KA Equity Fund
KASIKORN ASSET MANAGEMENT COMPANY LIMITED · Equity · settlement T+3
✨Invests primarily in equity securities, targeting at least 65% of net assets, with additional allocations to deposits, financial instruments, and debt securities.
กองทุนมีนโยบายที่จะลงทุนในหลักทรัพย์อันเป็นหรือเกี่ยวข้องกับตราสารแห่งทุนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 65 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ภายใต้หลักเกณฑ์ที่กฎหมาย ก.ล.ต. กำหนด และลงทุนบางส่วนในเงินฝาก ตราสารทางการเงิน และตราสารแห่งหนี้รวมทั้งหลักทรัพย์ หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่ไม่ขัดต่อกฎหมาย ก.ล.ต. โดยจะเน้นลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีปัจจัยพื้นฐานดี มีความมั่นคง และให้ผลตอบแทนที่เหมาะสมเมื่อเทียบกับระดับความเสี่ยง ทั้งนี้ กองทุนอาจจะลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อ การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) อย่างไรก็ตาม กองทุนจะไม่ลงทุนในตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุนในประเทศ : บริษัทจัดการจะลงทุนหรือแสวงหาประโยชน์เฉพาะจากหลักทรัพย์ ทรัพย์สินอื่น หรือหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างตามที่ประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดดังต่อไปนี้ เว้นแต่ในกรณีที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ให้ความเห็นชอบหรือมีประกาศแก้ไขหรือเพิ่มเติมประเภทหรือลักษณะของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่น 1. ตราสารแห่งทุนในประเทศ ได้แก่ ตราสาร หรือสัญญาที่เสนอขายในประเทศ หรือมีผู้ออกหรือคู่สัญญาเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ดังต่อไปนี้ (1.1) หุ้น (1.2) หน่วยลงทุนหรือใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหน่วยลงทุนของกองทุนรวมตราสารแห่งทุน หรือของกองทุนรวมอื่นที่มีนโยบายการลงทุนในตราสารแห่งทุน เช่น กองทุนรวมผสม เป็นต้น (1.3) ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น หรือใบแสดงสิทธิในการซื้อหุ้นเพิ่มทุนที่โอนสิทธิได้ โดยต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ (ก) การลงทุนในตราสารดังกล่าวต้องเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) (ข) บริษัทจัดการต้องดำเนินการให้มีการกันหรือแยกทรัพย์สินของกองทุนที่มีคุณภาพซึ่งมีสภาพคล่องในจำนวนที่เพียงพอต่อมูลค่าการใช้สิทธิตามตราสารดังกล่าว (Fully Covered) ไว้ตลอดเวลาที่ได้ลงทุนหรือมีไว้ซึ่งตราสารนั้น ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานกำหนด (1.4) ใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่เกิดจากหลักทรัพย์อ้างอิงไทย ที่มีหลักทรัพย์อ้างอิงเป็นหุ้นหรือใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น (1.5) ธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์โดยหลักทรัพย์ที่ให้ยืมเป็นหลักทรัพย์ตาม (1.1)(1.2)(1.3) หรือ (1.4) ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด 2. ตราสารแห่งหนี้ในประเทศ ได้แก่ (2.1) ตราสารแห่งหนี้ที่มีลักษณะคล้ายเงินฝาก ได้แก่ (2.1.1) ตั๋วแลกเงิน ตั๋วสัญญาใช้เงิน บัตรเงินฝาก หรือหุ้นกู้ระยะสั้น ที่ธนาคารที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น ธนาคารพาณิชย์ หรือบริษัทเงินทุน เป็นผู้ออก ผู้สั่งจ่าย ผู้รับรอง ผู้รับอาวัล ผู้สลักหลัง หรือผู้ค้ำประกัน (2.1.2) ตั๋วแลกเงินหรือตั๋วสัญญาใช้เงินที่บริษัทหลักทรัพย์ที่ประกอบธุรกิจประเภทการให้สินเชื่อเพื่อธุรกิจหลักทรัพย์เป็นผู้ออก ซึ่งกำหนดวันใช้เงินตามตั๋วไม่เกิน 270 วันนับแต่วันออกตั๋ว และเป็นตั๋วเมื่อทวงถามหรือเมื่อได้เห็น (2.1.3) ตั๋วแลกเงินหรือตั๋วสัญญาใช้เงินอายุไม่เกิน 90 วันนับแต่วันที่ออก ซึ่งมีอันดับความน่าเชื่อถือดังต่อไปนี้ (ก) อันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือของผู้ออกตราสารอยู่ในอันดับแรก ทั้งนี้ ในกรณีที่เป็นอันดับความน่าเชื่อถือของผู้ออกตราสาร ต้องเป็นอันดับความน่าเชื่อถือที่ได้มาจากการจัดอันดับความน่าเชื่อถือระยะสั้น (Short-term Rating) ด้วย หรือ (ข) อันดับความน่าเชื่อถือของผู้รับรอง ผู้รับอาวัล ผู้สลักหลัง หรือผู้ค้ำประกัน อยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) ทั้งนี้ โดยการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือภายใต้ชื่อ Standard & Poor หรือ Moody’s หรือ Fitch หรือสถาบันอื่นที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดเพิ่มเติม (2.2) ตราสารแห่งหนี้ทั่วไป ได้แก่ (2.2.1) ตราสารภาครัฐไทย อันได้แก่ (ก) ตั๋วเงินคลัง (ข) พันธบัตรรัฐบาล หรือพันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย (ค) พันธบัตร ตั๋วแลกเงิน ตั๋วสัญญาใช้เงิน หรือหุ้นกู้ ที่กระทรวงการคลังหรือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินเป็นผู้ออก ผู้สั่งจ่าย ผู้รับรอง ผู้รับอาวัล หรือผู้ค้ำประกัน (2.2.2) ตราสารภาครัฐต่างประเทศ อันได้แก่ ตราสารที่มีรูปแบบทำนองเดียวกับตราสารภาครัฐไทยที่รัฐบาลต่างประเทศ องค์การหรือหน่วยงานของรัฐบาลต่างประเทศ รัฐวิสาหกิจตามกฎหมายต่างประเทศ หรือองค์การระหว่างประเทศ เป็นผู้ออกหรือผู้ค้ำประกัน ทั้งนี้ ตราสารดังกล่าวต้องมีลักษณะตามเงื่อนไขท้ายข้อ 2 ด้วย (2.2.3) ตราสารที่เปลี่ยนมือได้ ซึ่งหมายถึง พันธบัตร ตั๋วแลกเงิน ตั๋วสัญญาใช้เงิน หรือหุ้นกู้ที่ไม่รวมถึงหุ้นกู้แปลงสภาพและหุ้นกู้อนุพันธ์ ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. อนุญาตให้เสนอขายในลักษณะทั่วไปหรือในลักษณะจำกัด หรือที่ออกภายใต้ข้อผูกพันที่กำหนดและอนุญาตโดยกระทรวงการคลัง หรือที่นิติบุคคลที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้นเป็นผู้ออก หรือที่เป็นหลักทรัพย์ที่ออกใหม่ซึ่งผู้ออกหลักทรัพย์ได้เสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่นั้นทั้งหมดต่อผู้ถือหุ้นโดยได้รับชำระราคาเต็มมูลค่าที่เสนอขายจากผู้ถือหุ้น ทั้งนี้ ตราสารดังกล่าวต้องมีลักษณะตามเงื่อนไขท้ายข้อ 2 ด้วย (2.2.4) ใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่เกิดจากหลักทรัพย์อ้างอิงไทยที่มีหลักทรัพย์อ้างอิงเป็นพันธบัตร หรือหุ้นกู้ที่ไม่ใช่หุ้นกู้อนุพันธ์ (2.2.5) ตั๋วแลกเงิน ตั๋วสัญญาใช้เงิน หรือหุ้นกู้ ที่เสนอขายในต่างประเทศโดยมีผู้ออกเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ทั้งนี้ หุ้นกู้ดังกล่าวไม่รวมถึงหุ้นกู้แปลงสภาพและหุ้นกู้อนุพันธ์ (2.2.6) หน่วยลงทุนหรือใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหน่วยลงทุนของกองทุนรวมตราสารแห่งหนี้ หรือของกองทุนรวมอื่นที่มีนโยบายการลงทุนเฉพาะเงินฝาก ตราสารแห่งหนี้ หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดหรือให้ความเห็นชอบ เช่น กองทุนรวมตลาดเงิน เป็นต้น (2.2.7) ธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน ทั้งนี้ บริษัทจัดการต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด (2.2.8) ธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์โดยหลักทรัพย์ที่ให้ยืมเป็นตราสารแห่งหนี้ตาม (2.1.1) (2.1.2) (2.1.3) (2.2.1) (2.2.2) (2.2.3) (2.2.4) หรือ (2.2.6) ทั้งนี้ บริษัทจัดการต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด ในกรณีที่ตราสารแห่งหนี้ตามข้อ 2 เป็นตั๋วแลกเงินหรือตั๋วสัญญาใช้เงินที่มีการจ่ายผลตอบแทน ผลตอบแทนนั้นต้องอยู่ในรูปอัตราดอกเบี้ยคงที่หรืออัตราดอกเบี้ยลอยตัวเท่านั้น การรับรอง รับอาวัล สลักหลัง หรือค้ำประกันของบุคคลที่กำหนดไว้ในข้อ 2 ต้องเป็นการรับรองตลอดไป รับอาวัลทั้งจำนวน สลักหลังโอนประเภทมีสิทธิไล่เบี้ยโดยไม่มีข้อกำหนดลบล้างหรือจำกัดความรับผิดของผู้สลักหลัง หรือค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ยเต็มจำนวนแบบไม่มีเงื่อนไข ทั้งนี้ ตราสารภาครัฐต่างประเทศตามข้อ (2.2.2) และตราสารที่เปลี่ยนมือได้ตามข้อ (2.2.3) ต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้ (1) เป็นตราสารขึ้นทะเบียนในสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (2) มีราคาที่เหมาะสมตามที่สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทยกำหนด หรือมีผู้แสดงตนต่อบุคคลทั่วไปว่าพร้อมจะเสนอราคาซื้อและรับซื้อตราสารนั้น ในราคาดังกล่าว (Bid Price แบบ Firm Quote) ตามจำนวนและวิธีการที่สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทยกำหนดอยู่เสมอ โดยได้ส่งสำเนาราคาแก่สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทยตลอดอายุของตราสารนั้น และ (3) เป็นตราสารที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ (ก) ในกรณีที่เป็นตราสารภาครัฐต่างประเทศ ตราสารดังกล่าวต้องเป็นตราสารที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือของผู้ออกตราสารอยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) เว้นแต่ผู้ออกตราสารดังกล่าวเป็นรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายต่างประเทศ ตราสารนั้นต้องมีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารอยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) เท่านั้น (ข) ในกรณีที่ผู้ออกตราสารเป็นนิติบุคคลต่างประเทศ ตราสารนั้นต้องมีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารอยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) (ค) ในกรณีที่กองทุนลงทุนในตราสารอื่นนอกเหนือจาก (ก) และ (ข) ในการเสนอขายครั้งแรก หากตราสารดังกล่าวไม่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือของผู้ออกตราสารอยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) ตราสารนั้นต้องมีบริษัทจัดการไม่ต่ำกว่าสามรายเป็นผู้ซื้อตราสารดังกล่าวเพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนภายใต้การจัดการ 3. ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ได้แก่ (3.1) หุ้นกู้แปลงสภาพที่เสนอขายในประเทศซึ่งต้องมีลักษณะตามเงื่อนไขในท้ายข้อ 2(2.1) และ (2.2) ทั้งนี้ ในกรณีที่กองทุนลงทุนในหุ้นกู้แปลงสภาพดังกล่าวในการเสนอขายครั้งแรก หุ้นกู้แปลงสภาพนั้นต้องเป็นหุ้นกู้แปลงสภาพที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) หรือเป็นหุ้นกู้แปลงสภาพที่มีบริษัทจัดการไม่ต่ำกว่าสามรายเป็นผู้ซื้อตราสารดังกล่าวเพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนภายใต้การจัดการ ในกรณีที่หุ้นกู้แปลงสภาพตามวรรคหนึ่งมีการค้ำประกัน การค้ำประกันดังกล่าวต้องเป็นการค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ยเต็มจำนวนแบบไม่มีเงื่อนไข (3.2) หุ้นกู้แปลงสภาพที่เสนอขายในต่างประเทศโดยมีผู้ออกเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย 4. หน่วยลงทุนของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ หรือหน่วยทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ในประเทศ (REITs) 5. เงินฝากในสถาบันการเงินตามกฎหมายไทย 6. ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ข้อ 1(1.3) 7. สัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) ตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่กองทุนจะเข้าเป็นคู่สัญญาได้ต้องมีสินค้าหรือตัวแปรอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างดังต่อไปนี้ (7.1) หลักทรัพย์หรือดัชนีกลุ่มหลักทรัพย์ (7.2) อัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยนเงิน ทั้งนี้ ในกรณีที่เป็นสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่มีตัวแปรเป็นอัตราแลกเปลี่ยนเงิน กองทุนจะเข้าเป็นคู่สัญญาในกรณีดังกล่าวได้เฉพาะเพื่อการลดความเสี่ยง (Hedging) เท่านั้น (7.3) อันดับความน่าเชื่อถือหรือเหตุการณ์ที่มีผลต่อการชำระหนี้ของตราสารแห่งหนี้ (7.4) ทองคำ น้ำมันดิบ หรือดัชนีกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity Index) ซึ่งได้ระบุการเข้าเป็นคู่สัญญาในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่มีสินค้าหรือตัวแปรไว้อย่างชัดเจนในโครงการจัดการกองทุนรวมแล้ว (7.5) สินค้าหรือตัวแปรอื่นใดที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด 8. หน่วยลงทุนของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานที่เสนอขายต่อผู้ลงทุนเป็นการทั่วไปหรือที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย 9. ทรัพย์สินอื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกับข้อ 1 ถึงข้อ 8 โดยได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. อัตราส่วนการลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น เพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนรวม : บริษัทจัดการจะลงทุนหรือมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์ หรือทรัพย์สินอื่น หรือหาดอกผลโดยวิธีอื่นเพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนรวม ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนดดังต่อไปนี้ ในกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศแก้ไขเปลี่ยนแปลงอัตราส่วนการลงทุน บริษัทจัดการจะลงทุนให้เป็นไปตามประกาศที่แก้ไขด้วย 1. บริษัทจัดการอาจลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งทรัพย์สินดังต่อไปนี้ เพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนรวม โดยไม่จำกัดอัตราส่วน (1.1) ตราสารภาครัฐไทย (1.2) ตราสารภาครัฐต่างประเทศ ที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในสองอันดับแรก หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่มีสินค้าเป็นตราสารดังกล่าว ในกรณีของกองทุนรวมเปิด มูลค่าของตราสารภาครัฐต่างประเทศตามข้อ (1.2) เมื่อรวมกันแล้วต้องไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าตราสารนั้นในแต่ละรุ่น 2. บริษัทจัดการอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งตราสารภาครัฐต่างประเทศที่นอกเหนือจากข้อ 1(1.2) หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่มีสินค้าเป็นตราสารดังกล่าว เพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนได้ โดยมีมูลค่ารวมกันทั้งสิ้นเมื่อคำนวณเฉพาะผู้ออกหรือผู้เป็นคู่สัญญารายนั้น ไม่เกินร้อยละ 35 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน การคำนวณอัตราส่วนตามวรรคหนึ่ง ให้นับตราสารตามวรรคหนึ่งและทรัพย์สินทุกประเภทที่ผู้ออกหรือผู้เป็นคู่สัญญารายดังกล่าวเป็นผู้ออก ผู้รับรอง ผู้รับอาวัล ผู้สลักหลัง ผู้ค้ำประกัน หรือคู่สัญญา ซึ่งกองทุนได้ลงทุนหรือมีไว้ซึ่งทรัพย์สินเหล่านั้น รวมในอัตราส่วนการลงทุนดังกล่าวด้วย ในกรณีของกองทุนรวมเปิด มูลค่าของตราสารภาครัฐต่างประเทศตามวรรคหนึ่ง ต้องไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าตราสารนั้นในแต่ละรุ่น 3. บริษัทจัดการอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งตราสารดังต่อไปนี้ ที่ธนาคารที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น ธนาคารพาณิชย์ หรือบริษัทเงินทุนรายใดเป็นผู้ออก ผู้สั่งจ่าย ผู้รับรอง ผู้รับอาวัล ผู้สลักหลัง ผู้ค้ำประกัน หรือคู่สัญญา เพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนได้ โดยมีมูลค่ารวมกันทั้งสิ้นเมื่อคำนวณเฉพาะผู้ออก ผู้สั่งจ่าย ผู้รับรอง ผู้รับอาวัล ผู้สลักหลัง ผู้ค้ำประกัน หรือคู่สัญญารายนั้น ไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน (3.1) ตราสารแห่งหนี้ในประเทศ (3.2) ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน (3.3) เงินฝากในสถาบันการเงินตามกฎหมายไทย (3.4) สัญญาซื้อขายล่วงหน้า การคำนวณอัตราส่วนตามวรรคหนึ่ง ให้นับตราสารตามวรรคหนึ่งและทรัพย์สินตามข้อ 4(4.1)(4.2) หรือ (4.5) และข้อ 5(5.1) ที่ธนาคารหรือบริษัทเงินทุนดังกล่าวเป็นผู้ออก ผู้สั่งจ่าย ผู้รับรอง ผู้รับอาวัล ผู้สลักหลัง ผู้ค้ำประกัน หรือคู่สัญญา ซึ่งกองทุนได้ลงทุนหรือมีไว้รวมในอัตราส่วนดังกล่าว โดยในกรณีของธนาคารพาณิชย์นั้นเป็นสาขาของธนาคารต่างประเทศ ให้นับทรัพย์สินที่ธนาคารต่างประเทศดังกล่าวเป็นผู้ออก ผู้สั่งจ่าย ผู้รับรอง ผู้รับอาวัล ผู้สลักหลัง ผู้ค้ำประกัน หรือคู่สัญญา ซึ่งกองทุนได้ลงทุนหรือมีไว้รวมในอัตราส่วนการลงทุนดังกล่าวด้วย ทั้งนี้ ไม่ว่าในกรณีใด มิให้คำนวณเงินฝากในบัญชีเงินฝากเพื่อการดำเนินงานของกองทุนเข้าในอัตราส่วนดังกล่าว 4. บริษัทจัดการอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งทรัพย์สินดังต่อไปนี้ ที่บุคคลใดเป็นผู้ออก ผู้สั่งจ่าย ผู้รับรอง ผู้รับอาวัล ผู้สลักหลัง ผู้ค้ำประกัน หรือคู่สัญญา เพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนได้ โดยมีมูลค่ารวมกันทั้งสิ้นเมื่อคำนวณเฉพาะผู้ออก ผู้สั่งจ่าย ผู้รับรอง ผู้รับอาวัล ผู้สลักหลัง ผู้ค้ำประกัน หรือคู่สัญญารายนั้น ไม่เกินร้อยละ 15 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน (4.1) ตราสารแห่งทุนในประเทศ ที่บริษัทจดทะเบียนเป็นผู้ออกหรือคู่สัญญา ทั้งนี้ ไม่รวมถึงตราสารแห่งทุนของบริษัทจดทะเบียนที่อยู่ระหว่างดำเนินการให้เหตุแห่งการเพิกถอนหมดไป (4.2) หุ้นที่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์สั่งรับเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งผู้ออกหุ้นดังกล่าวอยู่ระหว่างการดำเนินการกระจายการถือหุ้นรายย่อยตามข้อบังคับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่าด้วยการรับหุ้นสามัญหรือหุ้นบุริมสิทธิเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน (4.3) ตราสารแห่งหนี้ในประเทศ ทั้งนี้ เฉพาะที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) (4.4) ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ทั้งนี้ เฉพาะที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) (4.5) ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ ที่อันดับความน่าเชื่อถือของผู้ออกตราสารอยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) (4.6) สัญญาซื้อขายล่วงหน้า ที่คู่สัญญามีอันดับความน่าเชื่อถือของผู้ออกตราสารอยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) (4.7) หน่วยลงทุนของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ หรือหน่วยทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ในประเทศ (REITs) (4.8) หน่วยลงทุนของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือที่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์จะสั่งรับเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและอยู่ระหว่างการดำเนินการกระจายการถือหน่วยลงทุนตามข้อบังคับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่าด้วยการรับและเพิกถอนหน่วยลงทุน และการเปิดเผยสารสนเทศของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน ตราสารแห่งทุนตาม (4.1) และตราสารแห่งหนี้ตาม (4.3) มิให้หมายความรวมถึงหน่วยลงทุนของกองทุนรวมที่ถูกจัดให้เป็นตราสารแห่งทุนตามประเภทหลักทรัพย์ข้อ 1(1.2) หรือตราสารแห่งหนี้ตามประเภทหลักทรัพย์ข้อ 2.(2.2.6) การคำนวณอัตราส่วนตามวรรคหนึ่ง ให้นับทรัพย์สินตามวรรคหนึ่งและทรัพย์สินตามข้อ 5(5.1) ที่บุคคลดังกล่าวเป็นผู้ออก ผู้สั่งจ่าย ผู้รับรอง ผู้รับอาวัล ผู้สลักหลัง ผู้ค้ำประกัน หรือคู่สัญญา ซึ่งกองทุนได้ลงทุนหรือมีไว้รวมในอัตราส่วนดังกล่าวด้วย ในกรณีที่กองทุนลงทุนหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานตามวรรคหนึ่ง (4.8) ที่มีลักษณะดังต่อไปนี้ ให้นับมูลค่าหน่วยลงทุนของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าว รวมในอัตราส่วนของบุคคลตามวรรคหนึ่งที่เป็นเจ้าของกิจการโครงสร้างพื้นฐาน (1) ผลประโยชน์ที่กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานจะได้รับขึ้นอยู่กับความสามารถในการบริหารกิจการโครงสร้างพื้นฐานโดยเจ้าของกิจการโครงสร้างพื้นฐาน หรือบริษัทใหญ่หรือบริษัทย่อยของบุคคลดังกล่าว (2) หน่วยลงทุนของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของจำนวนหน่วยที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานถูกถือโดยเจ้าของกิจการโครงสร้างพื้นฐาน หรือบริษัทใหญ่หรือบริษัทย่อยของบุคคลดังกล่าว การพิจารณาบริษัทใหญ่และบริษัทย่อยตามวรรคสี่ ให้พิจารณาตามมาตรฐานการบัญชีที่สภาวิชาชีพบัญชีกำหนดเกี่ยวกับการจัดทำงบการเงินรวม 5. บริษัทจัดการอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งทรัพย์สินอื่นนอกเหนือจากกรณีที่กำหนดไว้ในข้อ 2 ข้อ 3 และข้อ 4 เพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนรวมตามอัตราส่วนดังต่อไปนี้ (5.1) การลงทุนหรือมีไว้ซึ่งทรัพย์สินดังกล่าวซึ่งบุคคลใดเป็นผู้ออก ผู้สั่งจ่าย ผู้รับรอง ผู้รับอาวัล ผู้สลักหลัง ผู้ค้ำประกัน หรือคู่สัญญา ต้องมีมูลค่ารวมกันทั้งสิ้นเมื่อคำนวณเฉพาะผู้ออก ผู้สั่งจ่าย ผู้รับรอง ผู้รับอาวัล ผู้สลักหลัง ผู้ค้ำประกัน หรือคู่สัญญารายนั้น ไม่เกินร้อยละ 5 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน (5.2) การลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งทรัพย์สินตาม (5.1) เมื่อคำนวณรวมทุกบุคคลที่เป็นผู้ออก ผู้สั่งจ่าย ผู้รับรอง ผู้รับอาวัล ผู้สลักหลัง ผู้ค้ำประกัน หรือคู่สัญญาแล้ว ต้องมีมูลค่ารวมกันทั้งสิ้นไม่เกินร้อยละ 15 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ความในวรรคหนึ่งมิให้นำมาใช้บังคับกับหน่วยลงทุนและใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหน่วยลงทุนของกองทุนรวมที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 แต่ไม่รวมถึงหน่วยลงทุนของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่เป็นไปตามที่กำหนดในข้อ 4 วรรคหนึ่ง (4.8) ให้นำความในข้อ 4 วรรคสี่และวรรคห้า มาใช้บังคับกับการนับรวมอัตราส่วนตามวรรคหนึ่งด้วย โดยอนุโลม 6. บริษัทจัดการอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งทรัพย์สินที่กลุ่มกิจการใดเป็นผู้ออก ผู้สั่งจ่าย ผู้รับรอง ผู้รับอาวัล ผู้สลักหลัง ผู้ค้ำประกัน หรือคู่สัญญา เพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนได้ โดยมีมูลค่ารวมกันทั้งสิ้นของกลุ่มกิจการนั้นไม่เกินอัตราอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ แล้วแต่อัตราใดจะสูงกว่า (6.1) ร้อยละ 30 ของมูลค่าทรัพย์สินของกองทุน (6.2) อัตราที่คำนวณได้จากน้ำหนักของกลุ่มกิจการดังกล่าวในตัวชี้วัด (benchmark) ของกองทุนนั้นรวมกับร้อยละ 10 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนนั้น ทั้งนี้ ตัวชี้วัดดังกล่าวต้องเป็นดัชนีหรือองค์ประกอบของดัชนี ที่มีการเผยแพร่อย่างกว้างขวางและสอดคล้องกับนโยบายการลงทุนของกองทุนนั้น ให้นำความในข้อ 4 วรรคสี่และวรรคห้า มาใช้บังคับกับการนับรวมอัตราส่วนตามวรรคหนึ่งด้วย โดยอนุโลม 7. การลงทุนหรือมีไว้ซึ่งทรัพย์สินที่บริษัทในกลุ่มกิจการใดเป็นผู้ออก ผู้สั่งจ่าย หรือคู่สัญญา เพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุน หากทรัพย์สินดังกล่าวเป็นองค์ประกอบที่ใช้ในการคำนวณตัวชี้วัด (benchmark) ของกองทุนนั้น บริษัทจัดการอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งทรัพย์สินดังกล่าวโดยมีมูลค่ารวมกันทั้งสิ้นเมื่อคำนวณเฉพาะผู้ออก ผู้สั่งจ่าย หรือคู่สัญญารายนั้น ไม่เกินอัตราที่คำนวณได้จากน้ำหนักของทรัพย์สินดังกล่าวในตัวชี้วัดรวมกับร้อยละสิบของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ทั้งนี้ เฉพาะในกรณีที่อัตราดังกล่าวสูงกว่าอัตราส่วนที่กำหนดไว้ในข้อ 2 ข้อ 3 ข้อ 4 ข้อ 5 แล้วแต่กรณี มิให้นำความในข้อ 2 ข้อ 3 ข้อ 4 ข้อ 5 มาใช้บังคับกับกรณีตามวรรคหนึ่ง ให้นำความในข้อ ข้อ 4 วรรคสี่และวรรคห้า มาใช้บังคับกับการนับรวมอัตราส่วนตามวรรคหนึ่งด้วย โดยอนุโลม การคำนวณอัตราส่วนการลงทุนที่กำหนดไว้ในข้อ 6 และข้อ 7 มิให้บริษัทจัดการนับมูลค่าหน่วยลงทุนของกองทุนรวมที่กองทุนลงทุนหรือมีไว้รวมในอัตราส่วนการลงทุนดังกล่าว แต่ไม่รวมถึงหน่วยของกองโครงสร้างพื้นฐาน 8. บริษัทจัดการอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งเงินฝาก บัตรเงินฝาก ตั๋วแลกเงิน หรือตั๋วสัญญาใช้เงิน ที่ธนาคารที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน บริษัทเครดิตฟองซิเอร์ บรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย สถาบันการเงินที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น หรือธนาคารต่างประเทศ เป็นผู้ออกหรือคู่สัญญา เป็นจำนวนที่มีมูลค่ารวมโดยเฉลี่ยไม่เกินร้อยละ 45 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวมในรอบระยะเวลาบัญชี หรือในรอบอายุกองทุนรวมสำหรับกองทุนรวมที่มีอายุน้อยกว่าหนึ่งปี แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ ไม่ว่าในกรณีใด มิให้คำนวณเงินฝากในบัญชีเงินฝากเพื่อการดำเนินงานของกองทุนเข้าในอัตราส่วนดังกล่าว ในกรณีที่เงินฝากหรือตราสารแห่งหนี้ที่มีลักษณะคล้ายเงินฝากที่กองทุนรวมลงทุนในหรือมีไว้เกินอัตราส่วนที่กำหนดตามวรรคหนึ่ง ให้บริษัทจัดการอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งทรัพย์สินดังกล่าวให้มีมูลค่ารวมโดยเฉลี่ยไม่เกินร้อยละ 45 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวมภายในสามสิบวันนับแต่วันสิ้นรอบปีบัญชีนั้น ทั้งนี้ ให้คำนวณอัตราส่วนการลงทุนหรือมีไว้ซึ่งทรัพย์สินดังกล่าวโดยเฉลี่ยตั้งแต่วันแรกของรอบปีบัญชีนั้นจนถึงวันที่ทรัพย์สินนั้นมีมูลค่าเป็นไปตามอัตราส่วนดังกล่าว เมื่อบริษัทจัดการได้ปฏิบัติตามวรรคสองแล้ว ให้บริษัทจัดการจะรายงานให้ผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนรวมทราบภายในวันทำการถัดจากวันที่ทรัพย์สินนั้นมีมูลค่ารวมโดยเฉลี่ยไม่เกินร้อยละ 45 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม เพื่อให้ผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนรวม ตรวจสอบการปฏิบัติดังกล่าว ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะดำเนินการให้ผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนรวมแจ้งให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ทราบภายในห้าวันนับแต่วันที่ได้รับรายงานจากบริษัทจัดการด้วย หากบริษัทจัดการไม่สามารถปฏิบัติตามวรรคสองได้ สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. อาจสั่งให้บริษัทจัดการเลิกกองทุนรวมนั้น 9. ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นและสมควร เพื่อคุ้มครองประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนอันเนื่องมาจากปัญหาความผันผวน (Fluctuation) ของตลาดเงินและตลาดทุนในวงกว้างในรอบปีบัญชีใด บริษัทจัดการอาจขอผ่อนผันต่อสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. เพื่อไม่ต้องนำการลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งเงินฝาก บัตรเงินฝาก ตั๋วแลกเงิน หรือตั๋วสัญญาใช้เงิน ในช่วงเวลาที่เกิดความผันผวนดังกล่าวมารวมคำนวณอัตราส่วนการลงทุนตามข้อ 8 ได้สำหรับรอบปีบัญชีนั้น 10. บริษัทจัดการอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และหน่วยทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ในประเทศ (REITs) เพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนได้ โดยมีมูลค่ารวมกันทั้งสิ้นไม่เกินร้อยละ 15 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน 11. บริษัทจัดการอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนและใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหน่วยลงทุนเพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนรวมได้ ไม่เกินอัตราส่วนดังต่อไปนี้ ทั้งนี้ การลงทุนดังกล่าวไม่รวมถึงหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ หน่วยทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ในประเทศ (REITs) และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (11.1) ลงทุนหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนและใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหน่วยลงทุนของแต่ละกองทุนรวมที่บริษัทจัดการอื่นเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการ ไม่เกินร้อยละ 10 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของแต่ละกองทุนรวมที่บริษัทจัดการเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการ (11.2) ลงทุนหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนและใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหน่วยลงทุนของทุกกองทุนรวมที่บริษัทจัดการอื่นเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการ ไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของแต่ละกองทุนรวมที่บริษัทจัดการเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการ 12. บริษัทจัดการอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการลดความเสี่ยง (Hedging) เพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนได้ โดยไม่เกินมูลค่าความเสี่ยงทั้งหมดที่กองทุนมีอยู่ ทั้งนี้ บริษัทจัดการอาจเข้าเป็นคู่สัญญาในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่กระทำนอกศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยมีวัตถุประสงค์นอกเหนือจากเพื่อการลดความเสี่ยง โดยมีมูลค่าไม่เกินร้อยละ 25 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน 13. ในกรณีที่กองทุนเข้าเป็นคู่สัญญาในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าโดยมิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อการลดความเสี่ยง (Hedging) ให้บริษัทจัดการดำเนินการให้มีการกันหรือแยกทรัพย์สินของกองทุนที่มีคุณภาพซึ่งมีสภาพคล่องในจำนวนที่เพียงพอต่อมูลค่าสุทธิที่กองทุนอาจมีภาระต้องชำระหนี้หรือชำระค่าสินค้าเมื่อสิ้นสุดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Fully Covered) ไว้ตลอดเวลาที่ได้ลงทุนหรือมีไว้ซึ่งสัญญานั้น ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด 14. บริษัทจัดการอาจทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ของกองทุนได้ โดยมีมูลค่าธุรกรรมรวมกันทั้งสิ้นไม่เกินร้อยละ 25 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ทั้งนี้ การคำนวณมูลค่าธุรกรรมดังกล่าว ให้บริษัทจัดการคำนวณ โดยใช้มูลค่าหลักทรัพย์ที่ให้ยืม รวมผลประโยชน์ที่พึงได้รับจนถึงวันที่คำนวณมูลค่า ธุรกรรมดังกล่าว ในกรณีที่ธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ในขณะที่กองทุนเข้าทำธุรกรรม มีมูลค่าไม่เกินอัตราส่วนที่กำหนดในวรรคหนึ่ง หากต่อมาธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์นั้นมีมูลค่าเกินอัตราส่วนดังกล่าวโดยมิได้เกิดจากการทำธุรกรรมเพิ่มเติม บริษัทจัดการจะยังคงมีไว้ซึ่งธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ดังกล่าวต่อไปก็ได้ บริษัทจัดการจะจัดทำรายงานโดยระบุวันที่ทรัพย์สินนั้นมีมูลค่าเกินอัตราส่วนการลงทุนที่กำหนดพร้อมสาเหตุ และส่งรายงานดังกล่าวให้ผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนรวมทราบภายในสามวันทำการนับแต่วันที่ธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์นั้นมีมูลค่าเกินอัตราส่วนที่กำหนด พร้อมทั้งจัดทำสำเนารายงานดังกล่าวไว้ที่บริษัทจัดการเพื่อให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. สามารถตรวจสอบได้ 15. บริษัทจัดการจะคำนวณอัตราส่วนการลงทุนหรือมีไว้ซึ่งใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่เกิดจากหลักทรัพย์อ้างอิงไทย ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น ใบแสดงสิทธิในการซื้อหุ้นเพิ่มทุนที่โอนสิทธิได้ ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ หรือธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ ตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ (15.1) ในกรณีของใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่เกิดจากหลักทรัพย์อ้างอิงไทย ให้นับมูลค่าของหลักทรัพย์อ้างอิงของใบแสดงสิทธิดังกล่าว รวมในอัตราส่วนสำหรับหลักทรัพย์อ้างอิงดังกล่าวที่กำหนดในข้ออัตราส่วนการลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น เพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนรวมนี้ โดยถือเสมือนหนึ่งว่ากองทุนได้ลงทุนหรือมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์อ้างอิงนั้นโดยตรง ทั้งนี้ บริษัทจัดการอาจไม่นับมูลค่าของใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่เกิดจากหลักทรัพย์อ้างอิงไทยรวมในอัตราส่วนที่คำนวณตามผู้ออกทรัพย์สินหรือคู่สัญญาที่กำหนดตามข้อ 2 ข้อ 3 ข้อ 4 และ ข้อ 5 ก็ได้ มูลค่าของหลักทรัพย์อ้างอิงที่นำมาคำนวณรวมในอัตราส่วนตามวรรคหนึ่งให้มีมูลค่าเท่ากับมูลค่าใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่เกิดจากหลักทรัพย์อ้างอิงไทยที่กองทุนได้ลงทุนหรือมีไว้ (15.2) ในกรณีของใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น หรือใบแสดงสิทธิในการซื้อหุ้นเพิ่มทุนที่โอนสิทธิได้ บริษัทจัดการจะคำนวณอัตราส่วนการลงทุนดังต่อไปนี้ (15.2.1) นับมูลค่าที่ผู้ออกตราสารดังกล่าวมีหน้าที่ต้องชำระตามตราสารนั้น รวมในอัตราส่วนที่ผู้ออกตราสารดังกล่าว (15.2.2) นับมูลค่าของหุ้นที่รองรับรวมในอัตราส่วนที่ผู้ออกหลักทรัพย์อ้างอิง โดยถือเสมือนหนึ่งว่ากองทุนลงทุนในหุ้นที่รองรับนั้นโดยตรง ทั้งนี้ มูลค่าของหุ้นที่รองรับให้ใช้มูลค่าตามราคาตลาดของหุ้นนั้นซึ่งคูณกับค่าเดลต้าของใบสำคัญแสดงสิทธิหรือใบแสดงสิทธิดังกล่าว แล้วแต่กรณี (15.3) ในกรณีของใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ บริษัทจัดการจะคำนวณอัตราส่วนการลงทุนดังต่อไปนี้ (15.3.1) นับมูลค่าที่ผู้ออกตราสารดังกล่าวมีหน้าที่ต้องชำระตามตราสารนั้นรวมในอัตราส่วนที่ผู้ออกตราสารดังกล่าว (15.3.2) นับมูลค่าของหลักทรัพย์อ้างอิงรวมในอัตราส่วนที่ผู้ออกหลักทรัพย์อ้างอิง โดยถือเสมือนหนึ่งว่ากองทุนลงทุนในหลักทรัพย์อ้างอิงนั้นโดยตรง ทั้งนี้ มูลค่าของหลักทรัพย์อ้างอิงดังกล่าวให้ใช้มูลค่าตามราคาตลาดของหลักทรัพย์อ้างอิงนั้นซึ่งคูณกับค่าเดลต้าของใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ แล้วแต่กรณี (15.4) ในกรณีของธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ บริษัทจัดการจะคำนวณอัตราส่วนการลงทุนใน หรือมีไว้ซึ่งการให้ยืมหลักทรัพย์โดยให้นับมูลค่าทรัพย์สินที่ให้ยืมรวมในอัตราส่วนสำหรับหลักทรัพย์ที่กำหนดไว้ในข้อ 2 ข้อ 3 ข้อ 4 และ ข้อ 5 โดยถือเสมือนหนึ่งว่ากองทุนได้ลงทุนหรือมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์นั้นอยู่ ทั้งนี้ บริษัทจัดการอาจไม่นับรวมในอัตราส่วนที่คำนวณตามคู่สัญญาที่กำหนดตามข้อ 2 ข้อ 3 ข้อ 4 และ ข้อ 5 ก็ได้ 16. การคำนวณมูลค่าการลงทุนหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อการคำนวณอัตราส่วนการลงทุนตาม ข้อ 2 ข้อ 3 ข้อ 4 และ ข้อ 5(5.1) ให้นับมูลค่าที่คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งมีหน้าที่ต้องชำระตามสัญญาซื้อขายล่วงหน้า รวมคำนวณในอัตราส่วนของบุคคลที่เป็นคู่สัญญาดังกล่าว เว้นแต่กรณีที่กองทุนได้ลงทุนหรือมีไว้ซึ่งสัญญานั้นในศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า บริษัทจัดการไม่ต้องคำนวณมูลค่าและอัตราส่วนตามที่กำหนดในข้อดังกล่าว ทั้งนี้ การคำนวณมูลค่าการลงทุนหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เพื่อการคำนวณอัตราส่วนการลงทุนตามข้อ 12 ให้ใช้มูลค่าตามขนาดของสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (notional amount) เป็นมูลค่าที่ใช้ในการคำนวณ 17. ในการคำนวณอัตราส่วนตามข้อ 2 ข้อ 3 ข้อ 4 และ ข้อ 5(5.1)บริษัทจัดการจะปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ รวมทั้งเงื่อนไขตามข้อ 18 ด้วย (17.1) ในกรณีที่ทรัพย์สินดังกล่าวมีผู้รับรอง ผู้รับอาวัล ผู้สลักหลัง หรือผู้ค้ำประกัน บริษัทจัดการจะคำนวณอัตราส่วนที่ผู้ออกทรัพย์สินหรือผู้ที่เป็นคู่สัญญาดังกล่าว หรือคำนวณอัตราส่วนผู้รับรอง ผู้รับอาวัล ผู้สลักหลัง หรือผู้ค้ำประกัน แล้วแต่กรณี ก็ได้ (17.2) ในกรณีที่ทรัพย์สินมีบุคคลมากกว่าหนึ่งรายเป็นผู้รับรอง ผู้รับอาวัล ผู้สลักหลัง หรือผู้ค้ำประกัน บริษัทจัดการจะเลือกคำนวณอัตราส่วนที่ผู้รับรอง ผู้รับอาวัล ผู้สลักหลัง หรือผู้ค้ำประกันรายใดรายหนึ่งก็ได้ 18. การคำนวณอัตราส่วนที่ผู้รับรอง ผู้รับอาวัล ผู้สลักหลัง หรือผู้ค้ำประกันตามข้อ 17 จะทำได้ต่อเมื่อบุคคลดังกล่าวได้ทำการรับรองตลอดไป รับอาวัลทั้งจำนวน สลักหลังโอนประเภทมีสิทธิไล่เบี้ยโดยไม่มีข้อกำหนดลบล้างหรือจำกัดความรับผิดของผู้สลักหลัง หรือค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ยเต็มจำนวนแบบไม่มีเงื่อนไข 19. ในกรณีที่กองทุนมีสิทธิในการซื้อหุ้นเพิ่มทุนของบริษัทใดตามสัดส่วนจำนวนหุ้นที่กองทุนถืออยู่ (Right Issue) หากการใช้สิทธินั้นจะเป็นเหตุให้กองทุนลงทุนหรือมีไว้ซึ่งทรัพย์สินของบริษัทดังกล่าวมีมูลค่าเกินอัตราส่วนที่กำหนดในข้างต้นนี้ บริษัทจัดการอาจซื้อหุ้นเพิ่มทุนนั้นโดยได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามอัตราส่วนที่เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ทั้งนี้ เฉพาะภายในช่วงระยะเวลาสามสิบวันนับแต่วันแรกที่ผู้ถือหุ้นหมดสิทธิจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนนั้น 20. ในกรณีที่ตราสารแห่งทุน ตราสารแห่งหนี้ หรือตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ในขณะที่ลงทุนหรือในขณะที่ได้มาเป็นทรัพย์สินของกองทุน มีมูลค่าไม่เกินอัตราส่วนที่กำหนดในข้างต้น หากต่อมาตราสารแห่งทุน ตราสารแห่งหนี้ หรือตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุนนั้น มีมูลค่าเกินอัตราส่วนดังกล่าวโดยเหตุดังต่อไปนี้ บริษัทจัดการจะดำเนินการแก้ไขอัตราส่วนให้เป็นไปตามที่กำหนดภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีการประกาศให้ทราบถึงเหตุดังกล่าว เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นและสมควรโดยได้รับผ่อนผันจากสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. (20.1) ตราสารแห่งทุนนั้นในเวลาต่อมาเป็นตราสารแห่งทุนของบริษัทจดทะเบียนที่อยู่ระหว่างแก้ไขการดำเนินการให้เหตุแห่งการเพิกถอนหมดไป หรือถูกเพิกถอนจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน (20.2) ตราสารแห่งหนี้หรือตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุนถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือ 21. ในกรณีที่ทรัพย์สินในขณะที่ลงทุนหรือในขณะที่ได้มาเป็นทรัพย์สินของกองทุน มีมูลค่าไม่เกินอัตราส่วนที่กำหนดในข้างต้น หากต่อมามีมูลค่าเกินอัตราส่วนดังกล่าวจากการรับชำระหนี้ด้วยทรัพย์สินอื่น บริษัทจัดการจะยังคงมีไว้ซึ่งทรัพย์สินดังกล่าวต่อไปก็ได้ บริษัทจัดการจะจัดทำรายงานโดยระบุชื่อ จำนวน อัตราส่วนการลงทุนหรือมีไว้ซึ่งทรัพย์สินตามวรรคหนึ่ง และวันที่ทรัพย์สินนั้นมีมูลค่าเกินอัตราส่วนการลงทุนที่กำหนดพร้อมสาเหตุ และส่งรายงานดังกล่าวให้ผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนรวม ทราบภายในสามวันทำการนับแต่วันที่ทรัพย์สินนั้นมีมูลค่าเกินอัตราส่วนที่กำหนด พร้อมทั้งจัดทำสำเนารายงานดังกล่าวไว้ที่บริษัทจัดการเพื่อให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. สามารถตรวจสอบได้ 22. ในกรณีที่การรับชำระหนี้ด้วยทรัพย์สินอื่นเป็นผลให้กองทุนรวมเป็นผู้ถือหุ้นที่บริษัทใดเป็นผู้ออก เพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนรวม เมื่อรวมกันทุกกองทุนรวมที่บริษัทจัดการเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการเกินกว่าร้อยละ 25 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทนั้น บริษัทจัดการจะดำเนินการตามประกาศที่ สน. 24/2552 เรื่อง การลงทุนและการมีไว้เพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุน ลงวันที่ 28 กรกฎาคม 2552 ดังนี้คือ (22.1) ปฏิบัติให้เป็นไปตามประกาศที่กำหนดให้บริษัทจัดการสามารถรับชำระหนี้ด้วยทรัพย์สินอื่นได้ (22.2) งดเว้นการใช้สิทธิออกเสียงในหุ้นจำนวนที่เกินอัตราส่วนการลงทุนดังกล่าว เว้นแต่กรณีที่มีเหตุจำเป็นและสมควรโดยได้รับการผ่อนผันจากสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และ (22.3) กรณีที่เป็นหุ้นของบริษัทจดทะเบียน และการได้มาซึ่งหุ้นของบริษัทดังกล่าว เป็นผลให้กองทุนได้มาหรือเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทนั้นจนถึงหรือข้ามจุดที่ต้องทำคำเสนอซื้อ บริษัทจัดการจะดำเนินการเพื่อให้ได้รับการยกเว้นการทำคำเสนอซื้อโดยการลดสัดส่วนการถือหุ้นหรือลดการมีอำนาจควบคุม หรือยื่นคำขอผ่อนผันการทำคำเสนอซื้อ ตามประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. ว่าด้วยหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงำกิจการ ทั้งนี้ การลดสัดส่วนการถือหุ้นดังกล่าว บริษัทจัดการจะลดสัดส่วนตามสัดส่วนของหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่แต่ละกองทุนได้มาจากการรับชำระหนี้ด้วยทรัพย์สินอื่น 23. ในกรณีที่ทรัพย์สินในขณะที่ลงทุนหรือในขณะที่ได้มาเป็นทรัพย์สินของกองทุน มีมูลค่าไม่เกินอัตราส่วนที่กำหนดในข้างต้น หากต่อมามีมูลค่าเกินอัตราส่วนดังกล่าวโดยไม่เข้าลักษณะตามข้อ 8 ข้อ 14 ข้อ 20 ข้อ 21 ข้อ 22 และการเกินอัตราส่วนดังกล่าวมิได้เกิดจากการลงทุนหรือได้ทรัพย์สินมาเพิ่มเติม บริษัทจัดการจะยังคงมีไว้ซึ่งทรัพย์สินดังกล่าวต่อไปก็ได้ บริษัทจัดการจะจัดทำรายงานโดยระบุชื่อ จำนวน อัตราส่วนการลงทุนหรือมีไว้ซึ่งทรัพย์สินตามวรรคหนึ่ง และวันที่ทรัพย์สินนั้นมีมูลค่าเกินอัตราส่วนที่กำหนดพร้อมสาเหตุ และส่งรายงานดังกล่าวให้ผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนรวม ทราบภายในสามวันทำการนับแต่วันที่ทรัพย์สินนั้นมีมูลค่าเกินอัตราส่วนที่กำหนด พร้อมทั้งจัดทำสำเนารายงานดังกล่าวไว้ที่บริษัทจัดการเพื่อให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.สามารถตรวจสอบได้ 24. ข้อกัดการลงทุนข้างต้นจะไม่นำมาบังคับใช้ในกรณีที่ปรากฏเหตุตามหัวข้อ “การเลิกกองทุนรวม” และบริษัทจัดการต้องดำเนินการเพื่อเลิกกองทุนตามหัวข้อ “การดำเนินการของบริษัทจัดการ เมื่อเลิกกองทุนรวม”
Investment policy as filed with SEC Thailand.
No NAV history available.
actual = what the AMC currently charges · max = prospectus ceiling (no actual reported). Annual fees aren’t additive with one-time fees.