KKP GLOBAL IMPACT FUND – HEDGED
KIATNAKIN PHATRA ASSET MANAGEMENT COMPANY LIMITED · Equity · settlement T+4
↳ Invests in Wellington Global Impact Fund · ไอร์แลนด์
✨Invests primarily in the Wellington Global Impact Fund, focusing on companies that drive social and environmental change while seeking financial returns.
1. กองทุนมีนโยบายเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมในต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว คือ Wellington Global Impact Fund (กองทุนหลัก) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม เพื่อเป็นทางเลือกในการลงทุนของผู้ลงทุนที่ต้องการกระจายการลงทุนไปในตราสารทุนต่างประเทศ โดยกองทุนหลักเน้นลงทุนในบริษัทที่ผู้จัดการกองทุนหลักมีความเห็นว่ามีธุรกิจหลักที่มีเป้าหมายในการสร้างความเปลี่ยนแปลงด้านสังคมและ/หรือสิ่งแวดล้อม (social and/or environmental change) ควบคู่ไปกับการสร้างผลตอบแทนในรูปตัวเงิน (financial return) ทั้งนี้ กองทุนมีนโยบายการลงทุนซึ่งส่งผลให้มี net exposure ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน 2. สำหรับเงินลงทุนส่วนที่เหลือ กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในตราสารหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตราสารทางการเงิน และ/หรือเงินฝาก ตลอดจนหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดหรือให้ความเห็นชอบ ทั้งในและต่างประเทศ นอกจากนี้ ในส่วนของการลงทุนในประเทศ กองทุนจะไม่ลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่กว่าอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Non-Investment Grade) หรือที่ไม่มีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated Bond) และตราสารทุนที่ไม่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) ยกเว้นในกรณี ดังต่อไปนี้ 1) ในวันที่ลงทุนหรือได้มา ตราสารหนี้นั้นได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment grade) แต่ต่อมาตราสารหนี้ดังกล่าวถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade) 2) ในวันที่กองทุนลงทุนหรือได้มา ตราสารทุนนั้นจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Listed Securities) แต่ต่อมาตราสารทุนดังกล่าวไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) ทั้งนี้ หากเกิดเหตุตามข้อ 1) และ 2) กองทุนอาจจะยังคงมีไว้ซึ่งตราสารหนี้ และตราสารทุนดังกล่าวอยู่ โดยจะดำรงสัดส่วนให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด 3. กองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่น ซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ ในสัดส่วนโดยเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ทั้งนี้ กองทุนรวมอื่นนั้นมีการลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมใด ๆ ที่อยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการต่อไปได้อีกไม่เกิน 1 ทอด โดยกองทุนรวมที่มีผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นกองทุนรวมอื่นที่อยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ ต้องไม่ลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมดังต่อไปนี้ (1) กองทุนรวมอื่นที่เป็นผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนรวมดังกล่าว (2) กองทุนรวมที่เป็นผู้ถือหน่วยของกองทุนรวมอื่นตาม (1) ในกรณีที่มีการลงทุนในกองทุนรวมอื่นภายใต้ บลจ. เดียวกัน (Cross Investing Fund) มิให้กองทุนรวมต้นทางลงมติให้กองทุนรวมปลายทาง อย่างไรก็ดี ในกรณีที่กองทุนรวมปลายทางไม่สามารถดำเนินการเพื่อขอมติได้ เนื่องจากติดข้อจำกัดห้ามมิให้กองทุนรวมต้นทางลงมติให้กองทุนรวมปลายทาง บริษัทจัดการสามารถขอรับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.ได้ หากได้รับมติเกินกึ่งหนึ่งของผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนปลายทางในส่วนที่เหลือ ทั้งนี้ การลงทุนในหน่วยลงทุนดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนของกองทุนซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.กำหนด หรือกฎหมายอื่นใดที่เกี่ยวข้อง หรือประกาศอื่นใดที่เกี่ยวข้อง และ/หรือที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมในอนาคต 4. กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อลดความเสี่ยง (Hedging) ด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ โดยกองทุนจะทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนทั้งหมด (ระหว่างร้อยละ 95 – 105 ของมูลค่าความเสี่ยงที่มีอยู่) กองทุนจึงอาจมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนในส่วนที่ไม่ได้ทำการป้องกันความเสี่ยงไว้ ซึ่งอาจทำให้ผู้ลงทุนได้รับผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ นอกจากนี้ การทำธุรกรรมป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนดังกล่าวอาจมีต้นทุน ซึ่งทำให้ผลตอบแทนของกองทุนโดยรวมลดลงจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น 5. กองทุนนี้จะไม่ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการลงทุน (Efficient portfolio management) และตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) 6. กองทุนอาจทำธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) หรือ ธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ หรือตามที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. 7. ข้อมูลกองทุน Wellington Global Impact Fund (กองทุนหลัก) จากแหล่งข้อมูล: Prospectus dated 20 October 2020 ข้อมูลกองทุน คือ Wellington Global Impact Fund (กองทุนหลัก) ชื่อกองทุนรวมในต่างประเทศ Wellington Global Impact Fund USD Class S Accumulating Unhedged ผู้จัดการการลงทุน (Investment Manager) Wellington Management Company LLP วันที่จดทะเบียนจัดตั้งกองทุน 27 กุมภาพันธ์ 2555 ประเทศที่จดทะเบียนจัดตั้ง ไอร์แลนด์ (IRELAND) ดัชนีชี้วัด (Benchmark) MSCI All Country World Index วันทำการซื้อขาย ทุกวันทำการซื้อขายของกองทุนหลัก สกุลเงินฐาน (Base Currency) ดอลลาร์สหรัฐ (US Dollars) วัตถุประสงค์การลงทุน วัตถุประสงค์ของกองทุนหลักคือมุ่งหวังผลตอบแทนในระยะยาว นโยบายการลงทุน ผู้จัดการกองทุนมุ่งหวังที่จะเข้าใจปัญหาใหญ่ด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม และค้นหาบริษัทที่เชื่อว่าจะตอบโจทย์ความต้องการดังกล่าวได้ ดังนั้น ผู้จัดการกองทุนจึงได้ศึกษา วิเคราะห์เพื่อให้เข้าใจเกี่ยวกับความท้าทายนี้ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงไปตลอด รวมถึงทางออกด้านการลงทุน ผู้จัดการกองทุนจะบริหารกองทุนเชิงรุก (actively manage) โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ได้ผลตอบแทนมากกว่าดัชนี MSCI All Country World Index และเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์การลงทุนข้างต้น กองทุนจะลงทุนในตราสารทุนทั่วโลกเป็นหลัก โดยเน้นลงทุนในบริษัทที่ผู้จัดการกองทุนมีความเห็นว่ามีธุรกิจหลักที่มีเป้าหมายในการสร้างความเปลี่ยนแปลงด้านสังคมและ/หรือสิ่งแวดล้อม (social and/or environmental change) ควบคู่ไปกับการสร้างผลตอบแทนในรูปตัวเงิน (financial return) กองทุนมุ่งหมายที่จะค้นหาบริษัทต่าง ๆ (universe) โดยแบ่งประเภทเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ สิ่งที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต (life essentials), การพัฒนาและเสริมสร้างบุคคล (human empowerment) และสิ่งแวดล้อม (environment) โดยกองทุนจะเน้นกระจายการลงทุนในธีมที่สร้างผลกระทบ (Impact Theme) ต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงธีม ดังนี้ (1) สิ่งที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต (life essentials): บ้านพักอาศัย น้ำสะอาด สุขอนามัย สุขภาพ การทำการเกษตรและโภชนาการที่ยั่งยืน (2) การพัฒนาและเสริมสร้างบุคคล (human empowerment): ความเหลื่อมล้ำด้านเทคโนโลยี (digital divide) การศึกษา การฝึกอาชีพ การเข้าถึงบริการทางการเงินขั้นพื้นฐาน (financial inclusion) ความปลอดภัย และความมั่นคง (3) สิ่งแวดล้อม (environment): พลังงานทางเลือก ประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากร (resource efficiency) การจัดการทรัพยากร (resource stewardship) ผู้จัดการกองทุนมุ่งหวังที่จะคัดเลือกบริษัทที่ผู้จัดการกองทุนเชื่อว่าจะสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว เช่น บริษัทที่มีผลิตภัณฑ์และบริการหลักสอดคล้องกับในธีมที่สร้างผลกระทบ (Impact Theme) อย่างหนึ่งอย่างใด หรือหลายอย่างรวมกัน หรือบริษัทที่มีสามารถระบุตัวเลขผลกระทบทางสังคมและ/หรือสิ่งแวดล้อมได้ และมีปัจจัยพื้นฐานที่ส่งเสริมให้มีผลตอบแทนระยะยาว ผู้จัดการกองทุนจะใช้กระบวนการแบบ bottom-up ในการคัดเลือกและวิเคราะห์บริษัทที่มีศักยภาพสำหรับการลงทุน โดยในกระบวนการนี้จะใช้ข้อมูลจากบทวิเคราะห์ภายใน บทวิเคราะห์เกี่ยวกับอุตสาหกรรมและธีมต่าง ๆ บทวิเคราะห์ภาคสนาม (field research) การสัมมนาและการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับอุตสาหกรรมและธีมต่าง ๆ สื่อข่าวสาร การประชุมร่วมกับบริษัท เอกสาร filing งบการเงิน รายงานความยั่งยืน (sustainability report) บทวิเคราะห์ sell-side หรือบทวิเคราะห์ที่จัดทำโดยบุคคลที่สาม ในการค้นหาบริษัทที่จะการลงทุน ผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาปัจจัยทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพโดยต้องเข้าคุณสมบัติด้านผลกระทบทั้ง 3 ด้าน ดังนี้ (1) ความมีนัยสำคัญ (Material): กิจกรรมที่สร้างผลกระทบจะต้องรวมศูนย์อยู่ที่บริษัทที่จะไปลงทุน (2) การสร้างมูลค่าเพิ่ม (Additionality): สิ่งที่สร้างผลกระทบจะต้องช่วยเติมเต็มช่องว่างความต้องการทางสังคม (3) การมีตัววัดความสำเร็จ (KPIs): สิ่งที่สร้างผลกระทบ จะต้องสามารถวัดค่าได้ หลังจากที่บริษัทผ่านคุณสมบัติของการเข้าอยู่ใน universe ที่มีผลกระทบแล้ว ผู้จัดการกองทุนจะคัดเลือกเฉพาะบริษัทที่ผู้จัดการกองทุนเชื่อว่ามีผลตอบแทน/ความเสี่ยง และมีการกระจายตัว (diversification properties) ที่น่าสนใจที่สุด เพื่อนำเข้ามารวมอยู่ในพอร์ตการลงทุน ในการประเมินข้างต้น ผู้จัดการกองทุนจะให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์คุณภาพของทรัพย์สินของบริษัท โครงสร้างอุตสาหกรรมของบริษัท และการจัดสรรเงินทุนของผู้บริหารบริษัท นอกจากนี้ ผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาคุณสมบัติด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ของบริษัทด้วย ทั้งนี้ ผู้จัดการกองทุนมีความเห็นว่า บริษัทที่มีปัจจัยด้าน ESG เป็นบวก มีศักยภาพที่จะสามารถชนะตลาดได้ โดยปัจจัยที่พิจารณาจะแตกต่างกันตามประเภทหลักทรัพย์ แต่โดยทั่วไปแล้ว จะประกอบด้วยเรื่องโครงสร้างการถือหุ้น โครงสร้างของคณะกรรมการบริษัท การจัดสรรเงินลงทุนที่ผ่านมา ค่าตอบแทนของผู้บริหาร ความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง (labour relations) ในช่วงที่ผ่านมา และความเสี่ยงด้านภูมิอากาศ (climate risk) ผู้จัดการกองทุนได้พบว่า บริษัทดังกล่าวมีเส้นทางการเติบโตที่คงที่มากกว่า และมีความสามารถในการแข่งขันที่มาจากการลดความเสี่ยงด้าน ESG ที่อาจส่งผลกระทบในทางลบต่อคู่แข่งของบริษัท โดยผู้จัดการกองทุนได้หารือกับนักวิเคราะห์ด้าน ESG เพื่อให้เข้าใจปัจจัยสำคัญของความแตกต่างระหว่างบริษัทต่าง ๆ ในภูมิภาคหรือในกลุ่มอุตสาหกรรม นอกจากนี้ นักวิเคราะห์ด้าน ESG ยังช่วยผู้จัดการกองทุนกำหนดแนวปฏิบัติที่ดีที่เป็นสากล (global best practices) รวมถึงช่วยเตรียมการสำหรับการติดต่อกับบริษัท และยังร่วมมือกันในด้านข้อมูลสำหรับการวิเคราะห์ใหม่ ๆ อย่างไรก็ตาม บริษัทจะไม่ได้ถูกคัดออกด้วยการพิจารณาประเด็นเรื่อง ESG เพียงอย่างเดียว แต่ผู้จัดการกองทุนจะต้องตรวจสอบให้มั่นใจว่า กองทุนได้รับผลตอบแทนที่เหมาะสมกับความเสี่ยงทั้งหมดจากการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นจากสภาวะเศรษฐกิจ การเงิน หรือปัจจัยที่เกี่ยวเนื่องกับ ESG รวมถึงความเสี่ยงด้าน ESG นี้จะต้องไม่ขัดกับเป้าหมายด้านผลกระทบ (impact goal) ที่ได้ตั้งใจไว้ตั้งแต่แรก กองทุนอาจลงทุนกระจุกตัวในธีมที่สร้างผลกระทบ (Impact Theme) และอาจให้น้ำหนักค่อนไปทางบริษัทขนาดเล็กถึงกลาง (small to mid-capitalisation companies) ที่มีการเติบโตอย่างมาก ผู้จัดการกองทุนจะตรวจสอบให้มั่นใจว่า กองทุนมีการกระจายการลงทุน โดยมีความเสี่ยงจากการบริหารเชิงรุก (active risk) ที่ส่วนใหญ่มาจากการเลือกหุ้น (stock selection) ถึงแม้ว่าโดยทั่วไปแล้วกองทุนจะกระจายการลงทุนตามประเทศ สกุลเงิน อุตสาหกรรม และผู้ออกตราสาร แต่กองทุนก็อาจมีการลงทุนที่กระจุกตัวในบางขณะได้ ดัชนีใช้เป็นตัวชี้วัด (benchmark) สำหรับการเปรียบเทียบผลการดำเนินงาน และเป็นข้อมูลเกี่ยวกับตลาดเท่านั้น ซึ่งแม้ว่าหลักทรัพย์ที่กองทุนลงทุนอาจเป็นส่วนหนึ่งของดัชนี แต่การสร้างพอร์ตการลงทุนจะไม่ได้พิจารณาดัชนีดังกล่าว รวมถึงผู้จัดการกองทุนก็จะไม่ได้บริหารการลงทุนโดยพิจารณาความเบี่ยงเบนของกองทุนจากดัชนี ทั้งนี้ ดัชนีดังกล่าวถ่วงน้ำหนักด้วยมูลค่าตลาด (market capitalization weighted) และถูกออกแบบมาเพื่อใช้วัดผลตอบแทนของตลาดหุ้นของตลาดที่พัฒนาแล้ว (developed market) และตลาดเกิดใหม่ (emerging market) กองทุนจะลงทุนทางตรง หรือทางอ้อมผ่านตราสารอนุพันธ์ทางการเงิน (FDIs) ในตราสารทุน และหลักทรัพย์อื่นที่มีลักษณะของตราสารทุน ได้แก่ หุ้นสามัญ หุ้นบุริมสิทธิ์ ใบสำคัญแสดงสิทธิ (เช่น ADRs GDRs และ European Depository Receipts) หลักทรัพย์แปลงสภาพ ใบสำคัญแสดงสิทธิในการซื้อหลักทรัพย์ (warrants) การลงทุนใน REITs รวมถึงผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ทำให้เข้าถึงตลาดได้ (ได้แก่ ใบสำคัญแสดงสิทธิในการซื้อหุ้น สัญญา options ที่อ้างอิงกับหุ้น และสัญญา swaps ที่อ้างอิงกับหุ้น) สำหรับหลักทรัพย์ที่ออกโดยบริษัทในตลาดที่พัฒนาแล้ว (developed market) และตลาดเกิดใหม่ (emerging market) กองทุนอาจลงทุนในห้างหุ้นส่วนจำกัด (limited partnerships) และ master limited partnerships โดยทั่วไปแล้ว กองทุนจะลงทุนในประเทศที่พัฒนาแล้ว และอาจลงทุนในประเทศที่ผู้จัดการกองทุนพิจารณาแล้วว่าเป็นประเทศที่อยู่ในตลาดเกิดใหม่ (emerging market) หรือตลาดชายขอบ (frontier market) ในสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 40 ของ NAV โดยประเทศดังกล่าวส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในแถบลาตินอเมริกา / อเมริกากลาง แคริบเบียน ยุโรปกลาง และยุโรปตะวันออก ตะวันออกกลาง แอฟริกา และเอเชีย กองทุนอาจจำกัดการลงทุนในหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดรัสเซีย และอาจลงทุนในหุ้นจีน A share ที่ซื้อขายผ่าน Stock Connect ได้ไม่เกินร้อยละ 10 ของ NAV กองทุนอาจลงทุนในกองทุนรวม และกองทุน exchange traded funds (“ETFs”) ที่มีการลงทุนในหลักทรัพย์ตามที่ระบุข้างต้น และกองทุนสามารถลงทุนได้ โดย ETFs ดังกล่าวจะต้องจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ และ/หรือกระดานซื้อขายหลักทรัพย์ตามที่กำหนดในหนังสือชี้ชวนของกองทุน และต้องถูกกำกับดูแลเป็นกองทุน UCITS หรือ AIF ETFs ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนในกองทุนรวมที่ไม่ได้ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ได้ไม่เกินร้อยละ 5 ของ NAV กองทุนอาจซื้อขายตราสารอนุพันธ์ (FDIs) ที่อยู่ในตลาดซื้อขายหลักทรัพย์ และตลาด OTC ทั้งขาซื้อและขาขาย (long and short) ซึ่งได้แก่ ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ทำให้เข้าถึงตลาดได้ตามที่กล่าวข้างต้น รวมถึงสัญญา futures ที่อ้างอิงกับดัชนี สัญญา forward ที่อ้างอิงกับสกุลเงิน เพื่อให้กองทุนมีสถานะในตราสารที่กล่าวข้างต้น เพื่อให้บรรลุตามเป้าหมายการลงทุน และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการลงทุน (efficient portfolio management) รวมถึงเพื่อการป้องกันความเสี่ยง ทั้งนี้ ดัชนีต่าง ๆ ที่กองทุนจะมีสถานะการลงทุนได้จะต้องเป็นดัชนีที่กองทุนสามารถลงทุนได้ตามข้อกำหนดของธนาคารกลาง (Central Bank) รวมถึงดัชนีที่มีองค์ประกอบเป็นหลักทรัพย์ที่กล่าวมาข้างต้นที่กองทุนสามารถลงทุนตรงได้ โดยทั่วไปแล้ว กองทุนจะลงทุนในเงินสดและตราสารเทียบเท่าเงินสด (ตามที่ระบุในหนังสือชี้ชวนของกองทุน) น้อยกว่าร้อยละ 10 ของ NAV ค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายของกองทุนหลัก (Class S) ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Investment Management Fee): ร้อยละ0.65 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (Administrative fee): ไม่เกินร้อยละ 0.25 ต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน หมายเหตุ: ในกรณีที่บริษัทจัดการได้รับค่าตอบแทนจากกองทุนหลักและ/หรือบริษัทจัดการของกองทุนหลัก (rebate) บริษัทจัดการจะนำค่าตอบแทนดังกล่าวกลับเข้ากองทุนนี้ หรือดำเนินการอื่นตามที่สำนักงาน ก.ล.ต.และ/หรือหน่วยงานที่มีอำนาจอื่นกำหนด และ/หรือที่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้บริษัทจัดการดำเนินการได้ ทั้งนี้ กองทุนหลักอาจมีการจำกัดการไถ่ถอนหน่วยลงทุนของกองทุนหลัก ในกรณีที่ผู้ถือหน่วยของกองทุนหลักไถ่ถอนหน่วยลงทุนในวันทำการซื้อขายใด ๆ เกินกว่าร้อยละ 10 ของจำนวนหน่วยลงทุนทั้งหมดของกองทุนหลัก โดยกองทุนหลัก จะทยอยรับคำสั่งไถ่ถอนหน่วยลงทุนของผู้ถือหน่วยตามสัดส่วน (pro rata) โดยคำสั่งไถ่ถอนหน่วยลงทุนส่วนที่เกินกว่าร้อยละ 10 ดังกล่าว กองทุนหลักจะทำรายการให้ในวันทำการซื้อขายถัดไป ดังนั้น กองทุนเปิดเคเคพี โกลบอล อิมแพค เฮดจ์ จึงอาจต้องจัดเตรียมทรัพย์สินสภาพคล่องรองรับเพื่อให้สามารถจ่ายเงินคืนแก่ผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนได้หากเกิดกรณีที่กองทุนหลักมีการทยอยรับคำสั่งไถ่ถอนหน่วยลงทุนดังกล่าว ซึ่งอาจส่งผลให้ผลการดำเนินงานของ กองทุนเปิดเคเคพี โกลบอล อิมแพค เฮดจ์ อาจแตกต่างจากกองทุนหลัก และอาจทำให้มูลค่าหน่วยลงทุนของกองทุนนี้ไม่ได้เคลื่อนไหวตามกองทุนหลักอย่างสมบูรณ์ รายละเอียดของกองทุนหลัก แปลมาจากหนังสือชี้ชวน (Master Prospectus) ของกองทุนหลัก ดังนั้น ในกรณีที่มีความแตกต่างหรือไม่สอดคล้องกับต้นฉบับภาษาอังกฤษ ให้ถือตามต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นเกณฑ์ ท่านสามารถดูข้อมูลของกองทุนหลักเพิ่มเติมได้ที่ www.wellingtonfunds.com 8. ในกรณีที่กองทุนหลักมีการแก้ไขเพิ่มเติมโครงการจัดการ ซึ่งบริษัทจัดการเห็นว่าไม่มีนัยสำคัญ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะแก้ไขเพิ่มเติมโครงการให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของกองทุนหลักโดยถือว่าได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว และจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ 9. ในกรณีที่ชนิดของหน่วยลงทุน (Class) หรือกองทุนหลักที่กองทุนลงทุนนั้นไม่เหมาะสมอีกต่อไป โดยอาจสืบเนื่องจากการที่ชนิดของหน่วยลงทุน (Class) หรือกองทุนหลักที่กองทุนลงทุนมีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดจนอาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ เช่น เงื่อนไขการลงทุน นโยบายการลงทุน อัตราค่าธรรมเนียม เป็นต้น และ/หรือได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ต่างๆ เช่น ภาวะตลาดและเศรษฐกิจมีความผันผวน เกิดภัยพิบัติหรือเกิดเหตุการณ์ไม่ปกติต่างๆ เป็นต้น และ/หรือในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงอื่นๆ ที่กระทบต่อการลงทุน เช่น การเปลี่ยนแปลงในเรื่องกฎระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนต่างประเทศ หรือในกรณีที่กองทุนไม่สามารถเข้าลงทุนในกองทุนหลักได้ หรือในกรณีที่บริษัทจัดการเห็นว่าการลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนหลักไม่เหมาะสมอีกต่อไป เช่น กรณีที่ผลตอบแทนของกองทุนหลักต่ำกว่าผลตอบแทนของกองทุนอื่นๆ ที่มีนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกันอย่างมีนัยสำคัญหรือติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน หรือผลตอบแทนของกองทุนหลักต่ำกว่าตัวชี้วัด (Benchmark) (ถ้ามี) อย่างมีนัยสำคัญ หรือการลงทุนของกองทุนหลัก ไม่เป็นไปตามหนังสือชี้ชวนหรือโครงการ หรือทำให้กองทุนนี้ไม่สามารถปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ได้ หรือเมื่อกองทุนหลักกระทำความผิดร้ายแรงตามความเห็นของหน่วยงานที่กำกับดูแลกองทุนต่างประเทศหรือมีการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบที่อาจส่งผลต่อการดำเนินการของกองทุนในฐานะผู้ลงทุน หรือมีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารของกองทุนหลัก และ/หรือในกรณีที่กองทุนหลักได้เลิกโครงการ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิ โดยตามดุลยพินิจของบริษัทจัดการ ที่จะพิจารณาเปลี่ยนแปลงชนิดของหน่วยลงทุน (Class) และ/หรือกองทุนหลัก และ/หรือการเปลี่ยนแปลงสกุลเงินลงทุนเป็นสกุลเงินอื่นใด และ/หรือ ดำเนินการเลิกกองทุน โดยถือว่าได้รับมติเห็นชอบจากจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะไม่ขัดกับวัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุนของกองทุน และคำนึงถึงและรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ และในกรณีที่บริษัทจัดการอยู่ระหว่างการดำเนินการเปลี่ยนกองทุนหลักข้างต้น อาจส่งผลให้กองทุนมีการลงทุนหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนต่างประเทศในขณะนั้นมากกว่า 1 กองทุน 10. กรณีการลงทุนของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์มีลักษณะครบถ้วนตาม ข้อ 10.1 และ ข้อ10.2 บริษัทจัดการจะดำเนินการ ข้อ 10.3 10.1 ฐานะการลงทุนสุทธิของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ (1) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี < 80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ หรือ (2) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ≥ 80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์โดยกองทุนต่างประเทศไม่มีวัตถุประสงค์การลงทุนในทำนองเดียวกับกองทุนดัชนีหรือ ETF 10.2 NAV ของกองทุนปลายทาง มีการลดลงในลักษณะดังนี้ (1) NAV ณ วันใดวันหนึ่งลดลง > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง หรือ (2) ยอดรวมของ NAV ลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกันคิดเป็นจำนวน > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง 10.3 รายละเอียดการดำเนินการ การดำเนินการ ระยะเวลาดำเนินการ 10.3.1 แจ้งเหตุที่กองทุนปลายทางมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการของ บริษัทจัดการ ให้สำนักงานและผู้ถือหน่วย (แนวทางการดังกล่าวต้องคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยโดยรวม) ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มี การเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ 10.3.2 เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการตาม 10.3.1 ต่อผู้ลงทุนทั่วไป (ดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวด้วย) พร้อม 10.3.1 10.3.3 ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินการตาม 10.3.1 ภายใน 60 วันนับแต่วันที่มี การเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ 10.3.4 รายงานผลการดำเนินการตาม 10.3.3 ให้สำนักงานทราบ ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการตาม 10.3.3 แล้วเสร็จ 11. ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนตามนโยบายการลงทุนตามข้อ 1. ข้างต้น และอัตราส่วนที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้ (1) ช่วงระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม (2) ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนเลิกกองทุนรวม (3) ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืน หรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ 12. บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตเป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Fund) หรือกองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรงในตราสาร และ/หรือหลักทรัพย์ต่างประเทศได้ หรือ สามารถกลับมาเป็นกองทุนรวม ฟีดเดอร์ (Feeder Fund) ได้ โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (risk spectrum) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนโดยขึ้นกับสถานการณ์ตลาด และเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน อนึ่ง บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งผู้ถือหน่วยลงทุนล่วงหน้าอย่างน้อย 60 วันก่อนการดำเนินการเปลี่ยนแปลง โดยจัดให้มีข้อมูลเรื่องดังกล่าวที่สำนักงานของบริษัทจัดการ หรือสำนักงานผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืน (ถ้ามี) และ/หรือผ่านเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุน : 1.ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุนในประเทศ : ส่วนที่ 1 : ตราสาร TS (transferable securities) 1. ตราสาร TS หมายความว่า ตราสารทางการเงินใด ๆ นอกเหนือจากทรัพย์สินในส่วนอื่นข้อ 3.13.1 นี้ ซึ่งมีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ที่ครบถ้วน ดังนี้ 1.1 ไม่มีข้อกำหนดหรือเงื่อนไขที่ทำให้ผู้ลงทุนมีภาระผูกพันมากกว่ามูลค่าเงินลงทุนในตราสาร 1.2 สามารถเปลี่ยนมือได้ (รวมถึงกรณีที่เป็น B/E P/N ที่มีเงื่อนไขห้ามเปลี่ยนมือแต่กองทุนได้ดำเนินการให้มีการรับโอนสิทธิเรียกร้องในตราสารได้ตามวิธีการที่กฎหมายกำหนด หรือมีเงื่อนไขให้กองทุนสามารถขายคืนผู้ออกตราสารได้) 1.3 มีข้อมูลเกี่ยวกับตราสารที่ถูกต้องครบถ้วนและมีการปรับปรุงเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ ซึ่ง บลจ. สามารถเข้าถึงได้เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาตัดสินใจลงทุนได้อย่างสม่ำเสมอ และมีข้อมูลราคาที่สะท้อนมูลค่ายุติธรรม โดยข้อมูลดังกล่าวต้องอ้างอิงจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ซึ่งจัดทำตามหลักวิชาการอันเป็นที่ยอมรับในระดับสากล 2. คุณสมบัติและหลักเกณฑ์ในการลงทุนของตราสารเพิ่มเติมจากที่กำหนดในข้อ 1. 2.1 ในกรณีที่เป็นการลงทุนใน B/E หรือ P/N ที่ออกตราสารดังกล่าวเพื่อชำระหนี้การค้า B/E หรือ P/N ดังกล่าวต้องมีการรับอาวัลหรือรับรองโดยบุคคลดังนี้ 2.1.1 ธพ. บง. หรือ บค. ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน 2.1.2 ธนาคารออมสิน 2.1.3 ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 2.1.4 ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร 2.1.5 ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย 2.1.6 ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย 2.1.7 ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย 2.1.8 สถาบันการเงินต่างประเทศที่มีลักษณะทำนองเดียวกับผู้รับฝากตาม 2.1.1 - 2.1.7 ทั้งนี้ การอาวัลหรือการรับรองดังกล่าวต้องเป็นการอาวัลหรือการรับรองผู้สั่งจ่ายหรือผู้ออกตั๋ว ทั้งจำนวนรวมถึงดอกเบี้ย (ถ้ามี) ตามที่ระบุไว้ใน B/E หรือ P/N ด้วย ส่วนที่ 2 : ทรัพย์สินประเภทหน่วย CIS เป็นไปตามประกาศ ส่วนที่ 3 : ทรัพย์สินประเภทเงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก เป็นไปตามประกาศ ส่วนที่ 4 : ธุรกรรมประเภทการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (reverse repo) เป็นไปตามประกาศ ส่วนที่ 5 : ธุรกรรมประเภทการให้ยืมหลักทรัพย์ (securities lending) เป็นไปตามประกาศ ส่วนที่ 6 : ธุรกรรมประเภท derivatives เป็นไปตามประกาศ ส่วนที่ 7 : ทรัพย์สินประเภทหน่วย private equity เป็นไปตามประกาศ 2. ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุนในต่างประเทศ : ส่วนที่ 1 : ตราสาร TS (transferable securities) ต่างประเทศ 1. ตราสาร TS หมายความว่า ตราสารทางการเงินใด ๆ นอกเหนือจากทรัพย์สินในส่วนอื่นของข้อ 3.13.2 นี้ ซึ่งมีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ที่ครบถ้วน ดังนี้ 1.1 ไม่มีข้อกำหนดหรือเงื่อนไขที่ทำให้ผู้ลงทุนมีภาระผูกพันมากกว่ามูลค่าเงินลงทุนในตราสาร 1.2 สามารถเปลี่ยนมือได้ (รวมถึงกรณีที่เป็น B/E P/N ที่มีเงื่อนไขห้ามเปลี่ยนมือแต่กองทุนได้ดำเนินการให้มีการรับโอนสิทธิเรียกร้องในตราสารได้ตามวิธีการที่กฎหมายกำหนด หรือมีเงื่อนไขให้กองทุนสามารถขายคืนผู้ออกตราสารได้) 1.3 มีข้อมูลเกี่ยวกับตราสารที่ถูกต้องครบถ้วนและมีการปรับปรุงเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ ซึ่ง บลจ. สามารถเข้าถึงได้เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาตัดสินใจลงทุนได้อย่างสม่ำเสมอ และมีข้อมูลราคาที่สะท้อนมูลค่ายุติธรรม โดยข้อมูลดังกล่าวต้องอ้างอิงจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ซึ่งจัดทำตามหลักวิชาการอันเป็นที่ยอมรับในระดับสากล 2. คุณสมบัติและหลักเกณฑ์ในการลงทุนของตราสารเพิ่มเติมจากที่กำหนดในข้อ 1. 2.1 ในกรณีที่เป็นการลงทุนใน B/E หรือ P/N ที่ออกตราสารดังกล่าวเพื่อชำระหนี้การค้า B/E หรือ P/N ดังกล่าวต้องมีการรับอาวัลหรือรับรองโดยบุคคลดังนี้ 2.1.1 ธพ. บง. หรือ บค. ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน 2.1.2 ธนาคารออมสิน 2.1.3 ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 2.1.4 ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร 2.1.5 ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย 2.1.6 ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย 2.1.7 ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย 2.1.8 สถาบันการเงินต่างประเทศที่มีลักษณะทำนองเดียวกับผู้รับฝากตาม 2.1.1 - 2.1.7 ทั้งนี้ การอาวัลหรือการรับรองดังกล่าวต้องเป็นการอาวัลหรือการรับรองผู้สั่งจ่ายหรือผู้ออกตั๋ว ทั้งจำนวนรวมถึงดอกเบี้ย (ถ้ามี) ตามที่ระบุไว้ใน B/E หรือ P/N ด้วย ส่วนที่ 2 : ทรัพย์สินประเภทหน่วย CIS เป็นไปตามประกาศ ส่วนที่ 3 : ทรัพย์สินประเภทเงินฝากต่างประเทศหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝากต่างประเทศ เป็นไปตามประกาศ ส่วนที่ 4 : ธุรกรรมประเภทการซื้อโดยมีสัญญาขายคืนในต่างประเทศ (reverse repo) เป็นไปตามประกาศ ส่วนที่ 5 : ธุรกรรมประเภทการให้ยืมหลักทรัพย์ในต่างประเทศ (securities lending) เป็นไปตามประกาศ ส่วนที่ 6 : ธุรกรรมประเภท derivatives เป็นไปตามประกาศ ส่วนที่ 7 : ทรัพย์สินประเภทหน่วย private equity ในต่างประเทศ เป็นไปตามประกาศ อัตราส่วนการลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น เพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนรวมในประเทศและต่างประเทศ : เป็นไปตามประกาศ และกรณีที่การลงทุนไม่เป็นไปตามข้อนี้จะดำเนินการให้เป็นไปตามที่ประกาศกำหนด
Investment policy as filed with SEC Thailand.
actual = what the AMC currently charges · max = prospectus ceiling (no actual reported). Annual fees aren’t additive with one-time fees.