K Global Tech PE 20A Fund Not for Retail Investors
KASIKORN ASSET MANAGEMENT COMPANY LIMITED · Mixed / Balanced
↳ Invests in LOIM PE K Investments · ลักเซมเบิร์ก
✨Invests in international private equity, primarily focusing on technology-related companies, through the LOIM PE K Investments fund.
กองทุนมีนโยบายที่จะลงทุนในหน่วย private equity ต่างประเทศ โดยไม่จำกัดอัตราส่วน ผ่านการลงทุนในกองทุน LOIM PE K Investments – K Tech Fund (“กองทุนย่อย”) ซึ่งเป็นกองทุนย่อย (Compartment) ของ LOIM PE K Investments (“กองทุนหลัก”) ที่จัดตั้งขึ้นภายใต้กฎหมายของประเทศลักเซมเบิร์ก (Luxembourg) เป็น Reserved Alternative Investment Fund (RAIF) ในรูปแบบ Corporate Partnership Limited by Shares และอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของ Lombard Odier Funds (Europe) S.A. ซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดย Lombard Odier Investment Managers Private Equity ในฐานะหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (General Partner) ให้บริหารจัดการกองทุนหลักในฐานะผู้จัดการ (Manager) โดยที่กองทุนหลักและกองทุนย่อยมีสถานะทางกฎหมายเป็นนิติบุคคลเดียวกัน (เรียกรวมว่า “กองทุน LOIM”) ซึ่งกองทุนจะลงทุนในกองทุน LOIM ในฐานะผู้ถือหุ้นจำกัดความรับผิด (Limited Shareholder) มีมูลค่าขั้นต่ำในการลงทุน (minimum commitment) ที่ 75 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่กองทุนย่อยมีอายุกองทุนประมาณ 7 ปี และอาจถูกขยายได้อีกไม่เกิน 2 ปี) กองทุนย่อยมีนโยบายลงทุนในกิจการของบริษัทเอกชนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Private Companies) และอาจลงทุนในทรัพย์สิน Private Equity อื่น เช่น กองทุน Private Equity ที่ซื้อขายในตลาดรอง โดยจะเน้นลงทุนในสินทรัพย์ที่อยู่ในกลุ่มเทคโนโลยีหรือหมวดอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยี กองทุน LOIM แบ่งหุ้นเป็นสองประเภทดังนี้ (1) ผู้ถือหุ้นที่มีอำนาจบริหารจัดการ (Management Shares) มีสถานะเทียบเท่ากับหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดของห้างหุ้นส่วนจำกัด และโดยผลของกฎหมาย ต้องรับผิดร่วมกันและแทนกันในหนี้ใด ๆ ที่ไม่สามารถชำระได้จากสินทรัพย์ของ กองทุน LOIM ทั้งนี้ Lombard Odier Investment Managers Private Equity จะมีสถานะเป็นผู้ถือหุ้นที่มีอำนาจบริหารจัดการของกองทุน LOIM ต่อไปนี้จะเรียกว่า “หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด” (General Partner) จะเป็นผู้รับผิดชอบต่อการบริหารจัดการของกองทุน LOIM ซึ่งต้องกระทำการเพื่อประโยชน์สูงสุดของกองทุน LOIM (2) ผู้ถือหุ้นสามัญ (Ordinary Shares) มีความรับผิดจำกัดเพียงจำนวนเงินที่ลงทุนในกองทุนหลัก ต่อไปนี้จะเรียกว่า “ผู้ถือหุ้นจำกัดความรับผิด” (Limited Shareholder) โดยกองทุนจะมีสถานะเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นจำกัดความรับผิด (Limited Shareholder) ของกองทุน LOIM (หุ้นที่มีอำนาจบริหารจัดการและหุ้นสามัญต่อไปนี้จะเรียกรวมกันว่า “หุ้น”) กองทุนจะลงทุนโดยใช้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) เป็นสกุลเงินหลัก โดยกองทุน LOIM อาจลงทุนได้หลากหลายสกุลเงิน เช่น สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ สกุลเงินยูโร เป็นต้น ทั้งนี้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงสกุลเงินในภายหลัง โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ซึ่งบริษัทจัดการจะคำนึงถึงประโยชน์ของกองทุนเป็นสำคัญ โดยบริษัทจัดการจะประกาศให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบถึงการเปลี่ยนแปลงล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วันโดยจะติดประกาศที่สำนักงานของบริษัทจัดการและผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุนและที่เว็บไซต์ของบริษัทจัดการ ส่วนที่เหลือ กองทุนอาจลงทุนใน ตราสารทุน ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตราสารแห่งหนี้ และหรือเงินฝากในสถาบันการเงินทั้งในและต่างประเทศ ทั้งที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) และหรือต่ำกว่าอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Non-Investment Grade) และหรือที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) โดยไม่จำกัดอัตราส่วน รวมทั้งอาจลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดหรือเห็นชอบให้กองทุนลงทุนได้ ทั้งนี้ กองทุนอาจลงทุนในตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Notes หรือ SN) และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนให้สูงขึ้น หรือเพื่อลดค่าใช้จ่ายของกองทุน รวมถึงกองทุนจะลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน และกองทุนอาจกู้ยืมเงินหรือทำธุรกรรมขายโดยมีสัญญาซื้อคืนเพื่อการลงทุนได้ อย่างไรก็ตาม กองทุนจะไม่ทำธุรกรรมการขายหลักทรัพย์ที่ต้องยืมมาเพื่อการส่งมอบ (short sell) ในกรณีที่กองทุนเปิดเค Global Tech PE 20A ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย มีการลงทุนในกองทุนย่อยไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนย่อย และหากกองทุนย่อยมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะใดลักษณะหนึ่งดังต่อไปนี้ บริษัทจัดการจะดำเนินการตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด (1) มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ วันใดวันหนึ่งลดลงเกินกว่าสองในสามของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนย่อย (2) ยอดรวมของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนย่อยลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกัน คิดเป็นจำนวนเกินกว่าสองในสามของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนย่อย กองทุนย่อยดังกล่าวให้หมายถึงเฉพาะกองทุนย่อยที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด เงื่อนไข ในกรณีที่กองทุนย่อยมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะดังกล่าวบริษัทจัดการดำเนินการดังต่อไปนี้ (1) แจ้งเหตุที่กองทุนย่อยมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการโดยคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม ให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และผู้ถือหน่วยลงทุนทราบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ปรากฏเหตุ (2) ดำเนินการตามแนวทางการดำเนินการตาม (1) ให้แล้วเสร็จภายใน 60 วันนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนย่อยที่ปรากฏเหตุ (3) รายงานผลการดำเนินการให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ทราบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการแล้วเสร็จ (4) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการของกองทุนรวมตาม (1) ต่อผู้ที่สนใจจะลงทุนเพื่อให้ผู้ที่สนใจจะลงทุนรับรู้และเข้าใจเกี่ยวกับสถานะของกองทุนรวม ทั้งนี้ บริษัทจัดการกองทุนรวมจะดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการดังกล่าวด้วย โดยระยะเวลาในการดำเนินการตามข้อ (2) บริษัทจัดการสามารถขอผ่อนผันต่อสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ให้ความเห็นชอบหรือมีประกาศแก้ไขหรือเพิ่มเติมประเภท ลักษณะ หลักเกณฑ์และเงื่อนไข หรืออัตราส่วนการลงทุนของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะพิจารณาเปลี่ยนแปลงประเภท ลักษณะ หลักเกณฑ์และเงื่อนไข หรืออัตราส่วนการลงทุนให้เป็นไปตามประกาศฯ ฉบับใหม่ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ลักษณะสำคัญของกองทุน LOIM PE K Investments – K Tech Fund (กองทุนย่อย) : ชื่อกองทุนหลัก LOIM PE K Investments ชื่อกองทุนย่อย LOIM PE K Investments – K Tech Fund Manager Lombard Odier Funds (Europe) S.A. Portfolio Manager Lombard Odier Asset Management (Switzerland) SA วัตถุประสงค์การลงทุนและนโยบายการลงทุน กองทุนย่อยมีวัตถุประสงค์ที่จะร่วมลงทุนในกิจการของบริษัทเอกชนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Private Companies) โดยอาจเป็นการเข้าลงทุนในบริษัทที่กิจการมีความมั่นคง (Buyout) หรือลงทุนในบริษัทที่มีรายได้และเติบโตอย่างรวดเร็วซึ่งต้องการเงินทุนเพื่อขยายกิจการเพิ่มเติม (Growth Capital) หรือลงทุนในบริษัทที่เพิ่งเริ่มก่อตั้งกิจการ (Venture Capital) หรืออาจลงทุนในบริษัทที่อยู่ในระยะอื่นๆ เช่น บริษัทที่ไม่สามารถดำเนินกิจการให้เป็นไปตามแผนธุรกิจที่กำหนดไว้และ/หรือบริษัทที่มักมีการปรับโครงสร้างกิจการหรือปรับปรุงแผนธุรกิจ (Special Situations) หรือการให้บริษัทที่เริ่มก่อตั้งกิจการกู้ยืมเงิน (Venture Debt) หรือร่วมลงทุนในกิจการโครงสร้างพื้นฐาน กองทุนย่อยอาจลงทุนในทรัพย์สิน private equity อื่น (เช่น กองทุน private equity) ที่ซื้อขาย ในตลาดรอง ไม่เกิน 1 ใน 3 ของ Capital Commitment ของกองทุนย่อย และลงทุนในแต่ละกองทุนไม่เกินร้อยละ 30 ของ Capital Commitment ของกองทุนย่อย บริษัทเอกชนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Private Companies) และทรัพย์สิน private equity (เช่น กองทุน private equity) ที่กองทุนย่อยลงทุน ซึ่งรวมเรียกว่า “กองทุนอ้างอิง” (Underlying Funds) จะเน้นลงทุนในสินทรัพย์ที่อยู่ในกลุ่มเทคโนโลยีหรือหมวดอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยี กองทุนย่อยจะลงทุนส่วนใหญ่ในตลาดพัฒนาแล้ว และอาจมีการลงทุนบางส่วนในตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย การลงทุนในกองทุนอ้างอิงอาจเป็นการลงทุนโดยตรงหรือลงทุนผ่านนิติบุคคลเฉพาะกิจ (Special Purpose Vehicles) ที่จัดตั้งขึ้นโดยผู้จัดการกองทุน private equity ซึ่งผู้จัดการกองทุนเหล่านี้มักจะเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในการลงทุนที่กองทุนย่อยจะร่วมลงทุน ซึ่งผ่านการคัดเลือกจากผู้จัดการพอร์ตการลงทุน (Portfolio Manager) อีกทีหนึ่ง กองทุนย่อยอาจนำเงินลงทุนที่ได้รับชำระแล้วจากผู้ลงทุน (Capital Contribution) (ซึ่งยังไม่ได้นำไปลงทุนในกองทุนอ้างอิง) ไปลงทุนในสินทรัพย์สภาพคล่องระยะสั้น (โดยทั่วไปจะเป็นการลงทุนแบบรายวัน) เพื่อรอการลงทุนในกองทุนอ้างอิง และ/หรือเพื่อใช้ชำระเป็นค่าธรรมเนียมการจัดการ หนี้สินอื่นๆ ค่าธรรมเนียม และ/หรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ หรืออาจนำไปจัดสรรให้กับผู้ถือหุ้นจำกัดความรับผิด (Limited Shareholder) ก็ได้ ทั้งนี้ เป็นไปตามดุลยพินิจของหุ้นส่วนที่ไม่จำกัดความรับผิด (General Partner) ทั้งนี้ กองทุนย่อยจะมีระยะเวลาเข้าลงทุน (Investment Period) ในกองทุนอ้างอิงภายใน 36 เดือน หรือ 3 ปีนับจากวันที่ หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (General Partner) ออกหุ้นราคาเริ่มต้นให้แก่นักลงทุนที่ลงทุนในกองทุนย่อย (วัน Closing) โดยที่ หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดอาจขยายระยะเวลาดังกล่าวออกได้ไม่เกิน 2 ครั้ง ครั้งละ 6 เดือน นอกเหนือจากระยะเวลาเข้าลงทุนดังกล่าว กองทุนย่อยอาจลงทุนได้เพียงการลงทุนแบบสืบเนื่องจากทรัพย์สินเดิม (follow-on investment) การเพิ่มสถานะการลงทุนในสินทรัพย์ให้มีมูลค่าสูงกว่ามูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน (Leverage) กองทุนย่อยอาจทำการ leverage และ/หรือทำธุรกรรมการกู้ยืม ในกรณีที่กองทุนอ้างอิงมีการเรียกระดมทุนเป็นจำนวนเงินที่เกินกว่าจำนวนเงินลงทุนทั้งหมดที่กองทุนย่อยจะเรียกเก็บจากผู้ลงทุน (Over-Commitment) หรือเพื่อชำระเงินในกรณีที่ผู้ลงทุนของกองทุนผิดนัดชำระเงินลงทุนที่ตกลงกันไว้ โดยมีมูลค่าสูงสุดไม่เกิน 150% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนย่อย โดยอัตราส่วนดังกล่าวจะแบ่งเป็นมูลค่าทรัพย์สินของกองทุนที่ 100% และส่วนเกิน (leverage) จากการกู้ยืม (Borrowings) สูงสุดที่ 50% ภายใต้วิธีการคำนวณแบบ Commitment Method และ Gross Method ตามกฎหมายของสหภาพยุโรปเกี่ยวกับ Alternative Investment Fund Manager ลงวันที่ 12 กรกฎาคม 2556 ค่าธรรมเนียม ค่าธรรมเนียมของ LOIM PE K Investments ค่าธรรมเนียมองค์กร (Organisational Fee) : ไม่เกินร้อยละ 0.50 ของ Capital Commitment ของกองทุนย่อย ค่าธรรมเนียมของกองทุนย่อย - ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee): • ในช่วงระยะเวลาการลงทุน (Investment Period) จะคิดในอัตราร้อยละ 1.20 ต่อปีของ Capital Commitment ของกองทุนย่อย • หลังระยะเวลาการลงทุน จะคิดในอัตราร้อยละ 1.20 ต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิบวกด้วยมูลค่าของเงินลงทุนที่ยังไม่ได้ชำระ (Unfunded Commitment) ของทุกกองทุนอ้างอิงในส่วนที่เป็นของกองทุนย่อย ทั้งนี้ จะต้องไม่ต่ำกว่าร้อยละ 0.30 ต่อปีของ Capital Commitment ของกองทุนย่อย “ระยะเวลาการลงทุน” ตามความหมายข้างต้นคือระยะเวลาการลงทุน (Investment Period) ของกองทุนย่อยซึ่งนับแต่วันที่หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดของกองทุน LOIM ออกหน่วยลงทุนในกองทุนย่อยที่ราคาเริ่มต้น (Initial Issue Price) (กล่าวคือวัน Closing) จนถึงวันที่ครบ 36 เดือนและอาจขยายระยะเวลาดังกล่าวออกได้ไม่เกิน 2 ครั้ง ครั้งละ 6 เดือน ทั้งนี้ ค่าธรรมเนียมการจัดการจะชำระให้กับหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (General Partner) ปีละ 2 ครั้ง ในเดือนมิถุนายน และธันวาคม - ส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุน (Carried Interest): เมื่อกองทุน K-GTPE20A-UI ได้รับผลตอบแทนที่คาดหวัง (Hurdle Rate) จากการลงทุนในกองทุนย่อยไม่น้อยกว่าร้อยละ 8 หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (General Partner) จะได้รับส่วนแบ่งกำไรในอัตราร้อยละ 12.50 ของกำไรส่วนเกินทุน - ค่าใช้จ่ายในการจัดตั้ง (Set-up Expenses): ไม่เกินร้อยละ 1.00 ของ Capital Commitment ของกองทุนย่อย เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในช่วงการจัดตั้งกองทุนย่อย - ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายอื่น เช่น ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ ค่าธรรมเนียมการฝากทรัพย์สิน ค่าธรรมเนียมการตรวจสอบบัญชี ค่าธรรมเนียมทางกฎหมาย ซึ่งอาจเกิดขึ้นระหว่างการดำเนินการของกองทุนย่อย: ตามค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง การจัดสรรผลตอบแทนและการชำระเงินคืนของกองทุนย่อย (Distribution and Repayment Policy) หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (General Partner) จะเป็นผู้พิจารณาจัดสรรเงินที่กองทุนย่อย ได้รับจากกองทุนอ้างอิง (Underlying Fund) ให้กับผู้ถือหุ้นจำกัดความรับผิด (Limited Shareholder) และหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (General Partner) ตามสัดส่วน โดยเรียงลำดับดังนี้ 1) ชำระเงินคืนให้กับผู้ถือหุ้นจำกัดความรับผิด (Limited Shareholder) จนกว่าจำนวนเงินสะสมที่ผู้ถือหุ้นจำกัดความรับผิดได้รับ (Cumulative Distributions) เท่ากับจำนวนเงินทั้งหมดที่ผู้ถือหุ้นจำกัดความรับผิด (Limited Shareholder) ลงทุนในกองทุนย่อย (Capital Commitment) 2) เมื่อชำระเงินคืนครบตามข้อ 1) แล้ว หากยังมีผลตอบแทนส่วนเกิน จะจัดสรรผลตอบแทนส่วนเกินดังกล่าวให้กับผู้ถือหุ้นจำกัดความรับผิด (Limited Shareholder) จนกว่าจำนวนเงินสะสมที่ผู้ถือหุ้นจำกัดความรับผิดได้รับ (Cumulative Distributions) เท่ากับผลตอบแทนจากการลงทุน ("Hurdle Rate") ที่ร้อยละ 8 ของมูลค่า Capital Commitment ที่ผู้ถือหุ้นจำกัดความรับผิดได้ชำระแล้ว (funded) โดยคำนวณจากกระแสเงินสดที่จ่ายให้กับและได้รับจากกองทุนย่อยตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 3) เมื่อจัดสรรเงินครบตามข้อ 2) แล้ว หากยังมีผลตอบแทนส่วนเกิน จะจัดสรรผลตอบแทนส่วนเกินดังกล่าวทั้งหมดให้กับหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (General Partner) จนกว่าหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดจะได้รับส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุน (Carried Interest) เท่ากับร้อยละ 12.5 ของผลรวมของจำนวนเงินที่จัดสรรให้กับผู้ถือหุ้นจำกัดความรับผิด (Limited Shareholder) ตามข้อ 2) กับจำนวนเงินที่จัดสรรให้กับหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (General Partner) ตามข้อนี้ 4) เมื่อจัดสรรเงินครบตามข้อ 3) แล้ว หากยังมีผลตอบแทนส่วนเกิน จะจัดสรรเงินส่วนที่เหลือในอัตราร้อยละ 12.5 ให้กับหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (General Partner) และในอัตราร้อยละ 87.5 ให้กับผู้ถือหุ้นจำกัดความรับผิด (Limited Shareholder) (จำนวนเงินที่หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (General Partner)ได้รับตามข้อ 3) และ 4) จะเรียกรวมกันว่า "ส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุน” (Carried Interest) ทั้งนี้ หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (General Partner) อาจไม่จัดสรรเงินได้ไปยังผู้ถือหุ้นจำกัดความรับผิดโดยทันทีและมีดุลยพินิจในการเลื่อนการจัดสรรเงินดังกล่าวตามความเหมาะสม ทั้งนี้ หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (General Partner) อาจพิจารณาให้การจัดสรรผลตอบแทนข้างต้นทำในรูปของ (1) การซื้อหุ้นคืนที่มูลค่าทรัพย์สินสุทธิปัจจุบัน หรือ (2) จัดสรรเงินให้ผู้ถือหุ้น (distribution) ซึ่งจะทำให้มูลค่าของหุ้นลดลงตามจำนวนเงินที่ได้รับการจัดสรร ตัวอย่างขั้นตอนการจัดสรรผลตอบแทนและการชำระเงินคืนของกองทุนย่อย ตัวเลขและข้อมูลดังต่อไปนี้ เป็นเพียงตัวอย่างการคำนวณเพื่อประกอบการอธิบายการจัดสรรผลตอบแทนและการชำระเงินคืนกรณีที่กองทุนย่อย ไม่มีการตั้งเงินสำรองเพื่อการบริหารจัดการกองทุนย่อย ดังนั้นจึงมิได้เป็นการรับประกันว่า ตัวเลขในตารางเป็นผลการดำเนินงานที่กองทุนย่อย สามารถทำได้ และไม่ใช่ผลตอบแทนที่ผู้ลงทุนได้รับจริง - กองทุน K-GTPE20A-UI ลงทุนในกองทุนย่อย เป็นจำนวนเงิน 100 ล้านบาท - กองทุนย่อย ทยอยจ่ายคืนเงินต้นและผลตอบแทนตลอดอายุกองทุน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 142.44 ล้านบาท โดยมีรายละเอียด ดังนี้ หมายเหตุ * IRR (Internal Rate of Return) คือ อัตราผลตอบแทนที่คำนวณจากกระแสเงินสดที่จ่ายให้กับและได้รับจากกองทุนย่อย เงินสำรองเพื่อการบริหารจัดการกองทุนย่อย คือ เงินที่หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (General Partner) พิจารณากันไว้สำหรับใช้เพื่อวัตถุประสงค์ต่างๆ เช่น เพื่อการลงทุนเพิ่มเติม เพื่อชำระค่าใช้จ่ายหรือภาระผูกพันต่างๆ ของกองทุนย่อยหรืออาจใช้เพื่อวัตถุประสงค์โดยชอบอื่นใด ซึ่งการตั้งเงินสำรองดังกล่าวจะมีผลกระทบกับกระแสเงินสดที่ผู้ลงทุนจะทยอยได้รับระหว่างอายุกองทุน อาจทำให้ผู้ลงทุนได้รับผลตอบแทนต่ำกว่ากรณีที่ไม่มีการตั้งเงินสำรองได้ ทั้งนี้ ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในระดับของกองทุน LOIM (เช่น Management Fee และ Organisational Fee) รวมถึงการจัดสรรส่วนแบ่งกำไรให้กับหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดข้างต้น ย่อมลดผลตอบแทนที่กองทุน K-GTPE20A-UI (และผู้ลงทุนในกองทุน K-GTPE20A-UI) จะได้รับจากการลงทุนในกองทุน LOIM ปัจจัยความเสี่ยงของกองทุน ผู้สนใจลงทุนควรพิจารณาปัจจัยความเสี่ยงต่าง ๆ ในข้อ 20 ของโครงการจัดการกองทุน ก่อนที่จะลงทุนในกองทุน โดยปัจจัยความเสี่ยงดังกล่าวอาจไม่ครอบคลุมความเสี่ยงทั้งหมดจากกับการลงทุนในกองทุน
Investment policy as filed with SEC Thailand.
actual = what the AMC currently charges · max = prospectus ceiling (no actual reported). Annual fees aren’t additive with one-time fees.