K Global Income Fund
KASIKORN ASSET MANAGEMENT COMPANY LIMITED · Mixed / Balanced · settlement T+4
↳ Invests in JPMorgan Investment Funds – Global Income Fund, Class I (mth) - USD (hedged) · ลักเซมเบิร์ก
✨Invests primarily in the JPMorgan Global Income Fund, focusing on international equities and fixed income securities, with at least 80% of assets allocated abroad.
กองทุนมีนโยบายที่จะนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศโดยเฉลี่ยรอบระยะเวลาบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยจะเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน JPMorgan Investment Funds – Global Income Fund, Class I (mth) - USD (hedged) (กองทุนหลัก) ในอัตราส่วนโดยเฉลี่ยรอบระยะเวลาบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินของกองทุน กองทุนหลักมีนโยบายลงทุนในตราสารแห่งทุน ตราสารแห่งหนี้ หรือหลักทรัพย์อื่นในต่างประเทศ โดยอยู่ภายใต้ JPMorgan Investment Funds ที่จดทะเบียนในประเทศลักเซมเบอร์ก (Luxembourg) หนึ่งในสมาชิกสามัญของ International Organizations of Securities Commission (IOSCO) และจัดเป็น Société d’Investissement à Capital Variable หรือ SICAV ภายใต้กฎ Undertakings for Collective Investment in Transferable Securities (UCITS) กองทุนหลักมิได้เป็นกองทุนรวมประเภทเฮ็ดจ์ฟันด์ (hedge fund) บริษัทจัดการจะส่งคำสั่งซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนหลักไปที่ประเทศฮ่องกง โดยใช้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอเมริกา (USD) เป็นสกุลเงินหลัก ซึ่งประเทศฮ่องกงจะส่งคำสั่งซื้อขายหน่วยลงทุนดังกล่าวไปยังประเทศลักเซมเบิร์กต่อไป ในขณะที่กองทุนหลักลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินสกุลเงินต่างๆ เช่น ดอลลาร์สหรัฐฯ ยูโร เป็นต้น โดยมีสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอเมริกา (USD) เป็นสกุลเงินอ้างอิง ทั้งนี้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะส่งคำสั่งซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุน JPMorgan Investment Funds – Global Income Fund ในประเทศอื่นๆ นอกเหนือจากประเทศฮ่องกง และ/หรือเปลี่ยนแปลงสกุลเงินหลักในภายหลัง โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ซึ่งบริษัทจัดการจะคำนึงถึงประโยชน์ของกองทุนเป็นสำคัญ โดยบริษัทจัดการจะประกาศให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบถึงการเปลี่ยนแปลงล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วันโดยจะติดประกาศที่สำนักงานของบริษัทจัดการและหรือผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุนและที่เว็บไซต์ของบริษัทจัดการ ในปัจจุบันกองทุน JPMorgan Investment Funds – Global Income Fund (กองทุนหลัก) แบ่งหน่วยลงทุนที่เสนอขายออกเป็นคลาส (Class) ซึ่งจะแตกต่างกันที่รายละเอียดต่างๆ เช่น มูลค่าขั้นต่ำของการสั่งซื้อและมูลค่าคงเหลือขั้นต่ำ อัตราค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายของแต่ละกองทุน บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะพิจารณาเปลี่ยนแปลง Class ที่ลงทุน โดยคำนึงถึงและรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญและไม่ถือว่าเป็นการดำเนินงานที่ผิดไปจากรายละเอียดโครงการ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว สำหรับการลงทุนส่วนที่เหลือในต่างประเทศ กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในหรือมีไว้ซึ่ง ตราสารแห่งหนี้หรือเงินฝาก หรือ หลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นในต่างประเทศที่ไม่ขัดต่อกฎหมาย ก.ล.ต. สำหรับการลงทุนในประเทศ กองทุนอาจลงทุนในหลักทรัพย์ที่เสนอขายในประเทศ ได้แก่ เงินฝาก ตราสารทางการเงิน และลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่ไม่ขัดต่อกฎหมาย ก.ล.ต โดยมีอายุของตราสาร หรือสัญญา หรือระยะเวลาการฝากเงินแล้วแต่กรณี ต่ำกว่า 1 ปี เพื่อการดำเนินการของกองทุน รอจังหวะการลงทุนในต่างประเทศ รักษาสภาพคล่องของกองทุน หรือสำหรับการอื่นใดอันมีลักษณะทำนองเดียวกันนี้ ทั้งนี้ กองทุนจะไม่ลงทุนในตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Notes) กองทุนหลักอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อลดความเสี่ยง (Hedging) และ/หรือเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) ดังนั้น กองทุนหลักจึงมีความเสี่ยงมากกว่ากองทุนรวมอื่น ทั้งนี้ กองทุนเปิดเค โกลบอล อินคัม อาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงเท่านั้น โดยในสภาวการณ์ปกติ กองทุนจะลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 ของมูลค่าเงินลงทุนในต่างประเทศ อย่างไรก็ดี ในกรณีที่สภาวการณ์ไม่ปกติ กองทุนอาจพิจารณาป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ยกตัวอย่างเช่น กรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงินซึ่งคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อค่าเงินในระยะยาว กองทุนอาจพิจารณาป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน เป็นต้น ในภาวะปกติ กองทุนจะนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศโดยเฉลี่ยรอบระยะเวลาบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน อย่างไรก็ดี ในช่วงเวลาระหว่างรอการลงทุน ซึ่งมีระยะเวลาประมาณ 15 วันทำการนับแต่วันถัดจากวันจดทะเบียนกองทรัพย์สิน และประมาณ 15 วันทำการก่อนเลิกโครงการ กองทุนอาจจำเป็นต้องชะลอการลงทุนในต่างประเทศและกองทุนหลักเป็นการชั่วคราว ดังนั้น อาจมีบางขณะที่กองทุนไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามอัตราส่วนการลงทุนที่กำหนดไว้ข้างต้นได้ กรณีที่บริษัทจัดการพิจารณาเห็นว่าการลงทุนในกองทุน JPMorgan Investment Funds – Global Income Fund ไม่เหมาะสมอีกต่อไป อาทิ กรณีที่ผลตอบแทนของกองทุนหลักต่ำกว่าผลตอบแทนของกองทุนอื่นๆ ที่มีนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกันอย่างมีนัยสำคัญหรือติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน หรือขนาดของกองทุนหลักลดต่ำลงมากอย่างมีนัยสำคัญ จนอาจมีผลกระทบต่อการลงทุนหรือต่อค่าใช้จ่าย หรือการลงทุนของกองทุนหลักไม่เป็นไปตามหนังสือชี้ชวนหรือโครงการ หรือเมื่อกองทุนหลักกระทำความผิดร้ายแรงตามความเห็นของหน่วยงานที่กำกับดูแลกองทุนหลัก หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบที่อาจส่งผลต่อการดำเนินของกองทุนในฐานะผู้ลงทุน หรือกองทุนหลักเลิกกองทุน หรือในกรณีที่บริษัทจัดการพิจารณาเห็นว่า การย้ายไปลงทุนในกองทุนอื่นที่มีนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกันและตอบสนองนโยบายการลงทุนของกองทุน และเป็นผลดีต่อผลการดำเนินงานโดยรวมของกองทุน รวมถึงเป็นผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุน บริษัทจัดการสงวนสิทธิที่จะพิจารณาลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศอื่นใดที่มีลักษณะหรือนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกัน และมีคุณสมบัติตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด ในอัตราส่วนเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และในการโอนย้ายกองทุนดังกล่าว บริษัทอาจพิจารณาดำเนินการในครั้งเดียวหรือทยอยโอนย้ายเงินทุน ซึ่งอาจส่งผลให้ในช่วงเวลาดังกล่าว กองทุนอาจมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนต่างประเทศมากกว่า 1 กองทุนก็ได้ หรือหากเกิดกรณีใด ๆ ที่ทำให้บริษัทจัดการไม่สามารถดำเนินการคัดเลือกกองทุนหลักกองทุนใหม่แทนกองทุนเดิมได้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะดำเนินการเลิกโครงการจัดการกองทุนรวม โดยจะดำเนินการจำหน่ายหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่เหลืออยู่ของกองทุน เพื่อคืนเงินตามจำนวนที่รวบรวมได้หลัง หักค่าใช้จ่ายและสำรองค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องของกองทุน (ถ้ามี) ให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน ตามสัดส่วนจำนวนหน่วยลงทุนที่ถือครองต่อจำนวนหน่วยลงทุนที่จำหน่ายแล้วทั้งหมดของกองทุน โดยการเปลี่ยนกองทุนหลักหรือเลิกกองทุนดังกล่าวถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ในกรณีที่กองทุนเปิดเค โกลบอล อินคัม มีการลงทุนในกองทุนหลักไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก และกองทุนหลักมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะใดลักษณะหนึ่งดังต่อไปนี้ บริษัทจัดการจะดำเนินการตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด (1) มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ วันใดวันหนึ่งลดลงเกินกว่าสองในสามของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก (2) ยอดรวมของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลักลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกัน คิดเป็นจำนวนเกินกว่าสองในสามของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก กองทุนหลักดังกล่าว ให้หมายถึงเฉพาะกองทุนที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด เงื่อนไข ในกรณีที่กองทุนหลักมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะดังกล่าวบริษัทจัดการดำเนินการดังต่อไปนี้ (1) แจ้งเหตุที่กองทุนหลักมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการโดยคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม ให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และผู้ถือหน่วยลงทุนทราบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ปรากฏเหตุ (2) ดำเนินการตามแนวทางการดำเนินการตาม (1) ให้แล้วเสร็จภายใน 60 วันนับแต่วันที่ปรากฏเหตุ (3) รายงานผลการดำเนินการให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ทราบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการแล้วเสร็จ (4) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการของกองทุนรวมตาม (1) ต่อผู้ที่สนใจจะลงทุนเพื่อให้ผู้ที่สนใจจะลงทุนรับรู้และเข้าใจเกี่ยวกับสถานะของกองทุนรวม ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการดังกล่าวด้วย อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาในการดำเนินการตามข้อ (2) บริษัทจัดการสามารถขอผ่อนผันต่อสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. บริษัทจัดการสงวนสิทธิที่จะพิจารณาลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศอื่นใดที่มีนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกันหรือเลิกกองทุน ทั้งนี้ ในระหว่างการดำเนินการเปลี่ยน/โอนย้าย/เลิกกองทุน ข้างต้น กองทุนจะยกเว้นโดยไม่นำเรื่องการลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนต่างประเทศดังกล่าวเพียงกองทุนเดียว และการนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศโดยเฉลี่ยรอบระยะเวลาบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน มาบังคับใช้ในช่วงดำเนินการคัดเลือกและ/หรือเตรียมการลงทุนและ/หรือเลิกกองทุนดังกล่าวโดยถือว่าได้รับมติเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว และบริษัทจัดการจะประกาศให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบโดยประกาศทางเว็บไซต์และปิดประกาศไว้ที่สำนักงานของบริษัทจัดการ รวมถึงจะรายงานการไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามอัตราส่วนการลงทุนที่กำหนดไว้ตามข้างต้นให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. รับทราบโดยไม่ชักช้า ลักษณะสำคัญของกองทุน JPMorgan Investment Funds – Global Income Fund: ชื่อกองทุนหลัก JPMorgan Investment Funds – Global Income Fund, Class I (mth) - USD (hedged) วันจัดตั้งกองทุน 11 ธันวาคม 2551 Morningstar Category USD Moderate Allocation อายุโครงการ ไม่กำหนด สกุลเงิน สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอเมริกา (USD) บริษัทจัดการ (Management Company) JPMorgan Asset Management (Europe) S.à r.l. ผู้จัดการกองทุน (Investment Manager) J.P. Morgan Investment Management Inc. ผู้เก็บรักษาทรัพย์สินของกองทุน J.P. Morgan Bank Luxembourg S.A. ISIN LU2293733585 Bloomberg Ticker JPMUHID:LX ตัวชี้วัด ประกอบด้วย ดัชนี Bloomberg Barclays US High Yield 2% Issuer Cap Index (Total Return Gross) Hedged to USD ร้อยละ 40 / ดัชนี MSCI World Index (Total Return Net) Hedged to USD ร้อยละ 35 / ดัชนี Bloomberg Barclays Global Credit Index (Total Return Gross) Hedged to USD ร้อยละ 25 Website www.jpmorganassetmanagement.com ค่าธรรมเนียมของกองทุน JPMorgan Investment Funds – Global Income Fund, Class I (mth) - USD (hedged) • ค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุน (Initial Charge): ไม่มี • ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (Redemption Charge): ไม่มี • ค่าธรรมเนียมการจัดการและที่ปรึกษาการลงทุนต่อปี (Annual Management and Advisory Fee): ร้อยละ 0.60 ต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน • ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและการบริหารงาน (Operating and Administrative Expenses): ร้อยละ 0.11 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน • ประมาณการค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เรียกเก็บจากกองทุนในรอบระยะเวลาบัญชีที่ผ่านมา: ปัจจุบันอยู่ที่ร้อยละ 0.72 ต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน (ข้อมูล ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2564) ในกรณีที่กองทุนต่างประเทศคืนเงินค่าธรรมเนียมการจัดการบางส่วนเพื่อเป็นค่าตอบแทนเนื่องจากการที่กองทุนนำเงินไปลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศ (loyalty fee หรือ rebate) บริษัทจัดการจะดำเนินการให้เงินจำนวนดังกล่าวตกเป็นทรัพย์สินของกองทุน วัตถุประสงค์การลงทุนของกองทุนหลัก กองทุนหลักมีวัตถุประสงค์ที่จะสร้างผลตอบแทนสม่ำเสมอจากการลงทุนในหลักทรัพย์ทั่วโลกที่สร้างรายได้ และตราสารอนุพันธ์ (Financial Derivative Instruments) กองทุนนี้เหมาะสำหรับผู้ลงทุนประเภทใด กองทุนนี้เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนจากการลงทุนในหลักทรัพย์หลายประเภท โดยผู้ลงทุนควรลงทุนในกองทุนนี้เป็นระยะเวลาประมาณ 3-5 ปี นโยบายการลงทุนของกองทุนหลัก • กองทุนหลักจะเน้นลงทุนในตราสารแห่งหนี้ ตราสารแห่งทุน และหน่วยทรัสต์ของทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) ซึ่งออกโดยผู้ออกตราสารทั่วโลก รวมถึงประเทศกลุ่มตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) • กองทุนหลักอาจลงทุนในหลักทรัพย์อื่นๆ ซึ่งรวมถึงหลักทรัพย์ที่สามารถแปลงสภาพได้ และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงกับอัตราแลกเปลี่ยน • กองทุนหลักอาจลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (non – investment grade) และตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated Securities) • กองทุนหลักอาจลงทุนในตราสารอนุพันธ์เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์การลงทุนของกองทุน และเพื่อลดความเสี่ยงของกองทุน (Hedging) ตราสารดังกล่าว เช่น ฟิวเจอร์ส (Futures), ออปชั่น (Options), สัญญาการส่งมอบทรัพย์สินที่มีสภาพคล่อง (Cash settlement) ในการชำระหนี้หรือชำระค่าสินค้าตามสัญญาโดยกันเฉพาะส่วนต่าง (Contract for difference), สัญญาฟอร์เวิร์ด (Forward contracts) สำหรับตราสารทางการเงินและออปชั่นของสัญญาดังกล่าว, ตราสารที่อ้างอิงกับอันดับความน่าเชื่อถือหรือเหตุการณ์ที่มีผลต่อความสามารถในการชำระหนี้ (Credit linked instruments), Mortgage TBAs และสัญญาสวอป และตราสารอนุพันธ์ที่อ้างอิงกับตราสารหนี้อื่นๆ สกุลเงินและความสามารถในการชำระหนี้ (Credit) • กองทุนหลักอาจถือครองเงินสด และรายการเทียบเท่าเงินสด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาสภาพคล่องของกองทุน • กองทุนหลักอาจลงทุนในหลักทรัพย์ที่อยู่ภายใต้กฎ Undertakings for Collective Investment in Transferable Securities (UCITS) และ Undertaking for Collective Investment (UCIs) อื่นๆ • กองทุนหลักอาจลงทุนในหลักทรัพย์ที่อยู่ในสกุลเงินอื่นนอกเหนือจากสกุลเงินยูโรป (EUR) และอาจป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน หรืออาจบริหารจัดการให้ Currency exposure ใกล้เคียงกับดัชนีชี้วัดของกองทุน ความเสี่ยงของกองทุนหลัก • มูลค่าหน่วยลงทุนอาจลดลงหรือเพิ่มขึ้น และผู้ถือหน่วยลงทุนอาจได้รับเงินคืนน้อยกว่าเงินลงทุนเริ่มแรก • ผู้ลงทุนอาจได้รับผลตอบแทนแตกต่างกันไปในแต่ละปีขึ้นอยู่กับเงินปันผลและกำไรส่วนเกินทุนของทรัพย์สินที่กองทุนหลักลงทุนไว้ ซึ่งผลตอบแทนจากกำไรส่วนเกินทุนอาจติดลบในบางปีและไม่มีการรับประกันเงินปันผล • มูลค่าของหลักทรัพย์ประเภทตราสารทุนอาจลดลงหรือเพิ่มขึ้นตามผลประกอบการของแต่ละบริษัทและสภาวะตลาดโดยทั่วไป • มูลค่าของหลักทรัพย์ประเภทตราสารหนี้อาจเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญขึ้นอยู่กับสภาวะเศรษฐกิจและอัตราดอกเบี้ย รวมถึงความน่าเชื่อถือของผู้ออกหลักทรัพย์ ผู้ออกหลักทรัพย์ประเภทตราสารหนี้อาจไม่สามารถชำระหนี้ได้หรืออาจถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือ ความเสี่ยงนี้จะสูงขึ้นสำหรับการลงทุนในประเทศกลุ่มตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) และตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Below Investment Grade) • นอกจากนี้ ประเทศกลุ่มตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) มักจะเผชิญกับความเสี่ยงสูงกว่าตลาดของประเทศที่พัฒนาแล้ว ทั้งความเสี่ยงจากสถานการณ์การเมือง กฎข้อบังคับต่างๆ และความผันผวนของเศรษฐกิจ ความไม่พร้อมของระบบการชำระราคาและ/หรือผู้ดูแลผลประโยชน์ ความไม่โปร่งใส และความเสี่ยงทางด้านการเงิน อีกทั้งอัตราแลกเปลี่ยนของประเทศกลุ่มตลาดเกิดใหม่จะค่อนข้างผันผวน นอกจากนี้ ตราสารหนี้ที่ออกโดยประเทศกลุ่มตลาดเกิดใหม่และตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Below Investment Grade) มักจะผันผวนมากกว่าและมีสภาพคล่องต่ำกว่าตราสารหนี้ที่ออกโดยประเทศที่พัฒนาแล้วและตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) ตามลำดับ • ความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated Securities) จะไม่สามารถนำมาอ้างอิงกับการจัดอันดับโดยสถาบันการจัดอันดับความน่าเชื่อถือได้ • การลงทุนในหลักทรัพย์ประเภท REITs อาจมีความเสี่ยงด้านสภาพคล่องและความผันผวนของราคาอันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงของสภาวะเศรษฐกิจและอัตราดอกเบี้ย • มูลค่าของตราสารอนุพันธ์ (Derivative instruments) มีความผันผวนมาก เนื่องจากหากมูลค่าของสินทรัพย์อ้างอิงเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยจะทำให้มูลค่าของตราสารอนุพันธ์มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้น การลงทุนในตราสารอนุพันธ์อาจส่งผลให้กองทุนขาดทุนมากกว่ามูลค่าเงินลงทุน • การเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศสามารถส่งผลกระทบเชิงลบต่อเงินลงทุนได้ การป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนซึ่งอาจจะช่วยลดผลกระทบที่เกิดจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนนั้นอาจจะไม่ประสบผลสำเร็จเสมอไป ความเสี่ยงของกองทุนหลัก (ข้อมูลบางส่วนจาก “ภาคผนวก 4 – ปัจจัยเสี่ยง” ในหนังสือชี้ชวนของกองทุนหลัก) 1. การจ่ายเงินปันผล Class ที่มีการจ่ายเงินปันผลอาจจ่ายเงินปันผลจากทั้งส่วนของรายได้จากการลงทุนและส่วนของกำไรส่วนเกินทุนที่รับรู้แล้วและยังไม่รับรู้หรือส่วนเงินทุน โดยการจ่ายเงินปันผลอาจส่งผลให้มูลค่าหน่วยลงทุนลดลงและลดทอนอัตราการเติบโตในระยะยาวของส่วนเงินทุนลง โดย Class (mth) ที่กองทุนลงทุนนั้นให้ความสำคัญกับการจ่ายเงินปันผลมากกว่าการเติบโตของส่วนเงินทุน ในการคำนวณอัตราการจ่ายเงินปันผล ค่าธรรมเนียมการจัดการและที่ปรึกษาการลงทุนต่อปีรวมถึงค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและการบริหารงานจะถูกนำไปคำนวณในส่วนเงินทุนเท่านั้นและจะไม่กระทบในส่วนของการจ่ายเงินปันผล 2. ความเสี่ยงจากการลงทุนในตราสารอนุพันธ์ (Derivative Risks) 2.1 สัญญาฟิวเจอร์ส (Futures) และออปชั่น (Options) กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในออปชั่น (Options) และสัญญาฟิวเจอร์ส (Futures) ที่อ้างอิงกับหลักทรัพย์ ดัชนี และอัตราดอกเบี้ย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) ภายใต้ข้อจำกัดการลงทุนของกองทุนหลักที่ระบุใน “ภาคผนวก 2 – ข้อจำกัดและอำนาจหน้าที่ในการลงทุน” นอกจากนี้ กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในสัญญาฟิวเจอร์ส (Futures) และออปชั่น (Options) และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงกับอัตราแลกเปลี่ยน เพื่อลดความเสี่ยงตลาด ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน และความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ย อย่างไรก็ตาม กองทุนมีความเสี่ยงที่สถานการณ์ตลาดอาจไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ เช่น ปัจจัยต่างๆ เคลื่อนไหวไปในทิศทางที่แตกต่างไปจากทิศทางกองทุนที่ตั้งใจจะคุ้มครองความเสี่ยง เป็นต้น โดยท้ายที่สุด กองทุนอาจลงทุนในตราสารอนุพันธ์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) หรือเพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับตัวชี้วัดภายใต้ข้อจำกัดการลงทุนของกองทุนหลัก การทำธุรกรรมสัญญาฟิวเจอร์ส (Futures) นั้นมีความเสี่ยงสูง การวางเงินประกันขั้นต้น (Initial Margin) นั้นมีมูลค่าน้อยเมื่อเทียบกับมูลค่าของสัญญาฟิวเจอร์ส ดังนั้น ธุรกรรมดังกล่าวจึงมีอัตราทด (Geared หรือ Leveraged) ในการลงทุนสูง แม้ตลาดจะเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยก็อาจจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อผู้ลงทุนได้ การทำธุรกรรมสัญญาออปชั่น (Options) นั้นมีความเสี่ยงสูงเช่นกัน การออกหรือขาย (Writing หรือ Granting) ออปชั่นนั้นเผชิญความเสี่ยงสูงกว่าการซื้อออปชั่น 2.2 ความเสี่ยงจากอัตราทดในการลงทุน (Leverage Risk) การลงทุนในตราสารอนุพันธ์จำเป็นต้องมีการวางเงินประกันขั้นต้น (Initial Margin) ซึ่งมีมูลค่าน้อยเมื่อเทียบกับมูลค่าของสัญญา ดังนั้น การลงทุนดังกล่าวจึงมีอัตราทด (Geared) ในการลงทุนสูง ซึ่งทำให้ให้การเปลี่ยนแปลงราคาเพียงเล็กน้อยก็อาจส่งผลให้ผู้ลงทุนขาดทุนอย่างมากได้ การลงทุนในตราสารอนุพันธ์จึงอาจทำให้ผู้ลงทุนขาดทุนมากกว่าเงินลงทุนเริ่มต้นได้ 3. ความเสี่ยงจากการลงทุนในตราสารอนุพันธ์นอกตลาดหลักทรัพย์ (OTC Derivative Transactions) มีความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ของคู่สัญญา (Counterparty default) โดยทั่วไป การซื้อขายตราสารนอกตลาดหลักทรัพย์นั้นมีหลักเกณฑ์การกำกับดูแลที่เข้มงวดน้อยกว่าการทำธุรกรรมในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งทำให้การทำธุกรรมนอกตลาดหลักทรัพย์นั้นไม่มีมาตรการคุ้มครองผู้ซื้อขายตราสาร ดังนั้น เมื่อกองทุนทำธุรกรรมซื้อขายนอกตลาดหลักทรัพย์จะเผชิญกับความเสี่ยงที่คู่สัญญาอาจไม่ทำตามสัญญาที่ได้ตกลงไว้ร่วมกันและอาจทำให้กองทุนขาดทุนได้ กองทุนจึงทำธุรกรรมซื้อขายนอกตลาดหลักทรัพย์กับคู่สัญญาที่เชื่อถือได้และอาจขอ Letter of credit หรือหลักประกันจากบางคู่สัญญา อย่างไรก็ตาม แม้ว่ากองทุนจะพยายามลดความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ของคู่สัญญาโดยใช้มาตรการต่างๆ แต่ก็ไม่อาจรับประกันได้ว่าคู่สัญญาจะไม่มีการผิดนัดชำระหนี้ตามสัญญาหรือกองทุนและผู้ลงทุนจะไม่ขาดทุน 4. ความเสี่ยงจากการลงทุนในตราสารหนี้ การลงทุนในตราสารหนี้นั้นกองทุนต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากความน่าเชื่อถือของผู้ออกตราสารและการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย ผู้ออกตราสารอาจไม่สามารถชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ยภายในระยะเวลาที่กำหนดซึ่งจะกระทบต่อมูลค่าของตราสารที่กองทุนถือครองอยู่ นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยนั้นย่อมส่งผลให้ราคาของตราสารหนี้ผันผวน โดยเมื่ออัตราดอกเบี้ยเพิ่มสูงขึ้น ทำให้ราคาตราสารหนี้ลดต่ำลง ในทางกลับกัน เมื่ออัตราดอกเบี้ยลดต่ำลง ทำให้ราคาตราสารหนี้โดยทั่วไปสูงขึ้น ตราสารหนี้ที่มีอายุยาวจะอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยและมักจะให้ผลตอบแทนที่สูงแต่ก็เผชิญกับความเสี่ยงจากราคาตราสารที่ผันผวนมากกว่า 4.1 ตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) กองทุนอาจลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) โดยตราสารหนี้ดังกล่าวจะถูกจัดอันดับโดยสถาบันการจัดอันดับความน่าเชื่อถืออิสระ (อันดับความน่าเชื่อถือ Baa3/BBB- หรืออันดับที่สูงกว่า) ยกตัวอย่างเช่น Moody’s Standard & Poor’s หรือ Fitch การจัดอันดับจะยึดตามความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ออกตราสาร ซึ่งสถาบันการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจะมีการทบทวนการจัดอันดับเป็นระยะและตราสารอาจถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือในกรณีที่สภาวะเศรษฐกิจกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ออกตราสาร 4.2 ความเสี่ยงจากการลงทุนในตราสารหนี้ที่ให้อัตราผลตอบแทนสูง (High Yield Bonds) ตราสารหนี้ที่ให้อัตราผลตอบแทนสูงนั้นจะมีอันดับความน่าเชื่อถือที่ต่ำกว่าและให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) เพื่อชดเชยความเสี่ยงด้านเครดิตที่สูงขึ้น ซึ่งทำให้กองทุนมีความผันผวนมากกว่า 4.3 ตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated Securities) กองทุนอาจลงทุนในตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated Securities) จากสถาบันการจัดอันดับความน่าเชื่อถืออิสระ โดยความน่าเชื่อถือของตราสารดังกล่าวจะถูกประเมินโดยผู้จัดการกองทุนในขณะที่ลงทุน ความเสี่ยงของตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจะมีความเสี่ยงสูงกว่าตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) 5. ตราสารประเภทที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน (Asset-Backed Securities : ABS) และตราสารประเภทที่มีอสังหาริมทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน (Mortgage-Backed Securities : MBS) กองทุนอาจลงทุนในตราสารประเภทที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน (Asset-Backed Securities : ABS) หลายประเภท (ทั้งหลักทรัพย์ที่เป็นบัญชีลูกหนี้บัตรเครดิต เงินกู้เพื่อซื้อรถยนต์ เงินกู้ยืมเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่เป็นที่อยู่อาศัยและเชิงพาณิชย์ ตราสารหนี้ที่ค้ำประกันด้วยสินทรัพย์ที่จำนอง (Collateralised mortgage obligation) และตราสารหนี้ที่ค้ำประกันด้วยสินเชื่อ (Collateralised debt obligation)) ตราสารที่ส่งผ่านผลตอบแทนจากหลักทรัพย์ที่ค้ำประกันมายังผู้ถือ (agency mortgage pass-through securities) ตราสารหนี้ที่ธนาคารเป็นผู้ออกและค้ำประกันด้วยกระแสเงินสดจากเงินกู้เพื่ออสังหาริมทรัพย์หรือภาครัฐ (Covered bond) หลักทรัพย์เหล่านี้จะมีความเสี่ยงด้านเครดิต ด้านสภาพคล่อง และด้านอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าตราสารหนี้อื่น เช่น ตราสารหนี้ที่ออกโดยรัฐบาล ตราสารประเภทที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน (ABS) และตราสารประเภทที่มีอสังหาริมทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน (MBS) เป็นตราสารที่ให้สิทธิผู้ถือในการรับผลตอบแทนที่ขึ้นอยู่กับกระแสเงินซึ่งก็คือการชำระเงินต้นและดอกเบี้ยจากกลุ่มของสินทรัพย์ที่กำหนด เช่น เงินกู้ยืมเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่เป็นที่อยู่อาศัยและเชิงพาณิชย์ เงินกู้เพื่อซื้อรถยนต์ หรือบัญชีลูกหนี้บัตรเครดิต ตราสารประเภทที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน (ABS) และตราสารประเภทที่มีอสังหาริมทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน (MBS) มีความเสี่ยงจากการยืดระยะเวลาชำระหนี้และการชำระหนี้เงินกู้ก่อนกำหนด ซึ่งจะกระทบต่อเวลาและขนาดของกระแสเงินที่ตราสารจะจ่ายและอาจจะกระทบเชิงลบต่อผลตอบแทนที่ผู้ถือตราสารได้รับ อายุของตราสารขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น การไถ่ถอนและความถี่ในการใช้สิทธิ์ไถ่ถอนและชำระคืนเงินกู้ก่อนกำหนด ระดับอัตราดอกเบี้ย อัตราการผิดนัดชำระหนี้ที่แท้จริงของสินทรัพย์อ้างอิง ระยะเวลาการติดตามทวงถามหนี้ และระดับการหมุนเวียนของสินทรัพย์อ้างอิง 6. ความเสี่ยงจากการลงทุนในตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝงที่เป็น Credit Linked Notes (CLNs) Credit Linked Notes (CLNs) เป็นตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝงที่อ้างอิงกับเหตุการณ์ที่มีผลต่อความสามารถในการชำระหนี้ (credit event) ของหลักทรัพย์อ้างอิงหรือผู้ออกหลักทรัพย์อ้างอิง ดังนั้น เมื่อกองทุนลงทุนในตราสารนี้ กองทุนจะมีความเสี่ยงที่หลักทรัพย์อ้างอิงจะถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือหรือผิดนัดชำระหนี้ และความเสี่ยงที่ผู้ออกหลักทรัพย์อ้างอิงจะไม่สามารถชำระคืนเงินได้ซึ่งอาจจะทำให้กองทุนขาดทุนจากการลงทุน 7. ความเสี่ยงจากการลงทุนในประเทศกลุ่มตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) และประเทศด้อยพัฒนา (Less Developed Markets) ในประเทศกลุ่มตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) และประเทศด้อยพัฒนา (Less Developed Markets) นั้นระบบกฎหมาย กระบวนการทางศาล และข้อกำหนดต่างๆ ยังคงอยู่ระหว่างการพัฒนา แต่ก็ยังคงมีความเสี่ยงจากความคลุมเครือของกฎหมายต่อผู้ลงทุนทั้งในและนอกประเทศ บางประเทศอาจมีความเสี่ยงสูงกว่าประเทศอื่นๆ ดังนั้น ก่อนตัดสินใจลงทุนผู้ลงทุนควรมั่นใจว่าตนเข้าใจในความเสี่ยงที่ต้องเผชิญและมั่นใจว่าการลงทุนนั้นเหมาะสมกับพอร์ตการลงทุนของตน การลงทุนในประเทศกลุ่มตลาดเกิดใหม่ และประเทศด้อยพัฒนานั้นเหมาะสมกับผู้ลงทุนที่มีความรู้เกี่ยวกับตลาดที่จะเข้าไปลงทุนเป็นอย่างดีและสามารถพิจารณาและให้น้ำหนักความเสี่ยงของการลงทุนดังกล่าวได้ นอกจากนี้ ผู้ลงทุนควรมีทรัพยากรทางการเงินเพื่อให้สามารถรับความเสี่ยงจากการขาดทุนจากการลงทุนได้อีกด้วย ประเทศกลุ่มตลาดเกิดใหม่ และประเทศด้อยพัฒนานั้นไม่ได้จำกัดเพียง (1) ประเทศที่มีตลาดหลักทรัพย์เกิดใหม่ตามที่บรรษัทการเงินระหว่างประเทศ (International Finance Corporation) ได้ให้นิยามไว้ (2) ประเทศที่มีรายได้ต่ำถึงปานกลางตามที่ธนาคารโลก (World Bank) ได้กำหนดไว้ และ (3) ประเทศที่อยู่ในรายชื่อประเทศกำลังพัฒนาของธนาคารโลก รายชื่อของประเทศกลุ่มตลาดเกิดใหม่ และประเทศด้อยพัฒนานั้นเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา อาจกล่าวได้ว่า กลุ่มประเทศดังกล่าว คือ ประเทศที่นอกเหนือจากประเทศหรือภูมิภาคเหล่านี้ อันได้แก่ สหรัฐอเมริกา แคนาดา ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และประเทศแถบยุโรปตะวันตก 8. ความเสี่ยงจากการลงทุนในหมวดอสังหาริมทรัพย์ การลงทุนในตราสารทุนที่ออกโดยบริษัทที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะเผชิญความเสี่ยงเกี่ยวกับการถือครองกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ ยกตัวอย่างเช่น ความเสี่ยงที่มูลค่าของอสังหาริมทรัพย์จะลดลง ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับสภาวะเศรษฐกิจทั่วไปและสภาวะเศรษฐกิจของแต่ละพื้นที่ การไม่มีกองทุนประเภท Mortgage Fund อุปทานล้นตลาด ไม่มีความต้องการเช่าอสังหาริมทรัพย์ การแข่งขันที่สูงขึ้น ภาษีและธุรกรรมด้านอสังหาริมทรัพย์ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและการบังคับเอาทรัพย์หลุดจำนอง ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงกฎหมายกำหนดย่านการพัฒนา (Zoning laws) ต้นทุนจากการสะสางหนี้สินให้แก่บุคคลที่สามอันเนื่องมาจากปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ความเสียหายวินาศภัยอื่นๆหรือการเวนคืน ความเสียหายจากภัยพิบัติน้ำท่วม แผ่นดินไหวหรือภัยธรรมชาติอื่นๆ และการก่อการร้าย ข้อจำกัดและความแตกต่างของค่าเช่า และการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย กองทุนอาจลงทุนในหลักทรัพย์ของบริษัทขนาดกลางและเล็กที่มีสภาพคล่องต่ำกว่าหลักทรัพย์ของบริษัทที่มีขนาดใหญ่กว่า ดังนั้น กองทุนจึงมีความเสี่ยงจากความผันผวนของมูลค่าหลักทรัพย์เนื่องจากราคาที่ผันผวนของบริษัทขนาดเล็ก การสรุปสาระสำคัญในส่วนของกองทุนหลักได้ถูกคัดเลือกมาเฉพาะส่วนที่สำคัญและจัดแปลมาจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ ดังนั้น ในกรณีที่มีความแตกต่างหรือไม่สอดคล้องกับฉบับภาษาอังกฤษให้ถือตามต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นเกณฑ์ ทั้งนี้ หากกองทุนหลักมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลข้างต้นใด ๆ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงข้อมูลดังกล่าวเพื่อให้สอดคล้องกับกองทุนหลัก โดยไม่ถือเป็นการแก้ไขโครงการ ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุนในประเทศ บริษัทจัดการจะลงทุนหรือแสวงหาประโยชน์เฉพาะจากหลักทรัพย์ ทรัพย์สินอื่น หรือหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างตามที่ประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดดังต่อไปนี้ เว้นแต่ในกรณีที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ให้ความเห็นชอบหรือมีประกาศแก้ไขหรือเพิ่มเติมประเภทหรือลักษณะของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่น ส่วนที่ 1 : ประเภทและคุณสมบัติของตราสารทางการเงินทั่วไป 1. ประเภทของตราสาร ได้แก่ 1.1 ตราสารหนี้ 1.1.1 พันธบัตร 1.1.2 ตั๋วเงินคลัง 1.1.3 หุ้นกู้ (ไม่รวมหุ้นกู้แปลงสภาพ หุ้นกู้อนุพันธ์ และตราสาร Basel III) 1.1.4 ตั๋วแลกเงิน (Bill of Exchangeหรือ B/E) 1.1.5 ตั๋วสัญญาใช้เงิน (Promissory Noteหรือ P/N) 1.1.6 ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นกู้ 1.1.7 ใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่มี underlying เป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้ 1.1.8 ตราสารหนี้อื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกับตราสารหนี้ตามข้อ 1.1.1 - 1.1.7 ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดเพิ่มเติม 2. หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการลงทุน เป็นไปตามประกาศ ส่วนที่ 2 : ทรัพย์สินประเภทหน่วย CIS กรณีเป็นหน่วยที่การออกอยู่ภายใต้บังคับกฎหมายไทย ต้องมีคุณสมบัติและหลักเกณฑ์ในการลงทุนดังนี้ 1. มีคุณสมบัติและเป็นไปตามหลักเกณฑ์ในการลงทุนเช่นเดียวกับข้อกำหนดสำหรับตราสารทางการเงินทั่วไป 2. ในกรณีที่กองทุนไปลงทุนในหน่วย CIS ของกองทุนรวม กองทุนรวมดังกล่าวต้องมีนโยบายการลงทุนดังนี้ (ไม่ใช้กับการลงทุนในหน่วย CIS ของกองทุนรวมทองคำที่ลงทุนในทองคำแท่ง) 2.1 มีการลงทุนในทรัพย์สินซึ่งเป็นประเภทและชนิดเดียวกับที่กองทุนสามารถลงทุนได้ 2.2 มีการลงทุนในทรัพย์สินเมื่อใช้วิธีคำนวณตามสัดส่วน (pro rata) แล้วได้ผลเป็นไปตามหลักเกณฑ์ single entity limit ของกองทุนนั้น 2.3 มีการลงทุนในทรัพย์สินเมื่อใช้วิธีคำนวณตามสัดส่วน (pro rata) แล้วได้ผลเป็นไปตามหลักเกณฑ์ product limit สำหรับทรัพย์สินที่เป็น SIP ของกองทุนนั้น 2.4 มีการลงทุนใน derivatives ที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ global exposure limit ของกองทุนนั้น 3. ในกรณีที่กองทุนรวมฟีดเดอร์ไปลงทุนในหน่วย CIS ของกองทุนรวม กองทุนรวมดังกล่าวต้องไม่ใช่กองทุนรวมฟีดเดอร์ ส่วนที่ 3 : ทรัพย์สินประเภทเงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก เป็นไปตามประกาศ ส่วนที่ 4 : ธุรกรรมประเภทการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (reverse repo) เป็นไปตามประกาศ ส่วนที่ 5 : ธุรกรรมประเภทการให้ยืมหลักทรัพย์ (securities lending) เป็นไปตามประกาศ ส่วนที่ 6 : ธุรกรรมประเภท derivatives 1. ประเภท underlying derivatives ที่กองทุนจะเข้าเป็นคู่สัญญาได้ คือ อัตราแลกเปลี่ยนเงิน 2. หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการลงทุน เป็นไปตามประกาศ ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุนในต่างประเทศ บริษัทจัดการจะลงทุนหรือแสวงหาประโยชน์เฉพาะจากหลักทรัพย์ ทรัพย์สินอื่น หรือหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างตามที่ประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดดังต่อไปนี้ เว้นแต่ในกรณีที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ให้ความเห็นชอบหรือมีประกาศแก้ไขหรือเพิ่มเติมประเภทหรือลักษณะของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่น ทั้งนี้ ตราสารหรือสัญญาในต่างประเทศ ตราสารหรือสัญญาดังกล่าวต้องเสนอขายหรือเป็นการทำสัญญาในประเทศที่มีหน่วยงานกำกับดูแลด้านหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ที่เป็นสมาชิกสามัญของ IOSCO หรือที่มีการซื้อขายในตลาดซื้อขายหลักทรัพย์ต่างประเทศที่เป็นสมาชิกของ WFE หรือเป็นตราสารของบริษัทที่จัดตั้งและเสนอขายใน GMS ส่วนที่ 1 : ประเภทและคุณสมบัติของตราสารทางการเงินต่างประเทศทั่วไป 1. ประเภทของตราสาร ได้แก่ 1. ประเภทของตราสาร ได้แก่ 1.1 ตราสารหนี้ต่างประเทศ 1.1.1 พันธบัตร 1.1.2 ตั๋วเงินคลัง 1.1.3 หุ้นกู้ (ไม่รวมหุ้นกู้แปลงสภาพ หุ้นกู้อนุพันธ์ และตราสาร Basel III) 1.1.4 ตั๋วแลกเงิน (Bill of Exchangeหรือ B/E) 1.1.5 ตั๋วสัญญาใช้เงิน (Promissory Noteหรือ P/N) 1.1.6 ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นกู้ 1.1.7 ใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่มี underlying เป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้ 1.1.8 ตราสารหนี้อื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกับตราสารหนี้ตามข้อ 1.1.1 - 1.1.7 ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดเพิ่มเติม 2. หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการลงทุน เป็นไปตามประกาศ ส่วนที่ 2 : ทรัพย์สินประเภทหน่วย CIS กรณีเป็นหน่วยที่การออกอยู่ภายใต้บังคับกฎหมายต่างประเทศ ต้องมีคุณสมบัติและหลักเกณฑ์ในการลงทุนดังนี้ 1. มีคุณสมบัติและเป็นไปตามหลักเกณฑ์ในการลงทุนเช่นเดียวกับข้อกำหนดสำหรับตราสารทางการเงินทั่วไป 2. เป็นหน่วยของกองทุน CIS ต่างประเทศที่มีลักษณะดังนี้ 2.1 การออกและการเสนอขายอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานต่างประเทศที่กำกับดูแลด้านหลักทรัพย์และตลาดซื้อขายหลักทรัพย์ซึ่งเป็นสมาชิกสามัญของ IOSCO หรือเป็นหน่วยของกองทุน CIS ต่างประเทศที่มีการซื้อขายในตลาดซื้อขายหลักทรัพย์ต่างประเทศที่เป็นสมาชิกของ WFE 2.2 CIS operator ของกองทุนดังกล่าวอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานกำกับดูแลที่เป็นสมาชิกสามัญของ IOSCO 2.3 ในกรณีที่กองทุนรวมไปลงทุนในหน่วยของกองทุน CIS ต่างประเทศ กองทุน CIS ต่างประเทศดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์การกำกับดูแล การออก การเสนอขาย และการจัดการสำหรับกองทุนเพื่อผู้ลงทุนรายย่อยของประเทศนั้น 3. ประเทศที่กำกับดูแลการเสนอขายหน่วยดังกล่าวมีมาตรการให้ความคุ้มครองผู้ลงทุนอย่างเพียงพอทั้งนี้ ตามรายชื่อประเทศที่สำนักงานคณะกรรมการก.ล.ต.กำหนด 4. ในกรณีเป็นการลงทุนของกองทุนรวมในหน่วยของกองทุน CIS ต่างประเทศ กองทุนดังกล่าวต้องมีการจำกัดการกู้ยืมไว้เฉพาะกรณีมีเหตุจำเป็นในการบริหารสภาพคล่องเป็นการชั่วคราวเท่านั้น และมีนโยบายการลงทุนดังนี้ (ไม่ใช้กับการลงทุนในหน่วยของกองทุน CIS ต่างประเทศซึ่งเป็นกองทุนรวมทองคำที่ลงทุนในทองคำแท่ง) 4.1 มีการลงทุนในทรัพย์สินซึ่งเป็นประเภทและชนิดเดียวกับที่กองทุนรวมสามารถลงทุนได้ในสัดส่วนมากกว่าหรือเท่ากับ 80% ของ NAV ของกองทุน CIS ต่างประเทศนั้น 4.2 มีการลงทุนในทรัพย์สินเมื่อใช้วิธีคำนวณตามสัดส่วน (pro rata) แล้วได้ผลเป็นไปตามหลักเกณฑ์ single entity limit ของกองทุนรวมนั้น ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ดังกล่าวไม่ใช้กับกรณีทรัพย์สินที่เป็น SIP 4.3 มีการลงทุนในทรัพย์สินเมื่อใช้วิธีคำนวณตามสัดส่วน (pro rata) แล้วได้ผลเป็นไปตามหลักเกณฑ์ product limit สำหรับทรัพย์สินที่เป็น SIP ของกองทุนรวมนั้น 4.4 มีการลงทุนใน derivatives ที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ global exposure limit กองทุนรวมนั้น 5. ในกรณีที่กองทุนรวมฟีดเดอร์ไปลงทุนในหน่วยของกองทุน CIS ต่างประเทศ กองทุน CISต่างประเทศดังกล่าวต้องไม่ใช่กองทุนที่มีลักษณะทำนองเดียวกับกองทุนรวมฟีดเดอร์ เว้นแต่เป็นกรณีที่มีความจำเป็นและเป็นประโยชน์ต่อผู้ถือหน่วยลงทุน ทั้งนี้ โดยได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการก.ล.ต. โดยก่อนการลงทุนบริษัทจัดการต้องจัดให้มีการเปิดเผยข้อมูล เหตุผลความจำเป็นและค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในลักษณะดังกล่าวไว้ในหนังสือชี้ชวนด้วย ส่วนที่ 3 : ทรัพย์สินประเภทเงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก เป็นไปตามประกาศ ส่วนที่ 4 : ธุรกรรมประเภท derivatives 1. ประเภท underlying derivatives ที่กองทุนจะเข้าเป็นคู่สัญญาได้ คือ อัตราแลกเปลี่ยนเงิน 2. หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการลงทุน เป็นไปตามประกาศ อัตราส่วนการลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น เพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนรวม : เป็นไปตามประกาศ ยกเว้นหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินดังต่อไปนี้ ที่มีอัตราส่วนการลงทุนน้อยกว่าอัตราส่วนที่ประกาศการลงทุนกำหนด ส่วนที่ 1 : อัตราส่วนการลงทุนที่คำนวณตามผู้ออกทรัพย์สินหรือคู่สัญญา (single entity limit) ข้อ ประเภททรัพย์สิน อัตราส่วน (% ของ NAV) 1 หน่วย CIS ในประเทศ ไม่เกิน 10% ส่วนที่ 2 : อัตราส่วนการลงทุนที่คำนวณตามประเภททรัพย์สิน (product limit) ข้อ ประเภททรัพย์สิน อัตราส่วน (% ของ NAV) 1 1. ทรัพย์สินที่ประกาศการลงทุนกำหนด 2. total SIP ตามข้อ 4 ของส่วนนี้ แต่ไม่รวมถึงตราสารหนี้ที่มีลักษณะครบถ้วนตามที่ประกาศ การลงทุนกำหนดและมี credit rating อยู่ในระดับต่ำกว่า investment grade หรือไม่มี credit rating รวมกันไม่เกิน 25% 2 reverse repo ในประเทศ ไม่เกิน 20% 3 securities lending ในประเทศ ไม่เกิน 20% 4 total SIP ซึ่งได้แก่ 1. ทรัพย์สิน SIP ในส่วนที่ 1 : อัตราส่วนการลงทุนที่คำนวณตามผู้ออกทรัพย์สินหรือคู่สัญญา (single entity limit) ของประกาศการลงทุน 2. ตราสารหนี้ที่มี credit rating อยู่ในระดับต่ำกว่า investment grade หรือไม่มี credit rating รวมกันไม่เกิน 15% 5 หน่วย CIS ในประเทศ ไม่เกิน 20%
No NAV history available.
Investment policy as filed with SEC Thailand.
actual = what the AMC currently charges · max = prospectus ceiling (no actual reported). Annual fees aren’t additive with one-time fees.