับปรุงมูลค่าหน่วยลงทุนดังกล่าวนี้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละกองทุนย่อย โดยจะไม่เกิน 2.00% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิต่อหน่วยเดิม (NAV per Share) (“อัตราสูงสุดในการปรับปรุงมูลค่าหน่วยลงทุน”) ในกรณีที่เกิดสถานการณ์ไม่ปกติ กรรมการอาจพิจารณาเพิ่มอัตราสูงสุดในการปรับปรุงมูลค่าหน่วยลงทุนจากที่ระบุไว้ข้างต้นเป็นการชั่วคราวเพื่อประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ โดยจะต้องแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนและผู้ลงทุนทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ มูลค่าของการปรับปรุงฯ จะถูกกำหนดขึ้นโดยคณะกรรมการหรือผู้มีอำนาจที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการ (4) มูลค่าทรัพย์สินสุทธิต่อหน่วยของแต่ละชนิดหน่วยลงทุน (Share Class) ของกองทุนย่อยจะถูกคำนวณแยกต่างหากจากกัน แต่การปรับปรุงฯ ใดๆ ในรูปของเปอร์เซ็นต์จะมีผลต่อมูลค่าทรัพย์สินสุทธิต่อหน่วย (NAV per Share) ของแต่ละชนิดหน่วยลงทุนของกองทุนย่อยเหมือนกัน (5) อัตราค่าธรรมเนียมการจัดการที่อิงกับผลการดำเนินงาน (Performance fee) และค่าธรรมเนียมอื่นๆ ที่คิดจากมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV-based fee) จะคำนวณตามมูลค่าทรัพย์สินสุทธิต่อหน่วย (NAV per Share) ก่อนการปรับปรุงมูลค่าหน่วยลงทุนใดๆ" จากผลของการใช้นโยบาย Swing Price นี้ กองทุนย่อยจะต้องอยู่ภายใต้ความเสี่ยงของนโยบายการปรับมูลค่าหน่วยลงทุน (Swing Pricing Risk) ซึ่งสรุปได้ดังนี้ : - ขนาดของผลกระทบจากการปรับปรุงมูลค่าหน่วยลงทุนจะถูกกำหนดโดยต้นทุนประมาณการของทรัพย์สินที่ซื้อขายแต่ละประเภทที่ถือครองโดยกองทุนย่อยที่เกี่ยวข้องและสภาวะตลาดในขณะนั้น โดยมูลค่าของการปรับปรุงฯ นี้สะท้อนถึงต้นทุนการซื้อขายโดยประมาณของกองทุนย่อยที่ถูกกำหนดโดยต้นทุนการซื้อขายในอดีตและสภาวะตลาดซึ่งอาจไม่ใช่ต้นทุนการซื้อขายที่เกิดขึ้นจริง - การเคลื่อนไหวของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) ในส่วนของกองทุนย่อยอาจไม่สะท้อนถึงผลการดำเนินงานของพอร์ตการลงทุนที่แท้จริงอันเป็นผลมาจากการใช้นโยบาย Swing Price โดยปกติ การปรับปรุงมูลค่าหน่วยลงทุนที่เกิดจากนโยบาย Swing Price จะทำให้มูลค่าทรัพย์สินสุทธิต่อหน่วย (NAV per Share) เพิ่มขึ้นเมื่อมีปริมาณเงินลงทุนสุทธิจำนวนมากไหลเข้ากองทุนย่อยและมูลค่าทรัพย์สินสุทธิต่อหน่วยจะลดลงเมื่อมีปริมาณเงินลงทุนสุทธิไหลออกจำนวนมาก ซึ่งการปรับปรุงฯ เดียวกันนี้จะถูกนำมาใช้กับทุกชนิดหน่วยลงทุนของกองทุนย่อย ดังนั้น ผู้ลงทุนที่ทำธุรกรรมทั้งหมดในกองทุนย่อยไม่ว่าจะทำรายการซื้อหรือขายคืนจะได้รับผลกระทบจากการปรับปรุงฯ ดังกล่าว - เนื่องด้วยการปรับปรุงมูลค่าหน่วยลงทุนจากนโยบาย Swing Price เกี่ยวข้องกับการไหลเข้าและการไหลออกของเงินจากกองทุนย่อยจึงไม่สามารถคาดการณ์แน่นอนได้ว่าจะเกิดการปรับลดในช่วงเวลาใดในอนาคต ดังนั้น จึงไม่สามารถคาดการณ์ได้อย่างแม่นยำเช่นกันว่าบริษัทจะมีความจำเป็นที่ต้องใช้นโยบาย Swing Price มากน้อยเพียงใด (2) บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการพิจารณาเลือกลงทุนใน Share Class ประเภทอื่นๆ และ/หรือสกุลเงินอื่นใด หากมีการเปลี่ยนแปลงโดยกองทุนหลักในอนาคตตามความเหมาะสม เพื่อประโยชน์ในการดำรงวัตถุประสงค์ของการบริหารจัดการกองทุนให้เป็นไปตามที่ได้ระบุในหนังสือชี้ชวนนี้ ซึ่งไม่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อผู้ถือหน่วยลงทุน รวมถึงไม่ทำให้ผลตอบแทนและความเสี่ยงของกองทุนเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ซึ่งบริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบโดยเร็วผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการและ/หรือช่องทางอื่นตามความเหมาะสม (3) ในภาวะปกติ กองทุนจะนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินของกองทุน อย่างไรก็ดี การดำรงอัตราส่วนการลงทุนในต่างประเทศตามที่ระบุไว้ข้างต้น จะไม่นำมาบังคับใช้ในช่วงระหว่างรอการลงทุนซึ่งมีระยะเวลาประมาณ 30 วันนับตั้งแต่วันจดทะเบียนกองทรัพย์สินเป็นกองทุน ดังนั้น จึงอาจมีบางขณะที่กองทุนไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามอัตราส่วนการลงทุนที่กำหนดไว้ข้างต้นได้ (4) ในกรณีที่บริษัทจัดการเห็นว่าการลงทุนในกองทุนหลัก ไม่เหมาะสมอีกต่อไป อาทิเช่น เมื่อผลตอบแทนของกองทุนหลักต่ำกว่าผลตอบแทนของกองทุนรวมต่างประเทศอื่นๆ ที่มีนโยบายในการบริหารจัดการใกล้เคียงกันติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน หรือต่ำกว่าผลตอบแทนของกองทุนรวมต่างประเทศอื่นๆ ที่มีนโยบายในการบริหารจัดการใกล้เคียงกันอย่างเห็นได้ชัด และ/หรือ เมื่อพบว่าการบริหารจัดการของกองทุนหลัก ไม่เป็นไปตามที่ระบุไว้หรือที่สัญญาไว้กับผู้ลงทุน และ/หรือเมื่อกองทุนหลักดังกล่าวกระทำความผิดร้ายแรงโดยหน่วยงานกำกับดูแลในประเทศนั้นๆ ให้ความเห็นว่าได้กระทำความผิดดังกล่าวจริง และ/หรือ เมื่อเกิดเหตุการณ์หรือสามารถคาดการณ์ได้ว่า จะเกิดการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบต่างๆ จนอาจส่งผลให้การลงทุนในกองทุนหลัก เป็นภาระต่อผู้ลงทุนเกินความจำเป็น และ/หรือกองทุนหลักปิดหรือยกเลิก ไม่ว่าด้วยใจสมัครหรือด้วยเหตุตามกฎหมายก็ตาม เป็นต้น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะนำเงินลงทุนของกองทุนไปลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศอื่นใดที่มีนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกับนโยบายการลงทุนของกองทุน ซึ่งอาจเป็นกองทุนต่างประเทศที่บริหารจัดการโดยผู้จัดการกองทุนกลุ่มอื่น ๆ ที่มิใช่ผู้จัดการกองทุนหลักในปัจจุบันก็ได้ และในการโอนย้ายกองทุนดังกล่าว บริษัทจัดการอาจพิจารณาดำเนินการในครั้งเดียวหรือทยอยโอนย้ายเงินทุนซึ่งอาจส่งผลให้ในช่วงเวลาดังกล่าว กองทุนอาจมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนต่างประเทศมากกว่า 1 กองทุน โดยถือว่าได้รับมติเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะส่งหนังสือแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนวันที่จะมีการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว (5) หากเกิดกรณีใดๆ ที่ทำให้บริษัทจัดการไม่สามารถดำเนินการคัดเลือกกองทุนรวมในต่างประเทศกองทุนใหม่แทนกองทุนเดิมได้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะดำเนินการเลิกกองทุน โดยจะดำเนินการจำหน่ายหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่เหลืออยู่ของกองทุนเพื่อคืนเงินตามจำนวนที่รวบรวมได้หลังหักค่าใช้จ่ายและสำรองค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องของกองทุน (ถ้ามี) ให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนตามสัดส่วนจำนวนหน่วยลงทุนที่ถือต่อจำนวนหน่วยลงทุนที่จำหน่ายแล้วทั้งหมด (6) ในกรณีที่กองทุนมีการลงทุนในกองทุนหลักไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลักนั้น หากปรากฏว่ากองทุนหลักดังกล่าวมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะใดลักษณะหนึ่งดังต่อไปนี้ บริษัทจัดการจะดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ประกาศกำหนด (1) มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ วันใดวันหนึ่งลดลงเกินกว่าสองในสามของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก (2) ยอดรวมของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลักลดลงในช่วงระยะเวลาห้าวันทำการใดติดต่อกัน คิดเป็นจำนวนเกินกว่าสองในสามของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก เงื่อนไข ในกรณีที่กองทุนหลักมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะดังกล่าวบริษัทจัดการดำเนินการดังต่อไปนี้ (1) แจ้งเหตุที่กองทุนหลักมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการโดยคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม ให้สำนักงานและผู้ถือหน่วยลงทุนทราบภายในสามวันทำการนับแต่วันที่ปรากฏเหตุ (2) ดำเนินการตามแนวทางการดำเนินการตามข้อ (1) ให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ปรากฏเหตุ (3) รายงานผลการดำเนินการให้สำนักงานทราบภายในสามวันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการแล้วเสร็จ (4) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการของกองทุนรวมตามข้อ (1) ต่อผู้ที่สนใจจะลงทุนเพื่อให้ผู้ที่สนใจจะลงทุนรับรู้และเข้าใจเกี่ยวกับสถานะของกองทุนรวม บริษัทจัดการกองทุนรวมจะดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการดังกล่าวด้วย ทั้งนี้ ระยะเวลาในการดำเนินการตามข้อ (2) บริษัทจัดการสามารถขอผ่อนผันต่อสำนักงาน (7) ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วย ทั้งนี้ โดยจะคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ (1) ช่วงระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม (2) ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนเลิกกองทุนรวม (3) ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืน หรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการสิ้นสุดสมาชิกภาพ หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ
No NAV history available.
Investment policy as filed with SEC Thailand.
actual = what the AMC currently charges · max = prospectus ceiling (no actual reported). Annual fees aren’t additive with one-time fees.