KKP EUROPE EQUITY FUND - HEGDED
KIATNAKIN PHATRA ASSET MANAGEMENT COMPANY LIMITED · Equity · settlement T+4
↳ Invests in Goldman Sachs Europe CORE® Equity Portfolio · ลักเซมเบิร์ก
✨Invests primarily in the Goldman Sachs Europe CORE® Equity Portfolio, focusing on European equities and related securities, with some allocation to other financial instruments.
1. กองทุนเป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุนประเภท Feeder Fund ที่เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมหลักในต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว คือ Goldman Sachs Europe CORE ® Equity Portfolio (กองทุนหลัก) โดยภายใต้สถานการณ์ปกติกองทุนหลักจะลงทุนไม่น้อยกว่าสองในสามของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก ในตราสารทุนและ/หรือหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับตราสารทุน (Equity Related Transferable Securities) ของบริษัทที่จัดตั้งอยู่ในทวีปยุโรป หรือมีสัดส่วนรายได้หรือกำไรส่วนใหญ่จากการดำเนินธุรกิจในทวีปยุโรป ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนในกองทุนหลักโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม โดยกองทุนมีนโยบายการลงทุนซึ่งส่งผลให้มี net exposure ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน 2. สำหรับเงินลงทุนส่วนที่เหลือ กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในตราสารทุน ตราสารหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตราสารทางการเงิน และ/หรือเงินฝาก ตลอดจนหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดหรือให้ความเห็นชอบ ทั้งในและต่างประเทศ 3. กองทุนจะไม่ลงทุนตรงในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Non-Investment Grade) หรือที่ไม่มีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated Bond) และตราสารทุนที่ไม่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) ยกเว้นในกรณี ดังต่อไปนี้ 1) ในวันที่ลงทุนหรือได้มาตราสารหนี้นั้นได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment grade) แต่ต่อมาตราสารหนี้ดังกล่าวถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade) 2) ในวันที่กองทุนลงทุนหรือได้มา ตราสารทุนนั้นจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Listed Securities) แต่ต่อมาตราสารทุนดังกล่าวไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) ทั้งนี้ หากเกิดเหตุตามข้อ 1) และ 2) กองทุนอาจจะยังคงมีไว้ซึ่งตราสารหนี้ และตราสารทุนดังกล่าวอยู่ โดยจะดำรงสัดส่วนให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด 4. กองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่น หรือกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (กอง1) หรือทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) หรือกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (infra) ซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ ในสัดส่วนโดยเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ทั้งนี้ กรณีที่กองทุนปลายทางเป็นกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (กอง1) และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (infra) ลงทุนสูงสุดได้ไม่เกิน 1 ใน 3 ของจำนวนหน่วยลงทุนของกองทุนปลายทาง ทั้งนี้ กองทุนรวมอื่นนั้นมีการลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมใด ๆ ที่อยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการต่อไปได้อีกไม่เกิน 1 ทอด โดยกองทุนรวมที่มีผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นกองทุนรวมอื่นที่อยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ ต้องไม่ลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมดังต่อไปนี้ (1) กองทุนรวมอื่นที่เป็นผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนรวมดังกล่าว (2) กองทุนรวมที่เป็นผู้ถือหน่วยของกองทุนรวมอื่นตาม (1) ในกรณีที่มีการลงทุนในกองทุนรวมอื่นภายใต้ บลจ. เดียวกัน (Cross Investing Fund) มิให้กองทุนรวมต้นทางลงมติให้กองทุนรวมปลายทาง ทั้งนี้ การลงทุนในหน่วยลงทุนดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนของกองทุนซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.กำหนด หรือกฎหมายอื่นใดที่เกี่ยวข้อง หรือประกาศอื่นใดที่เกี่ยวข้อง และ/หรือที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมในอนาคต 5. กองทุนอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อลดความเสี่ยง (Hedging) โดยอาจมี underlying เป็นตราสารทุน หน่วยลงทุนของกองทุน ดัชนีที่มีองค์ประกอบเป็นตราสารทุน อัตราแลกเปลี่ยน และอัตราดอกเบี้ย ทั้งนี้ การทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าอาจมีต้นทุนและมีความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ เช่น ความเสี่ยงจากการที่คู่สัญญาผิดนัดชำระหนี้ หรือไม่สามารถส่งมอบ (delivery failure) หรือไม่สามารถปฏิบัติตามข้อตกลงได้ ความเสี่ยงด้านสภาพคล่องในการซื้อขายหรือไม่สามารถปิดสถานะได้ (close out position) เป็นต้น โดยบริษัทจัดการจะกำหนดกลยุทธ์ในการบริหารจัดการความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ตลอดจนจัดให้มีระบบที่เหมาะสมในการบริหารความเสี่ยงของสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เช่น บริษัทจัดการจะวิเคราะห์และติดตามสถานะหรืออันดับความน่าเชื่อถือของบริษัทที่เป็นคู่สัญญาซื้อขายล่วงหน้าอย่างระมัดระวังและสม่ำเสมอ และหากมีการปรับตัวในทางลบอย่างมีนัยสำคัญ บริษัทจัดการจะพิจารณาปรับเปลี่ยนแผนการลงทุนให้เหมาะสมกับสภาวการณ์ เพื่อลดความเสี่ยงจากการที่คู่สัญญาไม่สามารถทำตามข้อสัญญาตามที่ตกลงกันไว้ ทั้งนี้ ในกรณีที่กองทุนจะมีการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) ที่อาจมีสินค้า ตัวแปร หรือหลักทรัพย์อ้างอิงกับดัชนี บริษัทจัดการจะเปิดเผยเหตุในการเปลี่ยนแปลงการคำนวณดัชนี การยกเลิกการคำนวณดัชนี ตลอดจนแนวทางการดำเนินการของกองทุนรวมในกรณีปรากฏเหตุดังกล่าว ก่อนการทำธุรกรรม 6. กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อลดความเสี่ยง (Hedging) ด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ กองทุนจะทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนทั้งหมด (ระหว่างร้อยละ 95 – 105 ของมูลค่าเงินลงทุนในต่างประเทศ) กองทุนจึงอาจมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนในส่วนที่ไม่ได้ทำการป้องกันความเสี่ยงไว้ ซึ่งอาจทำให้ผู้ลงทุนได้รับผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ นอกจากนี้ การทำธุรกรรมป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนดังกล่าวอาจมีต้นทุน ซึ่งทำให้ผลตอบแทนของกองทุนโดยรวมลดลงจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น 7. กองทุนนี้จะไม่ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) และจะไม่ลงทุนในตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) ส่วนกองทุน Goldman Sachs Europe CORE ® Equity Portfolio (กองทุนหลัก) อาจใช้สัญญาซื้อขายล่วงหน้าเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายการลงทุน หรือเพื่อวัตถุประสงค์ในการป้องกันความเสี่ยง ซึ่งอาจรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง สัญญาฟอร์เวิร์ดที่อ้างอิงกับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (Foreign Currency Forward Contracts) สัญญาฟิวเจอร์สและสัญญาออปชัน (Futures and Option Contracts) (ที่อ้างอิงกับตราสารทุนและตลาดตราสารทุน) และสัญญาสวอป (Swaps) (ซึ่งรวมถึง Equity Swaps และ Total Return Swaps) โดยมีอัตราส่วนไม่เกินร้อยละ 100 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก ซึ่งคำนวณโดยวิธี Commitment Approach ทั้งนี้ กองทุนหลัก ไม่ได้มีข้อกำหนดที่ห้ามการลงทุนในตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) อย่างไรก็ตาม ณ ขณะที่จัดตั้งกองทุนนี้ กองทุนหลักไม่ได้มีความมุ่งหมายที่จะลงทุนในตราสารดังกล่าว 8. กองทุนอาจทำธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) หรือธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ หรือตามที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. 9. ข้อมูลกองทุน Goldman Sachs Europe CORE ® Equity Portfolio (กองทุนหลัก) จากแหล่งข้อมูล: Prospectus and Supplement I dated December 2025, and Monthly Fund Update dated November 2025 ชื่อกองทุนรวมในต่างประเทศ Goldman Sachs Europe CORE ® Equity Portfolio Share Class I Shares (Acc.) ISIN LU0234682044 สกุลเงิน ยูโร (EUR) วันที่เริ่มต้นกองทุน (Fund Inception Date) 1 ตุลาคม 2542 (1 October 1999) วันเริ่มต้น Share Class (Share Class Inception Date) 5 กันยายน 2549 (5 September 2006) ประเทศที่จดทะเบียนจัดตั้ง ลักเซมเบิร์ก (Luxembourg) ตลาดหลักทรัพย์ ไม่มี หน่วยงานที่กำกับดูแล Commission de Surveillance du Secteur Financier (Grand Duchy of Luxembourg) บริษัทจัดการ (Management company) Goldman Sachs Asset Management B.V. ผู้จัดการกองทุน (Investment Adviser) Goldman Sachs Asset Management International Depositary, Administrator และ Paying Agent State Street Bank International GmbH, Luxembourg Branch ผู้สอบบัญชี PricewaterhouseCoopers, Assurance อายุโครงการ ไม่กำหนด การจ่ายเงินปันผล (Distribution) ไม่จ่าย วันทำการซื้อขาย ทุกวันทำการซื้อขายของกองทุนหลัก ดัชนีชี้วัด (Benchmark) MSCI Europe (Net Total Return, Unhedged, EUR) วัตถุประสงค์การลงทุน: กองทุน Goldman Sachs Europe CORE ® Equity Portfolio (กองทุนหลัก) มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างผลตอบแทนในระยะยาวจากการเน้นลงทุนในตราสารทุนของบริษัทในทวีปยุโรป นโยบายการลงทุน: ภายใต้สถานการณ์ปกติกองทุนหลักจะลงทุนไม่น้อยกว่าสองในสามของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลักในตราสารทุนและ/หรือหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับตราสารทุน (Equity Related Transferable Securities) ของบริษัทที่จัดตั้งอยู่ในทวีปยุโรป หรือมีสัดส่วนรายได้หรือกำไรส่วนใหญ่จากการดำเนินธุรกิจในทวีปยุโรป รวมถึงกองทุนที่ได้รับอนุญาต (Permitted Fund) ที่มีสถานะการลงทุนในบริษัทดังกล่าว โดยกองทุนหลักใช้กลยุทธ์การลงทุนที่เรียกว่า the CORE ® strategy ทั้งนี้ ตราสารทุนและหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับตราสารทุนข้างต้น อาจรวมถึงหุ้นสามัญ หุ้นบุริมสิทธิ ใบสำคัญแสดงสิทธิ และตราสารแสดงสิทธิในหุ้นประเภทอื่น ๆ American Depositary Receipts (ADRs) European Depositary Receipts (EDRs) และ Global Depository Receipts (GDRs) ในกระบวนการคัดเลือกการลงทุน ผู้จัดการกองทุนของกองทุนหลัก (Investment Adviser) ใช้แบบจำลอง (Model) ที่พัฒนาขึ้นเองในการประเมินตัวชี้วัดที่หลากหลายด้าน ซึ่งอาจรวมถึงตัวชี้วัดด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) โดยไม่มีการใช้ตัวชี้วัด ความเสี่ยง หรือปัจจัยใดเพียงอย่างเดียวเป็นตัวกำหนดในการคัดเลือกการลงทุน กองทุนหลักอาจลงทุนได้ไม่เกินหนึ่งในสามของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก ในตราสารทุนและ/หรือหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับตราสารทุนของบริษัทอื่น รวมถึงหลักทรัพย์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับตราสารทุน และกองทุนที่ได้รับอนุญาต (Permitted Funds) ที่ลงทุนในทรัพย์สินดังกล่าว กองทุนหลักอาจลงทุนได้ไม่เกินร้อยละ 10 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก ในกองทุนที่ได้รับอนุญาต (Permitted Funds) โดยการลงทุนดังกล่าวต้องสอดคล้องกับนโยบายและข้อจำกัดการลงทุนของกองทุนหลัก และไม่ลงทุนในกองทุนที่ได้รับอนุญาต (Permitted Funds) ที่สามารถใช้การขยายฐานเงินลงทุน (leverage) เนื่องจากอาจส่งผลให้เกิดผลขาดทุนมากกว่ามูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนนั้น ๆ กองทุนหลักอาจใช้สัญญาซื้อขายล่วงหน้าเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายการลงทุน หรือเพื่อวัตถุประสงค์ในการป้องกันความเสี่ยง ซึ่งอาจรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง สัญญาฟอร์เวิร์ดที่อ้างอิงกับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (Foreign Currency Forward Contracts) สัญญาฟิวเจอร์สและสัญญาออปชัน (Futures and Option Contracts) (ที่อ้างอิงกับตราสารทุนและตลาดตราสารทุน) และสัญญาสวอป (Swaps) (ซึ่งรวมถึง Equity Swaps และ Total Return Swaps) โดยมีอัตราส่วนไม่เกินร้อยละ 100 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก ซึ่งคำนวณโดยวิธี Commitment Approach กองทุนหลักอาจถือครองเงินฝากที่ไถ่ถอนได้ทันที เช่น เงินสดในบัญชีกระแสรายวันกับธนาคารที่สามารถเข้าถึงได้ตลอดเวลา โดยการถือครองเงินฝากดังกล่าวอาจมีสัดส่วนเกินกว่าร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลักเป็นการชั่วคราวในกรณีที่สภาวะตลาดไม่เอื้ออำนวย นอกจากนี้ กองทุนหลักอาจใช้ตราสารเทียบเท่าเงินสด เช่น เงินฝาก ตราสารตลาดเงิน และกองทุนตลาดเงิน เพื่อวัตถุประสงค์ในการบริหารสภาพคล่อง รวมถึงในกรณีที่เกิดสภาวะไม่เอื้ออำนวย หากผู้จัดการกองทุนของกองทุนหลัก (Investment Adviser) พิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน ข้อจำกัดการลงทุนเพิ่มเติม: กองทุนหลักจะลงทุนอย่างต่อเนื่องไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลักในตราสารทุนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หรือซื้อขายในตลาดที่มีการจัดตั้งอย่างเป็นทางการ (Organized Market) โดยไม่นับรวมการลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน ทั้งนี้ การลงทุนในทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) ไม่ถือเป็นตราสารทุนที่กองทุนหลักสามารถลงทุนได้ตามวัตถุประสงค์นี้ ค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายของกองทุนหลัก ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee): ร้อยละ 0.50 ค่าธรรมเนียมอื่น ๆ (Other Expenses): ร้อยละ 0.06 ค่าธรรมเนียมรวม (Ongoing Charges) (รวมค่าธรรมเนียมการจัดการแล้ว) : ร้อยละ 0.56 หมายเหตุ: ค่าธรรมเนียมข้างต้น เป็นค่าธรรมเนียมรายปีสำหรับสิ้นรอบระยะเวลาเดือนกันยายน 2568 หมายเหตุ: ในกรณีที่บริษัทจัดการได้รับค่าตอบแทนจากกองทุนหลักและ/หรือบริษัทจัดการของกองทุนหลัก (rebate) บริษัทจัดการจะนำค่าตอบแทนดังกล่าวกลับเข้ากองทุนนี้ หรือดำเนินการอื่นตามที่สำนักงาน ก.ล.ต.และ/หรือหน่วยงานที่มีอำนาจอื่นกำหนด และ/หรืออนุญาต/เห็นชอบ/ผ่อนผัน และ/หรือที่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้บริษัทจัดการดำเนินการได้ ในกรณีที่วันทำการซื้อขายหน่วยลงทุนใดๆ กองทุนหลักได้รับคำขอไถ่ถอนหน่วยลงทุนรวมกันเกินกว่าร้อยละ 10 ของจำนวนหน่วยลงทุนของกองทุนหลัก และเงินสดที่มีอยู่ของกองทุนหลักรวมถึงวงเงินกู้ที่กองทุนหลักสามารถใช้ได้ ไม่เพียงพอที่จะรองรับคำขอดังกล่าว หรือคณะกรรมการหรือบริษัทจัดการของกองทุนหลักในนามของกองทุนหลักเห็นว่า ไม่สมควรใช้เงินสดและวงเงินกู้เพื่อรองรับคำขอดังกล่าว คณะกรรมการหรือบริษัทจัดการของกองทุนหลักอาจตัดสินใจเลื่อนการไถ่ถอนบางส่วนหรือทั้งหมดออกไปตามระยะเวลาที่เห็นว่าเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของกองทุนหลักได้ ทั้งนี้ โดยทั่วไปแล้ว ระยะเวลาการเลื่อนการไถ่ถอนดังกล่าวจะไม่เกิน 10 วันทำการ และในวันทำการถัดจากระยะเวลาการเลื่อนการไถ่ถอนดังกล่าว คำขอไถ่ถอนที่ถูกเลื่อนจะได้รับการดำเนินการก่อนคำขอไถ่ถอนที่กองทุนหลักได้รับในภายหลัง โดยราคาที่ใช้ในการไถ่ถอนจะเป็นมูลค่าทรัพย์สินสุทธิต่อหน่วยลงทุนของกองทุนหลักในวันที่ดำเนินการไถ่ถอน รายละเอียดของกองทุนหลักแปลมาจากหนังสือชี้ชวน (Prospectus) และเอกสารอื่น ๆ ของกองทุนหลัก ดังนั้น ในกรณีที่มีความแตกต่างหรือไม่สอดคล้องกับต้นฉบับภาษาอังกฤษ ให้ถือตามต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นเกณฑ์ ท่านสามารถดูข้อมูลของกองทุนหลักเพิ่มเติมได้ที่ https://am.gs.com/en-lu/advisors/funds/detail/PV100011/LU0234682044/goldman-sachs-europe-core-equity-portfolio 10. กรณีที่กองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์มีการลงทุนในกองทุนปลายทางไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทาง และการลงทุนของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์มีลักษณะครบถ้วนตาม ข้อ 10.1 และ ข้อ 10.2 บริษัทจัดการจะดำเนินการตาม ข้อ 10.3 10.1 ฐานะการลงทุนสุทธิของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ (1) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี < 80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ หรือ (2) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ≥ 80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์โดยกองทุนต่างประเทศไม่มีวัตถุประสงค์การลงทุนในทำนองเดียวกับกองทุนดัชนีหรือ ETF 10.2 NAV ของกองทุนปลายทาง มีการลดลงในลักษณะดังนี้ (1) NAV ณ วันใดวันหนึ่งลดลง > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง หรือ (2) ยอดรวมของ NAV ลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกันคิดเป็นจำนวน > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง 10.3 รายละเอียดการดำเนินการ การดำเนินการ ระยะเวลาดำเนินการ 10.3.1 แจ้งเหตุที่กองทุนปลายทางมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการของ บริษัทจัดการ ให้สำนักงานและผู้ถือหน่วย (แนวทางการดังกล่าวต้องคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยโดยรวม) ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มี การเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ 10.3.2 เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการตาม 10.3.1 ต่อผู้ลงทุนทั่วไป (ดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวด้วย) พร้อม 10.3.1 10.3.3 ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินการตาม 10.3.1 ภายใน 60 วันนับแต่วันที่มี การเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ 10.3.4 รายงานผลการดำเนินการตาม 10.3.3 ให้สำนักงานทราบ ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการตาม 10.3.3 แล้วเสร็จ 11. ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนตามนโยบายการลงทุนตามข้อ 1. ข้างต้น และอัตราส่วนที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้ (1) ช่วงระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม (2) ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนเลิกกองทุนรวม (3) ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืน หรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ
Actual charged, per year
Investment policy as filed with SEC Thailand.
actual = what the AMC currently charges · max = prospectus ceiling (no actual reported). Annual fees aren’t additive with one-time fees.