Krung Thai Inflation Linked Fund
KRUNG THAI ASSET MANAGEMENT PUBLIC COMPANY LIMITED · Fixed Income · settlement T+3
✨Invests primarily in Thai government bonds linked to inflation, foreign government securities, debt instruments, and financial assets, with a focus on inflation-adjusted returns.
กองทุนจะนำเงินไปลงทุนในตราสารภาครัฐไทย ตราสารภาครัฐต่างประเทศ ตราสารหนี้ ตราสารการเงิน หน่วยลงทุนของกองทุนรวม และ/หรือกองทุนรวม ETF ที่มีผลตอบแทนแปรผันตามการเปลี่ยนแปลงของเงินเฟ้อที่เสนอขายทั้งในและ/หรือต่างประเทศ โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยในเบื้องต้นกองทุนจะเน้นลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลประเภทอัตราดอกเบี้ยแปรผันตามการเปลี่ยนแปลงของเงินเฟ้อที่ออกโดยกระทรวงการคลังเป็นหลัก ส่วนที่เหลือจะลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งเงินฝาก ตราสารแห่งหนี้ และ/หรือตราสารทางการเงินอื่น ทั้งในและหรือต่างประเทศ ตลอดจนหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างตามที่ประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด ทั้งนี้ กองทุนอาจพิจารณานำเงินไปลงทุนในต่างประเทศได้ไม่เกินร้อยละ 79 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน กองทุนอาจลงทุนในตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) รวมทั้งกองทุนอาจกู้ยืมเงิน หรือทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ ธุรกรรมการขายโดยมีสัญญาซื้อคืน หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด นอกจากนี้ กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) ที่แฝงอยู่ในธุรกรรม structured note ซึ่งเป็น puttable / callable bond เท่านั้น ทั้งนี้ ในกรณีที่กองทุนลงทุนในต่างประเทศ กองทุนจะเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันความเสี่ยง (Hedging) อันอาจเกิดขึ้นทั้งหมด (fully hedged) (95%-105% ของมูลค่าความเสี่ยงที่มีอยู่) จากอัตราแลกเปลี่ยนของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินในสกุลเงินต่างประเทศที่กองทุนถืออยู่ แต่กองทุนจะไม่ลงทุนในตราสาร ดังต่อไปนี้ 1. ตราสารแห่งหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือของผู้ออกตราสารต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (non-investment grade) 2. ตราสารแห่งหนี้ที่ตราสารหรือผู้ออกตราสารไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated Securities) อย่างไรก็ตาม กองทุนอาจมีไว้ซึ่งตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (non-investment grade) เฉพาะกรณีที่ตราสารหนี้นั้นได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้ (investment grade) ขณะที่กองทุนลงทุนเท่านั้น ทั้งนี้ กองทุนอาจไม่นับช่วงเวลาระหว่างรอการลงทุน ซึ่งมีระยะเวลาประมาณ 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนกองทรัพย์สินเป็นกองทุนรวม และช่วงระยะเวลาประมาณ 30 วันก่อนครบกำหนดอายุโครงการ รวมทั้งช่วงระยะเวลาที่กองทุนจำเป็นต้องรอการลงทุน และ/หรือในช่วงที่ผู้ลงทุนทำการขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก ซึ่งมีระยะเวลาไม่เกิน 10 วันทำการ ในการคํานวณสัดส่วนการลงทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด อย่างไรก็ดี ในกรณีที่สถานการณ์การลงทุนในต่างประเทศ ไม่เหมาะสม เช่น ภาวะตลาดและเศรษฐกิจมี ความผันผวน เกิดภัยพิบัติ หรือเกิดเหตุการณ์ไม่ปกติต่าง ๆ และ/หรือกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของกฎระเบียบ และ/หรือกรณีที่วงเงินลงทุนในต่างประเทศเต็มเป็นการชั่วคราว เป็นต้นนั้น กองทุนจะมีนโยบายลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่เสนอขายในประเทศเท่านั้น รายละเอียดเบื้องต้นของพันธบัตรรัฐบาลประเภทอัตราดอกเบี้ยแปรผันตามการเปลี่ยนแปลงของเงินเฟ้อที่ออกโดยกระทรวงการคลัง พันธบัตรรัฐบาลไทยประเภทอัตราดอกเบี้ยแปรผันตามการเปลี่ยนแปลงของเงินเฟ้อ (Inflation Linked Bond – ILB) เป็นพันธบัตรที่ออกโดยกระทรวงการคลัง ซึ่งการจ่ายกระแสเงินสดแก่ผู้ถือพันธบัตรจะเชื่อมโยงกับอัตราการเปลี่ยนแปลงสะสมของดัชนีราคาสินค้าอ้างอิงทั่วไป (อัตราเงินเฟ้อทั่วไป - Headline Inflation) นับตั้งแต่วันที่ออกตราสารจนถึงวันจ่ายกระแสเงินสด กล่าวคือ มูลค่าหน้าตั๋วของ ILB (Initial Par) จะถูกกำหนดไว้ที่ 1,000 บาทต่อหน่วย และกำหนดจ่ายอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Real Coupon Rate) เป็นอัตราคงที่ต่อปี โดยจ่ายดอกเบี้ยปีละ 2 ครั้ง ทั้งนี้ ในการคำนวณอัตราดอกเบี้ยที่จ่ายจริง มูลค่าหน้าตั๋วของ ILB จะต้องถูกปรับด้วยอัตราเงินเฟ้อสะสมนับตั้งแต่วันที่ออกตราสารจนถึงวันจ่ายดอกเบี้ย เพื่อเป็นฐานการคำนวณดอกเบี้ย ดังนี้ ดอกเบี้ยจ่ายแต่ละงวด = ( มูลค่าหน้าตั๋ว x อัตราเงินเฟ้อสะสม ) x อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง x 6 / 12 โดย อัตราเงินเฟ้อสะสม = ดัชนีราคาสินค้าทั่วไปที่ใช้อ้างอิง ณ วันจ่ายดอกเบี้ย / ดัชนีราคาสินค้าทั่วไปที่ใช้อ้างอิง ณ วันออกตราสาร สำหรับในวันครบกำหนดไถ่ถอนพันธบัตรฯ ผู้ถือพันธบัตรจะได้รับชำระคืนตามมูลค่าหน้าตั๋วปรับด้วยอัตราเงินเฟ้อสะสม แต่จะไถ่ถอนคืนไม่ต่ำกว่ามูลค่าหน้าตั๋วของ ILB (ไม่ต่ำกว่า 1,000 บาทต่อหน่วย) รวมดอกเบี้ยจ่ายงวดสุดท้าย การคำนวณมูลค่าปัจจุบันของ ILB จะใช้วิธีคำนวณมูลค่าคิดลดจากกระแสเงินสดของพันธบัตร คล้ายกับวิธีคำนวณมูลค่าพันธบัตรรัฐบาลทั่วไปที่จ่ายอัตราดอกเบี้ยคงที่ แต่มีความแตกต่าง 2 ประการ คือ (1) ILB ใช้อัตราผลตอบแทนที่แท้จริง (Real Yield to Maturity) เป็นอัตราคิดลด (Discount Rate) ขณะที่พันธบัตรทั่วไปจะใช้อัตราผลตอบแทนจนถึงวันครบกำหนด (Yield to Maturity) เป็นอัตราคิดลด (2) มูลค่าพันธบัตร ILB ที่คำนวณได้จะต้องถูกนำไปปรับด้วยอัตราเงินเฟ้อสะสมที่เกิดขึ้นจริงจนถึงวันคำนวณมูลค่า ขณะที่พันธบัตรทั่วไปจะไม่มีการปรับอัตราเงินเฟ้อ เนื่องจากกระแสเงินสดจ่ายแต่ละงวด และอัตราคิดลด (YTM) ได้รวมอัตราเงินเฟ้อที่คาดการณ์ไว้แล้ว สำหรับพันธบัตรซึ่งอ้างอิงกับเงินเฟ้อในต่างประเทศจะมีลักษณะตราสารและหลักการคำนวณมูลค่าคล้ายคลึงกัน โดยพันธบัตรประเภทนี้ถูกนำออกขายโดยรัฐบาลประเทศต่างๆ อย่างแพร่หลาย เพื่อระดมเงินทุนจากประชาชน แต่อาจมีชื่อเรียกแตกต่างกันในแต่ละประเทศ เช่น ประเทศสหรัฐอเมริกา ใช้ชื่อเรียกว่า Treasury Inflation-Protected Securities (TIPS) ประเทศอังกฤษ เรียกว่า Index-Linked Gilts (ILG) และญี่ปุ่น เรียกว่า Inflation-Index Bond (JGBi) เป็นต้น ความเสี่ยงจากการลงทุนในตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) ที่มีสินทรัพย์หรือตัวแปรอ้างอิงเป็นอัตราเงินเฟ้อ และแนวทางการบริหารความเสี่ยง โดยระบบการลงทุนและการบริหารความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในตราสารหนี้ประเภท Structured Note บริษัทจัดการได้จัดวางกระบวนการทำงานที่กำหนดให้มีหน่วยงานรับผิดชอบซึ่งเกี่ยวข้องกับการลงทุน การวิเคราะห์ความเสี่ยง การควบคุมและติดตามความเสี่ยง และการกำกับดูแลการปฏิบัติงาน ทำหน้าที่โดยตรง กล่าวคือ สายงานจัดการลงทุน เป็นผู้เสนอประเภทหลักทรัพย์และลักษณะตราสารที่จะลงทุน โดยขอให้สายงานด้านวิจัย ทำหน้าที่ด้านการวิเคราะห์ความเสี่ยงด้านเครดิต และความเสี่ยงอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยต้องขออนุมัติจากคณะกรรมการจัดการลงทุน (Investment Committee – IC) ในส่วนของสายงานบริหารความเสี่ยง ซึ่งขึ้นตรงต่อคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง (Risk Management Committee – RMC) จะเป็นผู้พิจารณาโครงสร้างและลักษณะพิเศษของหลักทรัพย์ รวมถึงความเสี่ยงอื่นๆ เช่น ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาตราสาร ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง ความเสี่ยงของคู่สัญญา/ผู้ออกตราสาร รวมถึงการกำหนดวงเงิน ระยะเวลาการลงทุน และในกรณีที่เป็นการลงทุนครั้งแรก จะต้องนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัท (Board of Directors – BOD) เพื่ออนุมัติให้เป็นตราสารที่สามารถลงทุนได้ นอกจากนี้ ตามอำนาจและหน้าที่ของสำนักกำกับและดูแลการปฏิบัติงาน (Compliance Unit – CU) ซึ่งขึ้นตรงกับคณะกรรมการตรวจสอบของบริษัทจะเป็นผู้ดูแลความเสี่ยงด้านการปฏิบัติงาน โดยกำหนดแนวทางการลงทุนให้มีระดับความเสี่ยงและกรอบการลงทุนตามนโยบายกองทุนที่กำหนดไว้ ทั้งนี้ ในกรณีที่กองทุนจะพิจารณาลงทุนใน Structured Note บริษัทจัดการจะพิจารณาความเสี่ยงและกำหนดแนวทางการบริหารความเสี่ยง แบ่งเป็นประเด็นต่างๆ ดังนี้ 1. ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาตราสาร (Market Risk): ตราสารที่มีผลตอบแทนผันแปรตามอัตราเงินเฟ้อ จะมีความเสี่ยงหลักที่เกิดจากราคาหรือผลตอบแทนของตราสารปรับตัวขึ้นลง ได้แก่ ความผันผวนของอัตราผลตอบแทนที่แท้จริง (Real Yield) และความผันผวนของอัตราเงินเฟ้อที่ใช้อ้างอิง (Reference Inflation Rate) ซึ่งถูกกระทบจากปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ภาวะเศรษฐกิจ นโยบายการเงิน/การคลัง สภาพคล่องของระบบการเงิน การเปลี่ยนแปลงส่วนประกอบในตะกร้าสินค้าที่ใช้คำนวณอัตราเงินเฟ้อ เป็นต้น แนวทางการบริหารความเสี่ยง เนื่องจากตราสารดังกล่าวนี้ จะมีลักษณะแตกต่างจากตราสารหนี้ทั่วไป ดังนั้น ฝ่ายจัดการลงทุน ฝ่ายวิจัย และฝ่ายบริหารความเสี่ยง จะติดตามการเปลี่ยนแปลงของตัวแปรต่างๆ ซึ่งมีผลกระทบต่อมูลค่า อันได้แก่ ก. ระดับและความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงของประเทศผู้ออกตราสาร ข. ระดับและความผันผวนของอัตราเงินเฟ้อของประเทศผู้ออกตราสาร ค. ทิศทางการดำเนินโยบายการเงิน/การคลังของประเทศผู้ออกตราสาร ง. ภาวะตลาดและความผันผวนของตลาดตราสารหนี้ของประเทศผู้ออกตราสาร จ. ภาวะเศรษฐกิจของประเทศผู้ออกตราสารหนี้ ฉ. การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ อันมีผลกระทบต่อตะกร้าสินค้าที่ใช้คำนวณอัตราเงินเฟ้อ ช. ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างสกุลเงิน THB และสกุลเงินของตราสาร ในกรณีที่ราคาตราสารที่ลงทุนมีการเปลี่ยนแปลงเกินกรอบความเสี่ยงที่ควบคุมไว้ หรือราคาตลาดเคลื่อนไหวเบี่ยงเบนสูงหรือต่ำกว่าราคาปัจจัยพื้นฐาน ฝ่ายลงทุนอาจจะพิจารณาปรับพอร์ตเพื่อควบคุมความเสี่ยงให้อยู่ในกรอบสัดส่วนการลงทุนที่กำหนดไว้โดยฝ่ายบริหารความเสี่ยง และกองทุนจะพิจารณากระจายการลงทุนในตราสารที่ออกในประเทศต่างๆ เพื่อลดความเสี่ยงโดยรวมของพอร์ตการลงทุน โดยคำนึงถึงตัวแปรที่มีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงและความผันผวนของราคาตราสาร และเนื่องด้วยนโยบายลงทุนของกองทุนจะเน้นลงทุนในตราสารที่ออกโดยภาครัฐ ซึ่งปกติจะมีความเสี่ยงด้านเครดิตต่ำกว่าตราสารที่ออกโดยกิจการเอกชน ดังนั้น ในภาวะที่ตลาดมีความผันผวน ซึ่งมักจะเกิดในช่วงที่เกิดวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ ตราสารที่ออกโดยภาครัฐมักจะมีความผันผวนของราคาต่ำกว่า จึงเป็นปัจจัยหนึ่งในการลดความเสี่ยงจากการลงทุนในตราสารลักษณะนี้ 2. ความเสี่ยงจากผู้ออก/คู่สัญญา (Counterparty Risk): ความเสี่ยงจาก Structured Note ที่กองทุนรวมไปลงทุน อาจมีการผิดนัดชำระหนี้ โดยบริษัทผู้ออกตราสาร/คู่สัญญานั้น ๆ ไม่สามารถชำระคืนเงินต้นหรือดอกเบี้ยให้กองทุนเมื่อถึงวันที่ครบกำหนดจ่าย แนวทางการบริหารความเสี่ยง บริษัทจัดการจะมีการกำหนดรายชื่อผู้ออกตราสารใน Approved List ซึ่งอนุมัติโดย IC และกำหนดสัดส่วนการลงทุน ระยะเวลาลงทุน และวงเงินลงทุนโดย RMC ซึ่งเป็นอิสระจากกัน โดยผู้ออกตราสารจะต้องผ่านการวิเคราะห์และนำเสนอเพื่อขออนุมัติโดยฝ่ายวิจัย ซึ่งแนวทางการดำเนินงานของบริษัทจัดการมีความชัดเจนในการอนุมัติรายชื่อผู้ออกหรือตราสาร โดยคำนึงถึงคุณภาพเครดิต ปัจจัยพื้นฐาน ซึ่งพิจารณาจากองค์ประกอบทั้งที่เกี่ยวข้องกับการเงิน และไม่ใช่การเงิน ภาวะตลาดและเศรษฐกิจ รวมถึงธรรมาภิบาลของผู้ออกตราสาร ดังนั้น จึงทำให้เชื่อได้ว่าความเสี่ยงที่เกิดจากผู้ออก/คู่สัญญาจะอยู่ในระดับต่ำ โดยบริษัทมีฝ่ายงานที่เกี่ยวข้องในการติดตามและประเมินความเสี่ยงนี้อย่างสม่ำเสมอ ในกรณีที่มีแนวโน้มที่ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นเกินกรอบที่กำหนดไว้ บริษัทจัดการได้กำหนดแนวทางการดำเนินการ รวมถึงแผนบริหารความเสี่ยงที่ฝ่ายงานด้านการลงทุนและฝ่ายงานอื่นต้องปฏิบัติตามเพื่อลดความเสี่ยงดังกล่าว 3. ความเสี่ยงจากการขาดสภาพคล่องของตราสาร (Liquidity Risk): การลงทุนใน Structured Note มีโครงสร้างและเงื่อนไขการจ่ายคืนผลตอบแทนและเงินต้นแตกต่างจากตราสารหนี้ทั่วไป จึงทำให้อาจมีความเสี่ยงด้านสภาพคล่องของตราสารสูงกว่าตราสารหนี้ทั่วไป นั่นคือ อาจเกิดความไม่แน่นอนที่จะไม่สามารถเปลี่ยนตราสารที่ลงทุนมาเป็นเงินสดได้ในเวลาอันรวดเร็ว โดยปราศจากการขาดทุน เนื่องจากตลาดไม่มีการเสนอซื้อเสนอขายการทำธุรกรรมที่มากเพียงพอ ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ขาดสภาพคล่องของตราสาร อาจมีความเสี่ยงที่ไม่สามารถขายตราสารที่กองทุนลงทุนไว้ได้หรือขายตราสารในราคาที่ไม่เหมาะสม ส่งผลให้ผู้ลงทุนอาจขายคืนหน่วยลงทุนไม่ได้ราคาหรือตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ แนวทางการบริหารความเสี่ยง ตามแนวทางการจัดการลงทุน บริษัทจัดการจะเลือกลงทุนในตราสารที่มีตลาดรองที่มีสภาพคล่องเพียงพอ เพื่อให้สามารถมั่นใจได้ในระดับหนึ่งว่าจะสามารถขายตราสารออกไปได้ในเวลาที่ต้องการ อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่ตราสารไม่มีตลาดรองที่ซื้อขายทั่วไป บริษัทจัดการมีการตกลงในเงื่อนไขสัญญากับผู้ออก หรือเลือกลงทุนเฉพาะตราสารที่ยินยอมให้กองทุนขายคืนหรือไถ่ถอนตราสารได้ก่อนครบกำหนด โดยราคาขายคืนหรือราคาไถ่ถอนจะต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานที่สมเหตุสมผลและเป็นแนวทางปฏิบัติที่ได้รับการยอมรับในทางธุรกิจ ทั้งนี้ โดยปกติ กรณีที่ตราสารมีการกำหนดเงื่อนไขเฉพาะ (Terms and Conditions) บริษัทจัดการจะมีส่วนงานที่ปรึกษากฎหมายของบริษัทหรือผู้เชี่ยวชาญภายนอกร่วมพิจารณา และต้องขออนุมัติต่อ IC ก่อนการทำธุรกรรมและลงนามในสัญญาด้วย ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุน : ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุนในประเทศ : ส่วนที่ 1 : ประเภทและคุณสมบัติของตราสารทางการเงินทั่วไป ประเภทของตราสาร ได้แก่ 1. ตราสารหนี้ 1.1 พันธบัตร 1.2 ตั๋วเงินคลัง 1.3 หุ้นกู้ (ไม่รวมหุ้นกู้แปลงสภาพ หุ้นกู้อนุพันธ์ และตราสาร Basel III) 1.4 ตั๋วแลกเงิน 1.5 ตั๋วสัญญาใช้เงิน 1.6 ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นกู้ 1.7 ใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่มี underlying เป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้ 1.8 ตราสารหนี้อื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกับตราสารหนี้ตาม 1.1 - 1.7 ตามที่สำนักงานก.ล.ต.กำหนดเพิ่มเติม 2. ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน (ไม่รวมตราสาร Basel III) 3. ตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) ทั้งนี้ คุณสมบัติของตราสารและหลักเกณฑ์ในการลงทุนเป็นไปตามประกาศ ส่วนที่ 2 : ทรัพย์สินประเภทหน่วย CIS กรณีเป็นหน่วยที่การออกอยู่ภายใต้บังคับกฎหมายไทย เป็นไปตามประกาศ ทั้งนี้ จะไม่ลงทุนในหน่วย CIS ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ (listed fund) ซึ่งมีคุณสมบัติของตราสารเช่นเดียวกันกับตราสาร transferable securities ส่วนที่ 3 : ทรัพย์สินประเภทเงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก ส่วนที่ 4 : ธุรกรรมประเภทการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (reverse repo) ส่วนที่ 5 : ธุรกรรมประเภทการให้ยืมหลักทรัพย์ (securities lending) ส่วนที่ 6 : ธุรกรรมประเภท derivatives 1. ประเภท underlying derivatives ที่กองทุนจะเข้าเป็นคู่สัญญาได้ต้องมี underlying อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างดังนี้ 1 ทรัพย์สินที่กองทุนสามารถลงทุนได้ 2 อัตราดอกเบี้ย .3 อัตราแลกเปลี่ยนเงิน 4 เครดิต เช่น credit rating หรือ credit event เป็นต้น 5 ดัชนีเงินเฟ้อ ดัชนีที่มีองค์ประกอบเป็นสินค้าหรือตัวแปรตาม 1 - 4 หรือ 7 6 ดัชนีที่มีองค์ประกอบเป็นดัชนีตาม 5 7 underlying อื่นตามที่สำนักงานกำหนดเพิ่มเติม ทั้งนี้ ส่วนที่ 3 - ส่วนที่ 6 เป็นไปตามประกาศ ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุนในต่างประเทศ : ส่วนที่ 1 : ประเภทและคุณสมบัติของตราสารทางการเงินทั่วไป ประเภทของตราสารต่างประเทศ ได้แก่ 1. ตราสารหนี้ต่างประเทศ 1.1 พันธบัตร 1.2 ตั๋วเงินคลัง 1.3 หุ้นกู้ (ไม่รวมหุ้นกู้แปลงสภาพ หุ้นกู้อนุพันธ์ และตราสาร Basel III) 1.4 ตั๋วแลกเงิน 1.5 ตั๋วสัญญาใช้เงิน 1.6 ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นกู้ 1.7 ใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่มี underlying เป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้ 1.8 ตราสารหนี้อื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกับตราสารหนี้ตาม 1.1 - 1.7 ตามที่สำนักงานก.ล.ต.กำหนดเพิ่มเติม 2. ตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝงต่างประเทศ (Structured Note) ทั้งนี้ คุณสมบัติของตราสารและหลักเกณฑ์ในการลงทุนเป็นไปตามประกาศ ส่วนที่ 2 : ทรัพย์สินประเภทหน่วย CIS กรณีเป็นหน่วยที่การออกอยู่ภายใต้บังคับกฎหมายต่างประเทศ เป็นไปตามประกาศ ทั้งนี้ จะไม่ลงทุนในหน่วย CIS ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ (listed fund) ซึ่งมีคุณสมบัติของตราสารเช่นเดียวกันกับตราสาร transferable securities ส่วนที่ 3 : ทรัพย์สินประเภทเงินฝากของสถาบันการเงินต่างประเทศหรือตราสารต่างประเทศที่เทียบเท่าเงินฝาก ส่วนที่ 4 : ธุรกรรมประเภทการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (reverse repo) ส่วนที่ 5 : ธุรกรรมประเภทการให้ยืมหลักทรัพย์ (securities lending) ส่วนที่ 6 : ธุรกรรมประเภท derivatives ในต่างประเทศ ประเภท underlying derivatives ที่กองทุนจะเข้าเป็นคู่สัญญาได้ต้องมี underlying อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างดังนี้ 1. ทรัพย์สินที่กองทุนสามารถลงทุนได้ 2. อัตราดอกเบี้ย 3. อัตราแลกเปลี่ยนเงิน 4. เครดิต เช่น credit rating หรือ credit event เป็นต้น 5. ดัชนีเงินเฟ้อ ดัชนีที่มีองค์ประกอบเป็นสินค้าหรือตัวแปรตาม 1. – 4. หรือ 7. 6. ดัชนีที่มีองค์ประกอบเป็นดัชนีตาม 5 7. underlying อื่นตามที่สำนักงานกำหนดเพิ่มเติม ทั้งนี้ ส่วนที่ 3 - ส่วนที่ 6 เป็นไปตามประกาศ อัตราส่วนการลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น เพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนรวม อัตราส่วนการลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น เพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนรวมในประเทศและต่างประเทศ : เป็นไปตามประกาศ และกรณีที่การลงทุนไม่เป็นไปตามข้อนี้ จะดำเนินการให้เป็นไปตามประกาศกำหนด ทั้งนี้ กองทุนมีการกำหนดอัตราส่วนการลงทุนเพิ่มเติมดังนี้ 1. อัตราส่วนการลงทุนที่คำนวณตามผู้ออกทรัพย์สินหรือคู่สัญญา (single entity limit) ได้แก่ - หน่วย CIS ในประเทศ ไม่เกิน 10% - หน่วย CIS ต่างประเทศ ไม่เกิน 15% 2. อัตราส่วนการลงทุนที่คำนวณตามประเภททรัพย์สิน (Product Limit) ได้แก่ - หน่วย CIS จัดตั้งตามกฎหมายไทย ไม่เกิน 20% - ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ไม่เกิน 20% - ตราสารหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน หรือตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือที่ตัวตราสารและ/หรือผู้ออกตราสารที่ต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (non-investment grade / unrated) ซึ่งนำมารวมคำนวณใน total SIP รวมกันไม่เกิน 15%
Investment policy as filed with SEC Thailand.
No NAV history available.
actual = what the AMC currently charges · max = prospectus ceiling (no actual reported). Annual fees aren’t additive with one-time fees.