Atrackers U.S. Industrial Renaissance Fund
ASSET PLUS FUND MANAGEMENT COMPANY LIMITED · Equity
↳ Invests in First Trust RBA American Industrial Renaissance® ETF · สหรัฐอเมริกา
✨Invests primarily in the First Trust RBA American Industrial Renaissance ETF, focusing on small and mid-cap U.S. companies in the industrial and local banking sectors.
กองทุนมีนโยบายเน้นลงทุนในกองทุน First Trust RBA American Industrial Renaissance ® ETF (กองทุนหลัก) ซึ่งเป็นกองทุนรวมอีทีเอฟ (Exchange Traded Fund) ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ The Nasdaq Stock Market LLC (NASDAQ) เพียงตลาดหลักทรัพย์แห่งเดียว ในประเทศสหรัฐอเมริกา (United States) โดยมี First Trust Advisors L.P. ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาการลงทุน (Investment Adviser) ซึ่งรับผิดชอบในการบริหารการลงทุนของกองทุนหลัก และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ U.S. Securities and Exchange Commission (SEC) ซึ่งเป็นสมาชิกของ International Organizations of Securities Commissions (IOSCO) ทั้งนี้ จะมี Net Exposure ในกองทุนหลักดังกล่าวโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน กองทุนหลักมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนี Richard Bernstein Advisors American Industrial Renaissance ® Index โดยดัชนีดังกล่าวได้รับการออกแบบเพื่อสะท้อนผลการดำเนินงานของบริษัทสัญชาติสหรัฐอเมริกาที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดขนาดเล็กและขนาดกลาง (Small and Mid Cap) ในภาคอุตสาหกรรมและภาคธนาคารท้องถิ่น โดยในการจัดทำดัชนีอ้างอิงจะใช้ดัชนี Russell 2500 Index เป็นฐานในการคัดเลือกและคัดกรองหลักทรัพย์ เพื่อตัดบริษัทที่ไม่ได้มุ่งเน้นธุรกิจด้านโครงสร้างพื้นฐาน การผลิต การขนส่ง และบริการที่เกี่ยวข้องออก ทั้งนี้ หลักทรัพย์ของธนาคารจะถูกคัดเลือกจากรัฐที่ถือเป็นศูนย์กลางการผลิตดั้งเดิมของสหรัฐอเมริกา เพื่อให้มั่นใจว่าดัชนีประกอบด้วยหลักทรัพย์ของบริษัทที่มีรายได้ส่วนใหญ่มาจากสหรัฐอเมริกา โดยจะไม่รวมหลักทรัพย์ของบริษัทที่มีสัดส่วนรายได้จากนอกสหรัฐอเมริกามากกว่าหรือเท่ากับร้อยละ 25 ในการคำนวณดัชนี กองทุนจะลงทุนในกองทุนหลักด้วยสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) และกองทุนหลักจะนำเงินไปลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) เป็นสกุลเงินหลัก ในส่วนที่เหลือ กองทุนจะพิจารณาลงทุนในตราสารทุน ตราสารหนี้ และ/หรือตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน และ/หรือตราสารทางการเงิน และ/หรือเงินฝาก และ/หรือหน่วย CIS และ/หรือหน่วยลงทุนกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์/REITs และ/หรือหน่วยลงทุนกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน และ/หรือหน่วยลงทุนกองทุนสินค้าโภคภัณฑ์ และ/หรือกองทุนอีทีเอฟ (ETF) และ/หรือหน่วยลงทุน private equity และ/หรือทรัพย์สินอื่นใดที่มีลักษณะทำนองเดียวกัน โดยได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือคณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนดให้กองทุนลงทุนได้ ทั้งนี้ จะมีการลงทุนที่ส่งผลให้มี Net Exposure ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน นอกจากนี้ กองทุนอาจมีการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดความเสี่ยง (Hedging) ซึ่งกองทุนจะเข้าเป็นคู่สัญญาโดยมีสินทรัพย์อ้างอิงอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ได้แก่ หุ้น อัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยนเงิน เครดิต (Credit Rating และ/หรือ Credit Event) ซึ่งหากราคาสินทรัพย์อ้างอิงมีความผันผวนมากหรือทิศทางการลงทุนไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ หรือคู่สัญญาที่ทําธุรกรรมไม่สามารถชําระภาระผูกพันได้ตามกําหนดเวลา อาจทําให้กองทุนขาดทุนจากการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ทั้งนี้ ผู้จัดการกองทุนอาจพิจารณาปรับเปลี่ยนการลงทุนหรือการเข้าทําธุรกรรมให้เหมาะสมกับสถานการณ์เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม อย่างไรก็ตาม ผู้จัดการกองทุนจะวิเคราะห์และติดตามปัจจัยที่มีผลกระทบต่อราคาสินทรัพย์อ้างอิง รวมถึงพิจารณาความน่าเชื่อถือของคู่สัญญาก่อนทําธุรกรรมและติดตามอย่างต่อเนื่อง โดยกองทุนจะเน้นทําธุรกรรมกับคู่สัญญาที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) สำหรับการลงทุนในต่างประเทศ กองทุนอาจทำการป้องกันความเสี่ยง (Hedging) จากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน (Dynamic Hedging) ตามความเหมาะสมสำหรับสภาวการณ์ในแต่ละขณะ ทั้งนี้ กองทุนอาจทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ (Securities Lending) หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด แต่จะไม่ลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) ตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-Investment Grade) ตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) และตราสารทุนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) อย่างไรก็ตาม กองทุนอาจมีไว้ซึ่งตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-Investment Grade) ตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) หรือตราสารทุนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) ได้เฉพาะกรณีที่ตราสารหนี้นั้นได้รับจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) หรือจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Listed Securities) แล้วแต่กรณี ในขณะที่กองทุนลงทุนเท่านั้น ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวมตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วยก็ได้ ทั้งนี้ โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ 1. ช่วงระยะเวลา 30 วัน นับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม 2. ช่วงระยะเวลา 30 วัน ก่อนเลิกกองทุนรวม 3. ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุน เนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือ มีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมากหรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ กรณีการลงทุนของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์มีลักษณะครบถ้วนตาม 1. และ 2. บริษัทจัดการจะดำเนินการตาม 3. 1. ฐานะการลงทุนสุทธิของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ (1) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี < 80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ หรือ (2) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ≥ 80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ โดยกองทุนต่างประเทศไม่มีวัตถุประสงค์การลงทุนในทำนองเดียวกับกองทุนดัชนีหรือ ETF 2. ในกรณีที่กองทุนมีการลงทุนในกองทุนปลายทางไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิของกองทุนปลายทาง และหากปรากฎว่า NAV ของกองทุนปลายทางมีการลดลงในลักษณะดังนี้ (1) NAV ณ วันใดวันหนึ่งลดลง > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง หรือ (2) ยอดรวมของ NAV ลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกันคิดเป็นจำนวน > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง 3. รายละเอียดการดำเนินการ การดำเนินการ ระยะเวลาดำเนินการ 3.1 แจ้งเหตุที่กองทุนปลายทางมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการของบริษัทจัดการให้สำนักงานและผู้ถือหน่วย (แนวทางการดังกล่าวต้องคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยโดยรวม) ภายใน 3 วันทำการ นับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ 3.2 เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการตาม 3.1 ต่อผู้ลงทุนทั่วไป (ดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวด้วย) พร้อม 3.1 3.3 ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินการตาม 3.1 ภายใน 60 วัน นับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ 3.4 รายงานผลการดำเนินการตาม 3.3 ให้สำนักงานทราบ ภายใน 3 วันทำการ นับแต่วันที่ดำเนินการตาม 3.3 แล้วเสร็จ สรุปรายละเอียดสาระสำคัญของ First Trust RBA American Industrial Renaissance ® ETF (กองทุนหลัก) (แหล่งที่มาของข้อมูล : Prospectus and Summary Prospectus DECEMBER as of 3 February 2025 และ Fund Fact Sheet as of 31 December 2025) ชื่อกองทุน First Trust RBA American Industrial Renaissance ® ETF วันจัดตั้งกองทุน (Fund Inception Date) 3 October 2014 (3 ตุลาคม 2557) สกุลเงิน (Currency) ดอลลาร์สหรัฐ (USD) ประเทศที่จดทะเบียน ประเทศสหรัฐอเมริกา (United States) ตลาดซื้อขายหลักทรัพย์ The NASDAQ Stock Market LLC. (NASDAQ) วัตถุประสงค์การลงทุน (Investment Objective) กองทุนมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนให้ใกล้เคียงกับผลตอบแทน (ก่อนหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายของกองทุน) ของดัชนี Richard Bernstein Advisors American Industrial Renaissance ® Index (“ดัชนี”) นโยบายการลงทุน (Principal Investment Strategies) กองทุนจะลงทุนไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนในหลักทรัพย์ที่เป็นองค์ประกอบของดัชนี โดยกองทุนจะใช้กลยุทธ์การลงทุนแบบอิงดัชนี (Indexing Investment Approach) เพื่อพยายามสร้างผลการดำเนินงานให้ใกล้เคียงกับผลการดำเนินงานของดัชนี ก่อนหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ ดัชนีดังกล่าวเป็นกรรมสิทธิ์และได้รับการพัฒนาโดยบริษัท Richard Bernstein Advisors LLC (“RBA” หรือ “ผู้จัดทำดัชนี”) โดยผู้จัดทำดัชนีได้มอบหมายให้บริษัท ICE Data Indices, LLC ทำหน้าที่คำนวณและดูแลดัชนี และผู้จัดทำดัชนีอาจปรับแก้ดัชนีเพื่อรองรับการดำเนินการของบริษัทจดทะเบียนที่เกิดขึ้นระหว่างรอบการปรับสัดส่วนดัชนี (intra-rebalance corporate actions) เพื่อรักษาความต่อเนื่องของระดับและองค์ประกอบของดัชนี ดัชนีดังกล่าวได้รับการออกแบบเพื่อใช้วัดผลการดำเนินงานของบริษัทสัญชาติสหรัฐอเมริกาที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดขนาดเล็กและขนาดกลาง (Small and Mid Cap) ในภาคอุตสาหกรรมและภาคธนาคารท้องถิ่น โดยผู้จัดทำดัชนีใช้เป็นฐานในการคัดเลือกเข้าคำนวณในดัชนีประกอบด้วยหลักทรัพย์ทั้งหมดที่อยู่ในดัชนี Russell 2500 ซึ่งจะมีการคัดกรองเพื่อตัดบริษัทที่มิได้มุ่งเน้นธุรกิจด้านโครงสร้างพื้นฐาน การผลิต การขนส่ง และบริการที่เกี่ยวข้องออก เช่น ธุรกิจธนาคาร ทั้งนี้ การคัดเลือกจะจำกัดเฉพาะบริษัทในภาคอุตสาหกรรมที่อยู่ในอุตสาหกรรมย่อยดังต่อไปนี้ - อุตสาหกรรมอากาศยานและการป้องกันประเทศ (Aerospace & Defense) - อุตสาหกรรมขนส่งสินค้าทางอากาศและโลจิสติกส์ (Air Freight & Logistics) - อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง (Building Products) - อุตสาหกรรมบริการเชิงพาณิชย์และวัสดุอุปกรณ์ (Commercial Services & Supplies) - อุตสาหกรรมการก่อสร้างและวิศวกรรม (Construction & Engineering) - อุตสาหกรรมอุปกรณ์ไฟฟ้า (Electrical Equipment) - อุตสาหกรรมการขนส่งภาคพื้นดิน (Ground Transportation) - อุตสาหกรรมกลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านอุตสาหกรรม (Industrial Conglomerates) - อุตสาหกรรมเครื่องจักร (Machinery) - อุตสาหกรรมการขนส่งทางทะเล (Marine Transportation) - อุตสาหกรรมบริษัทการค้าและผู้จัดจำหน่าย (Trading Companies & Distributors) และ - อุตสาหกรรมโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่ง (Transportation Infrastructure) ผู้จัดทำดัชนีจะกำหนดให้บริษัทที่เป็นธุรกิจบริการที่ไม่ใช่ภาคอุตสาหกรรม (เช่น บริการที่จอดรถ บริการทำความสะอาดร้านอาหาร เป็นต้น) ไม่ถูกนำมาคำนวณในดัชนี ในส่วนการคัดเลือกหลักทรัพย์ของธนาคารจะมาจากรัฐที่ถือเป็นศูนย์กลางการผลิตดั้งเดิมของสหรัฐอเมริกา อาทิ รัฐเพนซิลเวเนีย วิสคอนซิน มิชิแกน โอไฮโอ อิลลินอยส์ อินดีแอนา และไอโอวา ทั้งนี้ เพื่อให้มั่นใจว่าดัชนีประกอบด้วยหลักทรัพย์ของบริษัทที่มีรายได้ส่วนใหญ่มาจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งหลักทรัพย์ที่ออกโดยบริษัทซึ่งมีสัดส่วนรายได้จากนอกสหรัฐอเมริกามากกว่าหรือเท่ากับร้อยละ 25 จะไม่ถูกนำมาคำนวณในดัชนี นอกจากนี้ หลักทรัพย์ที่จะมีสิทธิได้รับการคัดเลือกให้เข้าคำนวณในดัชนีจะต้องมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ด้านการจดทะเบียน ราคาหลักทรัพย์ขั้นต่ำ ขนาด และสภาพคล่องตามที่ดัชนีกำหนด และต้องออกโดยบริษัทที่มีประมาณการกำไรล่วงหน้าเฉลี่ยตามความเห็นพ้องของนักวิเคราะห์ในช่วง 12 เดือนข้างหน้าเป็นบวก โดยผู้จัดทำดัชนีจะใช้แบบจำลองการเพิ่มประสิทธิภาพพอร์ตการลงทุนตามกฎเกณฑ์เฉพาะของตนในการกำหนดน้ำหนักการลงทุนโดยคำนึงถึงความเสี่ยง ทั้งนี้ หลักทรัพย์แต่ละรายการจะมีน้ำหนักไม่เกินประมาณร้อยละ 4 ของดัชนีทั้งหมด และมีน้ำหนักขั้นต่ำไม่น้อยกว่าร้อยละ 0.5 ขณะที่หลักทรัพย์ของธนาคารจะถูกจำกัดน้ำหนักรวมไว้ไม่เกินประมาณร้อยละ 10 ของดัชนี ทั้งนี้ กองทุนอาจลงทุนในตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (Depositary Receipts) ดัชนีจะมีการปรับองค์ประกอบและปรับสัดส่วนการลงทุนทุกไตรมาส โดยกองทุนจะปรับพอร์ตการลงทุนให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของดัชนีภายหลังจากที่มีการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว ทั้งนี้ การปรับสัดส่วนการลงทุนของดัชนีในแต่ละไตรมาสอาจส่งผลให้อัตราการหมุนเวียนพอร์ตการลงทุนของกองทุนอยู่ในระดับที่สูงขึ้น และกองทุนจะมีการกระจุกตัวในอุตสาหกรรมหรือกลุ่มอุตสาหกรรมในสัดส่วนเดียวกับที่ดัชนีมีการกระจุกตัว ดัชนีชี้วัด (Benchmark) Richard Bernstein Advisors American Industrial Renaissance ® Index วันทำการซื้อขาย ทุกวันทำการ ของตลาดหลักทรัพย์ The NASDAQ Stock Market LLC. (NASDAQ) การจ่ายเงินปันผล (Dividends) อาจมีการจ่ายเงินปันผลจากรายได้สุทธิจากการลงทุน (ถ้ามี) เป็นรายไตรมาส ที่ปรึกษาการลงทุน (Investment Adviser) First Trust Advisors L.P. ผู้จัดจำหน่าย (Distributor) First Trust Portfolios L.P. ผู้ดูแลระบบกองทุน ผู้จัดทำบัญชีกองทุน ผู้รับฝากทรัพย์สิน และตัวแทนรับโอนหน่วยลงทุน (Administrator, Accounting Agent, Custodian and Transfer Agent) The Bank of New York Mellon ผู้สอบบัญชี (Auditor) Deloitte & Touche LLP Bloomberg code AIRR US Equity ISIN Code US33738R7044 CUSIP 33738R704 Ticker AIRR เว็บไซต์กองทุนหลัก https://www.ftportfolios.com/retail/etf/etfsummary.aspx?Ticker=AIRR ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายกองทุนหลัก - ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Annual Management Fees) (1) : 0.70% ต่อปี ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิเฉลี่ยต่อวัน - เพดานค่าใช้จ่ายประจำปี (Total Annual Fund Operating Expenses) : 0.70% ต่อปี ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิเฉลี่ยต่อวัน - อัตราค่าธรรมเนียมการขายสูงสุดในการซื้อหน่วยลงทุน : ไม่มี (1) อัตราค่าธรรมเนียมการจัดการอาจมีการปรับลดลงได้เมื่อมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนอยู่ในระดับที่กำหนด (“breakpoints”) ทั้งนี้ อัตราค่าธรรมเนียมการจัดการตามสัญญาของกองทุนก่อนพิจารณาการปรับลดดังกล่าวอยู่ที่ 0.70% ต่อปี ในกรณีที่กองทุนต่างประเทศคืนเงินค่าธรรมเนียมการจัดการบางส่วนเพื่อเป็นค่าตอบแทน เนื่องจากการที่กองทุนนำเงินไปลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศ (loyalty fee หรือ rebate) บริษัทจัดการจะดำเนินการให้เงินจำนวนดังกล่าวตกเป็นทรัพย์สินของกองทุน หมายเหตุ : สรุปรายละเอียดสาระสำคัญ ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายของกองทุนหลักได้ถูกคัดเลือกมาเฉพาะส่วนที่สำคัญและแปลมาจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ ดังนั้น ในกรณีที่มีความแตกต่าง หรือไม่สอดคล้องกับต้นฉบับภาษาอังกฤษให้ถือเอาต้นฉบับภาษาอังกฤษของกองทุนหลักเป็นเกณฑ์ ผู้ลงทุนควรศึกษารายละเอียดของกองทุนหลักก่อนการตัดสินใจลงทุน
Prospectus maximum, per year
Investment policy as filed with SEC Thailand.
actual = what the AMC currently charges · max = prospectus ceiling (no actual reported). Annual fees aren’t additive with one-time fees.