United Private Equity Fund 1 Not for Retail Investors
UOB ASSET MANAGEMENT (THAILAND) COMPANY LIMITED · Alternative Assets · settlement T+5
↳ Invests in ACRE Asia Workforce Housing I, L.P. · หมู่เกาะเคย์แมน
✨Invests primarily in foreign private equity, focusing on workforce housing assets in Asia through ACRE Asia Workforce Housing I, L.P.
กองทุนจะเน้นลงทุนในหน่วย Private Equity ต่างประเทศ โดยไม่จำกัดอัตราส่วน ซึ่งสามารถมีสัดส่วนการลงทุนในหน่วย Private Equity สูงสุดร้อยละ 100 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ผ่านการลงทุนใน ACRE Asia Workforce Housing I, L.P. ("กองทุนหลัก") ที่จัดตั้งขึ้นภายใต้กฎหมายของหมู่เกาะเคย์แมน (Cayman Islands) ในรูปแบบของ Exempted Limited Partnership และอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของ ACRE Noon Pte. Ltd. ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของประเทศสิงคโปร์ โดยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ Monetary Authority of Singapore (MAS) ACRE Asia Workforce Housing I, L.P. (กองทุนหลัก) มีหุ้นส่วนทั้งหมด 2 ประเภท ดังนี้ (1) หุ้นส่วนสามัญ (General Partner) ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจควบคุมในการบริหารจัดการกองทุนหลักทั้งหมด (2) หุ้นส่วนจำกัดความรับผิด (Limited Partner) มีความรับผิดจำกัดเพียงจำนวนเงินที่ลงทุนในกองทุนหลัก โดยเมื่อทำการลงทุนในกองทุนหลักแล้ว กองทุนจะมีสถานะเป็นหนึ่งในหุ้นส่วนจำกัดความรับผิด (Limited Partner) ของกองทุนหลัก กองทุนหลักมีวัตถุประสงค์ที่จะสร้างความเติบโตให้กับเงินลงทุนในระยะกลางถึงระยะยาวผ่านการลงทุนในบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ (Private Equity Investments) โดยกองทุนหลักจะบริหารจัดการโดย ARCE Noon Pte. Ltd. ("ผู้จัดการกองทุนหลัก") ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาและบริหารอสังหาริมทรัพย์เพื่อแสวงหาโอกาสในการลงทุนภายใต้กลยุทธ์การลงทุนที่เน้นการลงทุนในบริษัทที่พัฒนาหรือถือครองอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัยประเภท Workforce Housing Assets อาทิเช่น อสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย ได้แก่ จังหวัดภูเก็ต กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี หรือ Workforce Housing Assets ในประเทศอื่นๆ ในทวีปเอเชีย ตามที่กองทุนหลักกำหนด นอกจากนี้ กองทุนหลักอาจจะมีการกู้ยืมเงินได้ โดยมีรายละเอียดตามที่ระบุไว้ในลักษณะสำคัญของกองทุน ACRE Asia Workforce Housing I, L.P. (กองทุนหลัก) ตามตารางลักษณะสำคัญของกองทุนหลักด้านล่าง กองทุนคาดว่าจะลงทุนในกองทุนหลัก เป็นเงินจำนวนทั้งหมดประมาณ 50 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยกองทุนมีเงินลงทุนขั้นต่ำ (Minimum Committed Capital) เป็นจำนวนเงินจำนวนประมาณ 30 ล้านเหรียญสหรัฐ ทั้งนี้ โดยกองทุนหลักมีอายุโครงการประมาณ 5 ปี นับจากเวลาที่กองทุนเข้าลงทุน และ General Partner อาจใช้ดุลยพินิจในการขยายอายุกองทุนหลักได้อีก 2 ครั้ง ครั้งละ 1 ปี กองทุนจะลงทุนโดยใช้สกุลเงินบาท (THB) เป็นสกุลเงินหลัก และ/หรือสกุลอื่นใดตามที่บริษัทจัดการเห็นสมควร หากมีการเปลี่ยนแปลงโดยกองทุนหลักในอนาคต บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิแก้ไขรายละเอียดโครงการและแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ ในส่วนของกองทุนนั้น กองทุนอาจจะมีการลงทุนหรือการทำธุรกรรมดังต่อไปนี้ โดยมีฐานะการลงทุนสูงสุดของกองทุนในการลงทุนหรือการทำธุรกรรมแต่ละประเภท ดังนี้ (1) กองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่นซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ ในอัตราส่วนไม่เกินร้อยละ 100 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยการลงทุนในหน่วยลงทุนดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนของกองทุน ทั้งนี้ กองทุนรวมอื่นซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการสามารถลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนปลายทางต่อไปได้อีกไม่เกิน 1 ทอด และหรือตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด รวมถึงที่จะแก้ไขในอนาคต (2) กองทุนอาจพิจารณาเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) และเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (FX Hedging) ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน โดยมีสัดส่วนการลงทุนไม่เกินร้อยละ 100 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน แต่กองทุนจะไม่เข้าทำธุรกรรมการขายหลักทรัพย์ที่ต้องยืมมาเพื่อการส่งมอบ (Short Sell) ธุรกรรมการกู้ยืมเงิน หรือธุรกรรมการขายโดยมีสัญญาซื้อคืน (Repo) เพื่อประโยชน์ในการจัดการลงทุน เว้นแต่เป็นการกู้ยืมและ Repo เพื่อการบริหารสภาพคล่องของกองทุนรวมตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.ประกาศกำหนด ทั้งนี้ กองทุนอาจลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-Investment Grade) และ/หรือตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) และ/หรือหลักทรัพย์ของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) รวมถึงอาจทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด (3) ส่วนที่เหลือกองทุนจะพิจารณาลงทุนในตราสารหนี้ และ/หรือตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน และ/หรือตราสารทางการเงิน และ/หรือ เงินฝาก และ/หรือตราสารทุน และ/หรือหน่วย CIS และ/หรือหน่วยลงทุนกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ / REITs และ/หรือ หน่วยลงทุนของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน และ/หรือหน่วยลงทุนกองทุนสินค้าโภคภัณฑ์ และ/หรือกองทุนรวมอีทีเอฟ (ETF) และ/หรือทรัพย์สินอื่นใดที่มีลักษณะทำนองเดียวกันโดยได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือคณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนดให้กองทุนลงทุนได้ ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุน เรื่องการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วยก็ได้ ทั้งนี้ โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ 1. ช่วงระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม 2. ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนครบอายุโครงการหรือก่อนเลิกกองทุนรวม 3. ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการสิ้นสุดสมาชิกภาพ หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมเป็นกองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรงในตราสาร และ/หรือหลักทรัพย์ดังกล่าวข้างต้น หรือกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds) หรือสามารถกลับมาเป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder Fund) ได้ โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (risk spectrum) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน โดยขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตลาด ณ ขณะนั้น และต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน ทั้งนี้ หากมีการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวบริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน ก่อนการแก้ไขโครงการผ่านการประกาศทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ หรือช่องทางอื่นตามความเหมาะสม โครงสร้างการลงทุนของกองทุน รายละเอียดของบุคคลที่เกี่ยวข้องใน โครงสร้างการลงทุนของกองทุน 1. ACRE Asia Workforce Housing I GP Ltd : หุ้นส่วนสามัญ (General Partner) เป็นผู้มีอำนาจควบคุมในการบริหารจัดการกองทุนหลักทั้งหมด 2. United Private Equity Fund-UI (UPREQ1-UI) : กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ไพรเวท อิควิตี้ ฟันด์ 1 ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย ภายใต้การบริหารจัดการกองทุนของ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ยูโอบี (ประเทศไทย) จำกัด เป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิด (Limited Partner) 3. ACRE Asia Workforce Housing I, L.P. : กองทุนหลัก ที่จัดตั้งขึ้นภายใต้กฎหมายของหมู่เกาะเคย์แมน (Cayman Islands) ในรูปแบบของ Exempted Limited Partnership 4. ACRE Noon Pte. Ltd. : เป็นผู้บริหารจัดการกองทุน ACRE Asia Workforce Housing I, L.P. จัดตั้งขึ้นในประเทศสิงคโปร์ ภายใต้การกำกับดูแลของ Monetary Authority of Singapore (MAS) 5. Investee Companies : เป็นบริษัทที่กองทุนหลักลงทุนตามนโยบายการลงทุนของกองทุนหลัก ในบริษัทที่พัฒนาหรือถือครองอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัยประเภท Workforce Housing Assets ในประเทศไทย ซึ่งอาจรวมถึงในประเทศอื่นๆ ในทวีปเอเชีย ตามที่กองทุนหลักกำหนด ลักษณะสำคัญของ ACRE Asia Workforce Housing I, L.P. (กองทุนหลัก) ชื่อกองทุน : ACRE Asia Workforce Housing I, L.P. นโยบายกองทุนหลัก กองทุนมีวัตถุประสงค์ที่จะสร้างความเติบโตให้กับเงินลงทุนในระยะกลางถึงระยะยาวผ่านการลงทุนในหุ้นที่ไม่ได้จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ (Private Equity Investments) โดยกองทุนหลักจะบริหารจัดการโดย ARCE Noon Pte. Ltd. (ผู้จัดการกองทุนหลัก) ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาและบริหารอสังหาริมทรัพย์เพื่อแสวงหาโอกาสในการลงทุนภายใต้กลยุทธ์การลงทุนที่เน้นการลงทุนในบริษัทที่พัฒนาหรือถือครองอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัยประเภท Workforce Housing Assets อาทิเช่น อสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย ได้แก่ จังหวัดภูเก็ต กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี หรือ Workforce Housing Assets ในประเทศอื่นๆ ในทวีปเอเชีย ตามที่กองทุนหลักกำหนด การกู้ยืม กองทุนหลัก หรือบริษัทในเครือ ภายใต้การควบคุมของกองทุนหลัก (Controlled Affiliates) อาจทำธุรกรรมการกู้ยืมหรือสินเชื่อรูปแบบอื่นๆ เพื่อเหตุผลใดก็ตามซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง การชำระ ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของกองทุนหลัก (Partnership Expenses) ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fees) หรือ เพื่อการลงทุน กองทุนหลักหรือ Controlled Affiliates จะไม่ก่อให้เกิดหนี้สินใดๆ เกินกว่าร้อยละ 233 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก (หรือร้อยละ 70 ของมูลค่ารวมของมูลค่ายุติธรรม (Fair Market Value) ของมูลค่าของทรัพย์สินของกองทุนหลัก (Gross Asset) และมูลค่าของทรัพย์สิน (Gross Asset) ของบริษัทในเครือ ภายใต้การควบคุมของกองทุนหลัก Controlled Affiliates ตามสัดส่วน (pro rata) ที่กองทุนหลักมีส่วนความเป็นเจ้าของ ทั้งนี้ หนี้สินดังกล่าวไม่รวมถึงหนี้สิน บางประเภท เช่น หนี้ภายใต้สินเชื่อเพื่อการดำเนินงานที่กำหนด (Subscription Facility Agreement) ผู้จัดการกองทุนหลัก : ACRE Noon Pte. Ltd. สกุลเงิน กองทุนจะลงทุนโดยใช้สกุลเงินบาท (THB) เป็นสกุลเงินหลัก อายุกองทุน ประมาณ 5 ปี นับจากเวลาที่กองทุนเข้าลงทุนในกองทุนหลัก โดย General Partner อาจใช้ดุลยพินิจในการขยายอายุกองทุนหลักได้อีก 2 ครั้ง ครั้งละ 1 ปี ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) ในช่วงระยะเวลาการลงทุน (Investment Period) อัตราร้อยละ 2.00 ต่อปี ของเงินลงทุนที่กองทุนตกลงจะเข้าลงทุน (Capital Commitment) นับตั้งแต่วันปิดรับการลงทุนแรกของกองทุนหลัก ซึ่งเป็นวันที่ 21 ธันวาคม 2019 (First Closing) และภายหลังจากสิ้นสุดระยะเวลาการลงทุน (Investment Period) อัตราร้อยละ 2.00 ต่อปีของเงินลงทุนที่ได้รับชำระแล้วจาก Limited Partner ทั้งหมด (Capital Contribution) หักด้วยจำนวน Capital Contribution ที่เกี่ยวข้องกับจำนวนหน่วยลงทุนที่ถูกจำหน่าย จ่าย โอน ได้แล้วทั้งหมดหรือบางส่วน ค่าใช้จ่ายในการจัดตั้งกองทุน (Organizational Expenses) ค่าใช้จ่ายในการจัดตั้งกองทุน (Organizational Expenses) ของกองทุนหลักจะเป็นไปตามที่เกิดขึ้นจริง อย่างไรก็ดี ค่าใช้จ่ายในการจัดตั้งกองทุนดังกล่าวจะไม่รวมถึงค่าคอมมิชชั่นหรือค่าธรรมเนียมที่ต้องชำระให้แก่ตัวแทนของกองทุนหลักที่ช่วยเสนอขายหน่วยลงทุนของกองทุนหลัก (Placement Fees) ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายในการจัดตั้งกองทุน (Organizational Expenses) จะมีจำนวนไม่เกินกว่า 200,000 เหรียญสหรัฐอเมริกา ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของกองทุนหลัก (Partnership Expenses) ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของกองทุนหลักจะเป็นไปตามที่เกิดขึ้นจริง โดยรวมถึง (แต่ไม่จำกัดเพียง) ค่าใช้จ่ายและหนี้สินที่เกิดขึ้นจากหรือเกิดจากการดำเนินงาน ดังต่อไปนี้ 1. ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการลงทุนที่เกิดขึ้นจริงและที่อาจเกิดขึ้นและค่าใช้จ่ายจากการลงทุนชั่วคราว รวมถึงค่าใช้จ่ายจากการตรวจสอบ การประเมิน การได้มา การถือครอง การจัดหาเงินทุน การเช่า การป้องกันความเสี่ยง และการขายกิจการดังกล่าว 2. ค่าพาหนะ ค่าอาหารและที่พักของพนักงานของ General Partner และผู้จัดการ 3. ค่าคอมมิชชั่นและค่าธรรมเนียมการขาย ค่าธรรมเนียมตามข้อผูกพัน และต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในการซื้อและขายของทรัพย์สินที่ลงทุน 4. ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม ค่าคอมมิชชั่น ต้นทุนและค่าใช้จ่าย และอื่นๆ ที่ต้องชำระ (นอกเหนือจากเงินต้น) ที่เกี่ยวข้องหรือเกิดจากกิจกรรมก่อหนี้หรือป้องกันความเสี่ยงของกองทุนหลัก บริษัทย่อย หรือกองทุน ที่กำหนดขึ้นโดย General Partner เพื่อมาลงทุนในกองทุนหลักนี้ (Feeder Fund) 5. ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของกองทุนหลัก บริษัทย่อย หรือกองทุน Feeder Fund รวมถึงค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการจ้างผู้เชี่ยวชาญ ผู้ประเมิน ผู้บริหาร ผู้ดูแลทรัพย์สิน ที่ปรึกษากฎหมายภายนอก ที่ปรึกษา นักบัญชี ผู้สอบบัญชี และผู้จัดเตรียมการคืนภาษี รวมถึงค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำงบการเงินและแบบแสดงรายการภาษีของกองทุนหลัก บริษัทย่อย หรือกองทุน Feeder Fund ใดๆ 6. เบี้ยประกันภัยวินาศภัยและการประกันอื่นๆ 7. ค่าธรรมเนียมสำหรับการจัดการอสังหาริมทรัพย์ ค่านายหน้า การเช่า การพัฒนา หรือบริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน 8. ภาษีและค่าใช้จ่ายที่รัฐบาลจัดเก็บ ค่าธรรมเนียมและอากรอื่นๆ ที่กำหนด 9. ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการประชุมคณะกรรมการลงทุน (Investment Committee) และ รวมถึงค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการประชุมกับหุ้นส่วนการลงทุน (Partners) หรือการประชุมกับสมาชิกของกองทุนที่ลงทุน (Feeder Fund) 10. ค่าเสียหาย 11. ค่าใช้จ่ายในการจัดเตรียมและแจกจ่ายรายงานให้กับ Limited Partners หรือสมาชิกของ Feeder Fund และค่าใช้จ่ายในการประชุมของ Limited Partners และ/หรือ General Partner หรือสมาชิกของ Feeder Fund ที่จัดโดยกองทุนหลัก บริษัทย่อย Feeder Fund หรือ General Partner 12. ต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการฟ้องร้อง อนุญาโตตุลาการ และการดำเนินการที่คล้ายกันที่เกี่ยวข้องกับกองทุนหลัก บริษัทย่อย หรือกองทุน Feeder Fund 13. ค่าใช้จ่ายในการเลิกกิจการและชำระบัญชีกองทุนหลัก บริษัทย่อย หรือกองทุน Feeder Fund ส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุน (Carried Interest) ส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนดังต่อไปนี้จะถูกจ่ายให้กับ General Partner 1. General Partner จะได้รับเงินหรือผลตอบแทนเป็นจำนวนเท่ากับร้อยละ 20 ของจำนวนรวมของผลตอบแทนการลงทุนที่จะถูกจัดสรรให้แก่ General Partner (Catch-up) และ Limited Partner (8% Preferred Return)* ซึ่งจะมีการจ่ายภายหลังจากที่มีการคืนเงินลงทุนให้แก่ผู้ลงทุนแล้ว ทั้งนี้ เป็นไปตามเงื่อนไขของกองทุนหลัก 2. ภายหลังจากการชำระเงินตามข้อ 1. แล้ว หากยังมีผลตอบแทนส่วนเกิน General Partner จะได้รับส่วนแบ่งเท่ากับร้อยละ 20 ของผลตอบแทนจากการลงทุนที่เหลืออยู่ จนกว่าผลตอบแทนสะสมที่ได้รับการจัดสรรเท่ากับผลตอบแทนจากการลงทุน (“Internal Rate of return (IRR)”) ที่ร้อยละ 20 ต่อปี 3. ภายหลังจากการชำระเงินตามข้อ 2. แล้ว หากยังมีผลตอบแทนส่วนเกิน General Partner จะได้รับส่วนแบ่งเท่ากับร้อยละ 30 ทั้งนี้ รายละเอียดเป็นไปตามการจัดสรรผลตอบแทนและการชำระเงินคืนของกองทุนหลักที่กำหนดด้านล่าง อย่างไรก็ดี กองทุนหลักอาจใช้ดุลยพินิจในการเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆ จากกองทุนนอกเหนือจากค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่กล่าวข้างต้น ได้ * ส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนดังกล่าวคำนวณจากเงินลงทุน (Committed Capital) ในรูปสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ในกรณีที่กองทุนหลัก มีการแก้ไขเพิ่มเติมโครงการจัดการ ซึ่งบริษัทจัดการเห็นว่าไม่มีนัยสำคัญ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะแก้ไขเพิ่มเติมโครงการให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของกองทุนหลัก โดยถือว่าได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว และจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการโดยพลัน ปัจจัยความเสี่ยงที่สำคัญของกองทุนหลัก ผู้สนใจลงทุนควรพิจารณาปัจจัยความเสี่ยงต่างๆ ของกองทุนหลักดังต่อไปนี้ ก่อนที่จะลงทุนในกองทุน ผู้สนใจควรศึกษา และในกรณีที่เหมาะสม ควรขอคำปรึกษาจากที่ปรึกษาวิชาชีพเกี่ยวกับผลที่จะเกิดขึ้น รวมถึงผลทางด้านภาษีจากการขอซื้อ ถือครอง และเปลี่ยน ไถ่ถอน หรือจำหน่ายจ่ายโอนซึ่งหน่วยลงทุนในกองทุนหลัก โดยข้อมูลทางด้านล่างนี้อาจไม่ครอบคลุมความเสี่ยงทั้งหมดจากการที่กองทุนลงทุนในกองทุนหลัก ทั้งนี้ ผู้ลงทุนรับทราบว่ากองทุนและ/หรือกองทุนหลัก ไม่รับรองว่าการใช้วิจารณญาณของ General Partner ผู้จัดการกองทุนหลัก หรือคณะกรรมการของกองทุนหลักจะส่งผลให้การลงทุนของกองทุนหลักสามารถสร้างผลกำไร อีกทั้งกองทุนไม่สามารถรับรองว่ากองทุนหลักจะไม่ขาดทุน โดยผู้สนใจลงทุนต้องทำการประเมินความเสี่ยงจากการลงทุนในกองทุนด้วยตนเอง ปัจจัยความเสี่ยงต่างๆที่ระบุด้านล่างนี้ โดยทั่วไปมีผลกับการดำเนินงานของกองทุน และกองทุนหลัก อย่างไรก็ตาม ปัจจัยความเสี่ยงเหล่านี้อาจมีผลกับกองทุนโดยตรงด้วย 1. ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ กองทุนหลักมีความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนโครงการในอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ความเสี่ยงที่เกิดจากหรือเกี่ยวข้องกับสภาวะเศรษฐกิจ เหตุการณ์ทางการเมือง สถานการณ์ทางสังคม วิกฤตทางสาธารณสุข มูลค่าของทรัพย์สิน อุปทานและอุปสงค์ของอสังหาริมทรัพย์ซึ่งกองทุนหลักเข้าลงทุน สภาพทางการเงินของผู้เช่า การทำลายทรัพย์สิน (Vandalism) การก่อการร้าย การประท้วงเรื่องค่าเช่า การเปลี่ยนแปลงกฎหมายเกี่ยวกับ ภาษี อาคาร สิ่งแวดล้อม การควบคุมค่าเช่า การจัดโซนนิ่งและกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง การเปลี่ยนแปลงอัตราภาษีอสังหาริมทรัพย์ การเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ย และความพร้อมของกองทุนสินเชื่อภาคอสังหาริมทรัพย์ (Mortgage Funds) ซึ่งอาจส่งผลให้การขายสินทรัพย์เป็นไปได้ยาก ความเสี่ยงเหล่านี้อาจก่อให้เกิดความผันผวนของอัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate) การหมุนเวียนของผู้เช่า ค่าใช้จ่ายจากการดําเนินงาน และมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ ดังนั้นกองทุนหลักจึงไม่สามารถรับประกันได้ว่าการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์จะสามารถทำกำไร ในกรณีที่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานนั้นมากกว่ารายได้ กองทุนหลักอาจจำเป็นต้องนำเงินลงทุน และดอกเบี้ยรับจากการลงทุนในตราสารหนี้ มาชำระค่าใช้จ่ายต่างๆ ล่วงหน้า หรืออาจจำเป็นต้องขายทรัพย์สินที่ลงทุนโดยขาดทุน ด้วยเหตุผลนี้กองทุนหลักอาจไม่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์การลงทุน 2. ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ การลงทุนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัยประเภท (Workforce Housing Assets) มีความเสี่ยงมากกว่าการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ทั่วไปเนื่องจาก กองทุนหลักมีนโยบายในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ซึ่งขึ้นใหม่จากพื้นที่เปล่า นโยบายดังกล่าวอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยความเสี่ยงต่างๆ ซึ่งเกี่ยวข้องกับความล่าช้าในการพัฒนาหรือดำเนินงานก่อสร้าง การใช้เงินลงทุนสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ รวมถึงการกู้เงินหรือการระดมทุนเพิ่มเติมเพื่อชำระค่าใช้จ่ายต่างๆ นอกจากนี้กองทุนหลักอาจไม่สามารถดำเนินการตามแผน กลยุทธ์ หรือการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เหล่านี้ให้สำเร็จได้ และอาจจำเป็นต้องถือครองหรือขายอสังหาริมทรัพย์เหล่านี้โดยขาดทุน 3. ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัยประเภท Workforce Housing Assets กองทุนหลักคาดหมายที่จะพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัยประเภท Workforce Housing Assets ซึ่งมีลักษณะทางเศรษฐกิจที่แตกต่างจากอสังหาริมทรัพย์ประเภทอื่นๆ เนื่องจากผู้พักอาศัยใน Workforce Housing Assets มักอาศัยอยู่เป็นระยะเวลาไม่นาน ซึ่งส่งผลกระทบให้ราคาห้องพักและอัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate) มีการเปลี่ยนแปลงบ่อยครั้ง และก่อให้เกิดความผันผวนของรายได้ที่กองทุนหลักจะได้รับเมื่อหากเทียบกับอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นอาคารสำนักงาน ซึ่งมักมีสัญญาเช่าระยะยาวอันทำให้ได้รับรายได้ที่มั่งคง นอกจากนี้ Workforce Housing เป็นภาคธุรกิจที่จะได้รับผลกระทบจากฤดูกาล (Seasonality) ดังนั้นความเปลี่ยนแปลงของฤดูกาลอาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อภาคธุรกิจและผลการดำเนินงานของกองทุนหลัก นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานด้านอสังหาริมทรัพย์นั้นคงที่และจะไม่ลดลง แม้ว่ารายได้ซึ่งกองทุนหลักได้รับจากการลงทุนในทรัพย์สินต่างๆ จะลดลงก็ตาม 4. ข้อจำกัดการลงทุนในประเทศและต่างประเทศ กองทุนหลักมีวัตถุประสงค์ในการลงทุนในประเทศไทย (Target Jurisdiction) ในการนี้ประเทศไทยอาจออกกฎหมายและข้อบังคับซึ่งห้ามหรือจำกัดอำนาจการถือครองหรือการบริหารจัดการบริษัทที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยโดยนักลงทุนต่างชาติ ข้อจำกัดเหล่านี้อาจทำให้กองทุนหลักไม่สามารถบริหารจัดการหรือควบคุมบริษัทที่เข้าลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ประเทศไทยอาจกำหนดข้อจำกัดเกี่ยวกับความสามารถของนักลงทุนต่างชาติในการลงทุนในบริษัทหรือทรัพย์สินที่ถือว่ามีความสำคัญต่อผลประโยชน์ของชาติ หรืออาจมีข้อจำกัดทำให้นักลงทุนต่างชาติสามารถลงทุนในหลักทรัพย์ได้เฉพาะบางประเภทเท่านั้น ซึ่งหลักทรัพย์ประเภทที่นักลงทุนต่างชาติสามารถลงทุนได้ดังกล่าวอาจมีสิทธิประโยชน์น้อยกว่า หรือให้อำนาจบริหารจัดการบริษัทน้อยกว่าหลักทรัพย์ประเภทที่นักลงทุนไทยสามารถลงทุนได้ ข้อจำกัดเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อมูลค่าของสินทรัพย์ที่กองทุนหลักเข้าลงทุนและจำกัดโอกาสในการลงทุนของกองทุนหลัก 5. ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากรายได้ของกองทุนหลักจะอยู่ในสกุลเงินของประเทศไทยแต่เงินปันผลทั้งหมดที่จะถูดจัดสรรให้แก่นักลงทุนในกองทุนหลัก (กล่าวคือ Limited Partners) เป็นสกุลเงินเหรียญสหรัฐ (เว้นแต่จะมีการตกลงเป็นอย่างอื่น) ดังนั้นกองทุนหลักอาจมีความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเงินระหว่าง สกุลเงินของประเทศไทย (กล่าวคือ สกุลเงินบาท) และสกุลเงินเหรียญสหรัฐหรือสกุลเงินอื่นๆ ได้ ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนดังกล่าวอาจส่งผลกระทบให้มูลค่าสินทรัพย์ของกองทุนหลักเปลี่ยนแปลงตามสกุลเงิน นอกจากนี้ สกุลเงินบางสกุลในเอเชียไม่สามารถแลกเปลี่ยนได้อย่างเสรี ดังนั้นมูลค่าของกองทุนหลักอาจได้รับผลกระทบจากความสามารถในการแลกเปลี่ยนเงินด้วยเช่นกัน ในการนี้ กองทุนหลักมิได้มีนโยบายในการเข้าทำธุรกรรมเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนหรือการกู้ยืมเป็นสกุลเงินบาทอยู่เสมอ แต่กองทุนหลักอาจพิจารณาเข้าทำธุรกรรมเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเป็นครั้งคราวได้ ธุรกรรมป้องกันความเสี่ยงใดๆ ที่ดำเนินการโดยกองทุนหลักจะเป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์ในการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนเท่านั้น และไม่ใช่เพื่อวัตถุประสงค์ในการเก็งกำไร ทั้งนี้ สกุลเงินบาทมีความผันผวนอย่างมากในช่วงเวลาที่ผ่านมาและอาจจะยังคงผันผวนต่อไป นอกจากนี้ ประเทศไทยยังเคยเกิดการลอยตัวค่าเงินขึ้น (เช่น ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจในปี 1998) ซึ่งหากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว กองทุนหลักอาจได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรงที่ไม่สามารถเยียวยาแก้ไขได้ 6. ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างทางกฎหมาย (Legal Structure) กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ กฎหมายที่ว่าด้วยสิทธิของนักลงทุน ซึ่งรวมถึงกฎหมายป้องกันสิทธิของเจ้าหนี้ และกฎหมายอื่นๆ รวมถึงการดำเนินการฟ้องร้องบังคับคดีเพื่อรักษาหรือบังคับใช้สิทธิต่างๆ ในประเทศไทยอาจไม่มีการพัฒนาหรือประสิทธิภาพมากนักหากเทียบกับทวีปอื่นๆ ซึ่งมี กฎหมายและข้อบังคับที่ครอบคลุม (Comprehensive) มากกว่า เช่น กฎหมายในทวีปอเมริกาเหนือหรือทวีปยุโรป ดังนั้นกองทุนหลักอาจประสบกับปัญหาทางกฎหมายโดยเฉพาะอย่างยิ่งในการบังคับกฎหมายดังกล่าว 7. ความเสี่ยงจากการลงทุนแบบกระจุกตัวและความเสี่ยงทางภูมิศาสตร์ กองทุนหลักมีวัตถุประสงค์ที่จะเน้นลงทุนในประเทศไทยจึงส่งผลให้กองทุนต้องรับความเสี่ยงจากการลงทุนแบบกระจุกตัวในภูมิศาสตร์เดียว เช่น ความตกต่ำลงของเศรษฐกิจและสภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย นอกจากนี้ประเทศไทยยังตั้งอยู่ในภูมิภาคที่เคยประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ เช่น น้ำท่วมและสึนามิ ซึ่งเศรษฐกิจมีความอ่อนไหวต่อเหตุการณ์ทางธรรมชาติ ปัจจัยเหล่านี้อาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศไทยและการลงทุนของกองทุนหลัก 8. ความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจและการเมือง ประเทศไทย (Target Jurisdiction) อาจต้องเผชิญกับความผันผวนทางเศรษฐกิจเป็นครั้งคราว ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงอัตราเงินเฟ้อที่สูง ภาวะเศรษฐกิจถดถอย และการว่างงาน แม้ว่าความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจดังกล่าวอาจสร้างโอกาสในการลงทุนให้กับกองทุนหลัก แต่ในขณะเดียวกัน อาจส่งผลกระทบในเชิงลบต่อเศรษฐกิจและตลาดอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทยที่กองทุนหลักจะเข้าลงทุน การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ข้อจำกัดกฎระเบียบ การเปลี่ยนรัฐบาลและการเปลี่ยนแปลงนโยบายของรัฐบาล ในประเทศไทยอาจส่งผลเสียต่อการลงทุนของกองทุนหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อกองทุนหลักไม่มีเจตนาที่จะทำประกันความเสี่ยงการลงทุนเพื่อคุ้มครองหรือประกันความเสี่ยงทางการเมือง ในการนี้ ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ทางการเมืองอาจส่งผลกระทบต่อสภาวะตลาดและจำกัดความสามารถหรือโอกาสของกองทุนหลักในการลงทุนในประเทศไทยหรือมีผลกระทบในอนาคตต่อการลงทุนของกองทุนหลักในประเทศต่างๆ 9. ความเสี่ยงจากการขาดสภาพคล่อง การลงทุนของกองทุนหลักนั้นเป็นการลงทุนระยะยาวและเป็นการลงทุนที่ไม่มีสภาพคล่อง โดยสภาพคล่องของสินทรัพย์ที่กองทุนหลักลงทุนั้นขึ้นอยู่กับความสามารถในการบรรลุเป้าหมายของกลยุทธ์การลงทุนซึ่งอาจถูกกระทบโดยปัจจัยความเสี่ยงต่างๆ ที่ระบุในหนังสือชี้ชวนฉบับนี้ นอกจากนี้กองทุนหลักจะลงทุนในบริษัทต่างๆ (Portfolio Companies) ซึ่งไม่มีการเสนอขายหลักทรัพย์ต่อสาธารณะ การลงทุนในหลักทรัพย์เหล่านี้อาจมีความยากในการประเมินมูลค่า จำหน่าย หรือ จ่ายโอน (Liquidate) ได้ ดังนั้นความเสี่ยงด้านสภาพคล่องของการลงทุนในบริษัทดังกล่าวจึงสูงกว่าความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีการเสนอขายในตลาดหลักทรัพย์ ดังนั้น นักลงทุนควรทราบถึงความล่าช้าในการได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง 10. ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการระดมทุนด้วยการกู้ยืม (Debt Financing) กองทุนหลักและ Portfolio Company อาจเผชิญความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการกู้เงิน ซึ่งรวมถึงกรณีที่กองทุนหลักอาจไม่มีกระแสเงินสดที่เพียงพอเพื่อชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยภายใต้ธุรกรรมการกู้ยืมเงินดังกล่าว และหากกองทุนหลักนำทรัพย์สินไปจำนองเพื่อเป็นหลักประกันการกู้ยืมและการชำระหนี้ ผู้ให้กู้อาจทำการยึดทรัพย์จำนองดังกล่าวหรืออาจบังคับขายทรัพย์สินจำนองได้ ซึ่งอาจทำให้ผลกำไรของกองทุนหลักลดลงและส่งผลกระทบต่อมูลค่าทรัพย์สินของกองทุนหลัก กองทุนหลักและ Portfolio Company อาจมีความเสี่ยงที่จะไม่สามารถรีไฟแนนซ์ (Refinance) เงินกู้ที่ตนมีอยู่ หรือความเสี่ยงที่เงื่อนไขของการรีไฟแนนซ์ดังกล่าวอาจมิได้มีผลประโยชน์ที่เอื้ออำนวยเท่ากับเงื่อนไขเดิมของการกู้ยืมเดิมได้ ในกรณีที่ Portfolio Company ผิดนัดชำระหนี้ภายใต้สัญญากู้ยืมเงินหรือมีเหตุผิดสัญญาอื่นภายใต้หนี้ดังกล่าว Portfolio Company อาจถูกจำกัดภายใต้สัญญากู้ที่เกี่ยวข้อง มิให้การจ่ายเงินปันผลให้แก่กองทุนหลัก นอกจากนี้กองทุนหลักและ Portfolio Company อาจถูกผูกพันภายใต้ข้อกำหนดของสัญญากู้ยืมซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานและความสามารถของกองทุนหลักในการจัดสรรผลตอบแทนให้แก่นักลงทุน 11. ความเสี่ยงในกรณีที่การลงทุนมีระยะเวลาที่ยาวนานกว่าอายุกองทุนของกองทุนหลัก กองทุนหลักจะลงทุนในสินทรัพย์ที่อาจไม่สามารถจำหน่ายได้ก่อนสิ้นสุดระยะเวลาของกองทุนหลัก ทั้งนี้ ในกรณีดังกล่าว General Partner จะพยายามจำหน่ายสินทรัพย์ที่กองทุนหลักลงทุนทั้งหมดก่อนที่กองทุนหลักจะจำหน่ายหลักทรัพย์ใน Portfolio Company ให้แก่ Limited Partners แทนผลตอบแทนเมื่อมีการชำระบัญชีกองทุนหลัก อย่างไรก็ตามไม่มีสิ่งใดรับประกันได้ว่าความสามารถในการจำหน่ายทรัพย์สินหรือสภาพคล่องของหลักทรัพย์จะมีผลกระทบต่อการจัดสรรผลตอบแทนสุดท้ายให้แก่ Limited Partners มากน้อยเพียงใด 12. ความเสี่ยงจากการลงทุนในฐานะผู้ถือหุ้นส่วนน้อย กองทุนอาจเข้าลงทุนใน Portfolio Company ต่างๆ ในฐานะผู้ถือหุ้นส่วนน้อยและอาจไม่สามารถเข้าไปมีอำนาจในการบริหารจัดการหรือมีอิทธิพลต่อการกำหนดทิศทางของ Portfolio Company ได้ ในกรณีดังกล่าว กองทุนหลักไม่สามารถแต่งตั้งคณะผู้บริหาร และจะต้องพึ่งพาคณะผู้บริหารและคณะกรรมการขอ Portfolio Company เป็นอย่างมากในการบริหารจัดการและการตัดสินใจต่าง ๆ ของบริษัท ซึ่งบุคคลดังกล่าวอาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์กับกองทุนหลัก 13. ความเสี่ยงจากการแข่งขันกันของการลงทุน กองทุนหลักจำเป็นต้องแข่งขันกับนักลงทุนอื่นๆ เพื่อให้ได้ลงทุนใน Portfolio Company โดยที่บุคคลเหล่านี้อาจมีทุนสำรองมากกว่ากองทุนหลักทำให้สามารถรองรับความเสี่ยงได้มากกว่ากองทุนหลัก การแข่งขันกันในการลงทุนอาจลดโอกาสของกองทุนหลักในการลงทุนใน Portfolio Company และอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรของกองทุนหลัก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลตอบแทนจากการลงทุนของ Limited Partners ด้วยเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น ในบริบทของ Workforce Housing Asets กองทุนหลักอาจต้องแข่งขันกับนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายอื่นที่มีวัตถุประสงค์การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันหรือจัดตั้งอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกันกับทรัพย์สินที่กองทุนหลักเข้าลงทุน หรือในการแสวงหาผู้เช่า โดยเฉพาะหากโครงการอื่นๆ มีความทันสมัย สวยงามและความสามารถในการดึงดูดผู้เช่าได้มากกว่า ด้วยเหตุผลนี้ ไม่มีสิ่งใดรับประกันได้ว่ากองทุนหลักจะสามารถการบริหารบริษัทที่เข้าลงทุนเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์การลงทุนได้ 14. ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ กองทุนหลักและการดำเนินงานของกองทุนหลักมีความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งทางผลประโยชน์มากมาย ทั้งที่เกิดขึ้นแล้วและอาจเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงที่ระบุดังต่อไปนี้ (ก) ในบางกรณี General Partner ผู้จัดการกองทุนหลัก หรือบริษัทในเครือ อาจกระทำการในลักษณะที่คล้ายคลึงหรือมีส่วนร่วมโดยประการอื่นใดในกองทุนหรือแผนการลงทุนอื่นๆ เช่น การให้คำแนะนำในการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ต่อผู้อื่น ซึ่งอาจมีวัตถุประสงค์ด้านการลงทุนที่คล้ายคลึงกันกับวัตถุประสงค์ของกองทุนหลัก ดังนั้น จึงเป็นไปได้ว่าในการดำเนินธุรกิจของบุคคลดังกล่าวอาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์กับกองทุนหลักหรือขัดแย้งกับกองทุนในฐานะ Limited Partners ได้ (ข) General Partner ผู้จัดการกองทุนหลัก หรือบริษัทในเครือ คาดหมายที่จะให้บริการจัดการลงทุนและให้คำแนะนำการลงทุนแก่กองทุนของ ACRE อื่นๆ นอกเหนือจากกองทุนหลัก รวมไปถึงการจัดสรรโอกาสในการลงทุนแก่ทั้งกองทุนหลักและกองทุนอื่นๆ ของ ACRE โดยที่กองทุนนั้นๆ อาจลงทุนคู่ขนานหรือลงทุนร่วมกับกองทุนหลัก การดำเนินงานดังกล่าวอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ซึ่งรวมถึงความขัดแย้งในการจัดสรรเวลาด้านการบริหารจัดการ บริการ และหน้าที่อื่นๆ ในประการที่เกี่ยวกับการดำเนินงานของกองทุนหลักและกองทุน ACRE อื่นๆ ของ ACRE (ค) General Partner และผู้จัดการกองทุนหลักอาจใช้บริการของบริษัทในเครือเพื่อ บริหารจัดการสินทรัพย์ของ Portfolio Company ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงบริการด้าน การจัดการสินทรัพย์ การจัดการทรัพย์สิน และการจัดการการก่อสร้าง โดยอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์เนื่องจาก General Partner และ ผู้จัดการกองทุนหลักอาจมีแรงจูงใจในการใช้บริการบริษัทในเครือตนเองและยอมที่จะจ่ายค่าธรรมเนียมและค่าบริการที่สูงกว่าให้แก่บริษัทในเครืองตนเอง แม้ผู้ให้บริการอื่นๆ อาจมีคุณสมบัติที่ดีกว่า อย่างไรก็ตาม General Partner และ ผู้จัดการกองทุนหลักมิได้มีส่วนแบ่งจากค่าบริการดังกล่าวแต่อย่างใด (ง) นอกจากนี้ค่าตอบแทนจากการลงทุนซึ่ง General Partner จะได้รับขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงานของกองทุนหลัก ดังนั้น General Partner อาจก่อให้คณะกรรมการการลงทุนอนุมัติการลงทุนซึ่งอาจมีความเสี่ยงสูงกว่าในกรณีที่ไม่มีค่าตอบแทนตามผลการดำเนินงานดังกล่าว ทั้งนี้ General Partner อาจลดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้นโดยการขอคำแนะนำหรือการอนุมัติจากคณะกรรมการที่ปรึกษา (Advisory Panel) (ตามความเหมาะสม) ก่อนเข้าทำธุรกรรมใดๆ 15. ความเสี่ยงของการร่วมทุน กองทุนหลักจะเข้าลงทุนในฐานะผู้ร่วมทุนหรือหุ้นส่วนกับผู้ขายทรัพย์สิน บริษัทในเครือของผู้ขายทรัพย์สิน หรือบุคคลอื่น ซึ่งการลงทุนดังกล่าวอาจเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงที่ไม่ปรากฎในเครื่องมือการลงทุน (Investment Vehicle) ประเภทอื่นๆ รวมถึงตัวอย่างเช่น ความเป็นไปได้ที่บุคคลดังกล่าวอาจล้มละลาย มีผลประโยชน์หรือเป้าหมายทางธุรกิจที่ไม่สอดคล้องกับเป้าหมายของกองทุนหลัก หรืออยู่ในฐานะที่จะดำเนินการใดๆ ที่อาจไม่สอดคล้องกับนโยบาย วัตถุประสงค์ หรือความต้องการของกองทุนหลัก การกระทำของบุคคลดังกล่าวอาจทำให้สินทรัพย์ที่เข้าลงทุนนั้นมีความรับผิดมากเกินกว่าหรือนอกเหนือจากที่ความรับผิดที่คาดการณ์ไว้ นอกจากนี้ กองทุนหลักอาจต้องอาศัยความสามารถและความเชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการของผู้ร่วมทุนหรือหุ้นส่วนดังกล่าว ดังนั้นกองทุนหลักอาจขายส่วนที่ตนได้ลงทุนได้ยากกว่าลงทุนในสินทรัพย์ประเภทอื่นๆ ทั้งนี้ กองทุนหลักอาจให้ผู้ร่วมทุนหรือหุ้นส่วนมีอำนาจในการยับยั้ง (Veto) การตัดสินใจที่สำคัญเกี่ยวกับการจัดการและการจำหน่ายการลงทุน อันอาจทำให้เกิดความเสี่ยงของการหยุดชะงัก (Deadlocks) ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อผลตอบแทนหรือมูลค่าการลงทุนต่อไป หรือทำให้กองทุนหลักต้องใช้สินทรัพย์ของกองทุนหลักเพื่อซื้อส่วนการลงทุนของผู้ร่วมทุนหรือหุ้นส่วนดังกล่าวในกรณีที่เกิดการบังคับขายส่วนการลงทุนดังกล่าวได้ 16. ค่าบริการ (Fees for Services) General Partner และผู้จัดการกองทุนหลัก อาจใช้บริการของบริษัทในเครือ สำหรับบริการต่างๆ ที่จำเป็นเกี่ยวกับสินทรัพย์ของ Portfolio Company อาทิ การจัดการสินทรัพย์ การจัดการอสังหาริมทรัพย์และการจัดการดูแลการก่อสร้าง ในกรณีดังกล่าว Portfolio Company จะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมให้กับบริษัทในเครือดังกล่าวของ General Partner และผู้จัดการกองทุนหลัก สำหรับการให้บริการที่เกี่ยวข้องนั้น โดย General Partner และผู้จัดการกองทุนหลักอาจใช้บริการของผู้ให้บริการจากบุคคลภายนอกได้ด้วยตามที่เห็นสมควร ทั้งนี้ การใช้บริการของบริษัทในเครือของ General Partner หรือผู้จัดการกองทุนหลัก ซึ่งเกี่ยวข้องกับบริการต่างๆ ที่จำเป็นเหล่านี้ อาจทำให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ซึ่งอาจทำให้เกิดแรงจูงใจที่ทำให้ General Partner หรือผู้จัดการกองทุนหลักให้การสนับสนุนบริษัทในเครือของตนมากกว่าพิจารณาบริการที่ได้รับ และ/หรือ General Partner หรือผู้จัดการกองทุนหลักอาจตกลงที่จะจ่ายค่าธรรมเนียมที่สูงกว่าให้แก่บุคคลเหล่านี้ เมื่อเทียบกับบริการจากบุคคลภายนอกที่มีคุณภาพใกล้เคียงกัน ทั้งนี้ เว้นแต่กำหนดไว้เป็นอื่นในสัญญาที่เกี่ยวข้อง Portfolio Company จะเป็นผู้รับผิดชอบค่าธรรมเนียมจากการรับบริการดังกล่าว โดย General Partner ผู้จัดการกองทุนหลัก หรือ Limited Partners จะไม่ได้ผลประโยชน์จากค่าธรรมเนียมดังกล่าวที่จะถูกชำระโดย Portfolio Company แต่อย่างใด 17. ความล้มเหลวของนักลงทุนในการชำระเงินทุนเมื่อครบกำหนด (Failure by Other Investors to Meet Drawdowns) ความล้มเหลวของ Limited Partner รายใดรายหนึ่ง ในการชำระเงินลงทุนตามที่ได้กำหนดไว้ อาจส่งผลเสียต่อกองทุนหลัก โดยหากกองทุนหลักไม่สามารถระดมเงินทุนได้เพียงพอตามที่ได้วางแผนไว้ กองทุนหลักอาจไม่สามารถทำการลงทุนตามที่ต้องการได้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลตอบแทนของกองทุนหลัก นอกจากนี้ ถ้า Limited Partner ไม่สามารถให้เงินลงทุนได้ตามที่กำหนด Limited Partner รายอื่นๆ ที่ไม่ได้ผิดนัดชำระเงินลงทุน (นอกเหนือจากกองทุนเปิด ยูไนเต็ด ไพรเวท อิควิตี้ ฟันด์ 1 ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย) จะต้องจ่ายเงินลงทุนเพิ่มเติมให้กับกองทุนหลัก เพื่อทดแทนเงินทุนส่วนที่ขาดไป อันเกิดจากการผิดนัดของ Limited Partner ถ้า Limited Partner รายใดรายหนึ่งหรือมากกว่านั้น ไม่สามารถชำระเงินลงทุนที่จำเป็นได้ทันเวลาตามที่ได้กำหนดไว้ กองทุนหลักอาจมีความเสี่ยงในการผิดนัดชำระภาระผูกพันที่อาจทำให้ผลตอบแทนลดลงหรือมีโอกาสทำให้การลงทุนของกองทุนหลักขาดทุนได้ 18. นโยบายการป้องกันความเสี่ยง/ความเสี่ยง (Hedging Policies/Risks) เพื่อให้บรรลุผลสำเร็จของการลงทุน กองทุนหลักอาจใช้เครื่องมือในการป้องกันความเสี่ยง เพื่อลดผลกระทบเชิงลบจากอัตราดอกเบี้ย อย่างไรก็ดี ถึงแม้ว่าการทำธุรกรรมในการป้องกันความเสี่ยงอาจช่วยลดความเสี่ยงบางอย่างได้ แต่การทำธุรกรรมดังกล่าวอาจทำให้เกิดความเสี่ยงในด้านอื่น ดังนั้น ในขณะที่กองทุนหลักอาจได้รับประโยชน์จากการใช้กลไกการป้องกันความเสี่ยงเหล่านี้ การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยที่ไม่คาดคิดอาจส่งผลทำให้ผลตอบแทนโดยรวมของกองทุนหลักน้อยกว่าผลตอบแทนที่จะได้รับหากไม่ทำธุรกรรมในการป้องกันความเสี่ยง ทั้งนี้ กองทุนหลักมิได้มีหน้าที่การเข้าทำธุรกรรมป้องกันความเสี่ยงเสมอ เงื่อนไขอื่นๆ (1) ในกรณีที่ชนิดของหน่วยลงทุน (Class) และ/หรือกองทุนหลัก ที่กองทุนลงทุนนั้นไม่เหมาะสมอีกต่อไป และ/หรือ Class หรือกองทุนหลัก ที่กองทุนลงทุนมีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดจนอาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ เช่น เงื่อนไขการลงทุน นโยบายการลงทุน อัตราค่าธรรมเนียม เป็นต้น และ/หรือ กองทุนหลัก ที่กองทุนลงทุนมีการกระทำผิดตามความเห็นของหน่วยงานกำกับดูแลของกองทุนต่างประเทศ และ/หรือเมื่อเกิดเหตุการณ์หรือคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบต่างๆ จนอาจส่งผลให้การลงทุนในกองทุนต่างประเทศเป็นภาระต่อผู้ลงทุนเกินจำเป็น เป็นต้น และ/หรือ ในกรณีที่กองทุนหลัก ที่กองทุนลงทุนได้เลิกโครงการในขณะที่บริษัทจัดการยังดำเนินการบริหารและจัดการลงทุนกองทุนเปิด ยูไนเต็ด ไพรเวท อิควิตี้ ฟันด์ 1 ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย ทั้งนี้ เมื่อปรากฏกรณีดังกล่าวข้างต้นบริษัทจัดการขอสงวนสิทธิ โดยเป็นไปตาม ดุลยพินิจของบริษัทจัดการ ที่จะพิจารณาเปลี่ยนแปลงชนิดของหน่วยลงทุน (Class) และ/หรือกองทุนหลัก และ/หรือการเปลี่ยนแปลงสกุลเงินลงทุนเป็นสกุลเงินอื่นใด โดยจะนำเงินไปลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศอื่นใดที่มีนโยบายการลงทุนสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ และ/หรือนโยบายการลงทุนของกองทุน และในการโอนย้ายกองทุนดังกล่าว บริษัทจัดการอาจพิจารณาดำเนินการในครั้งเดียว หรือทยอยโอนย้ายเงินทุน ซึ่งอาจส่งผลให้ ในช่วงเวลาดังกล่าวกองทุนอาจมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนต่างประเทศมากกว่า 1 กองทุน โดยอาจเป็นกองทุนที่บริหารและจัดการลงทุนโดยผู้จัดการกองทุนหลัก หรือไม่ก็ได้ และ/หรือขอสงวนสิทธิในการเลิกโครงการจัดการ กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ไพรเวท อิควิตี้ ฟันด์ 1 ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ทั้งนี้ หากมีการดำเนินการดังกล่าว บริษัทจัดการจะประกาศให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าโดยพลัน (2) ในกรณีที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุน หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือคณะกรรมการ ก.ล.ต. มีการแก้ไขเพิ่มเติมประกาศที่เกี่ยวข้องกับกฎเกณฑ์การลงทุน รวมถึงกฎเกณฑ์การลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรือประกาศอื่นใดที่กระทบกับนโยบายการลงทุนของกองทุนนี้ในภายหลัง บริษัทจัดการจะดำเนินการปรับนโยบายการลงทุนดังกล่าวเพื่อให้เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน หรือประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ทั้งนี้ การสรุปสาระสำคัญในส่วนของกองทุนหลัก ของ ACRE Asia Workforce Housing I, L.P. ได้ถูกคัดเลือกมาเฉพาะส่วนที่สำคัญและจัดแปลมาจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ ดังนั้น ในกรณีที่มีความแตกต่างหรือไม่สอดคล้องกับต้นฉบับภาษาอังกฤษ ให้ถือตามต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นเกณฑ์ การจัดสรรผลตอบแทนและการชำระคืนของกองทุนหลัก General Partner จะใช้ดุลยพินิจในการจัดสรรผลตอบแทนให้แก่ Limited Partners (รวมถึงกองทุน) ซึ่งการจัดสรรดังกล่าวอาจอยู่ในรูปของเงินสด หลักทรัพย์ หรือสินทรัพย์อื่นใด ทั้งนี้เงินลงทุนและผลตอบแทนที่กองทุนหลักได้รับระหว่างอายุโครงการจนกระทั่งสิ้นสุดอายุโครงการจะถูกจัดสรรเงินผลตอบแทนที่กองทุนหลักได้รับให้กับนักลงทุนตามสัดส่วน โดยเรียงลำดับ ดังนี้ (1) ลำดับที่ 1 จัดสรรทั้งจำนวน (ร้อยละ 100) ให้กับ Limited Partner จนกว่า Limited Partner ได้รับเงินหรือผลตอบแทนเป็นจำนวนเท่ากับจำนวนเงินลงทุนของตนที่ได้ลงทุนไป (ไม่รวมเงินที่ได้ลงไปและใช้เป็นค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee)) (2) ลำดับที่ 2 เมื่อจัดสรรตามลำดับที่ 1 แล้ว หากยังมีผลตอบแทนส่วนเกิน จัดสรรให้กับ Limited Partner จนกว่าจำนวนเงินสะสมที่ Limited Partner แต่ละรายได้รับเท่ากับผลตอบแทนคาดหวัง (“Preferred Return”) กล่าวคือร้อยละ 8 ต่อปี (3) ลำดับที่ 3 เมื่อจัดสรรตามลำดับที่ 2 แล้ว หากยังมีผลตอบแทนส่วนเกินจัดสรรให้กับ General Partner จนกว่าจะได้รับเงินหรือผลตอบแทนเป็นจำนวนเท่ากับเท่ากับร้อยละ 20 ของผลรวมของจำนวนเงินที่จัดสรรให้กับ Limited Partner ภายใต้ลำดับที่ 2. และจำนวนเงินที่ได้รับการจัดสรรให้กับ General Partner ตามลำดับที่ 3 นี้ (4) ลำดับที่ 4 เมื่อจัดสรรตามลำดับที่ 3 แล้ว หากยังมีผลตอบแทนส่วนเกิน จัดสรร ให้กับ Limited Partner ในอัตราร้อยละ 80 และ ให้กับ General Partner ในอัตราร้อยละ 20 จนกว่าผลตอบแทนสะสมที่ได้รับการจัดสรรเท่ากับผลตอบแทนจากการลงทุน (IRR) ที่ร้อยละ 20 ต่อปี (5) ลำดับที่ 5 เมื่อจัดสรรตามลำดับที่ 4. แล้ว หากยังมีผลตอบแทนส่วนเกิน จัดสรร ให้กับ Limited Partner ในอัตราร้อยละ 70 และให้กับ General Partner ในอัตราร้อยละ 30 ทั้งนี้ การจัดสรรเงินขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของ General Partner เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาของกองทุนหลักหรือในเวลาอื่นที่ General Partner อาจกำหนด รายได้สุทธิที่แจกจ่ายได้จะถูกแจกจ่ายให้กับนักลงทุนทุกคนของกองทุนหลัก ตามสัดส่วนของเงินลงทุน (pro rata) การจัดสรรผลตอบแทนและการชำระคืนของกองทุนหลักข้างต้นสามารถสรุปได้ดังต่อไปนี้ ลำดับการจ่ายผลตอบแทน ส่วนของ Limited Partner ส่วนของ General Partner ลำดับที่ 1 ได้รับผลตอบแทนจนครบจำนวนเงินลงทุนเริ่มต้น (ไม่รวมเงินที่ได้ลงไปและใช้เป็นค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee)) - ลำดับที่ 2 ได้รับผลตอบแทนจนกว่าจะเท่ากับอัตราผลตอบแทน ที่คาดหวังร้อยละ 8 (IRR) - ลำดับที่ 3 - ได้รับผลตอบแทนร้อยละ 20 ของจำนวนเงินรวมที่แจกจ่ายให้กับ Limited Partner จากลำดับที่ 2 และผลตอบแทนที่จ่ายให้ General Partner ตามลำดับที่ 3 ข้อนี้ ลำดับที่ 4 ได้รับผลตอบแทนในอัตราร้อยละ 80 จนกว่าอัตราผลตอบแทน IRR จะถึงร้อยละ 20 ได้รับผลตอบแทนในอัตราร้อยละ 20 จนกว่าอัตราผลตอบแทน IRR จะถึงร้อยละ 20 ลำดับที่ 5 ได้รับผลตอบแทนในอัตราร้อยละ 70 ได้รับผลตอบแทนในอัตราร้อยละ 30 หมายเหตุ : - Limited Partner หมายถึง กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ไพรเวท อิควิตี้ ฟันด์ 1 ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย - General Partner หมายถึง ACRE Asia Workforce Housing I, G.P. - ส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนดังกล่าวคำนวณจากเงินลงทุน (Committed Capital) ในรูปสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ตัวอย่างขั้นตอนการจัดสรรผลตอบแทนและการชำระเงินคืนของกองทุนหลัก วันที่ เงินคืนรอบที่ กระแสเงินสด IRR* เงินคืนสะสม ผู้ได้รับการจัดสรร หมายเหตุ UPREQ1-UI General Partner 30/06/2023 -100 -100 เงินลงทุนในกองทุน UPREQ1-UI 30/06/2025 1 5 -77.59% 5 5 กองทุน UPREQ1-UI ได้รับเงินต้นคืน 31/12/2025 2 5 -63.47% 10 5 กองทุน UPREQ1-UI ได้รับเงินต้นคืน 30/06/2026 3 5 -52.27% 15 5 กองทุน UPREQ1-UI ได้รับเงินต้นคืน 31/12/2026 4 5 -43.23% 20 5 กองทุน UPREQ1-UI ได้รับเงินต้นคืน 30/06/2027 5 10 -30.80% 30 10 กองทุน UPREQ1-UI ได้รับเงินต้นคืน 31/12/2027 6 10 -22.49% 40 10 กองทุน UPREQ1-UI ได้รับเงินต้นคืน 30/06/2028 7 60 0.00% 100 60 กองทุน UPREQ1-UI ได้รับเงินต้นคืนครบทั้งจำนวน 31/12/2028 8 20 4.07% 120 20 เนื่องจากผลตอบแทนจากการลงทุนในรอบนี้ยังไม่บรรลุ IRR ที่ 8% ต่อปี (Preferred Return) ดังนั้นกระแสเงินสดทั้งหมด 20 ล้านบาท จะถูกจัดสรรให้กับกองทุน UPREQ1-UI 30/06/2029 9 40 10.08% 160 28 12 เนื่องจากผลตอบแทนจากการลงทุนในรอบนี้ บรรลุเงื่อนไข IRR ที่ 8% ต่อปี (Preferred Return) จึงต้องเริ่มแบ่งผลตอบแทนจากการลงทุนให้กับ General Partner โดยพิจารณา ดังนี้ (1) ผลตอบแทนในส่วน Preferred Return ที่กองทุน UPREQ1-UI จะได้รับ ผลตอบแทน ณ วัน 30/06/2029 ที่ทำให้ IRR เท่ากับ 8% เท่ากับ 24.58 ล้านบาท ดังนั้นกระแสเงินสดในเงินคืนรอบที่ 9 จึงพิจารณาจ่ายให้กับกองทุน UPREQ1-UI ก่อนเป็นจำนวนเท่ากับ 24.58 ล้านบาท (2) ผลตอบแทนสะสมส่วน Catch-Up ที่ General Partner จะได้รับ เท่ากับ 20% ของผลตอบแทนสะสมที่กองทุน UPREQ1-UI ได้รับรวมกับจำนวนเงิน General Partner ได้รับในส่วนผลตอบแทนสะสม Catch-Up นี้หรือคิดเป็นมูลค่าเท่ากับ ((20+24.58)/ 80%) x 20% = 11.15 ล้านบาท (3) กระแสเงินสดที่เหลือ 4.27 ล้านบาท (40 - 24.58 - 11.15) จะถูกจัดสรร ในสัดส่วน 80% ให้กับกองทุน UPREQ1-UI คิดเป็นจำนวนเงิน = 4.27 x 80% = 3.42 ล้านบาท และอีก 20% ให้กับ General Partner คิดเป็นจำนวนเงิน = 4.27 x 20% = 0.85 ล้านบาท สรุปเงินคืนที่ได้รับในรอบที่ 9 เป็นดังนี้ กองทุน UPREQ1-UI ได้รับทั้งสิ้น = 24.58 + 3.42 = 28.00 ล้านบาท ในขณะที่ General Partnerได้รับทั้งสิ้น = 11.15 + 0.85 = 12.00 ล้านบาท 31/12/2029 10 25 12.87% 185 20 5 เนื่องจากผลตอบแทนจากลงทุนได้บรรลุเงื่อนไข IRR ที่ 8% Preferred Return สำหรับกองทุน UPREQ1-UI และเงื่อนไขผลตอบแทนสะสม Catch-Up สำหรับGeneral Partner ไปตั้งแต่รอบที่ 9 อย่างไรก็ดี เงินที่ได้คืนในรอบที่ 10 นี้ไม่เพียงพอที่จะบรรลุเงื่อนไข IRR ที่ 20% ดังนั้นกระแสเงินสดที่ได้รับในรอบนี้จะถูกจัดสรร ในสัดส่วน 80% ให้กับกองทุน UPREQ1-UI คิดเป็นจำนวนเงิน = 25 x 80% = 20 ล้านบาท และอีก 20% ให้กับ General Partner คิดเป็นจำนวนเงิน = 25 x 20% = 5 ล้านบาท สรุปเงินคืนที่ได้รับในรอบที่ 10 เป็นดังนี้ กองทุน UPREQ1-UI ได้รับทั้งสิ้น = 20 ล้านบาท ในขณะที่ General Partnerได้รับทั้งสิ้น = 5 ล้านบาท 30/06/2030 11 120 21.52% 305 94.74 25.26 เนื่องจากผลตอบแทนจากลงทุนในรอบนี้บรรลุเงื่อนไข IRR ที่ 20% ดังนั้นกระแสเงินสดที่ได้รับในรอบนี้จะถูกจัดสรร ดังนี้ (1) ภายใต้การจัดสรรแบบ 80% ให้กับกองทุน UPREQ1-UI และ 20% ให้กับGeneral Partner โดยผลตอบแทน ณ วัน 30/06/2030 ที่ทำให้ IRR เท่ากับ 20% เท่ากับ 107.32 ล้านบาท ดังนั้นกระแสเงินสด 107.32 ล้านบาท จะถูกจัดสรรในสัดส่วน 80% ให้กับกองทุน UPREQ1-UI คิดเป็นจำนวนเงิน = 107.32 x 80% = 85.86 ล้านบาท และอีก 20% ให้กับGeneral Partner คิดเป็นจำนวนเงิน = 107.32 x 20% = 21.46 ล้านบาท (2) ภายใต้การจัดสรรแบบ 70% ให้กับกองทุน UPREQ1-UI และ 30% ให้กับGeneral Partner กระแสเงินสดที่เหลือ 12.68 ล้านบาท (120 - 107.32) จะถูกจัดสรร ในสัดส่วน 70% ให้กับกองทุน UPREQ1-UI คิดเป็นจำนวนเงิน = 12.68 x 70% = 8.88 ล้านบาท และอีก 30% ให้กับGeneral Partner คิดเป็นจำนวนเงิน = 12.68 x 30% = 3.80 ล้านบาท สรุปเงินคืนที่ได้รับในรอบที่ 11 เป็นดังนี้ กองทุน UPREQ1-UI ได้รับทั้งสิ้น = 85.86 + 8.88 = 94.74 ล้านบาท ในขณะที่General Partnerได้รับทั้งสิ้น = 21.46 + 3.80 = 25.26 ล้านบาท *IRR (Internal Rate of Return) คือ อัตราผลตอบแทนที่คำนวณจากกระแสเงินสดที่ลงทุนในกองทุนหลักและผลตอบแทนที่ได้รับจากการลงทุนในกองทุนหลัก หมายเหตุ : (1) ระยะเวลาในการจ่ายผลตอบแทนข้างต้นเป็นเพียงตัวอย่าง ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ (2) ขั้นตอนการจัดสรรผลตอบแทนและการชำระเงินคืนของกองทุนหลัก คำนวณบนพื้นฐานของอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินบาทและดอลลาร์สหรัฐไม่มีการเปลี่ยนแปลง สถานการณ์เชิงลบอย่างมากที่สุดที่เกิดขึ้น (Worst Case Scenario) ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการลงทุนใน ACRE Asia Workforce Housing I, L.P. (กองทุนหลัก) ในกรณีที่ Portfolio Company ที่กองทุนหลักไปลงทุนไม่ประสบความสำเร็จ ขาดทุนหรือล้มละลาย และ/หรือ General Partner ไม่สามารถจำหน่ายหรือถอนการลงทุนในสินทรัพย์ทั้งหมดในราคาที่ต้องการและในระยะเวลาที่ต้องการได้ อาจส่งผลกระทบให้กองทุนมีผลขาดทุนสูงสุดจนไม่สามารถคืนเงินลงทุนให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนได้ที่ร้อยละ 100 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
Investment policy as filed with SEC Thailand.
actual = what the AMC currently charges · max = prospectus ceiling (no actual reported). Annual fees aren’t additive with one-time fees.