MFC Private Credit Solution Fund Not for Retail Investors
MFC ASSET MANAGEMENT PUBLIC COMPANY LIMITED · Other · settlement T+30
↳ Invests in Apollo Debt Solutions BDC iCapital Offshore Access Fund SPC · หมู่เกาะเคย์แมน
✨Invests primarily in a single foreign mutual fund focused on private credit, providing direct loans to large private companies in the U.S. and selectively in Europe.
กองทุนมีนโยบายลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว (Feeder Fund) คือ Apollo Debt Solutions BDC iCapital Offshore Access Fund SPC (กองทุนหลัก) ชนิดหน่วยลงทุน Class C-I-Dis ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ซึ่งกองทุนหลักจดทะเบียนจัดตั้งภายใต้กฎหมายของหมู่เกาะเคย์แมน (the Cayman Islands) และมี iCapital Advisors, LLC เป็นผู้บริหารการลงทุน กองทุน Apollo Debt Solutions BDC iCapital Offshore Access Fund SPC (กองทุนหลัก) จะนำทรัพย์สินเกือบทั้งหมดไปลงทุนในกองทุน Apollo Debt Solutions BDC (กองทุนอ้างอิง) ชนิดหน่วยลงทุน Class I ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) ซึ่งกองทุนอ้างอิงมีสถานะเป็นกองทรัสต์ตามกฎหมายของรัฐ Delaware ประเทศสหรัฐอเมริกา และมีลักษณะเป็น Business Development Company (“BDC”) ภายใต้กฎหมาย Investment Company Act of 1940 กองทุนอ้างอิงจะเน้นลงทุนใน Private Credit เป็นหลัก โดยการปล่อยกู้โดยตรง (directly originated assets) ทั้งในรูปแบบเงินกู้และตราสารหนี้อื่นๆ โดยปล่อยกู้ให้กับผู้กู้เอกชนขนาดใหญ่ที่อยู่ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งกองทุนอ้างอิงได้ให้นิยามว่าเป็นบริษัทที่มี EBITDA มากกว่า 75 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ กองทุนอ้างอิงจะปล่อยกู้ให้กับบริษัทในสหรัฐอเมริกาไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของทรัพย์สินทั้งหมด รวมถึงอาจปล่อยกู้ให้กับบริษัทในยุโรปและประเทศอื่นๆ ที่ไม่ได้อยู่ในสหรัฐอเมริกาได้ โดยไม่เกินร้อยละ 30 ของทรัพย์สินทั้งหมด หมายเหตุ : Private Credit คือ การลงทุนในตราสารหนี้หรือการปล่อยกู้จากผู้ให้กู้ที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน ซึ่งบริษัทผู้กู้จะเป็นได้ทั้งบริษัทนอกตลาดหรือบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ กองทุนอ้างอิงจะลงทุนในตราสารหนี้ส่วนใหญ่ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือผู้ออก (issue/issuer) ต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (non-investment grade) และ/หรือตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (unrated securities) นอกจากนี้ กองทุนอ้างอิงอาจทําการกู้ยืมเงิน (leverage) เพื่อเพิ่มผลตอบแทนของกองทุนโดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของที่ปรึกษาการลงทุน (the Adviser) แต่จะไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนดไว้ตามกฎหมาย Investment Company Act of 1940 ซึ่งปัจจุบันสามารถกู้ยืมเงินได้สูงสุดในอัตราส่วน 2:1 ของหนี้สินต่อทุน (debt to equity ratio) อย่างไรก็ตาม กองทุนอ้างอิงอาจลงทุนในหน่วย Private Equity ตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) รวมถึงการทําธุรกรรมการขายหลักทรัพย์ที่ต้องยืมมาเพื่อการส่งมอบ (Short Sale) และการทำธุรกรรมการขายโดยมีสัญญาซื้อคืน (Repo) ทั้งนี้ กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี ไพรเวท เครดิต โซลูชั่น ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย อาจทำธุรกรรมการกู้ยืมเงินหรือการขายโดยมีสัญญาซื้อคืน (Repo) เพื่อประโยชน์ในการจัดการลงทุนของกองทุนไม่เกินร้อยละ 50 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยเป็นไปตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และ/หรือ ประกาศที่เกี่ยวข้องประกาศกำหนด และ/หรือที่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติม ทั้งนี้ กองทุนจะไม่ทำธุรกรรมการขายหลักทรัพย์ที่ต้องยืมมาเพื่อการส่งมอบ (Short Sale) และ/หรือจะไม่ลงทุนในหน่วย Private Equity สำหรับเงินส่วนที่เหลือจากการลงทุนในกองทุนหลัก กองทุนอาจลงทุนในหลักทรัพย์ตราสารทางการเงินอื่นๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น ตราสารทุน ตราสารหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน เงินฝาก หรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก ตลอดจนหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด กองทุนอาจลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือผู้ออก (issue/issuer) ต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (non-investment grade) ตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (unrated securities) ตราสารทุนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (unlisted securities) และตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Notes) รวมทั้งกองทุนอาจเข้าทําธุรกรรมซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) และ/หรือ ธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ (Securities lending) ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) รวมถึงเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Hedging) โดยอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่มีสินทรัพย์อ้างอิง ได้แก่ ทรัพย์สินต่างๆ ที่กองทุนสามารถลงทุนได้ อัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยน เครดิต สินค้าโภคภัณฑ์ เป็นต้น ตามดุลยพินิจของบริษัทจัดการ รวมถึงสินทรัพย์อ้างอิงอื่นๆ ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสํานักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกําหนดหรือเห็นชอบให้กองทุนลงทุนได้ อย่างไรก็ตาม กองทุนได้มีการกำหนดนโยบายการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนของกองทุนในระดับชนิดหน่วยลงทุน ได้แก่ ชนิดป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจ (Dynamic hedging) และชนิดป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งหมด (Fully hedged) ในกรณีที่บริษัทจัดการเห็นว่าการลงทุนในกองทุน Apollo Debt Solutions BDC iCapital Offshore Access Fund SPC นั้นไม่เหมาะสมอีกต่อไป เช่น เมื่อผลตอบแทนของกองทุนรวมต่างประเทศต่ำกว่าผลตอบแทนของกองทุนรวมต่างประเทศอื่นๆ ที่มีนโยบายการบริหารจัดการใกล้เคียงกันติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน หรือต่ำกว่าผลตอบแทนของกองทุนรวมต่างประเทศอื่นอย่างเห็นได้ชัด และ/หรือ เมื่อพบว่าการบริหารจัดการของกองทุนรวมต่างประเทศดังกล่าวไม่เป็นไปตามที่ระบุหรือสัญญาไว้กับผู้ลงทุน และ/หรือ เมื่อกองทุนรวมต่างประเทศดังกล่าวกระทำผิดร้ายแรงโดยหน่วยงานกำกับดูแลในประเทศนั้นๆ เป็นผู้ให้ความเห็น และ/หรือ เมื่อเกิดเหตุการณ์หรือคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบต่างๆ จนอาจส่งผลให้การลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศเป็นภาระต่อผู้ลงทุนโดยเกินจำเป็น เป็นต้น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะนำเงินลงทุนไปลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศอื่นที่มีนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกัน โดยกองทุนจะดำรงอัตราส่วนการลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ทั้งนี้ ในการโอนย้ายหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนไปยังกองทุนอื่นข้างต้น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการพิจารณาดำเนินการครั้งเดียวหรือหลายครั้งก็ได้ โดยการทยอยโอนย้ายเงินลงทุน จึงอาจส่งผลให้ในช่วงระยะเวลาดังกล่าวกองทุนอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศมากกว่า 1 กองทุนตามที่ระบุไว้ในโครงการข้างต้น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงชนิดของหน่วยลงทุน และ/หรือเปลี่ยนแปลงสกุลเงินลงทุนเป็นสกุลเงินอื่นใดในภายหลังได้ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว โดยบริษัทจัดการจะคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนและ/หรือกองทุนเป็นสำคัญ ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าโดยปิดประกาศ ณ ที่ทำการของบริษัทจัดการและผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (ถ้ามี) และ/หรือประกาศทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตให้เป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds) หรือกองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรงในตราสาร และ/หรือหลักทรัพย์ต่างประเทศ หรือสามารถกลับมาเป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder Fund) ได้ โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (risk profile) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตลาด โดยเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน อนึ่ง บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงประเภทกองทุนรวมดังกล่าว โดยจะปิดประกาศ ณ ที่ทำการของบริษัทจัดการและผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (ถ้ามี) และ/หรือประกาศทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ กองทุน MPCREDIT-UI จะลงทุนในกองทุน Apollo Debt Solutions BDC iCapital Offshore Access Fund SPC (กองทุนหลัก) ชนิดหน่วยลงทุน Class C-I-Dis ซึ่งกองทุนหลักจะนำทรัพย์สินเกือบทั้งหมดไปลงทุนต่อในกองทุน Apollo Debt Solutions BDC (กองทุนอ้างอิง) ชนิดหน่วยลงทุน Class I ข้อมูลสำคัญของกองทุน Apollo Debt Solutions BDC iCapital Offshore Access Fund SPC (กองทุนหลัก) ชื่อกองทุน Apollo Debt Solutions BDC iCapital Offshore Access Fund SPC ชนิดหน่วยลงทุน Class C-I-Dis ผู้ลงทุนในหน่วยลงทุนชนิด Class C-I-Dis จะได้รับรายได้ (Distributions) จากกองทุนหลัก ซึ่งได้รับมาจากกองทุนอ้างอิง โดยการจัดสรรรายได้จะต้องมีการสำรองสำหรับชำระค่าใช้จ่ายและภาระผูกพันอื่นๆ ตามความเหมาะสม รวมถึงภาษีหัก ณ ที่จ่าย (หรือภาษีอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดสรรดังกล่าวจากกองทุนอ้างอิง) วัตถุประสงค์การลงทุน กองทุนหลักจะนำทรัพย์สินเกือบทั้งหมดไปลงทุนในกองทุน Apollo Debt Solutions BDC (กองทุนอ้างอิง) ชนิดหน่วยลงทุน Class I ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) ซึ่งกองทุนอ้างอิงมีสถานะเป็นกองทรัสต์ตามกฎหมายของรัฐ Delaware ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่อยู่ภายใต้การกํากับดูแลในลักษณะของ Business Development Company (“BDC”) ตามกฎหมาย Investment Company Act of 1940 และมีลักษณะเป็น Regulated Investment Company (“RIC”) ที่ต้องชำระภาษีเงินได้กับรัฐบาลกลางของสหรัฐอเมริกา นโยบายการลงทุน กองทุนอ้างอิงจะเน้นลงทุนใน Private Credit เป็นหลัก โดยการปล่อยกู้โดยตรง (directly originated assets) ทั้งในรูปแบบเงินกู้และตราสารหนี้อื่นๆ โดยปล่อยกู้ให้กับผู้กู้เอกชนขนาดใหญ่ที่อยู่ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งกองทุนอ้างอิงได้ให้นิยามว่าเป็นบริษัทที่มี EBITDA มากกว่า 75 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ กองทุนอ้างอิงจะปล่อยกู้ให้กับบริษัทในสหรัฐอเมริกาไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของทรัพย์สินทั้งหมด รวมถึงอาจปล่อยกู้ให้กับบริษัทในยุโรปและประเทศอื่นๆ ที่ไม่ได้อยู่ในสหรัฐอเมริกาได้ โดยไม่เกินร้อยละ 30 ของทรัพย์สินทั้งหมด ประเทศที่จดทะเบียนจัดตั้ง หมู่เกาะเคย์แมน (the Cayman Islands) สกุลเงิน ดอลลาร์สหรัฐ (USD) อายุโครงการ ไม่กำหนด Benchmark ไม่มี ผู้บริหารการลงทุน (Investment Manager) iCapital Advisors, LLC การลงทุนขั้นต่ำ 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ ค่าธรรมเนียมของกองทุนหลัก (Administrative Fee) 0.20% ต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (per annum of the NAV) การสั่งซื้อหน่วยลงทุน วันแรกของแต่ละเดือน (The first day of each month) หรือระยะเวลาอื่นใดตามที่คณะกรรมการพิจารณาเห็นสมควร โดยจะต้องแจ้งความประสงค์ที่จะซื้อหน่วยลงทุนล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วันทำการก่อนวันทำรายการซื้อหน่วยลงทุนสำหรับการสั่งซื้อครั้งแรก และแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 4 วันทำการก่อนวันทำรายการซื้อหน่วยลงทุนสำหรับการสั่งซื้อครั้งถัดไป การขายคืนหน่วยลงทุน วันสุดท้ายของแต่ละไตรมาสตามปีปฏิทิน (โดยกำหนดระยะเวลาในการเปิดรับคำสั่งขายคืนหน่วยลงทุนล่วงหน้าอย่างน้อย 45 วัน ก่อนวันทำการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน โดยจะใช้ราคาต่อหน่วยลงทุน ณ วันสุดท้ายของแต่ละไตรมาส) กองทุนมีค่าธรรมเนียมการขายคืนหน่วยลงทุน ดังนี้ กรณีถือครองต่ำกว่า 1 ปี กองทุนจะคิดค่าธรรมเนียมเท่ากับ 2% ของมูลค่าหน่วยลงทุน กรณีถือครองเกิน 1 ปี ไม่เสียค่าธรรมเนียม ทั้งนี้ การรับหรือปฏิเสธคำสั่งขายคืนหน่วยลงทุนจะเป็นไปตามดุลยพินิจของกองทุนอ้างอิง เพดานการขายคืนหน่วยลงทุน (Redemption Gate) กองทุนจำกัดการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนตามกองทุนอ้างอิงไว้ที่ 5% ของจำนวนหน่วยลงทุนทั้งหมด (ซึ่งอาจคิดตามจำนวนหน่วยลงทุนทั้งหมดหรือตามมูลค่าทรัพยสินสุทธิ) ของกองทุน ณ วันสิ้นไตรมาสก่อนหน้า ข้อมูลสำคัญของกองทุน Apollo Debt Solutions BDC (กองทุนอ้างอิง) ชื่อกองทุน Apollo Debt Solutions BDC ชนิดหน่วยลงทุน Class I วัตถุประสงค์การลงทุน กองทุนอ้างอิงมีสถานะเป็นกองทรัสต์ตามกฎหมายของรัฐ Delaware ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่อยู่ภายใต้การกํากับดูแลในลักษณะของ Business Development Company (“BDC”) ตามกฎหมาย Investment Company Act of 1940 และมีลักษณะเป็น Regulated Investment Company (“RIC”) ที่ต้องชำระภาษีเงินได้กับรัฐบาลกลางของสหรัฐอเมริกา โดยกองทุนจะเน้นลงทุนใน Private Credit ที่อยู่ในสหรัฐอเมริกา นโยบายการลงทุน กองทุนอ้างอิงจะเน้นลงทุนใน Private Credit เป็นหลัก โดยการปล่อยกู้โดยตรง (directly originated assets) ทั้งในรูปแบบเงินกู้และตราสารหนี้อื่นๆ โดยปล่อยกู้ให้กับผู้กู้เอกชนขนาดใหญ่ที่อยู่ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งกองทุนอ้างอิงได้ให้นิยามว่าเป็นบริษัทที่มี EBITDA มากกว่า 75 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ กองทุนอ้างอิงจะปล่อยกู้ให้กับบริษัทในสหรัฐอเมริกาไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของทรัพย์สินทั้งหมด รวมถึงอาจปล่อยกู้ให้กับบริษัทในยุโรปและประเทศอื่นๆ ที่ไม่ได้อยู่ในสหรัฐอเมริกาได้ โดยไม่เกินร้อยละ 30 ของทรัพย์สินทั้งหมด ซึ่งพอร์ตการลงทุนอาจรวมผลตอบแทนของหุ้น เช่น หุ้นสามัญ หุ้นบุริมสิทธิ ใบสำคัญแสดงสิทธิ ออปชั่นหรือวอร์แรนท์ เป็นต้น ในสถานการณ์ปกติ กองทุนจะลงทุนทั้งทางตรง (การปล่อยกู้โดยตรงให้กับบริษัทเอกชน) และทางอ้อม (ลงทุนในตราสารหนี้ที่ออกโดยบริษัทเอกชน) โดยจะลงทุนอย่างน้อยร้อยละ 80 ของทรัพย์สินทั้งหมด (ทรัพย์สินสุทธิบวกด้วยการกู้ยืมเพื่อการลงทุน) ข้อกําหนดการลงทุนของ Business Development Company (“BDC”) BDC คือ บริษัทจัดการลงทุนแบบปิดที่ได้ดําเนินการจัดตั้งกับ SEC ภายใต้ข้อกำหนดตามกฎหมาย Investment Company Act of 1940 ในฐานะ BDC กองทุนจะต้องลงทุนใน “สินทรัพย์ที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนด” (“Qualifying Assets”) ที่ระบุไว้ใน Section 55(a) ของ the 1940 Act ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ซึ่งโดยทั่วไปเป็นสินทรัพย์นอกตลาดที่ออกโดยบริษัทในสหรัฐอเมริกา รวมถึงหลักทรัพย์และหนี้สินของบริษัทเอกชนและบริษัทมหาชนบางส่วน เงินสด รายการเทียบเท่าเงินสด หลักทรัพย์ของรัฐบาล และตราสารหนี้คุณภาพสูง ส่วนที่เหลืออาจลงทุนในสินทรัพย์อื่นที่ไม่ได้ระบุไว้ใน Section 55(a) ข้างต้น รวมถึงบริษัทที่ตั้งอยู่นอกสหรัฐอเมริกา และกําหนดให้ลงทุนได้สูงสุดไม่เกินร้อยละ 30 ของพอร์ต การลงทุน วันที่จัดตั้ง Class I 7 มกราคม 2565 ประเทศที่จดทะเบียนจัดตั้ง ประเทศสหรัฐอเมริกา สกุลเงิน ดอลลาร์สหรัฐ (USD) อายุโครงการ ไม่กำหนด Benchmark ไม่มี ที่ปรึกษาการลงทุน (Investment Adviser)/ Fund Administrator Apollo Credit Management, LLC การลงทุนขั้นต่ำ 2,500 ดอลลาร์สหรัฐ ค่าธรรมเนียมของกองทุน ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) ในอัตรา 1.25% ต่อปี ซึ่งคำนวณจากมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนอ้างอิงและชำระเป็นรายเดือน ค่าใช้จ่ายอื่นๆ (Other expenses) ในอัตรา 0.48% ต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ค่าธรรมเนียมค่าตอบแทนจูงใจตามผลงาน (Incentive Fee) ประกอบด้วย 2 ส่วนดังนี้ ส่วนที่หนึ่ง คิดบนฐานของรายได้ (income) โดยจะจ่ายให้กับที่ปรึกษาการลงทุนเป็นรายไตรมาสที่ค้างชำระในอัตรา 12.5% ของ pre-incentive fee หลังหักรายได้จากการลงทุน (ตามนิยามด้านล่าง) สำหรับแต่ละไตรมาส โดยมี hurdle rate ที่ 5.00% ต่อปี ส่วนที่สอง คิดบนฐานของกำไรจากส่วนต่างราคาที่รับรู้แล้ว (realized capital gain) โดยจะจ่ายให้ที่ปรึกษาการลงทุน ณ สิ้นปีปฏิทินที่ค้างชำระในอัตรา 12.5% ของกำไรจากส่วนต่างราคาที่รับรู้แล้วสะสมจากวันที่จัดตั้งกองทุนจนถึงสิ้นปีปฏิทิน โดยคำนวณหักกับการขาดทุนสุทธิที่รับรู้และยังไม่รับรู้ (net of realized capital losses and unrealized capital depreciation) แบบสะสม หักด้วยจำนวน incentive fee ที่ได้เคยจ่ายไปแล้วบนกำไร ค่าธรรมเนียมค่าตอบแทนจูงใจตามผลงานหักด้วยรายได้จากการลงทุน (Pre-incentive fee net investment income) รวมถึง ในกรณีของการลงทุนที่มีลักษณะรายได้รับล่วงหน้า (deferred income) (เช่น ส่วนลดราคาตลาด หรือส่วนลดของ original issue, ตราสารหนี้ที่มีลักษณะ payment-in-kind (PIK), หุ้นบุริมสิทธิที่มีปันผลแบบ PIK และหลักทรัพย์ zero coupon) รายได้สะสมที่กองทุนยังไม่ได้รับในรูปของเงินสด ทั้งนี้ ที่ปรึกษาการลงทุนไม่ได้มีข้อผูกมัดที่จะต้องคืนค่าธรรมเนียมที่ได้รับไปแล้วที่คิดบนฐานของรายได้สะสมที่ปรากฏว่ากองทุนไม่ได้รับจริง การสั่งซื้อหน่วยลงทุน วันแรกของแต่ละเดือน (โดยจะใช้ราคาต่อหน่วยลงทุน ณ วันสุดท้ายของเดือนก่อนหน้าในการคำนวณ) โดยต้องแจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 5 วันทำการ การขายคืนหน่วยลงทุน รับซื้อคืนหน่วยลงทุนเป็นรายไตรมาส ทั้งนี้ กองทุนมีกำหนดมูลค่าขั้นต่ำในการถือครองอยู่ที่ 500 ดอลลาร์สหรัฐ โดยกองทุนมีค่าธรรมเนียมการขายคืนหน่วยลงทุน ดังนี้ กรณีถือครองต่ำกว่า 1 ปี กองทุนจะคิดค่าธรรมเนียมเท่ากับ 2% ของมูลค่าหน่วยลงทุน กรณีถือครองเกิน 1 ปี ไม่เสียค่าธรรมเนียม ทั้งนี้ การเปิดรับซื้อคืนหน่วยลงทุนในแต่ละรอบขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของ คณะกรรมการกองทรัสต์ (Board of Trustees) ซึ่งอาจพิจารณาปรับเปลี่ยน หยุดพัก หรือยกเลิกการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนหากพิจารณาแล้วว่าจะเป็นประโยชน์สูงสุดกับกองทุนและผู้ถือหน่วยลงทุน ดังนั้น กองทุนอาจไม่เปิดรับซื้อคืนหน่วยลงทุนทุกไตรมาส สภาพคล่องของการขายคืนหน่วยลงทุน (Liquidity) กองทุนรับซื้อคืนหน่วยลงทุนรายไตรมาสสูงสุดที่ 5% ของจำนวนหน่วยลงทุนที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด (ซึ่งอาจคิดตามจำนวนหน่วยลงทุนหรือตามมูลค่าทรัพย์สินสุทธิทั้งหมด) ณ สิ้นไตรมาสก่อนหน้า โดยหน่วยลงทุนที่ถือครองต่ำกว่า 1 ปี และมีการส่งคำสั่งขายคืน จะถูกรับซื้อคืนที่ 98% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยคณะกรรมการกองทรัสต์ (Board of Trustees) อาจแก้ไข ระงับ หรือยกเลิกการรับซื้อคืนหน่วยดังกล่าวได้ตามดุลยพินิจ คำสั่งขายคืนหน่วยลงทุนจะได้รับการจัดสรรโดยการเฉลี่ยตามสัดส่วน (pro rata) โดยรายการที่ไม่ได้รับการจัดสรรจะถูกยกเลิกทั้งหมด และผู้ถือหน่วยลงทุนที่ประสงค์จะขายคืนหน่วยลงทุนในส่วนที่ไม่ได้รับการจัดสรร หรือถูกยกเลิก หรือปฏิเสธคำสั่งขายคืนหน่วยลงทุนดังกล่าว จะต้องส่งคำสั่งขายคืนหน่วยลงทุนใหม่อีกครั้งในรอบถัดไป ผู้รับฝากทรัพย์สิน (Custodian) Bank of New York Mellon
Actual charged, per year
Investment policy as filed with SEC Thailand.
actual = what the AMC currently charges · max = prospectus ceiling (no actual reported). Annual fees aren’t additive with one-time fees.