K Global VC PE 23A Fund Not for Retail Investors
KASIKORN ASSET MANAGEMENT COMPANY LIMITED · Alternative Assets · settlement T+5
↳ Invests in LOIM PE K Investments – K Global VC · ลักเซมเบิร์ก
✨Invests in international private equity through primary, secondary, and co-investments in venture capital and growth capital for private companies.
กองทุนมีนโยบายที่จะลงทุนในหน่วย Private Equity ต่างประเทศ โดยไม่จำกัดอัตราส่วน ผ่านการลงทุนในกองทุน LOIM PE K Investments – K Global VC (“กองทุนย่อย”) ที่มีนโยบายลงทุนในสินทรัพย์ประเภท Private Equity ที่ซื้อขายในตลาดแรก (Primary Investments) ตลาดรอง (Secondary Investments) หรือการร่วมลงทุน (Co-Investments) โดยจะเข้าลงทุนในบริษัทที่เพิ่งเริ่มก่อตั้งกิจการ (Venture Capital) และบริษัทที่อยู่ในช่วงเติบโตและต้องการเงินทุนเพื่อขยายกิจการ (Growth Capital) ซึ่งการลงทุนในบริษัทดังกล่าวอาจเป็นการลงทุนผ่านหน่วย Private Equity และ/หรือลงทุนโดยตรงในหุ้นของบริษัทเอกชนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Private Companies) และ/หรือลงทุนผ่านนิติบุคคลเฉพาะกิจ (Special Purpose Vehicles) (ซึ่งรวมเรียกว่า “กองทุนอ้างอิง” (Underlying Funds)) กองทุน LOIM PE K Investments – K Global VC เป็นกองทุนย่อย (Compartment) ของ LOIM PE K Investments (“กองทุนหลัก”) ที่จัดตั้งขึ้นภายใต้กฎหมายของประเทศลักเซมเบิร์ก (Luxembourg) เป็น Reserved Alternative Investment Fund (RAIF) ในรูปแบบ Corporate Partnership Limited by Shares และอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของ Lombard Odier Funds (Europe) S.A. ซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดย Lombard Odier Investment Managers Private Equity ในฐานะหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (General Partner) ให้บริหารจัดการกองทุนหลักในฐานะผู้จัดการ (Manager) โดยที่กองทุนหลักและกองทุนย่อยมีสถานะทางกฎหมายเป็นนิติบุคคลเดียวกัน (เรียกรวมว่า “กองทุน LOIM”) ซึ่งกองทุนจะลงทุนในกองทุน LOIM ในฐานะผู้ถือหุ้นจำกัดความรับผิด (Limited Shareholder) มีมูลค่าขั้นต่ำในการลงทุน (Minimum Capital Commitment) ไม่น้อยกว่า 15 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ โดยกองทุนย่อยมีอายุกองทุนประมาณ 7 ปี และอาจถูกขยายได้อีกไม่เกิน 2 ปี กองทุน LOIM แบ่งหุ้นเป็นสองประเภทดังนี้ (1) ผู้ถือหุ้นที่มีอำนาจบริหารจัดการ (Management Shares) ซึ่งโดยผลของกฎหมาย จะต้องรับผิดในหนี้ใดๆ ที่ไม่สามารถชำระได้จากสินทรัพย์ของกองทุน LOIM โดย Lombard Odier Investment Managers Private Equity จะมีสถานะเป็นผู้ถือหุ้นที่มีอำนาจบริหารจัดการของกองทุน LOIM ต่อไปนี้จะเรียกว่า “หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด” (General Partner) ซึ่งต้องกระทำการเพื่อประโยชน์สูงสุดของกองทุน LOIM (2) ผู้ถือหุ้นสามัญ (Ordinary Shares) มีความรับผิดจำกัดเพียงจำนวนเงินที่ลงทุนในกองทุน LOIM ต่อไปนี้จะเรียกว่า “ผู้ถือหุ้นจำกัดความรับผิด” (Limited Shareholder) โดยกองทุนจะมีสถานะเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นจำกัดความรับผิด (Limited Shareholder) ของกองทุน LOIM (หุ้นที่มีอำนาจบริหารจัดการและหุ้นสามัญต่อไปนี้จะเรียกรวมกันว่า “หุ้น”) ส่วนที่เหลือ กองทุนอาจลงทุนในตราสารทุน ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตราสารหนี้ หน่วย CIS หน่วย property หน่วย infra และหรือเงินฝากในสถาบันการเงินทั้งในและต่างประเทศ ทั้งที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) และหรือต่ำกว่าอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Non-Investment Grade) และหรือที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) โดยไม่จำกัดอัตราส่วน รวมทั้งอาจลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดหรือเห็นชอบให้กองทุนลงทุนได้ ทั้งนี้ กองทุนจะทยอยลงทุนในกองทุนย่อย ตามที่กองทุนย่อยมีการเรียกระดมทุน (Capital Call) ตามระยะเวลาและจำนวนที่กองทุนย่อยกำหนด ซึ่งกองทุนย่อยจะเรียกระดมทุนครั้งแรกหลังจากกระบวนการการเปิดบัญชีกองทุน K-GVC23A-UI กับกองทุนหลักเรียบร้อยแล้ว โดยกองทุนย่อยมีระยะเวลาเข้าลงทุน (Investment Period) ในกองทุนอ้างอิงภายใน 3 ปี นับจากวันสุดท้ายที่กองทุนย่อยเปิดรับการลงทุน (Final Closing) โดยที่หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (General Partner) อาจขยายระยะเวลาดังกล่าวออกได้ไม่เกิน 2 ครั้ง ครั้งละ 6 เดือน และการจัดสรรการลงทุนในระหว่างรอการเรียกระดมทุน (Capital Call) จากกองทุนย่อยจะเป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน เพื่อให้สอดคล้องกับกำหนดการเรียกระดมทุน (Capital Call) จากกองทุนย่อย อย่างไรก็ตาม การที่กองทุนมีการทยอยลงทุนในกองทุนย่อย อาจทำให้มีบางช่วงเวลาที่อัตราส่วนการลงทุนในกองทุนย่อยไม่เป็นไปตามอัตราส่วนการลงทุนที่กำหนดสำหรับกองทุนรวมฟีดเดอร์ได้ กองทุนจะลงทุนในกองทุนย่อยโดยใช้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) เป็นสกุลเงินหลัก โดยกองทุน LOIM อาจลงทุนได้หลากหลายสกุลเงิน เช่น สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ สกุลเงินยูโร เป็นต้น ทั้งนี้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงสกุลเงินในภายหลัง โดยถือว่าได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ซึ่งบริษัทจัดการจะคำนึงถึงประโยชน์ของกองทุนเป็นสำคัญ โดยบริษัทจัดการจะประกาศให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ กองทุนและกองทุนย่อยอาจมีการลงทุนหรือการทำธุรกรรมดังต่อไปนี้ โดยมีฐานะการลงทุนสูงสุดของกองทุน (Maximum Limit) ในการลงทุนหรือการทำธุรกรรมดังกล่าว ดังนี้ 1. สัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) และตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝงเฉพาะส่วนที่มีลักษณะเป็นสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยมีสัดส่วนการลงทุนไม่เกินร้อยละ 100 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ซึ่งกองทุนย่อยจะไม่ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า 2. กองทุนอาจกู้ยืมเงินหรือทำธุรกรรมขายโดยมีสัญญาซื้อคืนเพื่อการลงทุน โดยมีสัดส่วนการลงทุนไม่เกินร้อยละ 50 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และกองทุนย่อยอาจกู้ยืมเงินเพื่อการลงทุน โดยมีสัดส่วนการลงทุนไม่เกินร้อยละ 50 ของ Capital Commitment ของกองทุนย่อย 3. กองทุนจะลงทุนในหน่วย Private Equity โดยมีสัดส่วนการลงทุนไม่เกินร้อยละ 100 ของมูลค่าเงินลงทุนทั้งหมด และกองทุนย่อยอาจมีสัดส่วนการลงทุนในหน่วย Private Equity ได้ไม่เกินร้อยละ 150 ของจำนวนเงินลงทุนที่ผู้ถือหุ้นจำกัดความรับผิด (Limited Shareholder) ตกลงจะจ่าย (Capital Commitment) ทั้งหมดของกองทุนย่อย ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน อย่างไรก็ตาม กองทุนและกองทุนย่อยจะไม่ทำธุรกรรมการขายหลักทรัพย์ที่ต้องยืมมาเพื่อการส่งมอบ (Short Sale) นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่นซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของบริษัทจัดการเดียวกันได้โดยไม่จำกัดอัตราส่วน และกองทุนรวมอื่นนั้นมีการลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมใดๆ ที่บริษัทจัดการเดียวกันเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินการต่อไปได้อีกไม่เกิน 1 ทอด บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตเป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds) หรือเป็นกองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรงในสินทรัพย์ประเภท Private Equity ได้ หรือสามารถกลับมาเป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder Fund) โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (risk profile) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตลาด โดยเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน โดยบริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงประเภทกองทุนดังกล่าว โดยประกาศผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ * กองทุนย่อยจะเรียกระดมทุน (Capital Call) ครั้งแรกหลังจากกระบวนการการเปิดบัญชีกองทุน K-GVC23A-UI กับกองทุนหลักเรียบร้อยแล้ว ** กองทุนย่อยมีระยะเวลาเข้าลงทุน (Investment Period) ในกองทุนอ้างอิงภายใน 3 ปี นับจากวันสุดท้ายที่กองทุนย่อยเปิดรับการลงทุน (Final Closing) โดยที่หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (General Partner) อาจขยายระยะเวลาดังกล่าวออกได้ไม่เกิน 2 ครั้ง ครั้งละ 6 เดือน ลักษณะสำคัญของกองทุน LOIM PE K Investments – K Global VC (กองทุนย่อย) : ชื่อกองทุนหลัก LOIM PE K Investments ชื่อกองทุนย่อย LOIM PE K Investments – K Global VC Manager Lombard Odier Funds (Europe) S.A. Portfolio Manager Lombard Odier Asset Management (Switzerland) SA วัตถุประสงค์การลงทุนและนโยบายการลงทุน กองทุนย่อยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มมูลค่าของเงินลงทุน โดยเน้นลงทุนในสินทรัพย์ประเภท Private Equity ที่ซื้อขายในตลาดแรก (Primary Investments) ตลาดรอง (Secondary Investments) หรือการร่วมลงทุน (Co-Investments) โดยจะเข้าลงทุนในบริษัทที่เพิ่งเริ่มก่อตั้งกิจการ (Venture Capital) และบริษัทที่อยู่ในช่วงเติบโตและต้องการเงินทุนเพื่อขยายกิจการ (Growth Capital) ซึ่งการลงทุนดังกล่าวอาจเป็นการลงทุนผ่านหน่วย Private Equity และ/หรือลงทุนโดยตรงในหุ้นของบริษัทเอกชนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Private Companies) และ/หรือลงทุนผ่านนิติบุคคลเฉพาะกิจ (Special Purpose Vehicles) (ซึ่งรวมเรียกว่า “กองทุนอ้างอิง” (Underlying Funds)) กองทุนย่อยจะลงทุนในกองทุนอ้างอิงแต่ละกองทุนได้ไม่เกินร้อยละ 30 ของจำนวนเงินลงทุนที่ผู้ถือหุ้นจำกัดความรับผิด (Limited Shareholder) ตกลงจะจ่าย (Capital Commitment) ทั้งหมดของกองทุนย่อย กองทุนย่อยจะลงทุนในกองทุน LO European Venture Capital Opportunity Fund IV (“กองทุน LO EVCOF IV”) ที่เน้นลงทุนในบริษัทที่เพิ่งเริ่มก่อตั้งกิจการ (Venture Capital) และบริษัทที่อยู่ในช่วงเติบโตและต้องการเงินทุนเพื่อขยายกิจการ (Growth Capital) ในสหภาพยุโรป ผ่านการลงทุนในสินทรัพย์ที่ซื้อขายในตลาดแรก (Primary Investments) ตลาดรอง (Secondary Investments) และการร่วมลงทุน (Co-Investments) ซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของ Lombard Odier Funds (Europe) S.A. ทั้งนี้ การลงทุนในกองทุน LO EVCOF IV จะไม่มีการจ่ายค่าธรรมเนียมการจัดการ หรือจ่ายส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุน (Carried interest) ให้กับหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (General Partner) ซ้ำซ้อนกับกองทุนย่อย กองทุน LO EVCOF IV เป็น Reserved Alternative Investment Fund (RAIF) มี Lombard Odier Investment Managers Private Equity เป็นหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (General Partner) โดย Lombard Odier Funds (Europe) S.A. ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการ (Manager) และ Lombard Odier Asset Management (Switzerland) SA ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการพอร์ตการลงทุน (Portfolio Manager) กองทุนย่อยอาจนำเงินลงทุนที่ได้รับชำระแล้วจากผู้ลงทุน (Capital Contribution) ซึ่งยังไม่ได้นำไปลงทุนในกองทุนอ้างอิงไปลงทุนในสินทรัพย์สภาพคล่องระยะสั้น (Liquid Products) และอาจนำเงินที่ได้รับจากการขายคืนสินทรัพย์สภาพคล่องระยะสั้นและกองทุน LO EVCOF IV ไปลงทุนในกองทุนอ้างอิง และหรือเพื่อใช้ชำระเป็นค่าธรรมเนียมการจัดการ หนี้สินอื่นๆ ค่าธรรมเนียม และหรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ หรืออาจนำไปจัดสรรให้กับผู้ถือหุ้นจำกัดความรับผิด (Limited Shareholder) ก็ได้ ทั้งนี้ เป็นไปตามดุลยพินิจของหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (General Partner) ทั้งนี้ กองทุนย่อยมีระยะเวลาเข้าลงทุน (Investment Period) ในกองทุนอ้างอิงภายใน 3 ปี นับจากวันสุดท้ายที่กองทุนย่อยเปิดรับการลงทุน (Final Closing) โดยที่หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (General Partner) อาจขยายระยะเวลาดังกล่าวออกได้ไม่เกิน 2 ครั้ง ครั้งละ 6 เดือน ทั้งนี้ กองทุนย่อยสามารถลงทุนได้เฉพาะในช่วงระยะเวลาเข้าลงทุนเท่านั้น ยกเว้นเป็นการลงทุนแบบสืบเนื่องจากทรัพย์สินเดิม (Follow-on Investments) และรายได้ที่เกิดขึ้นจริงจากการลงทุนใน Private Assets อาจนำกลับไปลงทุนต่อได้ในช่วงระยะเวลาเข้าลงทุนตามดุลยพินิจของหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (General Partner) การเพิ่มสถานะการลงทุนในสินทรัพย์ให้มีมูลค่าสูงกว่ามูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน (Leverage) กองทุนย่อยอาจทำการ Leverage โดยมีมูลค่าสูงสุดไม่เกินร้อยละ 150 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนย่อย ภายใต้วิธีการคำนวณแบบ Commitment Method และ Gross Method ตามกฎหมายของประเทศลักเซมเบิร์กเกี่ยวกับ Alternative Investment Fund Manager ลงวันที่ 12 กรกฎาคม 2556 โดยกองทุนย่อยสามารถทำธุรกรรมการกู้ยืมได้สูงสุดไม่เกินร้อยละ 25 ของ Capital Commitment ทั้งหมด ในกรณีที่กองทุนอ้างอิงมีการเรียกระดมทุนเป็นจำนวนเงินที่เกินกว่าจำนวนเงินลงทุนทั้งหมดที่กองทุนย่อยจะเรียกเก็บจากผู้ลงทุน (Over-Commitment) และอีกไม่เกินร้อยละ 25 ของ Capital Commitment ที่ยังไม่ได้รับชำระจากผู้ลงทุน เพื่อใช้ในการลงทุนและหรือเพื่อชำระเงินในกรณีที่ผู้ลงทุนของกองทุนย่อยผิดนัดชำระเงินลงทุนที่ตกลงกันไว้ ค่าธรรมเนียม ค่าธรรมเนียมของ LOIM PE K Investments ค่าธรรมเนียมองค์กร (Organisational Fee) : ไม่เกินร้อยละ 0.50 ของ Capital Commitment ของกองทุนย่อย ค่าธรรมเนียมของกองทุนย่อย - ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) : ในช่วงระยะเวลาเข้าลงทุนจะคิดในอัตราร้อยละ 1.00 ต่อปีของ Capital Commitment ทั้งหมดของกองทุนย่อย (ไม่รวม Capital Commitment ทั้งหมดที่กองทุนย่อยจะลงทุนในกองทุน LO EVCOF IV) และหลังจากระยะเวลาเข้าลงทุน ค่าธรรมเนียมการจัดการจะลงลดร้อยละ 0.05 ต่อปี ทั้งนี้ ค่าธรรมเนียมการจัดการดังกล่าวจะต้องไม่ต่ำกว่าร้อยละ 0.30 ต่อปีของ Capital Commitment ทั้งหมดของกองทุนย่อย (ไม่รวม Capital Commitment ทั้งหมดที่กองทุนย่อยจะลงทุนในกองทุน LO EVCOF IV) โดยค่าธรรมเนียมการจัดการดังกล่าวจะชำระให้กับหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (General Partner) ปีละ 2 ครั้ง ในเดือนมิถุนายนและธันวาคม - ส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุน (Carried Interest) : หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (General Partner) จะได้รับส่วนแบ่งกำไรในอัตราร้อยละ 8 เมื่อกองทุน K-GVC23A-UI ได้รับผลตอบแทนที่คาดหวัง (Hurdle Rate) จากการลงทุนในกองทุนย่อยไม่น้อยกว่าร้อยละ 8 ตามเงื่อนไขที่ระบุในหัวข้อการจัดสรรผลตอบแทนและการชำระเงินคืนของกองทุนย่อย - ค่าใช้จ่ายในการจัดตั้ง (Set-up Expenses) : ไม่เกินร้อยละ 1.00 ของ Capital Commitment ของกองทุนย่อย เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในช่วงการจัดตั้งกองทุนย่อย - ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายอื่น เช่น ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ ค่าธรรมเนียมการฝากทรัพย์สิน ค่าธรรมเนียมการตรวจสอบบัญชี ค่าธรรมเนียมทางกฎหมาย ซึ่งอาจเกิดขึ้นระหว่างการดำเนินการของกองทุนย่อย: ตามค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง การจัดสรรผลตอบแทนและการชำระเงินคืนของกองทุนย่อย (Distribution and Repayment Policy) รายได้รวมสุทธิที่ได้รับจากการลงทุนใน Liquid Products และกองทุน LO EVCOF IV จะถูกจัดสรรให้กับผู้ถือหุ้นจำกัดความรับผิด (Limited Shareholder) ทั้งหมด และจะไม่นำมาคำนวณส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุน (Carried Interest) ให้กับหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (General Partner) หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (General Partner) จะเป็นผู้พิจารณาจัดสรรเงินที่ได้รับจากรายได้รวมสุทธิที่ได้รับจากการลงทุนในกองทุนอ้างอิง (Underlying Funds) (ไม่รวมกองทุน LO EVCOF IV) ให้กับผู้ถือหุ้นจำกัดความรับผิด (Limited Shareholder) และหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (General Partner) ตามสัดส่วน โดยเรียงลำดับดังนี้ 1) ชำระเงินคืนให้กับผู้ถือหุ้นจำกัดความรับผิด (Limited Shareholder) จนกว่าจำนวนเงินสะสมที่ผู้ถือหุ้นจำกัดความรับผิดได้รับ (Cumulative Distributions) เท่ากับจำนวนเงินรวมของ Capital Contributions ที่นำไปลงทุนในกองทุนอ้างอิง (Underlying Funds) (ไม่รวมกองทุน LO EVCOF IV) และชำระค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่รวมอยู่ในมูลค่าทรัพย์สินสุทธิรายไตรมาสของกองทุนย่อย 2) เมื่อชำระเงินคืนครบตามข้อ 1) แล้ว หากยังมีผลตอบแทนส่วนเกิน จะจัดสรรผลตอบแทนส่วนเกินดังกล่าวให้กับผู้ถือหุ้นจำกัดความรับผิด (Limited Shareholder) จนกว่าจำนวนเงินสะสมที่ผู้ถือหุ้นจำกัดความรับผิดได้รับ (Cumulative Distributions) เท่ากับผลตอบแทนจากการลงทุน ("Hurdle Rate") ที่ร้อยละ 8 ของจำนวนเงินรวมของ Capital Contributions ที่นำไปลงทุนในกองทุนอ้างอิง (Underlying Funds) (ไม่รวมกองทุน LO EVCOF IV) และชำระค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่รวมอยู่ในมูลค่าทรัพย์สินสุทธิรายไตรมาสของกองทุนย่อย 3) เมื่อจัดสรรเงินครบตามข้อ 2) แล้ว หากยังมีผลตอบแทนส่วนเกิน จะจัดสรรผลตอบแทนส่วนเกินดังกล่าวทั้งหมดให้กับหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (General Partner) จนกว่าหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดจะได้รับส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุน (Carried Interest) เท่ากับร้อยละ 8 ของผลรวมของจำนวนเงินที่จัดสรรให้กับผู้ถือหุ้นจำกัดความรับผิด (Limited Shareholder) ตามข้อ 2) กับจำนวนเงินที่จัดสรรให้กับหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (General Partner) ตามข้อนี้ 4) เมื่อจัดสรรเงินครบตามข้อ 3) แล้ว หากยังมีผลตอบแทนส่วนเกิน จะจัดสรรเงินส่วนที่เหลือในอัตราร้อยละ 8 ให้กับหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (General Partner) และในอัตราร้อยละ 92 ให้กับผู้ถือหุ้นจำกัดความรับผิด (Limited Shareholder) ซึ่งจำนวนเงินที่หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (General Partner) ได้รับตามข้อ 3) และ 4) จะเรียกรวมกันว่า "ส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุน” (Carried Interest) ทั้งนี้ หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (General Partner) อาจไม่จัดสรรเงินได้ไปยังผู้ถือหุ้นจำกัดความรับผิด (Limited Shareholder) โดยทันทีและมีดุลยพินิจในการเลื่อนการจัดสรรเงินดังกล่าวตามความเหมาะสม หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (General Partner) อาจพิจารณาให้การจัดสรรผลตอบแทนข้างต้นอยู่ในรูปของ (1) การซื้อหุ้นคืนที่มูลค่าทรัพย์สินสุทธิปัจจุบัน หรือ (2) การจัดสรรเงินให้ผู้ถือหุ้น (Distribution) ซึ่งจะทำให้มูลค่าของหุ้นลดลงตามจำนวนเงินที่ได้รับการจัดสรร ตัวอย่างขั้นตอนการจัดสรรผลตอบแทนและการชำระเงินคืนของกองทุนย่อย ตัวเลขและข้อมูลดังต่อไปนี้ เป็นเพียงตัวอย่างการคำนวณเพื่อประกอบการอธิบายการจัดสรรผลตอบแทนและการชำระเงินคืนกรณีที่กองทุนย่อย ไม่มีการตั้งเงินสำรองเพื่อการบริหารจัดการกองทุนย่อย ดังนั้นจึงมิได้เป็นการรับประกันว่าตัวเลขในตารางเป็นผลการดำเนินงานที่กองทุนย่อยสามารถทำได้และไม่ใช่ผลตอบแทนที่ผู้ลงทุนได้รับจริง - กองทุน K-GVC23A-UI ลงทุนในกองทุนย่อย K Global VC เป็นจำนวนเงิน 70 ล้านบาท - กองทุนย่อยทยอยจ่ายคืนเงินต้นและผลตอบแทนตลอดอายุกองทุน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 127 ล้านบาท โดยมีรายละเอียด ดังนี้ วันที่ งวดที่คืนเงิน กระแส เงินสด (ล้านบาท) IRR ผู้ได้รับการจัดสรร หมายเหตุ กองทุน K-GVC23A-UI หุ้นส่วนไม่จำกัด ความรับผิด (GP) 31/07/2023 -70.00 -70.00 เงินลงทุนในกองทุนย่อย K Global VC 31/01/2026 1 5.00 -65.10% 5.00 กองทุน K-GVC23A-UI ได้รับคืนเงินต้น 31/07/2026 2 5.00 -50.39% 5.00 กองทุน K-GVC23A-UI ได้รับคืนเงินต้น 31/01/2027 3 5.00 -39.68% 5.00 กองทุน K-GVC23A-UI ได้รับคืนเงินต้น 31/07/2027 4 10.00 -25.78% 10.00 กองทุน K-GVC23A-UI ได้รับคืนเงินต้น 31/01/2028 5 15.00 -13.52% 15.00 กองทุน K-GVC23A-UI ได้รับคืนเงินต้น 31/07/2028 6 15.00 -5.63% 15.00 กองทุน K-GVC23A-UI ได้รับคืนเงินต้น 31/01/2029 7 15.00 0.00% 15.00 กองทุน K-GVC23A-UI ได้รับคืนเงินต้นครบ 70 ล้านบาท 31/07/2029 8 15.00 4.23% 15.00 กองทุน K-GVC23A-UI จะได้เงินจนกว่า IRR จะเท่ากับ 8% จึงจะเริ่มแบ่งให้ GP สำหรับในงวดนี้ IRR ยังไม่เกิน 8% กองทุน K-GVC23A-UI จึงได้รับเงินทั้งหมด 31/01/2030 9 20.00 8.45% 17.61 2.39 เงินที่ได้คืนตั้งแต่งวดที่ 1 ถึงงวดที่ 9 รวมเป็นเงิน 105 ล้าน บาท โดยเป็นเงินต้น 70 ล้านบาท และกำไร 35 ล้านบาท คิดเป็น IRR เกิน 8% จึงต้องเริ่มแบ่งกำไรให้กับ GP ซึ่งจะคำนวณการแบ่งเงินกำไร 35 ล้านบาท ดังนี้ 1) สัดส่วนการแบ่ง คือ ให้กองทุน K-GVC23A-UI 92% และ ให้ GP 8% 2) คำนวณ IRR ที่ 8% กองทุน K-GVC23A-UI ควรจะได้รับเงิน 32.61 ล้านบาท แต่กองทุน K-GVC23A-UI มีรับไปแล้ว 15 ล้านบาท จากงวดที่ 8 ดังนั้นในงวดที่ 9 จึงต้องได้รับอีก 17.61 ล้านบาท และทำให้มีเงินคงเหลือ 2.39 ล้านบาท (20 - 17.61 = 2.39) 3) เงินที่เป็นส่วนของกองทุน K-GVC23A-UI จำนวน 32.61 ล้านบาท (15 + 17.61 = 32.61) คิดเป็น 92% ดังนั้นส่วนของ GP ที่ 8% คิดเป็นจำนวนเงิน 2.84 ล้านบาท แต่เนื่องจากมีเงิน เหลือเพียง 2.39 ล้านบาท ดังนั้น GP จะได้รับเงิน 2.39 ล้านบาท สรุปเงินที่ได้คืนงวดที่ 9 แบ่งเป็น - กองทุน K-GVC23A-UI ได้รับเงิน 17.61 ล้านบาท - GP ได้รับเงิน 2.39 ล้านบาท 31/07/2030 10 22.00 11.90% 19.83 2.17 เงินที่ได้คืนตั้งแต่งวดที่ 1 ถึงงวดที่ 10 รวมเป็นเงิน 127 ล้าน บาท คิดเป็นเงินต้น 70 ล้านบาท และกำไร 57 ล้านบาท คิดเป็น IRR เกิน 8% จึงต้องมีการแบ่งกำไรให้แก่ GP ซึ่งจะคำนวณการแบ่งเงินกำไร 57 ล้านบาท ดังนี้ 1) สัดส่วนที่แบ่ง คือ ให้กองทุน K-GVC23A-UI 92% ให้ GP 8% 2) คำนวณ IRR ที่ 8% กองทุน K-GVC23A-UI ควรจะได้รับเงิน 32.52 ล้านบาท ซึ่งเงินจำนวนนี้คิดเป็น 92% ดังนั้นส่วนของ GP ที่ 8% คิดเป็นเงิน 2.83 ล้านบาท 3) เมื่อจัดสรรเงินดังกล่าวให้กองทุน K-GVC23A-UI 32.52 ล้านบาท และ GP 2.83 ล้านบาทแล้ว ยังมีเงินเหลืออีก 21.65 ล้านบาท (57 - 32.52 - 2.83 = 21.65) จะแบ่งให้กองทุน K-GVC23A-UI 92% คิดเป็นเงิน 19.92 ล้านบาท และให้ GP 8% คิดเป็นเงิน 1.73 ล้านบาท 4) กองทุน K-GVC23A-UI ควรจะได้รับส่วนแบ่งกำไรรวมทั้งสิ้น 52.44 ล้านบาท (32.52 + 19.92 = 52.44) ซึ่งได้รับไปแล้ว จากงวดที่ 8 และ 9 เป็นจำนวน 32.61 ล้านบาท ดังนั้น กองทุน K-GVC23A-UI จะได้รับเงินอีก 19.83 ล้านบาท ส่วน GP จะได้ รับส่วนแบ่งกำไรรวมทั้งสิ้น 4.56 ล้านบาท (2.83 + 1.73 = 4.56) ซึ่งได้ไปแล้วจากงวดที่ 9 เป็นจำนวน 2.39 ล้านบาท ดังนั้น GP จะได้รับเงินอีก 2.17 ล้านบาท สรุปเงินที่ได้คืนตั้งแต่งวดที่ 1 ถึงงวดที่ 10 - กองทุน K-GVC23A-UI ได้เงินทั้งสิ้น 122.44 ล้านบาท (เงินต้น 70 ล้านบาท และส่วนแบ่งกำไร 52.44 ล้านบาท) - GP ได้เงินส่วนแบ่งกำไรทั้งสิ้น 4.56 ล้านบาท รวม 57.00 52.44 4.56 หมายเหตุ: เงินสำรองเพื่อการบริหารจัดการกองทุนย่อย คือ เงินที่หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (General Partner) พิจารณากันไว้สำหรับใช้เพื่อวัตถุประสงค์ต่างๆ เช่น เพื่อการลงทุนเพิ่มเติม เพื่อชำระค่าใช้จ่ายหรือภาระผูกพันต่างๆ ของกองทุนย่อยหรืออาจใช้เพื่อวัตถุประสงค์โดยชอบอื่นใด ซึ่งการตั้งเงินสำรองดังกล่าวจะมีผลกระทบกับกระแสเงินสดที่ผู้ลงทุนจะทยอยได้รับระหว่างอายุกองทุน อาจทำให้ผู้ลงทุนได้รับผลตอบแทนต่ำกว่ากรณีที่ไม่มีการตั้งเงินสำรองได้ ทั้งนี้ ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในระดับของกองทุน LOIM (เช่น Management Fee และ Organisational Fee) รวมถึงการจัดสรรส่วนแบ่งกำไรให้กับหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดข้างต้น ย่อมลดผลตอบแทนที่กองทุน K-GVC23A-UI (และผู้ลงทุนในกองทุน K-GVC23A-UI) จะได้รับจากการลงทุนในกองทุน LOIM
Investment policy as filed with SEC Thailand.
actual = what the AMC currently charges · max = prospectus ceiling (no actual reported). Annual fees aren’t additive with one-time fees.