Krungsri Asian Equity Hedged FX Fund
KRUNGSRI ASSET MANAGEMENT COMPANY LIMITED · Equity · settlement T+4
↳ Invests in Baillie Gifford Pacific Fund · สหราชอาณาจักร
✨Invests primarily in the Baillie Gifford Pacific Fund, focusing on equities from companies based in Asia (excluding Japan) and Australasia.
1. กองทุนจะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศที่มีเป้าหมายให้ผลตอบแทนในการถือครองหน่วยลงทุนในระยะยาว โดยจะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ชื่อ Baillie Gifford Pacific Fund (Class B Acc) (“กองทุนหลัก”) ซึ่งมีนโยบายลงทุนในหุ้นที่ออกโดยบริษัทที่จดทะเบียน จัดตั้ง หรือมีภูมิลำเนา หรือประกอบกิจการในทวีปเอเชีย (ไม่รวมประเทศญี่ปุ่น) และออสตราเลเซีย (Australasia) ซึ่งประกอบด้วย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และหมู่เกาะใกล้เคียงในมหาสมุทรแปซิฟิก ทั้งนี้ กองทุนหลักดังกล่าวบริหารจัดการโดย Baillie Gifford & Co Limited และเป็นกองทุนรวมที่จัดตั้งตามระเบียบของ UCITS (Undertakings for Collective Investment in Transferable Securities) ภายใต้การกำกับดูแลของ Financial Conduct Authority (FCA) ประเทศสหราชอาณาจักร (United Kingdom) ซึ่งเป็นสมาชิกสามัญของ International Organizations of Securities Commission (IOSCO) โดยมิได้เป็นกองทุนรวมประเภทเฮ็ดจ์ฟันด์ (hedge fund) บริษัทจัดการจะลงทุนในสกุลเงินปอนด์สเตอร์ลิง เป็นสกุลเงินหลัก และกองทุนหลักจะลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินในหลายสกุลเงิน เช่น หยวนจีน วอนเกาหลีใต้ ดอลลาร์ฮ่องกง ดอลลาร์ไต้หวัน เป็นต้น ทั้งนี้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงสกุลเงินหลักเป็นสกุลเงินเหรียญสหรัฐ สิงคโปร์ดอลลาร์ ฮ่องกงดอลลาร์ ยูโร หรือสกุลเงินอื่นใดในภายหลังก็ได้ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงสกุลเงินที่ใช้ในการซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนหลัก ซึ่งบริษัทจัดการจะคำนึงถึงประโยชน์ของกองทุนเป็นสำคัญ บริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ลงทุนทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน โดยส่งจดหมายแจ้งผู้ถือหน่วยลงทุนทุกราย และประกาศไว้ที่สำนักงานของบริษัทจัดการและผู้สนับสนุน และ/หรือเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ อนึ่ง กองทุนหลักข้างต้นมีการเสนอขายในหลาย Class ซึ่งสามารถลงทุนได้ทั้งผู้ลงทุนทั่วไป และ/หรือผู้ลงทุนสถาบัน โดยแต่ละ Class ของหน่วยลงทุนอาจมีความแตกต่างกันในเรื่องของนโยบายการจัดสรรกำไร/ผลตอบแทน ค่าธรรมเนียม หรือคุณสมบัติของผู้ลงทุน เป็นต้น ซึ่งบริษัทจัดการจะพิจารณาเลือกลงทุนใน Class B Acc (เป็น Class ที่เสนอขายให้กับนักลงทุนทั่วไป ซึ่งทำการซื้อขายหน่วยลงทุนในสกุลเงินปอนด์สเตอร์ลิง และไม่มีการจ่ายเงินปันผล) อย่างไรก็ดี บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการพิจารณาเปลี่ยนแปลงประเภทของหน่วยลงทุนตามความเหมาะสมในภายหลังก็ได้ ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของกองทุน โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ซึ่งบริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ลงทุนทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน โดยส่งจดหมายแจ้งผู้ถือหน่วยลงทุนทุกราย และประกาศไว้ที่สำนักงานของบริษัทจัดการและผู้สนับสนุน และ/หรือเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ (รายละเอียดของประเภทของ Share classes สามารถดูเพิ่มเติมได้จากหนังสือชี้ชวนของกองทุนหลักจากเว็บไซต์ของกองทุนหลัก) 2. กองทุนจะนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ทั้งนี้ การดำรงสัดส่วนการลงทุนดังกล่าว และตามข้อ 1. มิให้รวมถึงช่วงเวลาประมาณ 15 วันทำการหลังจากการเสนอขายหน่วยลงทุนครั้งแรกโดยนับตั้งแต่วันถัดจากวันจดทะเบียนกองทรัพย์สินเป็นกองทุนรวม 3. เงินลงทุนส่วนที่เหลือทั้งในประเทศและต่างประเทศ กองทุนอาจจะลงทุนในตราสารหนี้ และ/หรือเงินฝากธนาคาร และอาจจะลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non – investment grade) หรือตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated securities) โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ทั้งนี้ กองทุนจะไม่ลงทุนในตราสารทุนของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ (Unlisted securities) และตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured note) 4. กองทุนจะทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศอันอาจเกิดขึ้นทั้งหมด (Fully hedged) ซึ่งมีการกำหนดอัตราส่วนการป้องกันความเสี่ยงระหว่างร้อยละ 95 ถึงร้อยละ 105 ของมูลค่าความเสี่ยงที่มีอยู่ 5. กองทุนไทยและ/หรือกองทุนหลักอาจจะเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (efficient portfolio management) ซึ่งรวมถึงการป้องกันความเสี่ยง (Hedging) จากการลงทุน โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัทจัดการ เช่น การทำสัญญาสวอปและ/หรือสัญญาฟอร์เวิร์ดที่อ้างอิงกับอัตราแลกเปลี่ยน/ด้านราคาตราสาร/อัตราดอกเบี้ย ซึ่งพิจารณาจากสภาวะการณ์ของตลาด กฎระเบียบ หรือข้อบังคับ และปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น แนวโน้มและทิศทางราคาของหลักทรัพย์ที่ลงทุน การออกสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงกับดัชนีอ้างอิง การคาดการณ์เหตุการณ์ที่อาจจะส่งผลกระทบเชิงลบอย่างมีนัยสำคัญของกองทุน และค่าใช้จ่ายในการเข้าทำธุรกรรมสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เป็นต้น 6. ในกรณีที่บริษัทจัดการเห็นว่า การลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศ และ/หรือการลงทุนในกองทุน Baillie Gifford Pacific Fund ไม่เหมาะสมอีกต่อไป เช่น มีการลงทุนไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์หลักของกองทุน หรือผลตอบแทนของกองทุนดังกล่าวไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ หรือไม่สามารถลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนดังกล่าวได้อีกต่อไป หรือกองทุนต่างประเทศดังกล่าวมีการกระทำผิดตามความเห็นของหน่วยงานกำกับดูแลของกองทุนต่างประเทศ และ/หรือเมื่อเกิดเหตุการณ์หรือคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบต่างๆ จนอาจส่งผลให้การลงทุนในกองทุนต่างประเทศเป็นภาระต่อผู้ลงทุนโดยเกินจำเป็น เป็นต้น และ/หรือในกรณีที่กองทุน กองทุน Baillie Gifford Pacific Fund ได้เลิกโครงการในขณะที่บริษัทจัดการยังดำเนินการบริหารและจัดการลงทุนกองทุนเปิดกรุงศรีเอเชียนอิควิตี้เฮดจ์เอฟเอ็กซ์ เมื่อปรากฏกรณีตามข้อ 6. ข้างต้น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะดำเนินการพิจารณาคัดเลือกกองทุนต่างประเทศกองทุนใหม่แทนกองทุนเดิม โดยกองทุนต่างประเทศดังกล่าวจะต้องมีนโยบายการลงทุนที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ และ/หรือนโยบายการลงทุนของกองทุนเปิดกรุงศรีเอเชียนอิควิตี้เฮดจ์เอฟเอ็กซ์ และมีคุณสมบัติตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด โดยอาจเป็นกองทุนที่บริหารและจัดการลงทุนโดยบริษัท Baillie Gifford & Co Limited หรือไม่ก็ได้ และในการโอนย้ายกองทุนดังกล่าว บริษัทจัดการอาจพิจารณาดำเนินการในครั้งเดียว หรือทยอยโอนย้ายเงินทุน ซึ่งอาจส่งผลให้ในช่วงเวลาดังกล่าวกองทุนอาจมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนต่างประเทศมากกว่า 1 กองทุนก็ได้ หากเกิดกรณีใด ๆ ที่ทำให้บริษัทจัดการไม่สามารถดำเนินการคัดเลือกกองทุนต่างประเทศกองทุนใหม่แทนกองทุนเดิมได้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเลิกโครงการจัดการกองทุนรวมของกองทุนเปิดกรุงศรีเอเชียนอิควิตี้เฮดจ์เอฟเอ็กซ์ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว โดยจะดำเนินการจำหน่ายหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่เหลืออยู่ของกองทุน เพื่อคืนเงินตามจำนวนที่รวบรวมได้หลังหักค่าใช้จ่ายและสำรองค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องของกองทุน (ถ้ามี) ให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน ตามสัดส่วนจำนวนหน่วยลงทุนที่ถือครองต่อจำนวนหน่วยลงทุนที่จำหน่ายแล้วทั้งหมดของกองทุน ทั้งนี้ หากมีการดำเนินการดังกล่าว บริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ลงทุนทราบโดยพลัน โดยส่งจดหมายแจ้งผู้ถือหน่วยลงทุนทุกรายโดยเร็ว และประกาศไว้ที่สำนักงานของบริษัทจัดการและผู้สนับสนุน และ/หรือเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ 7. ในกรณีที่กองทุนมีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนหลัก) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีมากกว่าหรือเท่ากับร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยกองทุนหลักไม่มีวัตถุประสงค์การลงทุนในทำนองเดียวกับกองทุนดัชนีหรือ ETF และมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลักมีการลดลงในลักษณะดังนี้ (7.1) มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ วันใดวันหนึ่งลดลงมากกว่า 2 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก หรือ (7.2) ยอดรวมของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกัน คิดเป็นจำนวนมากกว่า 2 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก ทั้งนี้ ในกรณีที่กองทุนหลักมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะดังกล่าว บริษัทจัดการจะดำเนินการดังต่อไปนี้ การดำเนินการ ระยะเวลาดำเนินการ (1) แจ้งเหตุที่กองทุนหลักมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการของบริษัทจัดการให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และผู้ถือหน่วยลงทุน (แนวทางการดังกล่าวต้องคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม) ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มีการเปิดเผย ข้อมูลของกองทุนหลักที่ปรากฏเหตุ (2) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการตาม (1) ต่อผู้ลงทุนทั่วไป (ดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวด้วย) พร้อม (1) (3) ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินการตาม (1) ภายใน 60 วันนับแต่วันที่มีการเปิดเผย ข้อมูลของกองทุนหลักที่ปรากฏเหตุ (4) รายงานผลการดำเนินการตาม (3) ให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ทราบ ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการตาม (3) แล้วเสร็จ 8. กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่น ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนดให้ลงทุนได้ 9. บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตให้เป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds) หรือกองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรงในตราสาร และ/หรือหลักทรัพย์ต่างประเทศ หรือสามารถกลับมาเป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder Fund) ได้ โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (risk spectrum) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตลาด โดยเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน อนึ่ง บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงประเภทกองทุนรวมดังกล่าว โดยประกาศผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ และเว็บไซต์ของผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (ถ้ามี) 10. ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วย ทั้งนี้ โดยจะคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ (10.1) ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนเลิกกองทุนรวม (10.2) ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืน หรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ สรุปข้อมูลสำคัญที่ผู้ลงทุนควรทราบเกี่ยวกับกองทุน Baillie Gifford Pacific Fund (กองทุนหลัก): ชื่อกองทุน : Baillie Gifford Pacific Fund ลักษณะเฉพาะของ Class B Acc : (1) เป็น Class ที่เสนอขายให้กับนักลงทุนทั่วไป (2) ทำการซื้อขายหน่วยลงทุนในสกุลเงินปอนด์สเตอร์ลิง วันที่จดทะเบียนกองทุน : 17 มีนาคม 2532 วันที่จัดตั้ง Share Class : 20 มีนาคม 2543 วันทำการซื้อขาย ทุกวันทำการซื้อขายของกองทุน วัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุน: กองทุนมีเป้าหมายในการสร้างผลตอบแทนหลังหักค่าใช้จ่าย ให้สูงกว่าดัชนี MSCI AC Asia ex Japan ในสกุลเงินปอนด์สเตอร์ลิง ในแต่ละรอบระยะเวลาการลงทุน 5 ปี กองทุนจะลงทุนทั้งโดยตรงและโดยอ้อมไม่ต่ำกว่าร้อยละ 90 ในหุ้นของบริษัทที่อยู่ในทวีปเอเชีย (ไม่รวมประเทศญี่ปุ่น) และออสตราเลเซีย ซึ่งเป็นบริษัทที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ จัดตั้ง มีถิ่นที่อยู่ หรือดำเนินธุรกิจโดยส่วนใหญ่ในทวีปเอเชีย (ไม่รวมประเทศญี่ปุ่น) และออสตราเลเซีย ทั้งนี้ กองทุนจะบริหารการลงทุนแบบเชิงรุก โดยลงทุนในบริษัททุกขนาดและทุกหมวดอุตสาหกรรม ในกรณีของการลงทุนทางอ้อมจะลงทุนผ่านโครงการจัดการลงทุนในลักษณะกองทุนรวม (Collective Investment Schemes) ซึ่งรวมถึงกองทุนที่บริหารจัดการโดยบริษัทจัดการ ในกรณีที่กองทุนยังมิได้ลงทุนเต็มจำนวนทั้งโดยตรงและโดยอ้อมในหุ้นของบริษัทดังกล่าว กองทุนอาจลงทุนในหลักทรัพย์ที่เปลี่ยนมือได้ชนิดอื่น ๆ ของบริษัทที่อยู่ในทวีปเอเชีย (ไม่รวมประเทศญี่ปุ่น) และออสตราเลเซียหรือตราสารตลาดเงิน เงินฝาก และถือครองเงินสด นอกจากนี้ กองทุนจะไม่ลงทุนหรือใช้ตราสารอนุพันธ์ (Derivatives) อย่างไรก็ดี กองทุนมีกลยุทธ์การลงทุนตามหลักเกณฑ์การลงทุนแบบยั่งยืน โดยนำปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคมและบรรษัทภิบาล (Environmental, Social and Corporate Governance : ESG) ประกอบการพิจารณาในกระบวนการลงทุนของกองทุนด้วย อายุโครงการ : ไม่กำหนด การจ่ายเงินปันผล : ไม่มีนโยบายจ่ายเงินปันผล บริษัทจัดการกองทุน : Baillie Gifford & Co Limited ผู้ดูแลผลประโยชน์และผู้รับฝากทรัพย์สิน (Depositary): NatWest Trustee and Depositary Services Limited ผู้เก็บรักษาทรัพย์สินของกองทุน (Custodian) : The Bank of New York Mellon, London Branch นายทะเบียน : Baillie Gifford & Co Limited ผู้สอบบัญชี : PricewaterhouseCoopers LLP เว็บไซต์ : สามารถดูข้อมูลหนังสือชี้ชวนฯ ของกองทุนหลัก และรายละเอียดอื่นเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์: https://www.bailliegifford.com/en/uk/individual-investors/funds/pacific-fund/ ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายของกองทุนหลัก Baillie Gifford Pacific Fund (Class B Acc) 1. ค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บจากผู้ซื้อหรือผู้ถือหน่วยลงทุน (ร้อยละของมูลค่าหน่วยลงทุน) (1) ค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุน ไม่มี (2) ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน ไม่มี 2. ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บจากกองทุนรวม (ร้อยละต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม) (1) ค่าธรรมเนียมการจัดการ : 0.65% (2) ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายอื่นๆ 0.06% ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บจากกองทุนรวม รวมกันทั้งหมด : 0.71% * เป็นข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 ทั้งนี้ กองทุนหลักอาจเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆ ของกองทุนได้ ความเสี่ยงของกองทุนหลัก 1. ความเสี่ยงจากการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ประเทศตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) การลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ประเทศตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) อาจมีความเสี่ยงสูงกว่าปกติ ได้แก่ การชำระราคาและการส่งมอบของรายการซื้อขายหลักทรัพย์ที่ไม่สามารถกระทำได้หรือมีความล่าช้า การจดทะเบียนและการฝากหลักทรัพย์ วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการรับฝากหลักทรัพย์ การชำระราคา และส่งมอบหลักทรัพย์ อาจส่งผลให้กองทุนมีความเสี่ยงด้านเครดิตและความเสี่ยงประเภทอื่นๆ ความน่าเชื่อถือของระบบการซื้อขายและการชำระราคาหลักทรัพย์อาจยังไม่ดีพอเมื่อเทียบกับตลาดหลักทรัพย์ของกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว (Developed Market) ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาในการคำนวณมูลค่าการลงทุนที่แท้จริง 2. ความเสี่ยงจากการลงทุนในตราสารที่สามารถลงทุนได้ในประเทศจีน (Permissible PRC Instruments) กองทุนอาจลงทุนโดยตรงในตราสารของจีนผ่านโครงการ QFI Scheme และ/หรือ โครงการ Stock Connect หรือลงทุนทางอ้อมผ่านการลงทุนในลักษณะอื่น ๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกับหลักทรัพย์ที่ออกโดยบริษัทจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ภายใต้การกำกับดูแลของทางการในประเทศจีน การลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ของจีนมีความเสี่ยงตามที่กล่าวถึงในหัวข้อ “การลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ประเทศตลาดเกิดใหม่” ข้างต้น รวมถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในประเทศจีนเป็นการเฉพาะเจาะจง สิทธิทางกฎหมายของผู้ลงทุนในประเทศจีนอาจมีความไม่แน่นอน เนื่องจากโดยทั่วไปกฎหมายและกฎระเบียบเกี่ยวกับระบบและวิธีปฏิบัติที่เกี่ยวข้องในประเทศจีนมีความมั่นคงน้อยกว่าตลาดหลักทรัพย์ของกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว (Developed Market) และเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา อีกทั้งมีความเสี่ยงว่ารัฐบาลจีนอาจเข้าแทรกแซงในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ไม่ปกติ โครงสร้างพื้นฐานของตลาดทุนที่สำคัญของจีน อาทิ ระบบการรับฝากและการซื้อขายหลักทรัพย์ยังค่อนข้างใหม่และการทดสอบยังทำได้ไม่มากพอ นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในประเทศจีนยังอาจนำไปสู่การออกข้อกำหนดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการลงทุนจากต่างประเทศในจีน ซึ่งอาจมีผลกระทบที่ไม่พึงประสงค์ต่อกองทุน 3. ความเสี่ยงจากการลงทุนในตราสารประเภท Participation Notes หากกองทุนไม่สามารถลงทุนโดยตรงในหลักทรัพย์บางชนิด (เช่น ในกรณีที่เป็นข้อจำกัดทางกฎระเบียบของประเทศใดประเทศหนึ่งโดยเฉพาะ) กองทุนดังกล่าวอาจลงทุนใน Participation Notes (“P-122 Notes”) เพื่อเป็นการลงทุนทางอ้อมในหลักทรัพย์เหล่านั้น ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนเฉพาะใน P-Notes ที่ถูกจัดว่าเป็นหลักทรัพย์ที่สามารถเปลี่ยนมือได้ตามข้อกำหนดของ FCA Rules เท่านั้น ผู้ออก P-Note เป็นผู้ลงทุนในหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องโดยตรง และออก P-Note ให้แก่กองทุนย่อย โดยทั่วไปแล้ว P-Note เป็นพันธสัญญาที่ไม่มีหลักประกันของผู้ออกตราสารว่าจะส่งมอบรายได้ และ/หรือ ผลกำไรจากส่วนต่างของราคาหลักทรัพย์ (Capital Gains) ใด ๆ ที่ได้รับที่เกี่ยวข้องกับหลักทรัพย์ดังกล่าวให้กับผู้ถือ ตราสารดังกล่าวมีลักษณะเป็นเป็นการจำลองผลการดำเนินงานของหลักทรัพย์อ้างอิง (Underlying Securities) แต่ก็ไม่ถึงกับเป็นการจำลองโดยสิ้นเชิง เนื่องจากมีต้นทุนในการทำธุรกรรมและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เกี่ยวข้องด้วย P-Notes มีความเสี่ยง (และผลตอบแทน) ที่เกิดจากความเคลื่อนไหวของมูลค่าของหลักทรัพย์อ้างอิงและความเสี่ยงที่ผู้ออกตราสารไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนด หากความเสี่ยงใด ๆ ที่กล่าวถึงนี้เกิดขึ้นจริง จะมีผลให้มูลค่าตลาดของ P-Note สูญสิ้นไป นอกจากนี้ ตามปกติผู้ถือ P-Note จะไม่มีสิทธิในการออกเสียงหรือสิทธิอื่น ๆ เช่นเดียวกับกรณีที่ถือหลักทรัพย์อ้างอิงโดยตรง ไม่มีการรับประกันว่า P-Note จะมีสภาพคล่องในตลาด หรือผู้ออก P-Note จะยินยอมรับซื้อตราสารคืนในกรณีที่กองทุนต้องการจะขายตราสารดังกล่าว 4. ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ ในกรณีที่หลักทรัพย์ที่ถือโดยกองทุนและ/หรือกองทุนมีการลงทุนในหลักทรพย์ที่อยู่ในสกุลเงินอื่นนอกเหนือจากเงินปอนด์สเตอร์ลิง การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างเงินปอนด์สเตอร์ลิงกับเงินสกุลอื่นจะมีผลให้มูลการการลงทุนหรือรายได้เพิ่มขึ้นหรือลดลง ดังนั้น ผู้ถือหน่วยลงทุนควรตระหนักถึงความเสี่ยงที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ 5. ความเสี่ยงจากการลงทุนในตราสารทุน ราคาของตราสารทุนและผลตอบแทนที่ได้รับจากการลงทุนในตลาดหุ้นมีความอ่อนไหวต่อปัจจัยหลายประการ ซึ่งรวมถึงการคาดการณ์เกี่ยวกับเงินปันผลและผลกำไร การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ความเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยน และอัตราเงินเฟ้อที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ดังนั้น มูลค่าการลงทุนในตลาดหุ้นจึงมีความผันผวนไม่แน่นอน และมีความเป็นไปได้ว่าผู้ลงทุนอาจจะไม่ได้รับเงินที่ลงทุนไว้คืนเต็มจำนวนเมื่อมีระยะเวลาในการลงทุนที่ยาวนาน 6. ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง หลักทรัพย์ที่ซื้อขายได้ยาก (หรือหลักทรัพย์ที่มีสภาพคล่องต่ำ) หรือมักจะมีการกำหนดมูลค่าไม่บ่อยครั้งเท่ากับกองทุน เช่น การลงทุนในกองทุนที่เปิดให้ซื้อขายเป็นรายสัปดาห์หรือรายเดือน อาจไม่สามารถกำหนดมูลค่าตลาดของหลักทรัพย์เหล่านี้ได้ในทันทีที่ต้องการ อีกทั้งไม่สามารถรับประกันได้ว่ามูลค่าของหลักทรัพย์ดังกล่าวจะสะท้อนถึงราคาที่กองทุนจะได้รับจริงในเวลาที่ขายหลักทรัพย์ออกไป หมายเหตุ: (1) ข้อความในส่วนของกองทุน Baillie Gifford Pacific Fund ได้ถูกคัดเลือกมาเฉพาะส่วนที่สำคัญและจัดแปลมาจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ ดังนั้น ในกรณีที่มีความแตกต่างหรือไม่สอดคล้องกับต้นฉบับภาษาอังกฤษ ให้ถือตามต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นเกณฑ์ (2) ในกรณีที่กองทุนหลักมีการแก้ไขเพิ่มเติมโครงการจัดการซึ่งบริษัทจัดการเห็นว่าไม่มีนัยสำคัญ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะแก้ไขเพิ่มเติมโครงการให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของกองทุนหลัก โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว • ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุนในประเทศ: ส่วนที่ 1 : ตราสาร TS (Transferable Securities) หมายความว่า ตราสารทางการเงินใด ๆ ที่มีคุณสมบัติและหลักเกณฑ์ในการลงทุนที่ครบถ้วนเป็นไปตามประกาศ ได้แก่ 1. ตราสารหนี้ในประเทศ 1.1 พันธบัตร 1.2 ตั๋วเงินคลัง 1.3 หุ้นกู้ (ไม่รวมหุ้นกู้แปลงสภาพ หุ้นกู้อนุพันธ์ และตราสาร Basel III) 1.4 ตั๋วแลกเงิน 1.5 ตั๋วสัญญาใช้เงิน 1.6 ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นกู้ 1.7 ใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่มี Underlying เป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้ 1.8 ตราสารหนี้อื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกับตราสารหนี้ตาม 1.1 – 1.7 ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดเพิ่มเติม 2. ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน (ไม่รวมตราสาร Basel III) 3. ตราสาร Basel III 4. ศุกูก ส่วนที่ 2 : ทรัพย์สินประเภทหน่วย CIS รวมถึงหน่วย CIS ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ส่วนที่ 3 : ทรัพย์สินประเภทเงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก ส่วนที่ 4 : ธุรกรรมประเภทการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (reverse repo) ส่วนที่ 5 : ธุรกรรมประเภทการให้ยืมหลักทรัพย์ (securities lending) ส่วนที่ 6 : ธุรกรรมประเภทสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (derivatives) ประเภทสินค้า ตัวแปร หรือหลักทรัพย์อ้างอิง (underlying) ของ derivatives ที่กองทุนจะเข้าเป็นคู่สัญญาได้ต้องมี underlying อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างดังนี้ (1) ทรัพย์สินที่กองทุนสามารถลงทุนได้ (2) อัตราดอกเบี้ย (3) อัตราแลกเปลี่ยนเงิน (4) เครดิต เช่น credit rating หรือ credit event เป็นต้น • ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุนในต่างประเทศ: ส่วนที่ 1 : ตราสาร TS (Transferable Securities) หมายความว่า ตราสารทางการเงินใด ๆ ที่มีคุณสมบัติและหลักเกณฑ์ในการลงทุนที่ครบถ้วนเป็นไปตามประกาศ ได้แก่ 1. ตราสารหนี้ต่างประเทศ 1.1 พันธบัตร 1.2 ตั๋วเงินคลัง 1.3 หุ้นกู้ (ไม่รวมหุ้นกู้แปลงสภาพ หุ้นกู้อนุพันธ์ และตราสาร Basel III) 1.4 ตั๋วแลกเงิน 1.5 ตั๋วสัญญาใช้เงิน 1.6 ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นกู้ 1.7 ใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่มี Underlying เป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้ 1.8 ตราสารหนี้อื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกับตราสารหนี้ตาม 1.1 - 1.7 ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดเพิ่มเติม 2. ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุนต่างประเทศ (ไม่รวมตราสาร Basel III) 3. ตราสาร Basel III ต่างประเทศ 4. ศุกูก ส่วนที่ 2 : ทรัพย์สินประเภทหน่วย CIS รวมถึงหน่วย CIS ที่จดทะเบียนในตลาดซื้อขายหลักทรัพย์ต่างประเทศที่เป็นสมาชิกของ WFE ส่วนที่ 3 : ทรัพย์สินประเภทเงินฝากต่างประเทศหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝากต่างประเทศ ส่วนที่ 4 : ธุรกรรมประเภทสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (derivatives) ในต่างประเทศ ประเภทสินค้า ตัวแปร หรือหลักทรัพย์อ้างอิง (underlying) ของ derivatives ที่กองทุนจะเข้าเป็นคู่สัญญาได้ต้องมี underlying อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างดังนี้ (1) ทรัพย์สินที่กองทุนสามารถลงทุนได้ (2) อัตราดอกเบี้ย (3) อัตราแลกเปลี่ยนเงิน (4) เครดิต เช่น credit rating หรือ credit event เป็นต้น
No NAV history available.
Investment policy as filed with SEC Thailand.
actual = what the AMC currently charges · max = prospectus ceiling (no actual reported). Annual fees aren’t additive with one-time fees.