KTAM Dynamic High Income Fund
KRUNG THAI ASSET MANAGEMENT PUBLIC COMPANY LIMITED · Mixed / Balanced · settlement T+4
↳ Invests in BGF Dynamic High Income Fund · ลักเซมเบิร์ก
✨Invests primarily in the BGF Dynamic High Income Fund, focusing on high-yielding assets like bonds, equities, and various financial instruments.
กองทุนมีนโยบายเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน BGF Dynamic High Income Fund (กองทุนหลัก) ในหน่วยลงทุนชนิด Class D (USD) ซึ่งเสนอขายสำหรับตัวแทนจำหน่าย โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม หรือตามอัตราส่วนที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. จะประกาศกำหนด ทั้งนี้ กองทุน BGF Dynamic High Income Fund เป็นกองทุนย่อยของกองทุน BlackRock Global Funds โดยกองทุนดังกล่าวได้จดทะเบียนใน Luxembourg และเป็นไปตามหลักเกณฑ์เกณฑ์ของ UCITS (Undertakings for Collective Investment in Transferable Securities) บริหารและจัดการโดย BlackRock (Luxembourg) S.A. (Management Company) และ BlackRock Financial Management, Inc. (Investment adviser) ทั้งนี้ กองทุนจะมีการบริหารแบบยืดหยุ่น ในสินทรัพย์ที่หลากหลาย ตามนโยบายของกองทุน ที่สามารถลงทุนได้ โดยมุ่งเน้นไปที่สินทรัพย์ที่สามารถสร้างกระแสรายได้ในระดับสูง ในสินทรัพย์ที่หลากหลายประเภทอย่างมีนัยสำคัญ เช่น ตราสารหนี้ หลักทรัพย์ที่สามารถเปลี่ยนมือได้ ที่ออกโดย บริษัทเอกชน และ ภาครัฐบาล ซึ่งอาจมีการกำหนดผลตอบแทนแบบคงที่ และลอยตัว และอาจเป็นการลงทุนในตราสารที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในระดับ investment grade ต่ำกว่า investment grade หรือไม่ได้รับการจัดอันดับ รวมถึง covered call options และ หุ้นบุริมสิทธิ สำหรับเงินลงทุนส่วนที่เหลือ กองทุนเปิดเคแทม ไดนามิค ไฮ อินคัม ฟันด์ อาจพิจารณาลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารแห่งทุน ตราสารแห่งหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตราสารทางการเงิน เงินฝาก และ/หรือบัตรเงินฝาก ที่เสนอขายทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศ ตลอดจนหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างที่ไม่ขัดต่อกฎหมาย ก.ล.ต. หรือให้ความเห็นชอบให้ลงทุนได้ นอกจากนี้ ในส่วนของการลงทุนในประเทศ กองทุนจะไม่ลงทุนในตราสาร ดังต่อไปนี้ 1. ตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) 2. ตราสารแห่งหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือของผู้ออกตราสารต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (non – investment grade) ตราสารแห่งหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated Securities) หลักทรัพย์ของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) อย่างไรก็ตาม กองทุนอาจมีไว้ซึ่งตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (non-investment grade) เฉพาะกรณีที่หลักทรัพย์นั้นมีการซื้อขายในตลาดและ/หรือตราสารหนี้นั้นได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้ (investment grade) ขณะที่กองทุนลงทุนเท่านั้น กองทุนเปิดเคแทม ไดนามิค ไฮ อินคัม ฟันด์ อาจกู้ยืมเงิน หรือทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ ธุรกรรมการขายโดยมีสัญญาซื้อคืน หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด กองทุนเปิดเคแทม ไดนามิค ไฮ อินคัม ฟันด์ อาจพิจารณาลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) ที่มีตัวแปรเป็นอัตราแลกเปลี่ยนเงินโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันความเสี่ยงตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. และ/หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนตามความเหมาะสมกับสภาวการณ์ในแต่ละขณะ เช่น กรณีที่ค่าเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ มีแนวโน้มอ่อนค่าลง บริษัทจัดการอาจพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับอัตราแลกเปลี่ยน (FX Derivatives) อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการอาจพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับอัตราแลกเปลี่ยน (FX Derivatives) ในสัดส่วนที่น้อย หรืออาจพิจารณาไม่ป้องกันในกรณีที่ค่าเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐมีแนวโน้มแข็งค่า ซึ่งการใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงอาจมีต้นทุนสำหรับการทำธุรกรรมป้องกันความเสี่ยง โดยทำให้ผลตอบแทนของกองทุนโดยรวมลดลงจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น บริษัทจัดการจะส่งคำสั่งซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนหลักไปยังประเทศลักเซมเบิร์ก โดยใช้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงชนิดของหน่วยลงทุน และ/หรือซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนหลักในประเทศอื่นใดนอกเหนือจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐเป็นสกุลเงินอื่นใดในภายหลังได้ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว โดยบริษัทจัดการจะคำนึงถึงประโยชน์ของกองทุนเป็นสำคัญ ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้า โดยจะปิดประกาศ ณ สำนักงานของบริษัทจัดการ และ/หรือผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืน (ถ้ามี) และ/หรือ เว็บไซต์ของบริษัทจัดการ เว้นแต่ในกรณีทีเป็นการเปลี่ยนแปลงโดยกองทุนรวมหลักในอนาคต ซึ่งบริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบโดยเร็วนับตั้งแต่วันที่บริษัทจัดการรู้หรือรับทราบเหตุการณ์ดังกล่าว ทั้งนี้ กองทุน BGF Dynamic High Income Fund (กองทุนหลัก) อาจพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (efficient portfolio management (EPM)) และเพื่อป้องกันความเสี่ยง (Hedging) กองทุนหลักมีการจำกัดการไถ่ถอนหน่วยลงทุนของกองทุนหลัก กรณีที่ผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนหลักไถ่ถอนหน่วยลงทุนเกินกว่าร้อยละ 10 ของ NAV ของกองทุนหลัก กองทุนหลักจะทยอยรับคำสั่งไถ่ถอนหน่วยลงทุนตามสัดส่วน (pro rata) เพื่อไม่ให้มีการไถ่ถอนเกินกว่าร้อยละ 10 ดังกล่าว โดยคำสั่งไถ่ถอนที่เกินกว่าร้อยละ 10 กองทุนหลักจะทำรายการให้ในวันทำการถัดไป อย่างไรก็ดี บลจ. มิได้จำกัดการไถ่ถอนหน่วยลงทุนของกองทุนไทยแต่อย่างใด เพียงแต่เปิดเผยข้อจำกัดของกองทุนหลักดังกล่าวไว้ในรายละเอียดโครงการเท่านั้น ในกรณีที่กองทุนปลายทางในต่างประเทศ (Master Fund) มีการลงทุนในทรัพย์สินประเภทอื่นที่ไม่ใช่ทรัพย์สินที่กองทุนไทยสามารถลงทุนได้ เช่น distressed securities และ/หรือ asset-backed commercial paper (backed by trade receivables) ที่มีลักษณะไม่เป็นตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดให้กองทุนไทยสามาถลงทุนได้ เป็นต้น ในอัตราส่วนที่มากกว่าร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนต่างประเทศ บริษัทจัดการจะดำเนินการดังต่อไปนี้ (1) บริษัทจัดการจะคัดเลือกกองทุนรวมในต่างประเทศกองทุนใหม่ เพื่อเป็นกองทุนหลักแทนกองทุนเดิม โดยกองทุนต่างประเทศกองทุนใหม่ดังกล่าว จะมีนโยบายการลงทุนที่ใกล้เคียงกับกองทุนเดิม และตอบสนองนโยบายการลงทุนของกองทุน และบริษัทเห็นว่าการย้ายไปลงทุนในกองทุนดังกล่าวเป็นผลดีต่อผลการดำเนินงานโดยรวมของกองทุนและเป็นประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุน โดยบริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะพิจารณาเปลี่ยนแปลงกองทุนต่างประเทศกองทุนใหม่ ที่มีคุณสมบัติตามที่ สำนักงาน ก.ล.ต.ประกาศกำหนด หรือมีแนวทางให้ดำเนินการได้ ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะดำเนินการให้เสร็จสิ้นโดยไม่ชักช้า และจะแจ้งให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.และผู้ถือหน่วยลงทุนทราบต่อไป (2) หากเกิดกรณีใดๆ ที่ทำให้บริษัทจัดการไม่สามารถดำเนินการคัดเลือกกองทุนรวมในต่างประเทศกองทุนใหม่ เพื่อเป็น กองทุนหลักแทนกองทุนเดิมได้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะดำเนินการเลิกกองทุน โดยจะดำเนินการจำหน่ายหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่เหลืออยู่ของกองทุน เพื่อคืนเงินตามจำนวนที่รวบรวมได้หลังหักค่าใช้จ่ายและสำรองค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องของกองทุน (ถ้ามี) ให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน ตามสัดส่วนจำนวนหน่วยลงทุนที่ถือต่อจำนวนหน่วยลงทุนที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด ในกรณีที่กองทุนไม่สามารถเข้าลงทุนในกองทุนหลัก หรือในกรณีที่กองทุนนี้มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ หรือในกรณีที่บริษัทจัดการเห็นว่าการลงทุนในกองทุนหลัก ไม่เหมาะสมอีกต่อไป อาทิเช่น กองทุนหลักมีผลตอบแทนต่ำกว่าผลตอบแทนของกองทุนต่างประเทศอื่นๆ และ/หรือผลตอบแทนของกองทุนหลักต่ำกว่าตัวชี้วัด (Benchmark) (ถ้ามี) และ/หรือ การลงทุนนั้นเบี่ยงเบนไปจากวัตถุประสงค์หรือนโยบายการลงทุนของกองทุน และ/หรือ การลงทุนของกองทุนหลักไม่เป็นไปตามหนังสือชี้ชวนหรือโครงการ หรือทำให้กองทุนนี้ไม่สามารถปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และ/หรือในกรณีที่กองทุนหลักได้เลิกโครงการ เป็นต้น บริษัทจัดการสงวนสิทธิที่จะนำเงินลงทุนของกองทุนไปลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนต่างประเทศอื่นที่มีนโยบายการลงทุนสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ และ/หรือนโยบายการลงทุนของกองทุน โดยถือว่าได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ซึ่งบริษัทจัดการอาจพิจารณาดำเนินการในครั้งเดียว หรือทยอยโอนย้ายเงินทุน ซึ่งอาจส่งผลให้ในช่วงเวลาดังกล่าว กองทุนอาจมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนต่างประเทศมากกว่า 1 กองทุน ในกรณีที่บริษัทอยู่ระหว่างดำเนินการตามข้างต้น จนเป็นเหตุให้การลงทุนของกองทุนรวมไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน ให้บริษัทจัดการดำเนินการแก้ไขสัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวมให้เป็นไปตามนโยบายการลงทุนภายใน 90 วันนับแต่วันที่สัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวมไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุน เว้นแต่บริษัทจัดการจะได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนให้เปลี่ยนแปลงประเภทของกองทุนรวมภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ทั้งนี้ ในการเปลี่ยนแปลงประเภทของกองทุนรวม บริษัทจัดการต้องจัดให้มีวิธีการในการให้สิทธิแก่ผู้ถือหน่วยลงทุนเดิมในการที่จะออกจากกองทุนรวมก่อนที่การเปลี่ยนแปลงประเภทของกองทุนรวมจะมีผลใช้บังคับ โดยวิธีการดังกล่าวต้องมีระยะเวลาเพียงพอและเป็นธรรมต่อผู้ถือหน่วยลงทุน รวมทั้งเมื่อได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนให้เปลี่ยนแปลงประเภทของกองทุนรวมแล้ว บริษัทจัดการต้องงดเก็บค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนจากผู้ถือหน่วยลงทุนทุกรายจนกว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะมีผลใช้บังคับ และในกรณีที่ครบกำหนด 90 วันนับแต่วันที่สัดส่วนการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุน แต่การเปลี่ยนแปลงประเภทของกองทุนรวมยังไม่มีผลใช้บังคับ บริษัทจัดการต้องไม่เสนอขายหน่วยลงทุนของกองทุนรวมนั้นเพิ่มเติม ทั้งนี้ กองทุนอาจไม่นับช่วงเวลาระหว่างรอการลงทุน ซึ่งมีระยะเวลาประมาณ 30 วันนับแต่วันจดทะเบียนกองทรัพย์สิน และช่วงระยะเวลาประมาณ 30 วันก่อนครบกำหนดอายุโครงการ รวมทั้งช่วงระยะเวลาที่กองทุนจำเป็นต้องรอการลงทุน และ/หรือในช่วงที่ผู้ลงทุนทำการขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก ซึ่งมีระยะเวลาไม่เกิน 10 วันทำการในการคํานวณสัดส่วนการลงทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะนำเงินลงทุนบางส่วนหรือทั้งหมดกลับเข้ามาลงทุนในประเทศ หรือสงวนสิทธิที่จะเลิกกองทุน โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนทุกรายแล้ว และไม่ถือว่าปฎิบัติผิดไปจากรายละเอียดโครงการกองทุน หากเกิดเหตุการณ์ดังต่อไปนี้ (1) ผู้จัดการกองทุนพิจารณาแล้วเห็นว่าสถานการณ์การลงทุนในต่างประเทศไม่เหมาะสม (2) กรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับวงเงินที่ได้รับอนุญาตให้นำเงินไปลงทุนในต่างประเทศ (3) กรณีที่ไม่สามารถสรรหา และ/หรือลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศใดๆ ที่มีนโยบายการลงทุนสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ และ/หรือนโยบายการลงทุนของโครงการ (4) กรณีที่กองทุนรวมมีจำนวนเงินที่ได้จากการเสนอขายหน่วยลงทุนครั้งแรกไม่เพียงพอต่อการจัดตั้งกองทุน เพื่อนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศได้อย่างเหมาะสม (5) กรณีมีเหตุให้เชื่อได้ว่าเพื่อเป็นการรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม ในกรณีที่กองทุนมีการลงทุนในกองทุนปลายทางไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทาง หากปรากฏว่า มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทางที่กองทุนรวมไปลงทุนมีการลดลงในลักษณะ ดังนี้ (1) มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ วันใดวันหนึ่งลดลงเกินกว่าสองในสามของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทาง หรือ (2) ยอดรวมของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกันคิดเป็นจำนวนเกินกว่าสองในสามของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทาง เงื่อนไข ในกรณีที่กองทุนปลายทางมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะดังกล่าว บริษัทจัดการจะดำเนินการ ดังต่อไปนี้ รายละเอียดการดำเนินการ การดำเนินการ ระยะเวลาดำเนินการ 1. แจ้งเหตุที่กองทุนปลายทางมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทาง การดำเนินการของ บลจ. ให้สำนักงานและผู้ถือหน่วยลงทุน (แนวทางการดังกล่าวต้องคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม) ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ 2. เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการตามข้อ 1 ต่อผู้ลงทุนทั่วไป (ดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวด้วย) พร้อมข้อ 1. 3. ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินการตามข้อ 1. ภายใน 60 วันนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ 4. รายงานผลการดำเนินการตามข้อ 3. ให้สำนักงานทราบ ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการตามข้อ 3. แล้วเสร็จ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตเป็น Fund of Funds หรือลงทุนโดยตรงในต่างประเทศ ซึ่งยังคงมีนโยบายการลงทุนแบบผสม โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (risk spectrum) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน โดยขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตลาด และต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน อนึ่ง บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน โดยวิธี เช่น ส่งหนังสือ และ/หรือจดหมายอิเล็คทรอนิกส์ ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงการลงทุนดังกล่าว สรุปสาระสำคัญของกองทุน BGF Dynamic High Income Fund ชื่อ BGF Dynamic High Income Fund อายุกองทุน ไม่กำหนด ประเทศที่จดทะเบียน ลักเซมเบิร์ก (LUXEMBOURG) Fund Launch Date 6 กุมภาพันธ์ 2018 ประเภทกองทุน กองทุนผสม วัตถุประสงค์การลงทุน กองทุนจะมีการบริหารแบบยืดหยุ่น ในสินทรัพย์ที่หลากหลาย ตามนโยบายของกองทุน ที่สามารถลงทุนได้ โดยมุ่งเน้นไปที่สินทรัพย์ที่สามารถสร้างกระแสรายได้ในระดับสูง นโยบายการลงทุน กองทุนจะมีการบริหารแบบยืดหยุ่น ในสินทรัพย์ที่หลากหลาย ตามนโยบายของกองทุน ที่สามารถลงทุนได้ โดยมุ่งเน้นไปที่สินทรัพย์ที่สามารถสร้างกระแสรายได้ในระดับสูง ในสินทรัพย์ที่หลากหลายประเภทอย่างมีนัยสำคัญ เช่น ตราสารหนี้ หลักทรัพย์ที่สามารถเปลี่ยนมือได้ ที่ออกโดย บริษัทเอกชน และ ภาครัฐบาล ซึ่งอาจมีการกำหนดผลตอบแทนแบบคงที่ และลอยตัว และอาจเป็นการลงทุนในตราสารที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในระดับ investment grade ต่ำกว่า investment grade หรือไม่ได้รับการจัดอันดับ รวมถึง covered call options และ หุ้นบุริมสิทธิ กองทุนนี้จะใช้กลยุทธ์การลงทุนที่หลากหลาย และอาจลงทุนทั่วโลกในตราสารที่ได้รับอนุญาต ซึ่งรวมถึง ตราสารทุน ตราสารที่เกี่ยวข้องกับตราสารทุน ตราสารหนี้ หลักทรัพย์ที่สามารถเปลี่ยนมือได้ หน่วยลงทุน เงินสด เงินฝาก และตราสารตลาดเงินโดยมีการ บริหารจัดการอัตราแลกเปลี่ยนแบบยืดหยุ่น กองทุนอาจลงทุนได้ถึงร้อยละ 50 ของสินทรัพย์รวมของกองทุน ใน ABS (Asset-backed Securities) และ MBS (Mortgage-backed Securities) ไม่ว่าจะได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในระดับ investment grade หรือไม่ก็ตาม ซึ่งอาจรวมถึง asset-backed commercial paper, collateralised debt obligations, collateralized mortgage obligations, commercial mortgage-backed securities, credit-linked notes, real estate mortgage investment conduits, residential mortgage-backed securities และ synthetic collateralised debt obligations. สินทรัพย์อ้างอิงของ ABS และ MBS อาจรวมถึงเงินให้กู้ยืม สัญญาเช่า หรือลูกหนี้ (เช่นหนี้บัตรเครดิต สินเชื่อรถยนต์ และเงินกู้เพื่อการศึกษาในกรณีของ ABS และสินเชื่อเพื่อการพาณิชย์ และที่อยู่อาศัยที่มาจากสถาบันการเงินที่มีการควบคุมและได้รับอนุญาต ในกรณีของ MBS) ABS และ MBS ที่กองทุนรวมลงทุนสามารถใช้ Leverage เพื่อเพิ่มผลตอบแทนแก่นักลงทุน บาง ABS อาจมีโครงสร้างโดยใช้อนุพันธ์ เช่น credit default swap หรือตะกร้าอนุพันธ์ดังกล่าว เพื่อให้ได้รับผลตอบแทนของหลักทรัพย์ของผู้ออกตราสารต่างๆ โดยไม่ต้องลงทุนในหลักทรัพย์โดยตรง การลงทุนใน Distressed Securities จะมีมูลค่าได้ไม่เกิน 10% ของมูลค่าสินทรัพย์รวมของกองทุน contingent convertible bonds มีมูลค่าได้ไม่เกินร้อยละ 20 ของสินทรัพย์ของกองทุน และการถือครอง structured notes ที่มีลักษณะเป็นหลักทรัพย์ที่สามารถเปลี่ยนมือได้ (ซึ่งอาจมีอนุพันธ์แฝง) ได้ไม่เกิน 30% ของสินทรัพย์รวม ในกรณีที่เป็น structured notes ที่มีอนุพันธ์แฝง สินทรัพย์อ้างอิงของ structured notes ดังกล่าวจะต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของ UCITS กองทุนอาจใช้อนุพันธ์โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการลงทุน และเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารพอร์ตลงทุน กองทุนนี้อาจมีความเสี่ยงจากการลงทุนในตราสาร ABS, MBS และ Non-investment grade และผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลในหนังสือชี้ชวน การใช้มาตรการการบริหารความเสี่ยง : Relative VaR โดยใช้ดัชนีตามที่กองทุนหลักกำหนดเป็นดัชนีอ้างอิง ระดับการ leverage ของกองทุน ร้อยละ 100 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ การจ่ายเงินปันผล ไม่จ่ายเงินปันผล วันทำการซื้อขาย ทุกวันทำการซื้อขาย Class & currency Class D / USD ISIN Code LU1564329206 Bloomberg Ticker BGDHD2U Management Company BlackRock (Luxembourg) S.A. Investment Adviser BlackRock Financial Management, Inc. Custodian The Bank of New York Mellon (International) Limited, Luxembourg Branch Website https://www.blackrock.com/sg/en/products/292581/blackrock-dynamic-high-income-fund ค่าธรรมเนียมของกองทุน BGF Dynamic High Income Fund ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บจากกองทุนรวม Management Fee : 0.75% ต่อปี Administration Fee : ไม่เกิน 0.25% ต่อปี Depositary Fees : - Safekeeping fees : 0.0024% ถึง 0.45% ต่อปี - Transaction fees : US$ 5.5 ถึง US$ 124 ต่อ transaction Securities Lending Fee : The securities lending Agent คือ BlackRock Advisors (UK) Limited รับค่าตอบแทน ไม่เกิน 37.5% ของรายได้สุทธิ จากธุรกรรม securities lending ongoing charges : 1.01%* *ongoing charges ที่ระบุข้างต้นเป็นค่าประมาณการ เนื่องจากเป็นกองทุนที่พึ่งจัดตั้ง โดยสามารถดูรายละเอียดค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริงได้จากรายงานประจำปีของกองทุนหลัก ทั้งนี้ ค่าใชจ่าย Ongoing Charges ที่เกิดขึ้นจริงอาจแตกต่างจากที่เปิดเผยข้างต้น โดยเป็นไปตามการดำเนินงานจริงของกองทุนหลักและอาจเปลี่ยนแปลงได้ในแต่ละปี โดยบริษัทจัดการขอสงวนสิทธิ ปรับปรุงรายละเอียดโครงการให้สอดคล้องกับค่าใชจ่าย Ongoing Charges ที่เปลี่ยนแปลงโดยกองทุนหลักในอนาคต โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บจากผู้ถือหน่วยลงทุน ค่าธรรมเนียมการขาย (Initial Charge) : 5.00% ค่าธรรมเนียมการขายคืน (Redemption Fee) : ไม่มี (อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการอาจเรียกเก็บค่าธรรมเนียม ไม่เกิน 2% โดยจ่ายเข้ากองทุน ในกรณีที่ผู้ถือหน่วยลงทุนมีพฤติกรรมซื้อขายหน่วยลงทุนถี่เกินไป (excessive trading) อนึ่ง กองทุนหลักอาจมีการแก้ไขเพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลงการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ของกองทุนได้ สรุปสาระสำคัญในส่วนของกองทุน BGF Dynamic High Income Fund ได้ถูกคัดเลือกมาเฉพาะส่วนที่สำคัญและจัดแปลมาจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ ดังนั้น ในกรณีที่มีความแตกต่างหรือไม่สอดคล้องกับต้นฉบับภาษาอังกฤษ ให้ถือตามต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นเกณฑ์ ทั้งนี้ หากกองทุน BGF Dynamic High Income Fund (กองทุนหลัก) มีการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลข้างต้นใดๆ อย่างไม่มีนัยสำคัญ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงข้อมูลดังกล่าว เพื่อให้สอดคล้องกับกองทุนหลัก โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้วและจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบโดยการลงประกาศในเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ เงื่อนไขอื่นๆ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงชนิดของหน่วยลงทุน (class) และสกุลเงินลงทุนเป็นสกุลเงินอื่นใดนอกเหนือจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ โดยคำนึงถึงและรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้า โดยจะปิดประกาศ ณ สำนักงานของบริษัทจัดการ และ/หรือผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืน (ถ้ามี) และ/หรือ เว็บไซต์ของบริษัท www.ktam.co.th เว้นแต่ในกรณีทีมีการเปลี่ยนแปลงสกุลเงินลงทุนเป็นสกุลเงินอื่นใด โดยเป็นการเปลี่ยนแปลงโดยกองทุนรวมหลักในอนาคต ซึ่งบริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบโดยเร็วนับตั้งแต่วันที่บริษัทจัดการรู้หรือรับทราบเหตุการณ์ดังกล่าว ความเสี่ยงกอง BGF Dynamic High Income Fund 1. ความเสี่ยงด้านเครดิตของผู้ออกตราสาร (Credit Risk of Issuers) กองทุนอาจเผชิญความเสี่ยงด้านเครดิตหรือการผิดนัดชำระหนี้ของตราสารหนี้ที่ลงทุน เมื่อเกิดการล้มละลาย หรือการผิดนัดชำระหนี้ของผู้ออกตราสาร ส่งผลให้กองทุนขาดทุน นอกจากนี้การลดอันดับความน่าเชื่อถือของตราสาร หรือ ผู้ออกตราสาร อาจส่งผลให้มูลค่า หรือ สภาพคล่องของตราสารลดลง และสิ่งเหล่านี้อาจส่งผลลบต่อกองทุน แต่อย่างไรก็ตามกองทุนอาจยังคงถือตราสารหนี้นี้ต่อเพื่อหลีกเลี่ยงการขายที่ราคาต่ำเกินไป (Distressed Sale) 2. ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Currency Risk) อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศอาจเคลื่อนไหวในทิศทางที่มีผลกระทบต่อผลตอบแทนของนักลงทุน ดังนั้นนักลงทุนจะเผชิญความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน 3. ความเสี่ยงของตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market Risk) กองทุนอาจลงทุนในตลาดเกิดใหม่ ซี่งประกอบไปด้วยประเทศในกลุ่มสมาชิกอาเซียน (ASEAN) และอาจทำให้มีความผันผวนสูงกว่าความผันผวนโดยเฉลี่ยของการลงทุนในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว อันเนื่องมาจากตลาดเกิดใหม่จะมีความเสี่ยงด้านการเมือง ภาษี เศรษฐกิจ สังคม อัตราแลกเปลี่ยน ผู้ดูแลผลประโยชน์ (Custodial) สภาพคล่อง และกฎระเบียบ สูงกว่าตลาดที่พัฒนาแล้ว 4. ความเสี่ยงจากข้อจำกัดของการลงทุนในต่างประเทศ (Foreign Investment Restriction Risk) บางประเทศอาจห้าม หรือ จำกัดการลงทุน หรือ จำกัดการนำรายได้และเงินทุนจากการขายหลักทรัพย์กลับประเทศของนักลงทุน ทำให้กองทุนอาจมีต้นทุนในการลงทุนที่สูงกว่าในประเทศเหล่านี้ ซึ่งข้อจำกัดต่างๆอาจทำให้การลงทุนและการนำเงินทุนกลับของกองล่าช้าได้ 5. ความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ย (Interest Rate Risk) การเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ยอาจส่งผลลบต่อมูลค่าของตราสารหนี้ที่กองทุนลงทุนอยู่ 6. ความเสี่ยงของตราสารหนี้รัฐบาล (Sovereign Debt Risk) กองทุนอาจลงทุนในตราสารหนี้ที่ออก หรือ รับประกัน (Guaranteed) โดยรัฐบาล ซึ่งจะมีความเสี่ยงด้านการเศรษฐกิจ การเมือง และความเสี่ยงด้านการผิดนัดชำระหนี้ ฯลฯ 7. ความเสี่ยงด้านตราสารทุน (Equity Risk) มูลค่าของตราสารทุนที่ผันผวนรายวัน ซึ่งถูกกระทบด้วยหลายปัจจัย เช่น ปัจจัยเฉพาะของผู้ออกตราสาร เศรษฐกิจโดยรวม และการพัฒนาทางการเมือง เป็นต้น 8. ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง (Liquidity Risk) มูลค่าการซื้อขายของหลักทรัพย์ที่กองทุนลงทุน อาจผันผวนอย่างมีนัยสำคัญ จากปัจจัยต่างๆ เช่น การพัฒนาของตลาดที่ซื้อขาย (Market Development) สภาวะตลาดโดยรวม (Market Sentiment) หรือ การแทรกแซงจากภาครัฐ (Government Intervention) ฯลฯ ซึ่งการไม่สามารถขายหลักทรัพย์ได้ทันทีในราคาและในเวลาที่ต้องการอาจส่งผลลบต่อกองทุน นอกจากนี้การไถ่ถอนกองทุนอาจถูกระงับชั่วคราวได้ในบางกรณีตามที่ระบุในหนังสือชี้ชวนของกองทุนหลัก 9. ความเสี่ยงจากการเติบโตของเงินลงทุน (Capital Growth Risk) กองทุนที่มีกลยุทธ์การลงทุนเพื่อสร้างรายได้ และอาจจ่ายปันผลจากเงินลงทุน หรือ กำไรสุทธิ ซึ่งกลยุทธ์การลงทุน และ/หรือ นโยบายการจ่ายปันผลของกองทุน อาจลดเงินลงทุน หรือ ลดโอกาสในการเติบโตของเงินลงทุนและกำไรในอนาคตของกองทุน 10. ความเสี่ยงจากตราสารอนุพันธ์ (Derivative Risk) การใช้ตราสารอนุพันธ์อาจทำให้กองทุนมีความเสี่ยงในระดับที่สูงขึ้น โดยสัญญาของตราสารอนุพันธ์อาจผันผวนสูง และการเคลื่อนไหวของตลาดเพียงเล็กน้อยอาจส่งผลกระทบต่อตราสารอนุพันธ์ได้มากกว่า ตราสารหนี้และตราสารทุนโดยทั่วไป อัตราทดในสถานะของตราสารอนุพันธ์ (Leveraged Derivative Position) สามารถเพิ่มความผันผวนให้กับกองได้ นอกจากนี้กองทุนอาจขาดทุนจากการที่คู่สัญญาไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขในสัญญาของตราสารอนุพันธ์ 11. ความเสี่ยงของตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าระดับที่ลงทุนได้ (Non-Investment Grade Bond Risk) กองทุนอาจลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าระดับที่ลงทุนได้ (Non-Investment Grade Bond) ซึ่งทำให้กองทุนมีความเสี่ยงด้านเครดิตหรือการผิดนัดชำระหนี้ ความเสี่ยงด้านความผันผวนและความเสี่ยงด้านสภาพคล่องสูงกว่าการลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade Bond) 12. ความเสี่ยงของหลักทรัพย์ด้อยคุณภาพ (Distressed Securities Risks) กองทุนอาจลงทุนในหลักทรัพย์ที่ออกโดยบริษัทซึ่งประสบปัญหาทางการเงิน (Financial Difficulty) อันมีความเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ไม่สามารถรับประกันได้ว่าข้อเสนอในการแลกเปลี่ยน หรือ การปรับโครงสร้างบริษัทใดจะประสบความสำเร็จโดยสมบูรณ์ 13. ความเสี่ยงของการให้ยืมหลักทรัพย์ (Risk of Securities Lending) กองทุนอาจมีส่วนร่วมในการให้ยืมหลักทรัพย์ (Securities Lending) ซึ่งทำให้กองทุนเผชิญความเสี่ยงด้านเครดิตจากคู่สัญญาของสัญญาการให้กู้ยืมหลักทรัพย์ หลักทรัพย์ที่กองทุนลงทุนสามารถนำไปให้กู้ยืมได้ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง การผิดสัญญาของคู่สัญญาและการลดลงของมูลค่าหลักประกัน (Collateral) ที่ต่ำกว่ามูลค่าของหลักทรัพย์ที่ให้ยืม อาจทำให้มูลค่าของกองทุนลดลงได้ 14. ความเสี่ยงของตราสารหนี้ภาคเอกชนที่ออกโดยธนาคาร (Risk of Bank Corporate Bond) การลงทุนในตราสารหนี้ภาคเอกชนที่ออกโดยธนาคารในกลุ่ม EU อาจทำให้กองทุนเผชิญความเสี่ยงที่รัฐบาลจะเอาเงินจากเจ้าหนี้ของแบงค์มาช่วยชำระ (Government Bail-in Action) ในกรณีที่แบงค์ไม่สามารถชำระภาระผูกพันทางการเงินได้ (Financial Obligations) ซึ่งวิธีการนี้จะทำให้มูลค่าของตราสารหนี้ของธนาคารลดลง 15. ความเสี่ยงของตราสารหนี้แปลงสภาพชนิดพิเศษ (Contingent Convertible Bond Risk) การลงทุนในตราสารหนี้แปลงสภาพชนิดพิเศษ (CoCos Bond) ทำให้กองทุนเผชิญความเสี่ยงและความไม่แน่นอนของการขาดทุนเงินลงทุนในระดับที่สูงขึ้นกว่าการลงทุนในตราสารหนี้และตราสารทุนอื่นๆ 16. ความเสี่ยงของตราสารที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน (ABS and MBS Risk) ภาระผูกพันที่เกี่ยวข้องกับตราสารที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันอาจมีความเสี่ยงด้านเครดิต สภาพคล่อง และความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับตราสารหนี้ประเภทอื่น เช่น ตราสารหนี้ที่ออกโดยรัฐบาล Asset-backed Securities (ABS) และ Mortgage-backed Securities (MBS) มีความเสี่ยงจากการจ่ายคืนเงินต้นก่อนกำหนด (Prepayment Risk) ของสินทรัพย์อ้างอิง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อระยะเวลาและขนาดของเงินสดที่หลักทรัพย์จ่าย และ อาจส่งผลลบต่อผลตอบแทนของหลักทรัพย์ ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุน : ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุนในประเทศ : ส่วนที่ 1 : ประเภทและคุณสมบัติของตราสารทางการเงินทั่วไป ประเภทของตราสาร ได้แก่ 1. ตราสารทุน 1.1 หุ้น 1.2 ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น (share warrants) 1.3 ใบแสดงสิทธิในการซื้อหุ้นเพิ่มทุนที่โอนสิทธิได้ (Transferable Subscription Right) 1.4 ใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่มี underlying เป็นหุ้นหรือ share warrants 1.5 ตราสารทุนอื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกับตราสารทุนตาม 1.1 - 1.4 ตามที่สำนักงานก.ล.ต.กำหนดเพิ่มเติม 2 ตราสารหนี้ 2.1 พันธบัตร 2.2 ตั๋วเงินคลัง 2.3 หุ้นกู้ (ไม่รวมหุ้นกู้แปลงสภาพ หุ้นกู้อนุพันธ์ และตราสาร Basel III) 2.4 ตั๋วแลกเงิน 2.5 ตั๋วสัญญาใช้เงิน 2.6 ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นกู้ 2.7 ใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่มี underlying เป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้ 2.8 ตราสารหนี้อื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกับตราสารหนี้ตาม 2.1 - 2.7 ตามที่สำนักงานกำหนดเพิ่มเติม 3. ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน (ไม่รวมตราสาร Basel III) 4. ศุกูก 5. ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (Derivative Warrants) ทั้งนี้ คุณสมบัติของตราสารและหลักเกณฑ์ในการลงทุนเป็นไปตามประกาศ ส่วนที่ 2 : ทรัพย์สินประเภทหน่วย CIS หน่วย infra และหน่วย property กรณีเป็นหน่วยที่การออกอยู่ภายใต้บังคับกฎหมายไทย เป็นไปตามประกาศ ทั้งนี้ จะไม่ลงทุนในหน่วย CIS ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ (listed fund) ซึ่งมีคุณสมบัติของตราสารเช่นเดียวกันกับตราสาร transferable securities ส่วนที่ 3 : ทรัพย์สินประเภทเงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก ส่วนที่ 4 : ธุรกรรมประเภทการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (reverse repo) ส่วนที่ 5 : ธุรกรรมประเภทการให้ยืมหลักทรัพย์ (securities lending) ส่วนที่ 6 : ธุรกรรมประเภท derivatives ทั้งนี้ ส่วนที่ 3 - ส่วนที่ 6 เป็นไปตามประกาศ ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุนในต่างประเทศ : ส่วนที่ 1 : ประเภทและคุณสมบัติของตราสารทางการเงินทั่วไป ประเภทของตราสารต่างประเทศ ได้แก่ 1. ตราสารทุนต่างประเทศ 1.1 หุ้น 1.2 ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น (share warrants) 1.3 ใบแสดงสิทธิในการซื้อหุ้นเพิ่มทุนที่โอนสิทธิได้ (Transferable Subscription Right) 1.4 ใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่มี underlying เป็นหุ้นหรือ share warrants 1.5 ตราสารทุนอื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกับตราสารทุนตาม 1.1 - 1.4 ตามที่สำนักงานก.ล.ต.กำหนดเพิ่มเติม 2. ตราสารหนี้ต่างประเทศ 2.1 พันธบัตร 2.2 ตั๋วเงินคลัง 2.3 หุ้นกู้ (ไม่รวมหุ้นกู้แปลงสภาพ หุ้นกู้อนุพันธ์ และตราสาร Basel III) 2.4 ตั๋วแลกเงิน 2.5 ตั๋วสัญญาใช้เงิน 2.6 ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นกู้ 2.7 ใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่มี underlying เป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้ 2.8 ตราสารหนี้อื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกับตราสารหนี้ตาม 2.1 - 2.7 ตามที่สำนักงาน ก.ล.ต.กำหนดเพิ่มเติม 3. ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุนต่างประเทศ (ไม่รวมตราสาร Basel III) 4. ศุกูก 5. ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ต่างประเทศ (Derivative Warrants) ทั้งนี้ คุณสมบัติของตราสารและหลักเกณฑ์ในการลงทุนเป็นไปตามประกาศ ส่วนที่ 2 : ทรัพย์สินประเภทหน่วย CIS หน่วย infra และหน่วย property กรณีเป็นหน่วยที่การออกอยู่ภายใต้บังคับกฎหมายต่างประเทศ เป็นไปตามประกาศ ทั้งนี้ จะไม่ลงทุนในหน่วย CIS ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ (listed fund) ซึ่งมีคุณสมบัติของตราสารเช่นเดียวกันกับตราสาร transferable securities ส่วนที่ 3 : ทรัพย์สินประเภทเงินฝากของสถาบันการเงินต่างประเทศหรือตราสารต่างประเทศที่เทียบเท่าเงินฝาก ส่วนที่ 4 : ธุรกรรมประเภทการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (reverse repo) ส่วนที่ 5 : ธุรกรรมประเภทการให้ยืมหลักทรัพย์ (securities lending) ส่วนที่ 6 : ธุรกรรมประเภท derivatives ในต่างประเทศ ทั้งนี้ ส่วนที่ 3 - ส่วนที่ 6 เป็นไปตามประกาศ
Investment policy as filed with SEC Thailand.
actual = what the AMC currently charges · max = prospectus ceiling (no actual reported). Annual fees aren’t additive with one-time fees.