K Global Private Equity Fund Not for Retail Investors
KASIKORN ASSET MANAGEMENT COMPANY LIMITED · Alternative Assets · settlement T+40
↳ Invests in กองทุน EQT Nexus Fund SICAV - ENXF SICAV - I, Class I EUR-Z · ลักเซมเบิร์ก
✨Invests primarily in private equity through the EQT Nexus Fund SICAV, focusing on non-listed companies, alongside potential investments in various financial instruments.
กองทุนมีนโยบายที่จะนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศ โดยจะเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน EQT Nexus Fund SICAV - ENXF SICAV - I, Class I EUR-Z (กองทุนหลัก) ซึ่งมีนโยบายเน้นลงทุนในหุ้นของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Private Equity) ผ่านการลงทุนในกองทุน (Fund Investments) และการร่วมลงทุน (Co-Investments) ทั้งนี้ กองทุนหลักดังกล่าวเป็นกองทุนในกลุ่ม EQT Nexus Fund SICAV ที่จัดตั้งขึ้นภายใต้กฎหมายของประเทศลักเซมเบิร์ก (Luxembourg) ในรูปแบบ société d’investissement à capital variable (SICAV) และอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของ EQT Fund Management S.à r.l. รวมถึงเป็นกองทุนที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ Commission de Surveillance du Secteur Financier (CSSF) ภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้องของประเทศลักเซมเบิร์ก กองทุนหลักแบ่งหน่วยลงทุนที่เสนอขายออกเป็น Share Class ซึ่งจะแตกต่างกันที่รายละเอียดต่างๆ เช่น มูลค่าขั้นต่ำของการสั่งซื้อ ระยะเวลาการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน โครงสร้างอัตราค่าธรรมเนียม สกุลเงิน คุณสมบัติของผู้ลงทุน หรือลักษณะอื่นๆ ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนใน Share Class I EUR-Z ซึ่งเป็น Share Class สำหรับผู้ลงทุนที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินและซื้อขายเป็นสกุลเงินยูโร (EUR) โดยบริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะพิจารณาเปลี่ยนแปลง Share Class รวมทั้งสกุลเงินที่ลงทุน โดยคำนึงถึงและรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญและไม่ถือว่าเป็นการดำเนินงานที่ผิดไปจากรายละเอียดโครงการ โดยถือว่าได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว และบริษัทจัดการจะประกาศให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ ส่วนที่เหลือ กองทุนอาจลงทุนในตราสารทุน ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตราสารหนี้ เงินฝาก หน่วย CIS หน่วย property หน่วย infra สัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) ตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) รวมทั้งหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นใดทั้งในและต่างประเทศ ตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่กองทุนจะเข้าเป็นคู่สัญญา จะมีสินทรัพย์อ้างอิงอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ได้แก่ ทรัพย์สินที่กองทุนสามารถลงทุนได้ อัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยนเงิน เครดิต ทองคำ หรือน้ำมันดิบ หากราคาสินทรัพย์อ้างอิงมีความผันผวนมากหรือทิศทางการลงทุนไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ หรือคู่สัญญาที่ทำธุรกรรมไม่สามารถชำระภาระผูกพันได้ตามกำหนดเวลา อาจทำให้กองทุนขาดทุนจากการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าหรือตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝงได้ ทั้งนี้ บริษัทจัดการอาจพิจารณาปรับเปลี่ยนการลงทุนหรือการเข้าทำธุรกรรมให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการจะวิเคราะห์และติดตามปัจจัยที่มีผลกระทบต่อราคาสินทรัพย์อ้างอิง รวมถึงพิจารณาความน่าเชื่อถือของคู่สัญญาก่อนทำธุรกรรมและติดตามอย่างต่อเนื่อง โดยกองทุนจะเน้นทำธุรกรรมกับคู่สัญญาที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) กองทุนอาจลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non – Investment Grade) และหรือตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) และหลักทรัพย์ที่มิได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) ได้ไม่เกินร้อยละ 100 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน กองทุนและกองทุนหลักอาจมีการลงทุนหรือการทำธุรกรรมดังต่อไปนี้ โดยมีฐานะการลงทุนสูงสุดของกองทุน (Maximum Limit) ในการลงทุนหรือการทำธุรกรรมดังกล่าว ดังนี้ 1. กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) และตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝงเฉพาะส่วนที่มีลักษณะเป็นสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยมีสัดส่วนการลงทุนไม่เกินร้อยละ 150 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน กองทุนหลักอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) ได้ โดยไม่จำกัดอัตราส่วน 2. กองทุนอาจกู้ยืมเงินและทำธุรกรรมขายโดยมีสัญญาซื้อคืนเพื่อการลงทุนได้ไม่เกินร้อยละ 50 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ซึ่งการกู้ยืมเงินดังกล่าวอาจมีการนำหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินไปเป็นหลักประกันได้ กองทุนหลักอาจกู้ยืมเงินเพื่อการลงทุนได้ไม่เกินร้อยละ 30 ของมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมดของกองทุนหลัก 3. กองทุนจะลงทุนในหน่วย Private Equity โดยมีสัดส่วนการลงทุนไม่เกินร้อยละ 150 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน กองทุนหลักอาจมีสัดส่วนการลงทุนในหน่วย Private Equity ได้ไม่เกินร้อยละ 130 ของมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมดของกองทุนหลัก อย่างไรก็ตาม กองทุนและกองทุนหลักจะไม่ทำธุรกรรมการขายหลักทรัพย์ที่ต้องยืมมาเพื่อการส่งมอบ (Short Sale) นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่นซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของบริษัทจัดการเดียวกันได้ไม่เกินร้อยละ 100 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และกองทุนรวมอื่นนั้นมีการลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมใดๆ ที่บริษัทจัดการเดียวกันเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินการต่อไปได้อีกไม่เกิน 1 ทอด ในกรณีที่บริษัทจัดการพิจารณาเห็นว่าการลงทุนในกองทุน EQT Nexus Fund SICAV - ENXF SICAV - I (กองทุนหลัก) ไม่เหมาะสมอีกต่อไป อาทิ 1) กรณีที่ผลตอบแทนของกองทุนหลักต่ำกว่าผลตอบแทนของกองทุนอื่นๆ ที่มีนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกันอย่างมีนัยสำคัญหรือติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน หรือ 2) ขนาดของกองทุนหลักลดต่ำลงมากอย่างมีนัยสำคัญจนอาจมีผลกระทบต่อการลงทุนหรือผลการดำเนินงานของกองทุนหลัก หรือ 3) การลงทุนของกองทุนหลักไม่เป็นไปตามหนังสือชี้ชวนหรือโครงการ หรือ 4) กองทุนหลักมีการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์หรือนโยบายการลงทุนจนเป็นเหตุให้ไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์การลงทุนของกองทุน หรือ 5) กรณีที่เกิดเหตุการณ์ใดที่ส่งผลให้กองทุนหลักมีคุณสมบัติไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.กำหนด หรือ 6) เมื่อกองทุนหลักกระทำความผิดร้ายแรงตามความเห็นของหน่วยงานที่กำกับดูแลกองทุนหลัก หรือ 7) เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของกองทุนในฐานะผู้ลงทุน หรือ 8) กองทุนหลักเลิกกองทุน หรือ 9) กรณีที่บริษัทจัดการพิจารณาเห็นว่ากลยุทธ์หรือนโยบายการลงทุนของกองทุนหลักไม่เหมาะสมกับสภาวะตลาดหรือการย้ายไปลงทุนในกองทุนอื่นที่มีลักษณะหรือนโยบายการลงทุนสอดคล้องกับวัตถุประสงค์การลงทุนของกองทุน จะเป็นประโยชน์ต่อกองทุนและหรือผู้ถือหน่วยลงทุน เมื่อเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวข้างต้น บริษัทจัดการจะดำเนินการพิจารณาคัดเลือกและลงทุนในกองทุนหลักใหม่ที่มีลักษณะหรือนโยบายการลงทุนที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์การลงทุนของกองทุนและในการโอนย้ายกองทุนดังกล่าว บริษัทจัดการอาจดำเนินการในครั้งเดียวหรือทยอยโอนย้ายเงินลงทุน ซึ่งอาจส่งผลให้ช่วงเวลาดังกล่าว กองทุนอาจมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศมากกว่า 1 กองทุน อย่างไรก็ตาม หากเกิดกรณีใดๆ ที่ทำให้บริษัทจัดการไม่สามารถดำเนินการคัดเลือกกองทุนหลักใหม่แทนกองทุนหลักเดิมได้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะดำเนินการเลิกกองทุน โดยต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวมเป็นสำคัญ ซึ่งการเปลี่ยนกองทุนหลักหรือเลิกกองทุนดังกล่าวถือว่าได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ในกรณีที่ผู้ถือหน่วยลงทุนมีการส่งคำสั่งซื้อขายหน่วยลงทุนเป็นจำนวนมากและหรือกองทุนอยู่ระหว่างรอชำระเงินค่าขายคืนหน่วยลงทุนให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนนั้น อาจทำให้มีบางช่วงเวลาที่อัตราส่วนการลงทุนในกองทุนหลักไม่เป็นไปตามอัตราส่วนการลงทุนที่กำหนดสำหรับกองทุนรวมฟีดเดอร์ได้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตเป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds) หรือเป็นกองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรงในสินทรัพย์ประเภท Private Equity ได้ หรือสามารถกลับมาเป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder Fund) โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (risk profile) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตลาดและเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน โดยบริษัทจัดการจะประกาศให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงประเภทกองทุนดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ ลักษณะสำคัญของกองทุน EQT Nexus Fund SICAV - ENXF SICAV - I, Class I EUR-Z (กองทุนหลัก) : ชื่อกองทุนหลัก EQT Nexus Fund SICAV - ENXF SICAV - I Share Class Class I EUR-Z วันจัดตั้งกองทุนหลัก 17 เมษายน 2566 สกุลเงิน ยูโร (EUR) อายุกองทุน ไม่กำหนด บริษัทจัดการ EQT Fund Management S.à r.l. ผู้เก็บรักษาทรัพย์สิน Bank of New York Mello SA/NV, Luxembourg Branch นายทะเบียน Bank of New York Mello SA/NV, Luxembourg Branch ผู้สอบบัญชี KPMG ISIN LU2617117614 นโยบายการจ่ายเงินปันผล ไม่มี การเสนอขายหน่วยลงทุน รายเดือน ซึ่งกำหนดให้วันทำการแรกของเดือนเป็นวันขายหน่วยลงทุน โดยต้องส่งคำสั่งซื้อหน่วยลงทุนล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วันทำการก่อนวันสิ้นเดือนก่อนหน้าวันทำการขายนั้น การรับซื้อคืนหน่วยลงทุน รายไตรมาส ซึ่งกำหนดให้วันสุดท้ายของเดือนมีนาคม มิถุนายน กันยายน และธันวาคม เป็นวันรับซื้อคืนหน่วยลงทุน โดยต้องส่งคำสั่งขายคืนหน่วยลงทุนล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนวันรับซื้อคืนหน่วยลงทุน การประกาศมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน รายเดือน โดยจะประกาศมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของทุกวันสิ้นเดือน ภายใน 20 วันทำการนับแต่วันสิ้นเดือนนั้น วันรับเงินค่าขายคืนหน่วยลงทุน ภายใน 35 วันทำการนับแต่วันรับซื้อคืนหน่วยลงทุน เนื่องจากกองทุนหลักจะชำระเงินค่าขายคืนหน่วยลงทุนภายใน 15 วันทำการนับแต่วันประกาศมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก เพดานการขายคืนหน่วยลงทุน (Redemption Gate) กองทุนหลักมีการจำกัดการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนสุทธิไม่เกินร้อยละ 5 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ซึ่งมูลค่าการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนสุทธิดังกล่าวไม่รวมถึงหน่วยลงทุนที่มีการไถ่ถอนก่อนกำหนด โดยมูลค่าทรัพย์สินสุทธิที่ใช้เป็นฐานในการคำนวณเท่ากับค่าเฉลี่ยของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ณ วันสิ้นเดือนของ 3 เดือนก่อนหน้า ทั้งนี้ คําสั่งขายคืนหน่วยลงทุนที่จะได้รับการจัดสรรจะคำนวณตามสัดส่วน (pro rata basis) ส่วนคําสั่งขายคืนหน่วยลงทุนที่เหลือจะถือเป็นคําสั่งขายคืนหน่วยลงทุนในไตรมาสถัดไป ค่าธรรมเนียม - มูลค่าขั้นต่ำในการซื้อครั้งแรก (Minimum Initial Subscription) : 25,000 ยูโร - มูลค่าขั้นต่ำในการซื้อครั้งถัดไป (Minimum Subsequent Subscription) : 1,000 ยูโร - ค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุน (Entry Fee) : ไม่มี - ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (Exit Fee) : จะเรียกเก็บในอัตราร้อยละ 5.00 ของมูลค่าหน่วยลงทุนที่ขายคืน ในกรณีที่เป็นการขายคืนหน่วยลงทุนก่อน 18 เดือนนับจากวันเริ่มถือครองหน่วยลงทุนนั้นถึงวันรับซื้อคืนหน่วยลงทุน - ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) : สูงสุดไม่เกินร้อยละ 1.35 ต่อปีของ Adjusted NAV โดยปัจจุบันเรียกเก็บร้อยละ 1.35 ต่อปีของ Adjusted NAV ซึ่ง Adjusted NAV พิจารณาจากมูลค่าที่มากกว่าระหว่าง (1) มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก หรือ (2) มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก หักด้วยเงินสดหรือตราสารเทียบเท่าเงินสด บวกด้วยจำนวนเงินที่ตกลงจะเข้าลงทุนทั้งหมดแต่ยังมิได้นำไปลงทุน - ประมาณการค่าใช้จ่ายทั้งหมดของกองทุนหลัก (Estimate Total Expenses) : ร้อยละ 1.90 ต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก (ข้อมูล ณ วันที่ 18 ธันวาคม 2566) - ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายอื่นๆที่เกิดขึ้นจากการลงทุนในกองทุน (Fund Investments) หรือการเข้าร่วมลงทุน (Co-investments) Website https://nexus.eqtgroup.com/fund-information/#key-documents วัตถุประสงค์การลงทุนและกลยุทธ์การลงทุนของกองทุนหลัก กองทุนหลักมุ่งสร้างผลตอบแทนโดยคำนึงถึงความเสี่ยงจากการลงทุนและการเติบโตของเงินทุนในระยะปานกลางถึงระยะยาว โดยจะเข้าลงทุนในหุ้นของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Private Equity) กองทุนหลักมีการบริหารการลงทุนเชิงรุก (active management) โดยจะลงทุนทั้งหมดหรือส่วนใหญ่ในกองทุน EQT Nexus Fund (Master) FCP และกองทุน EQT Nexus Fund (Master) FCP จะลงทุนผ่าน ENXF Aggregator SCSp เพื่อถือครองการลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ ทั้งนี้ กองทุนหลัก กองทุน EQT Nexus Fund (Master) FCP และ ENXF Aggregator SCSp อาจลงทุนผ่านนิติบุคคลเฉพาะกิจ (Special Purpose Vehicles) หรือเครื่องมือการลงทุนอื่นๆ ได้ นโยบายการลงทุนของกองทุนหลัก กองทุนหลักจะจัดสรรเงินที่ได้รับจากการจำหน่ายหน่วยลงทุน ดังนี้ (1) ลงทุนในรูปแบบ Fund Investments ซึ่งเป็นการลงทุนในกองทุนที่ EQT เป็นผู้บริหารจัดการ ให้คำแนะนำ และหรือดำเนินการ รวมถึงกองทุนใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับ EQT ซึ่งรวมเรียกว่า Underlying EQT Funds (2) เข้าร่วมลงทุน (Co-investments) ควบคู่ไปกับกองทุนของ EQT (3) ถือครองสินทรัพย์สภาพคล่อง (Liquidity Sleeve) ทั้งนี้ ในเบื้องต้นการลงทุนใน Underlying EQT Funds และ Co-investments จะมุ่งเน้นลงทุนใน EQT Business Line ซึ่งแบ่งเป็น 1. กลุ่ม Private Capital 1.1 EQT Private Equity : มุ่งเน้นลงทุนในบริษัทขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ที่มีคุณภาพสูง โดยใช้วิธีการลงทุนตามธีมการลงทุน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นบริษัทในยุโรปและอเมริกาเหนือ ปัจจุบันเน้นลงทุนในกลุ่มธุรกิจการดูแลสุขภาพ เทคโนโลยี การบริการ และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม 1.2 BPEA EQT : เป็นการร่วมมือกันระหว่างทีมที่ปรึกษา private equity จาก Baring Private Equity Asia (“BPEA”) และ EQT Asia โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้นักลงทุนได้มีโอกาสลงทุนใน private equity ในเอเชีย 1.3 EQT Ventures : ลงทุนในบริษัทที่เติบโตอย่างรวดเร็ว บริษัทที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีในทุกอุตสาหกรรมทั่วโลก โดยมุ่งเน้นบริษัทที่อยู่ในยุโรปและสหรัฐอเมริกา ปัจจุบันเน้นลงทุนในบริษัทที่อยู่ระยะเริ่มแรก (early-stage strategy) ซึ่งโดยทั่วไปจะมีมูลค่าการลงทุนระหว่าง 2 ล้านยูโรถึง 50 ล้านยูโร 1.4 EQT Growth : เน้นการเป็นหุ้นส่วนกับผู้ก่อตั้งและทีมผู้บริหารของบริษัท ผ่านการลงทุนในอุตสาหกรรมด้านเทคโนโลยี การใช้เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมที่มีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว เช่น เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ องค์กร ผู้บริโภค และสภาพภูมิอากาศ โดยจะเน้นลงทุนในบริษัทที่มีการเติบโตสูงในตลาดยุโรป ซึ่งโดยทั่วไปจะมีมูลค่าการลงทุนระหว่าง 50 ล้านยูโรถึง 200 ล้านยูโร 1.5 EQT Future : ลงทุนในกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ "สภาพภูมิอากาศและธรรมชาติ" และ "สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี" ซึ่งมุ่งหวังที่จะเปลี่ยนแปลงบริษัทที่มีคุณภาพสูงให้สร้างผลกระทบในวงกว้างและให้ผลตอบแทนที่ปรับด้วยความเสี่ยงที่น่าสนใจ โดยเน้นลงทุนในบริษัทในทวีปยุโรปที่อยู่ในตลาดหลักของ EQT และอาจลงทุนในบริษัทขนาดใหญ่ในสหรัฐอเมริกา 1.6 EQT Life Sciences : เน้นลงทุนในบริษัทที่มีนวัตกรรมขั้นสูง พัฒนายาตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจนถึงระยะการเติบโต ผลิตยาเฉพาะทาง เทคโนโลยีทางการแพทย์ และบริษัทที่มีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพทางการแพทย์และการตรวจวินิจฉัย 2. กลุ่ม Real Assets 2.1 EQT Value-Add Infrastructure : มุ่งเน้นลงทุนในบริษัทที่พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่มีผลการดำเนินงานแข็งแกร่ง ซึ่งเป็นบริการที่จำเป็นในสังคม 2.2 EQT Active Core Infrastructure : ขยายขอบเขตการลงทุนของ EQT Infrastructure โดยหาโอกาสการลงทุนที่น่าสนใจที่มีความเสี่ยงที่ต่ำกว่าและผลตอบแทนที่คาดการณ์ได้มากขึ้น โดยเน้นลงทุนในยุโรปและอเมริกาเหนือ 2.3 EQT Exeter : ลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การซื้อ การพัฒนา และการเช่า ทั้งนี้ EQT Business Line ข้างต้นอาจเปลี่ยนแปลงได้ อย่างไรก็ตาม กองทุนหลักจะเน้นลงทุนใน EQT Private Equity และ EQT Value-Add Infrastructure ประมาณร้อยละ 50 – 70 ของเงินลงทุนที่ไม่รวมส่วนของ Liquidity Sleeve ในส่วนของ Liquidity Sleeve กองทุนหลักจะลงทุนในตราสารหนี้ที่ซื้อขายทั้งในตลาดและนอกตลาด หลักทรัพย์อื่นๆ รวมถึงการถือครองเงินสดไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก เพื่อการสร้างรายได้ ความสะดวกในการจัดการเงินทุน และสภาพคล่องของกองทุน กองทุนหลักจะลงทุนทั้งทางตรงและทางอ้อมในแต่ละสินทรัพย์ (Single Investment) ได้ไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก โดยจะยกเว้นในช่วงระยะเวลาเข้าลงทุน (ramp-up period) และข้อยกเว้นอื่นใดตามที่กองทุนหลักกำหนด กองทุนหลักอาจกู้ยืมทั้งทางตรงหรือทางอ้อม เพื่อการลงทุนและวัตถุประสงค์อื่นใดได้ ไม่เกินร้อยละ 30 ของมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมดของกองทุนหลัก กองทุนหลักอาจเข้าทำธุรกรรมในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เพื่อวัตถุประสงค์ในการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน ซึ่งรวมถึงการป้องกันความเสี่ยง โดยการเข้าทำธุรกรรมดังกล่าวจะเป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนหลัก การสรุปสาระสำคัญในส่วนของกองทุน EQT Nexus Fund SICAV - ENXF SICAV - I (กองทุนหลัก) ได้ถูกคัดเลือกมาเฉพาะส่วนที่สำคัญและจัดแปลมาจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ ดังนั้น ในกรณีที่มีความแตกต่างหรือไม่สอดคล้องกับต้นฉบับภาษาอังกฤษให้ถือตามต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นเกณฑ์ ทั้งนี้ หากกองทุนหลักมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลข้างต้นใดๆ ซึ่งบริษัทจัดการเห็นว่าไม่มีนัยสำคัญ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงข้อมูลดังกล่าวเพื่อให้สอดคล้องกับกองทุนหลัก
Investment policy as filed with SEC Thailand.
actual = what the AMC currently charges · max = prospectus ceiling (no actual reported). Annual fees aren’t additive with one-time fees.