MFC Global Property Equity Fund
MFC ASSET MANAGEMENT PUBLIC COMPANY LIMITED · Equity · settlement T+5
↳ Invests in PGIM Global Select Real Estate Securities Fund · ไอร์แลนด์
✨Invests primarily in shares of the PGIM Global Select Real Estate Securities Fund, focusing on global real estate securities.
กองทุนมีนโยบายลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว (Feeder Fund) คือ PGIM Global Select Real Estate Securities Fund (กองทุนหลัก) ในชนิดหน่วยลงทุน (share class) “USD I Accumulation” ในสกุลเงินเหรียญดอลลาร์สหรัฐ โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม ซึ่งกองทุนหลักจดทะเบียนจัดตั้งที่ประเทศไอร์แลนด์ (Ireland) กำกับโดยธนาคารกลางไอร์แลนด์ (The Central Bank of Ireland หรือ CBI) และอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ของ UCITS (Undertakings for Collective Investment in Transferable Securities) โดย PGIM, Inc. เป็นผู้จัดการการกองทุน และ PGIM Investments (Ireland) Limited เป็นบริษัทจัดการลงทุน สำหรับเงินส่วนที่เหลือ กองทุนอาจลงทุนในหลักทรัพย์ตราสารทางการเงินอื่นๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น ตราสารทุน ตราสารหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน เงินฝาก หรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก ตลอดจนหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงชนิดของหน่วยลงทุน และ/หรือเปลี่ยนแปลงสกุลเงินลงทุนเป็นสกุลเงินอื่นใดในภายหลังได้โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว โดยบริษัทจัดการจะคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนและ/หรือกองทุนเป็นสำคัญ ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าโดยปิดประกาศ ณ ที่ทำการของบริษัทจัดการและผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืน (ถ้ามี) และ/หรือประกาศทาง website ของบริษัทจัดการ กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี โกลบอล พร็อพเพอร์ตี้ อิควิตี้ ฟันด์จะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนหลักโดยใช้เงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี โกลบอล พร็อพเพอร์ตี้ อิควิตี้ ฟันด์อาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ตามความเหมาะสมและสภาวการณ์ในแต่ละขณะ โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจที่ผู้จัดการกองทุนเห็นเหมาะสม ยกตัวอย่างเช่น กรณี ผู้จัดการกองทุนคาดการณ์ว่าค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ มีแนวโน้มอ่อนค่าลง ผู้จัดการกองทุนอาจพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับอัตราแลกเปลี่ยน (FX Derivatives) ในสัดส่วนที่มากขึ้น หรือกรณีที่ผู้จัดการกองทุนคาดการณ์ว่าค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ มีแนวโน้มแข็งค่า ผู้จัดการกองทุนอาจพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับอัตราแลกเปลี่ยน (FX Derivatives) ในสัดส่วนที่น้อยลง หรืออาจพิจารณาไม่ป้องกันความเสี่ยง ดังนั้น กองทุนจึงยังมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ ซึ่งอาจทำให้ผู้ลงทุนได้รับผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ อีกทั้งการทำธุรกรรมป้องกันความเสี่ยงอาจมีต้นทุน ซึ่งทำให้ผลตอบแทนของกองทุนโดยรวมลดลงจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี โกลบอล พร็อพเพอร์ตี้ อิควิตี้ ฟันด์ อาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient portfolio management) ได้ เช่นการทําสัญญาฟอร์เวิร์ด และ/หรือ สัญญาสวอป ที่อ้างอิงกับอัตราแลกเปลี่ยน / ราคาตราสาร / อัตราดอกเบี้ย หรือตามที่สํานักงานคณะกรรมการ กลต. ประกาศกําหนด และอาจลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือผู้ออก (issue/issuer) ต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (non-investment grade) ตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (unrated securities) ตราสารทุนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (unlisted securities) และตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) รวมทั้งกองทุนอาจทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ (Securities lending) และ/หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) ได้ ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด ในกรณีที่การลงทุนของกองทุนรวมไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน ให้บริษัทจัดการดำเนินการแก้ไขสัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวม ให้เป็นไปตามนโยบายการลงทุนภายใน 90 วันนับแต่วันที่สัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวมไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุน เว้นแต่บริษัทจัดการจะได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนให้เปลี่ยนแปลงประเภทของกองทุนรวมภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวมตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุนตามประกาศ บลจ. อาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วยก็ได้ ทั้งนี้ โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ 1. ช่วงระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม 2. ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนครบอายุโครงการหรือก่อนเลิกกองทุนรวม 3. ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการสิ้นสุดสมาชิกภาพ หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ ในกรณีที่บริษัทจัดการเห็นว่าการลงทุนในกองทุน PGIM Global Select Real Estate Securities Fund นั้นไม่เหมาะสมอีกต่อไป เช่น เมื่อผลตอบแทนของกองทุนต่างประเทศต่ำกว่าผลตอบแทนของกองทุนต่างประเทศอื่นๆ ที่มีนโยบายการบริหารจัดการใกล้เคียงกันติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน หรือต่ำกว่าผลตอบแทนของกองทุนต่างประเทศอื่นอย่างเห็นได้ชัด และ/หรือ เมื่อพบว่าการบริหารจัดการของกองทุนต่างประเทศดังกล่าวไม่เป็นไปตามที่ระบุหรือสัญญาไว้กับผู้ลงทุน และ/หรือ เมื่อกองทุนต่างประเทศดังกล่าวกระทำผิดร้ายแรงโดยหน่วยงานกำกับดูแลในประเทศนั้นๆ เป็นผู้ให้ความเห็น และ/หรือ เมื่อเกิดเหตุการณ์หรือคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบต่างๆ จนอาจส่งผลให้การลงทุนในกองทุนต่างประเทศเป็นภาระต่อผู้ลงทุนโดยเกินจำเป็น เป็นต้น บริษัทจัดการสงวนสิทธิที่จะนำเงินลงทุนไปลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศอื่นที่มีนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกัน โดยกองทุนจะดำรงอัตราส่วนการลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ เพียงกองทุนเดียว โดยเฉลี่ยในรอบบัญชีไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ทั้งนี้ ในการโอนย้ายหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนไปยังกองทุนอื่นข้างต้น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการพิจารณาดำเนินการครั้งเดียวหรือหลายครั้งก็ได้ โดยการทยอยโอนย้ายเงินลงทุน จึงอาจส่งผลให้ในช่วงระยะเวลาดังกล่าวกองทุนอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศมากกว่า 1 กองทุน ตามที่ระบุไว้ในโครงการข้างต้น กรณีการลงทุนของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์มีลักษณะครบถ้วนตามข้อ 1. และ 2. บริษัทจัดการจะดำเนินการตามข้อ 3. 1. ฐานะการลงทุนสุทธิของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ (1) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี < 80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ หรือ (2) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ≥ 80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์โดยกองทุนต่างประเทศไม่มีวัตถุประสงค์การลงทุนในทำนองเดียวกับกองทุนดัชนีหรือ ETF 2. NAV ของกองทุนปลายทาง มีการลดลงในลักษณะดังนี้ (1) NAV ณ วันใดวันหนึ่งลดลง > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง หรือ (2) ยอดรวมของ NAV ลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกันคิดเป็นจำนวน > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง 3. บริษัทจัดการจะดำเนินการดังต่อไปนี้ การดำเนินการ ระยะเวลาดำเนินการ 3.1 แจ้งเหตุที่กองทุนปลายทางมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการของ บลจ. ให้สำนักงานและผู้ถือหน่วย (แนวทางการดังกล่าวต้องคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยโดยรวม) ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มี การเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทาง ที่ปรากฏเหตุ 3.2 เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการตาม 3.1 ต่อผู้ลงทุนทั่วไป (ดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวด้วย) พร้อม 3.1 3.3 ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินการตาม 3.1 ภายใน 60 วันนับแต่วันที่มี การเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทาง ที่ปรากฏเหตุ 3.4 รายงานผลการดำเนินการตาม 3.3 ให้สำนักงานทราบ ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการตาม 3.3 แล้วเสร็จ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตให้เป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds) หรือกองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรงในตราสาร และ/หรือหลักทรัพย์ต่างประเทศ หรือสามารถกลับมาเป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder Fund) ได้ โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (risk profile) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตลาด โดยเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน อนึ่ง บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงประเภทกองทุนรวมดังกล่าว โดยจะปิดประกาศ ณ ที่ทำการของบริษัทจัดการ และผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (ถ้ามี) และ/หรือประกาศทาง website ของบริษัทจัดการ ข้อมูลสำคัญของกองทุน PGIM Global Select Real Estate Securities Fund ชื่อกองทุนรวมต่างประเทศ PGIM Global Select Real Estate Securities Fund โดยจะลงทุนใน Class “USD I Accumulation” ลักษณะเฉพาะของ Class USD I Accumulation เป็น Class ที่เสนอขายให้กับนักลงทุนสถาบัน ซื้อขายหน่วยลงทุนในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ และไม่มีการจ่ายเงินปันผล ประเภทกองทุน กองทุนตราสารทุน ผู้จัดการกองทุน PGIM, Inc. บริษัทจัดการลงทุน PGIM Investments (Ireland) Limited วัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุน กองทุนมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว ผ่านการลงทุนทั่วโลกในตราสารทุนและหลักทรัพย์ที่ใกล้เคียงกับตราสารทุนของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ซึ่งจดทะเบียนและซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ กองทุนจะลงทุนในหุ้นสามัญ หุ้นบุริมสิทธิ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) และ preferred REITs บริษัทที่ดำเนินธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ (real estate operating companies-REOCs) กองทุน ETF ตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ (depository receipts) สิทธิที่จะซื้อหุ้น (rights) และใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น (warrants) กองทุนจะลงทุนในประเทศพัฒนาแล้วและประเทศตลาดเกิดใหม่โดยไม่เจาะจงเฉพาะภูมิภาคหนึ่ง กองทุนอาจถือเงินสดและลงทุนในตราสารทางการเงิน และอาจลงทุนตลาดเงินหรือกองทุนพันธบัตรระยะสั้น ผู้จัดการกองทุนจะใช้วิธี value-oriented โดยวิเคราะห์มูลค่าพื้นฐานของอสังหาริมทรัพย์ ผลการดำเนินงานและประวัติผลงานของคณะผู้บริหารของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ คุณภาพของกระแสเงินสด ความยั่งยืนและการเติบโตของเงินปันผล รวมทั้งประเมินกลยุทธ์ของบริษัท อัตราผลตอบแทนจากส่วนของผู้ถือหุ้น การมีผลประโยชน์ร่วมกันของผู้มีส่วนได้เสีย (alignment of interest) และความสามารถในการสร้างผลการดำเนินงานได้เหนือตลาดอย่างต่อเนื่อง กองทุนอาจกู้ยืมเงินโดยใช้สัญญาซื้อขายล่วงหน้า (leveraged) ได้ไม่เกิน 100% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ทั้งนี้ กองทุนสนับสนุนทางด้านความยั่งยืน ตามมาตรา 8 ของเกณฑ์ Sustainable Finance Disclosures Regulation (SFDR) กองทุนจะไม่ลงทุนในบริษัทที่ดำเนินธุรกิจที่ไม่เป็นไปตามเกณฑ์การลงทุนด้านความรับผิดชอบต่อสังคมซึ่งกำหนดโดยคณะกรรมการด้าน ESG แม้กองทุนจะสนับสนุนด้านความยั่งยืน แต่กองทุนไม่ได้มีวัตถุประสงค์การลงทุนแบบยั่งยืน Benchmark FTSE EPRA NAREIT Developed Index (USD) ดัชนีชี้วัดของกองทุนคือ FTSE EPRA NAREIT Developed Index (USD) กองทุนมีการบริหารกองทุนแบบเชิงรุก และไม่ได้ประสงค์ให้ผลตอบแทนเป็นไปตามผลตอบแทนของดัชนีชี้วัด โดยดัชนีชี้วัดดังกล่าวจะใช้เพื่อวัตถุประสงค์ในการบริหารความเสี่ยงเท่านั้น เพื่อให้แน่ใจว่าการบริหารกองทุนมีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์การลงทุน และความเสี่ยง วันที่จัดตั้งกองทุนหลัก (Share Class Inception) 10 ธันวาคม 2558 อายุกองทุน ไม่กำหนด ผู้รับฝากทรัพย์สิน State Street Custodial Services (Ireland) Limited Bloomberg Ticker PPGRUIA ID ISIN Code IE00BYM2RB15 วันทำการซื้อขาย ทุกวันทำการ มูลค่าขั้นต่ำในการสั่งซื้อ 10 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐสำหรับครั้งแรก 1 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐสำหรับครั้งถัดไป แหล่งข้อมูล https://www.pgim.com/ucits/fund/pgim-global-select-real-estate-securities-fund?fundid=BYM2RB1 ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากกองทุนรวม (ร้อยละต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน) ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) ไม่เกิน 0.60% ค่าใช้จ่ายการดำเนินการ (Ongoing Charges Fee) ไม่เกิน 0.70% ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากผู้ซื้อหรือผู้ถือหน่วยลงทุน (ร้อยละของมูลค่าหน่วยลงทุน) ค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุน (Entry Charge) ไม่มี ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (Exit Fee) ไม่มี * ข้อความในส่วนกองทุนหลักได้ถูกเลือกมาเฉพาะส่วนที่สําคัญซึ่งแปลมาจากฉบับภาษาอังกฤษ ดังนั้นกรณีที่มีความไม่สอดคล้องหรือแตกต่างกับทางต้นฉบับภาษาอังกฤษ ให้ถือตามต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นเกณฑ์ ความเสี่ยงของกองทุนหลัก (PGIM Global Select Real Estate Securities Fund) 1. ความเสี่ยงจากการลงทุนในหลักทรัพย์ที่เกี่ยวเนื่องกัน (Related Securities Risk) ความเสี่ยงของตลาดตราสารทุนคือความเป็นไปได้ที่ราคาตราสารทุนจะตกลงในเวลาอันสั้นหรือเป็นช่วงระยะเวลานาน ตลาดตราสารทุนมีความผันผวนและมีแนวโน้มเคลื่อนไหวเป็นวัฏจักรจากราคาขึ้นและลงของตราสารทุน ทำให้มูลค่าการลงทุนของผู้ถือหน่วยลงทุนอาจขึ้นหรือลงและผู้ถือหน่วยลงทุนอาจขาดทุนได้ กองทุนอาจลงทุนโดยตรงหรือโดยอ้อมในหลักทรัพย์ที่ใกล้เคียงกับตราสารทุน เช่น ตราสารที่เปลี่ยนมือได้ ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น ตราสารสิทธิที่จะซื้อหรือขายหุ้น สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่มีสินทรัพย์อ้างอิงเป็นหุ้นสามัญ มูลค่าของหลักทรัพย์ที่ใกล้เคียงกับตราสารทุนจะเปลี่ยนแปลงจากปัจจัยหลายอย่าง เช่น ปัจจัยสำคัญเกี่ยวกับผู้ออกตราสาร ได้แก่ การตัดสินใจของผู้บริหาร ความต้องการสินค้าลดลง หรือการสูญเสียผู้บริหารรายสำคัญ ปัจจัยสำคัญเกี่ยวกับอุตสาหกรรม ได้แก่ การแข่งขันที่สูงขึ้น ต้นทุนการผลิต การรับรู้ของผู้บริโภคหรือนักลงทุน อาจส่งผลกระทบให้มูลค่าหลักทรัพย์ของผู้ออกตราสารลดลง มูลค่าของหุ้นของผู้ออกตราสารอาจได้รับผลกระทบทางลบจากการเปลี่ยนแปลงของตลาดการเงิน เช่น การเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ยหรือความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดลง นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงอื่น เช่น สภาพคล่อง เครดิตของคู่สัญญา กฎหมาย และการดำเนินการ สภาพเศรษฐกิจ บางกรณีอาจมีความเสี่ยงที่จะขาดทุน ปัจจัยดังกล่าวทำให้ราคาของหลักทรัพย์ที่ใกล้เคียงกับตราสารทุนมีความผันผวนและอาจทำให้กองทุนขาดทุนได้ 2. ความเสี่ยงจากการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (Real Estate Risk) หลักทรัพย์ที่กองทุนลงทุนอาจเกี่ยวข้องใกล้ชิดกับผลการดำเนินงานของตลาดอสังหาริมทรัพย์ แม้กองทุนอาจจะไม่ได้ลงทุนโดยตรงในอสังหาริมทรัพย์ แต่กองทุนอาจลงทุนในหลักทรัพย์ที่ผู้ออกเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งมีความเสี่ยงเช่นเดียวกับการลงทุนโดยตรงในอสังหาริมทรัพย์และ mortgages ได้แก่ ความเป็นไปได้ที่มูลค่าอสังหาริมทรัพย์จะลดลง ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับสภาพเศรษฐกิจ ความเป็นไปได้ที่จะขาดกองทุน mortgage หรือข้อจำกัดในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน การขาดสภาพคล่องของตลาด การแข่งขันเพิ่มขึ้น ภาษีด้านอสังหาริมทรัพย์ การเปลี่ยนแปลงของกฎหมายด้านการจัดสรรพื้นที่หรือการกำกับของภาครัฐ ปัญหาสิ่งแวดล้อมหรือภัยพิบัติทางธรรมชาติ ข้อจำกัดหรือการเปลี่ยนแปลงของการเช่า รวมถึงตลาดมีอัตราการเช่าลดลง การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่ยังสร้างไม่เสร็จหรือล่าช้า และการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย เป็นต้น 3. ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน (Currency Risk) ผลจากการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับสกุลเงินของหลายประเทศ ทำให้มูลค่าทรัพย์สินของกองทุนซึ่งคำนวณด้วยสกุลเงินหลักจะได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงิน ซึ่งอาจส่งผลต่อผลการดำเนินงานของกองทุน กองทุนอาจจะป้องกันหรือไม่ป้องกันอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินต่างประเทศทั้งหมดหรือบางส่วน อย่างไรก็ตาม แม้กองทุนพยายามใช้เทคนิคในการป้องกันอัตราแลกเปลี่ยน แต่ก็ไม่สามารถป้องกันอัตราแลกเปลี่ยนได้อย่างเต็มที่หรืออย่างสมบูรณ์ต่อความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนที่ได้รับผลกระทบจากมูลค่าของหลักทรัพย์ที่ลงทุนในสกุลเงินอื่น เนื่องจากมูลค่าของหลักทรัพย์ดังกล่าวผันผวนจากปัจจัยอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงิน 4. ความเสี่ยงด้านตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market Risk) การลงทุนในตลาดเกิดใหม่มีความเสี่ยงที่จะสูญเสียเงินลงทุน ผู้จัดการการลงทุนพยายามลดความเสี่ยงดังกล่าว แต่ไม่สามารถรับประกันได้ว่าการลงทุนของกองทุนจะประสบความสำเร็จหรือผู้ลงทุนจะไม่เป็นทุกข์จากการสูญเสียเงินลงทุน การลงทุนในตลาดเกิดใหม่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงสูงและต้องพิจารณาเป็นพิเศษซึ่งต่างจากการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์และเศรษฐกิจที่พัฒนาแล้ว ความเสี่ยงดังกล่าวอาจรวมถึงแต่ไม่จำกัด เช่น ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และสงคราม การค้าระหว่างประเทศ การส่งออก ภาวะเงินเฟ้อ การเข้าไปเกี่ยวข้องหรือควบคุมเศรษฐกิจของรัฐบาล การตัดสินใจของรัฐบาลที่จะหยุดการสนับสนุนพัฒนาเศรษฐกิจหรือกำหนดแผนเศรษฐกิจ ตลาดเกิดใหม่มีความผันผวนสูง สภาพคล่องและมูลค่าตลาดต่ำ ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินสูง การควบคุมและจำกัดการลงทุนของต่างประเทศ การนำเงินลงทุนกลับประเทศ ความแตกต่างด้านมาตรฐานการบัญชีและการรายงานสถานะการเงินอาจส่งผลต่อข้อมูลของผู้ออกหลักทรัพย์ การกำกับดูแลตลาดหลักทรัพย์ไม่เข้มงวด ระบบการชำระเงินและการจัดการทรัพย์สิน กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่ความรับผิดชอบของพนักงาน ผู้บริหารและการปกป้องนักลงทุนมีความพัฒนาน้อย และภาษีที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน เป็นต้น 5. ความเสี่ยงด้านตลาด (Market Risk) ความสำเร็จของการลงทุนในสภาพเศรษฐกิจและภาวะตลาดโดยทั่วไปจะได้รับผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ย ความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ออกตราสาร อัตราเงินเฟ้อ ความไม่แน่นอนของสภาพเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงของกฎหมาย เขตการค้า การควบคุมอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงิน และสถานการณ์การเมืองในประเทศและระหว่างประเทศ ปัจจัยดังกล่าวอาจกระทบต่อระดับราคาและความผันผวนของหลักทรัพย์และสภาพคล่องในการลงทุนของกองทุน ซึ่งความผันผวนและการขาดสภาพคล่องอาจส่งผลต่อกำไรของกองทุนหรือทำให้ขาดทุนได้ ทรัพย์สินของกองทุนที่ลงทุนในตลาดที่จำกัดหรือเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรม มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจากการไม่สามารถกระจายการลงทุนให้หลากหลาย และทำให้กองทุนประสบกับผลทางลบภายใต้สภาพตลาดหรือกลุ่มอุตสาหกรรมดังกล่าว 6. ความเสี่ยงด้านการเมือง (Political Risk) มูลค่าการลงทุนของกองทุนอาจได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอน เช่น การพัฒนานโยบายระหว่างประเทศ ความไม่มั่นคงของสังคมและการเปลี่ยนแปลงนโยบายของรัฐบาล ซึ่งส่งผลให้เกิดความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจากเงื่อนไขที่มีผลกระทบโดยเฉพาะในประเทศหนึ่งหรือหลายประเทศหรือหลายภูมิภาค 7. ความเสี่ยงจากการคัดเลือกหุ้นที่มีราคาตลาดต่ำเมื่อเทียบกับมูลค่าที่แท้จริง (Value Style Risk) การลงทุนโดยคัดเลือกหุ้นคุณค่าที่มีราคาตลาดต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงมีความเสี่ยงจากตลาดอาจไม่สะท้อนมูลค่าที่แท้จริงในระยะยาว หรือหุ้นที่มีมูลค่าต่ำไม่ได้ถูกจัดให้เป็นหุ้นมูลค่าต่ำ หรือหุ้นไม่ได้เป็นหุ้นคุณค่าอีกต่อไป ซึ่งกองทุนอาจมีผลการดำเนินงานต่ำกว่าตลาด หรือดัชนีชี้วัด และกองทุนอื่น
Investment policy as filed with SEC Thailand.
actual = what the AMC currently charges · max = prospectus ceiling (no actual reported). Annual fees aren’t additive with one-time fees.