DAOL ALPHA BONDS FUND
DAOL INVESTMENT MANAGEMENT COMPANY LIMITED · Fixed Income · settlement T+3
↳ Invests in DNCA INVEST - ALPHA BONDS · ลักเซมเบิร์ก
✨Invests primarily in DNCA INVEST - ALPHA BONDS, focusing on global fixed income securities to achieve returns above SOFR + 2% over three years.
1.กองทุนเปิด ดาโอ อัลฟ่า บอนด์ จะเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของ DNCA INVEST – ALPHA BONDS FUND (กองทุนหลัก) Class H-I Shares USD โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ทั้งนี้ กองทุนหลักบริหารจัดการโดย DNCA Finance โดยกองทุนหลักจัดตั้งภายใต้กฎหมายของประเทศลักเซมเบิร์กและมีคุณสมบัติเป็นไปตาม Société d’Investissement à Capital Variable (SICAV) ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ Commission de Surveillance du Secteur Financier (CSSF) ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลด้านหลักทรัพย์และตลาดซื้อขายหลักทรัพย์ที่เป็นสมาชิกสามัญของ International Organizations of Securities Commission (IOSCO) กองทุนหลักเน้นลงทุนในตราสารหนี้ทั่วโลก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างผลตอบแทนสุทธิที่สูงกว่าดัชนี The Secured Overnight Lending Rate (SOFR) + 2% ในช่วงระยะเวลาการลงทุนมากกว่า 3 ปี โดยมีค่าความผันผวน (Volatility) ต่ำกว่า 5 % ในสภาวะตลาดปกติ รวมถึงการพิจารณาการลงทุนโดยใช้เกณฑ์การคัดเลือกจาก ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรตระหนักว่าเงินทุนและผลตอบแทนมีความเสี่ยงและไม่มีการรับประกันผลตอบแทนที่เป็นบวก ทุกช่วงเวลาการลงทุน และผู้ลงทุนควรมีระยะเวลาการลงทุนอย่างน้อย 3 ปี 2.อนึ่ง กองทุนหลักมีการเสนอขายในหลายชนิดของหน่วยลงทุน (Class of Units) ซึ่งแต่ละชนิดของหน่วยลงทุน อาจมีความแตกต่างกันในเรื่องของนโยบายการจ่ายเงินปันผล สกุลเงิน มูลค่าขั้นต่ำของการลงทุนครั้งแรก มูลค่าของการลงทุนครั้งถัดไป อัตราค่าธรรมเนียมการจัดการลงทุน และค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บโดยอิงกับผลการดำเนินงาน (Performance Fee) เป็นต้น โดยกองทุนจะลงทุนใน “Class H-I Shares USD” ซึ่งเป็นหน่วยลงทุนชนิดไม่จ่ายเงินปันผล ในสกุลเงินดอลล่าร์สหรัฐ (USD) อย่างไรก็ดี บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการพิจารณาเปลี่ยนแปลงชนิดของหน่วยลงทุน (Class of Units) ของกองทุนหลักที่กองทุนลงทุนในอนาคตตามความเหมาะสมในภายหลังได้ เพื่อประโยชน์ในการดำรงวัตถุประสงค์ของการบริหารจัดการกองทุนให้เป็นไปตามที่ได้ระบุในหนังสือชี้ชวนนี้ ซึ่งบริษัทจัดการจะคำนึงถึงประโยชน์ของกองทุนเป็นสำคัญ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว โดยบริษัทจัดการจะเปิดเผยชนิดของหน่วยลงทุนที่กองทุนลงทุนไว้ในหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ บริษัทจัดการจะส่งคำสั่งซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนหลักไปยังประเทศสิงคโปร์ ในรูปสกุลเงินดอลล่าร์สหรัฐ โดยกองทุนหลักจะนำเงินดอลล่าร์สหรัฐไปลงทุนในหลักทรัพย์ในรูปสกุลเงินดอลล่าร์สหรัฐ (USD) หรือในสกุลเงินอื่นใด อนึ่ง บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะพิจารณาเปลี่ยนแปลงการส่งคำสั่งซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนหลักในประเทศอื่นใดนอกเหนือจากประเทศสิงคโปร์ และ/หรือเปลี่ยนแปลงสกุลเงินที่กองทุนนำไปลงทุนได้ โดยบริษัทจัดการจะคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ และไม่ถือเป็นการดำเนินการที่ผิดไปจากรายละเอียดโครงการ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว 3.ในส่วนที่เหลือ กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในตราสารทุน และ/หรือตราสารหนี้ และ/หรือตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน และ/หรือตราสารทางการเงิน และ/หรือเงินฝาก และ/หรือหน่วย CIS และ/หรือหน่วยลงทุนกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์/REITs และ/หรือหน่วยลงทุนกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน และ/หรือหน่วยลงทุนกองทุนสินค้าโภคภัณฑ์ และ/หรือกองทุนอีทีเอฟ ( ETF) และ/หรือหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นใดตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. และ/หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนดหรือให้ความเห็นชอบให้ลงทุนเพิ่มเติมได้ในอนาคต โดยจะลงทุนทั้งในประเทศ และ/หรือต่างประเทศให้สอดคล้องกับนโยบายกองทุนที่กำหนดไว้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือคณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนดให้ลงทุนได้ กองทุนในประเทศอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) ที่มีตัวแปรเป็นอัตราแลกเปลี่ยนเงิน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันความเสี่ยง (Hedging) จากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศโดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ซึ่งพิจารณาจากสภาวะของตลาดในขณะนั้น 4. ในส่วนของการลงทุนในประเทศ กองทุนอาจลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non - Investment Grade) ตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated Securities) ตราสารของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) และตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์หรือได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. 5. บริษัทจัดการสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงกองทุนหลักเป็นกองทุนต่างประเทศอื่น ในกรณีที่บริษัทจัดการเห็นว่าการลงทุนในกองทุน DNCA INVEST – ALPHA BONDS FUND (กองทุนหลัก) ไม่เหมาะสม เช่น มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ โดยบริษัทจัดการจะพิจารณาลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศอื่นที่มีนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกัน เพื่อประโยชน์ในการดำรงวัตถุประสงค์ของการบริหารจัดการลงทุนให้เป็นไปตามที่ได้ระบุในหนังสือชี้ชวน โดยบริษัทจัดการจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ทั้งนี้ ในการโอนย้ายหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนไปยังกองทุนต่างประเทศอื่นข้างต้น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการพิจารณาดำเนินการครั้งเดียวหรือหลายครั้งก็ได้ อย่างไรก็ตาม หากบริษัทจัดการไม่สามารถลงทุนในกองทุนอื่นใดที่มีนโยบายสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการ บริษัทจัดการอาจพิจารณาดำเนินการขอมติพิเศษจากผู้ถือหน่วยลงทุนเพื่อเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุน หรือดำเนินการยกเลิกโครงการจัดการกองทุนรวมเพื่อรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนได้ 6. กองทุนอาจเข้าทำธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (reverse repo) หรือ ธุรกรรมประเภทการให้ยืมหลักทรัพย์ (securities lending) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด 7. อนึ่ง บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตเป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุนประเภท Fund of Funds หรือลงทุนโดยตรงในตราสาร และ/หรือหลักทรัพย์ต่างประเทศ หรือเปลี่ยนกลับมาเป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder Fund) ได้ โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (Risk Spectrum) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวให้เป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน โดยขึ้นกับสถานการณ์ตลาด และต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน อนึ่ง บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งผู้ถือหน่วยลงทุนล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน โดยผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ หรือช่องทางอื่นใดที่บริษัทจัดการกำหนด ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงการลงทุนดังกล่าว 8. กองทุนหลักสามารถลงทุนในตราสารเครื่องมือทางการเงินประเภทอนุพันธ์ที่ซื้อขายอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ หรือตลาด OTC หากกองทุนพิจารณาเห็นว่าการลงทุนดังกล่าวมีความเหมาะสมตามวัตถุประสงค์หรือให้ประโยชน์ในการลดต้นทุนการซื้อขายหลักทรัพย์โดยตราสารอนุพันธ์บางประเภทอาจเป็นตราสารที่ไม่ใช่ทรัพย์สินที่กองทุนไทยสามารถลงทุนได้ เช่น credit default swaps ในฐานะผู้ขายสัญญา (protection seller) เป็นต้น โดยบริษัทจัดการจะควบคุมการลงทุนในทรัพย์สินดังกล่าว และหากกองทุนหลักมีการลงทุนในทรัพย์สินดังกล่าวมากกว่าร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน บริษัทจัดการจะดำเนินการดังต่อไปนี้ (1) บริษัทจัดการจะคัดเลือกกองทุนรวมในต่างประเทศกองทุนใหม่ เพื่อเป็นกองทุนหลักแทนกองทุนเดิม โดยกองทุนต่างประเทศกองทุนใหม่ดังกล่าว จะมีนโยบายการลงทุนที่ใกล้เคียงกับกองทุนเดิม และตอบสนองนโยบายการลงทุนของกองทุน และบริษัทเห็นว่าการย้ายไปลงทุนในกองทุนดังกล่าวเป็นผลดีต่อผลการดำเนินงานโดยรวมของกองทุนและเป็นประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุน โดยบริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะพิจารณาเปลี่ยนแปลงกองทุนต่างประเทศกองทุนใหม่ ที่มีคุณสมบัติตามที่ สำนักงาน ก.ล.ต.ประกาศกำหนด หรือมีแนวทางให้ดำเนินการได้ ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะดำเนินการให้เสร็จสิ้นโดยไม่ชักช้า และจะแจ้งให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.และผู้ถือหน่วยลงทุนทราบต่อไป (2) หากเกิดกรณีใดๆ ที่ทำให้บริษัทจัดการไม่สามารถดำเนินการคัดเลือกกองทุนรวมในต่างประเทศกองทุนใหม่ เพื่อเป็นกองทุนหลักแทนกองทุนเดิมได้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะดำเนินการเลิกกองทุน โดยจะดำเนินการจำหน่ายหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่เหลืออยู่ของกองทุน เพื่อคืนเงินตามจำนวนที่รวบรวมได้หลังหักค่าใช้จ่ายและสำรองค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องของกองทุน (ถ้ามี) ให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน ตามสัดส่วนจำนวนหน่วยลงทุนที่ถือต่อจำนวนหน่วยลงทุนที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด 9. กรณีการลงทุนของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์มีลักษณะครบถ้วนตาม 1 และ 2 ให้ บลจ. ดำเนินการตาม 3 1. ฐานะการลงทุนสุทธิของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ (1) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี < 80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ หรือ (2) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ≥ 80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์โดยกองทุนต่างประเทศไม่มีวัตถุประสงค์การลงทุนในทำนองเดียวกับกองทุนดัชนีหรือ ETF 2. NAV ของกองทุนปลายทาง มีการลดลงในลักษณะดังนี้ (1) NAV ณ วันใดวันหนึ่งลดลง > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง หรือ (2) ยอดรวมของ NAV ลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกันคิดเป็นจำนวน > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง 3. รายละเอียดการดำเนินการ การดำเนินการ ระยะเวลาดำเนินการ 3.1 แจ้งเหตุที่กองทุนปลายทางมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการของ บลจ. ให้สำนักงานและผู้ถือหน่วย (แนวทางการดังกล่าวต้องคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยโดยรวม) ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มี การเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทาง ที่ปรากฏเหตุ 3.2 เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการตาม 3.1 ต่อผู้ลงทุนทั่วไป (ดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวด้วย) พร้อม 3.1 3.3 ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินการตาม 3.1 ภายใน 60 วันนับแต่วันที่มี การเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทาง ที่ปรากฏเหตุ 3.4 รายงานผลการดำเนินการตาม 3.3 ให้สำนักงานทราบ ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการตาม 3.3 แล้วเสร็จ 10.ในกรณีที่การลงทุนของกองทุนรวมไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน ให้บริษัทจัดการดำเนินการแก้ไขสัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวมให้เป็นไปตามนโยบายการลงทุนภายใน 90 วันนับแต่วันที่สัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวมไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุน เว้นแต่บริษัทจัดการจะได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนให้เปลี่ยนแปลงประเภทของกองทุนรวมภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ทั้งนี้ ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวมตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้ รวมด้วยก็ได้ ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ 1.1 ช่วงระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม 1.2 ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนครบอายุโครงการหรือก่อนเลิกกองทุนรวม 1.3 ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกิน 10 วันทำการ อนึ่ง บริษัทอาจมีการลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมภายใต้การจัดการของบริษัทเพื่อเป็นทรัพย์สินของบริษัท ทั้งนี้ ในการลงทุนดังกล่าวบริษัทจะดำเนินการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงาน ก.ล.ต. กำหนด รายละเอียดของกองทุน DNCA INVEST – ALPHA BONDS FUND (กองทุนหลัก) : ชื่อกองทุนหลัก DNCA INVEST – ALPHA BONDS FUND Class & Currency Class H-I Share USD วันที่จดทะเบียน/ชนิดหน่วยลงทุนของกองทุนหลัก 3 กันยายน 2561 วัตถุประสงค์การลงทุน กกองทุนหลักมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างผลตอบแทนสุทธิที่สูงกว่าดัชนี The Secured Overnight Lending Rate (SOFR) + 2% ในช่วงระยะเวลาการลงทุนมากกว่า 3 ปี โดยมีค่าความผันผวน (Volatility) ต่ำกว่า 5 % ในสภาวะตลาดปกติ รวมถึงการพิจารณาการลงทุนโดยใช้เกณฑ์การคัดเลือกจาก ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) กลยุทธ์และนโยบายการลงทุน เพื่อให้กองทุนสามารถลงทุนให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์การลงทุน กองทุนหลักจะใช้กลยุทธ์การลงทุนที่ผสนผสานกันในกระบวนการลงทุน ได้แก่ การสร้างผลตอบแทนสูงสุดจากการคาดการณ์แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยและอัตราเงินเฟ้อ โดยใช้กลยุทธ์ การมีสถานะซื้อและสถานะขาย บนทิศทางของตลาด (Long and Short Directional Strategy) การสร้างผลตอบแทนจากส่วนต่างระหว่างอัตราดอกเบี้ยระยะยาว และอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น โดยใช้กลยุทธ์ Interest Rate Curve Strategy การทำกำไรจากผลต่างของราคาในตลาดของตราสารหนี้แต่ละประเภท โดยการใช้กลยุทธ์การค้ากำไร (Arbitrage Strategy) การสร้างผลตอบแทนจากผู้ออกตราสารหนี้ภาคเอกชนโดยใช้กลยุทธ์ Credit Strategy ทั้งนี้ กองทุนจะบริหารพอร์ตโดยมีอายุเฉลี่ยของตราสารหนี้ในพอร์ตการลงทุน (Modified Duration) อยู่ระหว่าง -3 และ +7 ปีโดยมิได้จำกัดอายุเฉลี่ยของตราสารแต่ละตัว นอกจากนี้ กองทุนหลักมีรูปแบบการบริหารกองทุนโดยใช้แนวคิดความรับผิดชอบต่อสังคมและความยั่งยืน (Responsible and Sustainable) กองทุนหลักจะพิจารณาประเด็น ESG ต่อไปนี้สำหรับผู้ออกตราสารหนี้ ดังนี้ - สภาพแวดล้อม: ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและปริมาณการใช้พลังงานประเภทต่างๆ - สังคม: การเคารพต่อแนวปฎิบัติสากล (แรงงานเด็ก การเลือกปฏิบัติ การฟอกเงิน สิทธิแรงงาน สิทธิมนุษยชน การกดขี่และการทรมาน - ธรรมาภิบาล: การลงนามในความตกลงปารีส, การลงนามในอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพของสหประชาชาติ, นโยบายการใช้ถ่านหิน, สนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลีย - การจัดอันดับความเสี่ยงและความครอบคลุม ESG ทั่วโลก สำหรับผู้ออกตราสารภาคเอกชน ตราสารที่กองทุนหลักสามารถลงทุนได้ในกรอบการพิจารณาการลงทุน (The Initial Investment Universe) ประกอบด้วย พันธบัตรรัฐบาลที่ออกโดยประเทศในสหประชาชาติ (United Nations) ที่มีการดำเนินงานตามแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน 17 ประการ (SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ รวมถึงหุ้นกู้และตราสารที่เกี่ยวข้องกับผู้ออกตราสารที่จดทะเบียนในกลุ่มประเทศสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) และเป็นตราสารที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถืออย่างน้อย B- จาก Standard & Poor's หรือได้รับการพิจารณาโดยบริษัทจัดการที่ใช้เกณฑ์การจัดอันดับที่คล้ายคลึงกัน รวมถึงหน่วยงานต่างประเทศ กองทุนจะใช้กระบวนการการลงทุนที่ยั่งยืน (SRI Approach) เป็นเกณฑ์คัดเลือกสำหรับผู้ออกตราสารที่ผ่านการคัดเลือกตามกรอบการพิจารณาการลงทุน (The Initial Investment Universe) ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนในตราสารหนี้ในสกุลเงินต่างๆ จากผู้ออกที่ไม่ใช่กลุ่มประเทศสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) ในอัตราไม่เกินร้อยละ 25 ของสินทรัพย์ทั้งหมด กองทุนจะลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอัตราดอกเบี้ยคงที่ (Fixed Rate) อัตราดอกเบี้ยลอยตัว (Floating Rate) หรือ ตราสารหนี้ที่อ้างอิงกับดัชนีเงินเฟ้อ (inflation-indexed debt securities) และตราสารหนี้ที่สามารถเปลี่ยนมือได้ (Negotiable Debt) เป็นหลัก ภายใต้อัตราส่วนดังนี้: - หุ้นกู้แปลงสภาพ (Convertible or exchangeable bonds) ในอัตราร้อยละ 100 ของสินทรัพย์ทั้งหมด - หุ้นกู้แปลงสภาพโดยมีเงื่อนไข (Coco Bonds): ไม่เกินอัตราร้อยละ 20 ของสินทรัพย์ทั้งหมด และเนื่องจากกองทุนหลักสามารถลงทุนในหุ้นกู้แปลงสภาพ (convertible bond) หุ้นกู้แปลงสภาพสังเคราะห์ (synthetic convertible bonds) ตราสารอนุพันธ์ที่อ้างอิงกับหุ้นหรือดัชนีหุ้น (Listed derivative instruments on equity or equity indices) กองทุนอาจมีสถานะการลงทุนในหุ้นหรือดัชนีหุ้นโดยกองทุนจะมีลักษณะการลงทุนดังกล่าวไม่เกินร้อยละ 10 ของมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมด กองทุนหลักจะลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีการจัดอันดับความน่าเชื่อถืออย่างน้อย B- จาก Standard & Poor's หรือได้รับการพิจารณาโดยบริษัทจัดการที่ใช้เกณฑ์การจัดอันดับที่คล้ายคลึงกัน หากตราสารหนี้ถูกปรับลดอันดับต่ำกว่าระดับ B-สินทรัพย์ดังกล่าวจะไม่ถูกขายออก เว้นแต่บริษัทจัดการพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นจึงสามารถที่จะขายออกได้ ทั้งนี้ การลงทุนในตราสารหนี้ที่ถูกปรับลดอันดับจะลงทุนไม่เกินร้อยละ 10 ของสินทรัพย์ทั้งหมดของกองทุนหลัก กองทุนหลักอาจมีการลงทุนในกองทุน UCITS หรือ AIFs อื่น ที่เสนอขายนักลงทุนทั่วไป (Nonprofessional Investors) ลงทุนได้ (ตามเกณฑ์ European Directive 2011/61/EU) และมีคุณสมบัติเป็น UCIs อื่นๆ ตามมาตรา 41(1) ของกฎหมาย ไม่เกินร้อยละ 10 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ กองทุนหลักอาจลงทุนในหลักทรัพย์สกุลเงินอื่นใดนอกเหนือจากสกุลเงินหลักของกองทุน โดยกองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้ขายล่วงหน้า เช่น สัญญาฟิวเจอร์ หรือ สัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศ เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนของการลงทุนในสกุลอื่น ทั้งนี้ ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Currency Exchange Risk) ดังกล่าว ไม่เกินอัตราร้อยละ 30 ของสินทรัพย์ทั้งหมดของกองทุน กองทุนหลักจะไม่ลงทุนในตราสารหนี้ที่มีสินเชื่อที่อยู่อาศัย เป็นหลักประกันการจำนอง (MBS)/ตราสารหนี้ที่มีสินทรัพย์อื่น ที่ไม่ใช้หลักประกันการจำนอง (ABS) กองทุนหลักอาจลงทุนในตราสารอนุพันธ์ (Derivatives) ได้ทุกประเภท ทั้งการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ (regulated markets) และ การซื้อขายนอกตลาดหลักทรัพย์ (OTC markets) ได้ตามความเหมาะสมและเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของบริษัทจัดการ หรือมีต้นทุนการซื้อขายที่ต่ำกว่า ตราสารเหล่านี้อาจรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง สัญญาซื้อขายล่วงหน้า(Futures) สัญญาสิทธิล่วงหน้า(Options) สัญญาแลกเปลี่ยน(Swaps) Credit Default Swaps On Indices , Credit Default Swaps (CDS) ทั้งนี้ ตราสารอนุพันธ์แต่ละชนิดจะมีกลยุทธ์การป้องกันความเสี่ยง (hedging) การค้ากำไร (arbitrage) การเปรียบเทียบในเชิงมูลค่าราคา (relative value) หรือความเสี่ยง (exposure) ที่แตกต่างกัน เพื่อ: - เพื่อป้องกันความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนทั้งหมดหรือ สินทรัพย์บางประเภทที่อยู่ในพอร์ตการลงทุนนั้น เมื่อเทียบกับความเสี่ยงของตราสารทุน ดอกเบี้ย และ/หรืออัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ - เพื่อสร้างกลุ่มสินทรัพย์ตามกลยุทธ์การลงทุน (Synthetically Rebuild Specific Assets) (เช่น การซื้อตราสารหนี้อ้างอิงเงินเฟ้อควบคู่กับตราสารหนี้ดอกเบี้ยคงที่) - เพื่อเพิ่มสถานะการลงทุนในตราสารในตลาดที่มีความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ยและความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน กองทุนจะใช้วิธีการในการคำนวน Global Exposure limit แบบ VaR Approach (Absolute VaR) ไม่เกินร้อยละ 20.00 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลักในวันใดวันหนึ่งที่ระดับความเชื่อมั่นร้อยละ 99 และระยะเวลาการถือครอง 20 วัน ทั้งนี้ ในสถานการณ์ปกติของตลาด กองทุนอาจใช้ Leverage เฉลี่ยที่ประมาณร้อยละ 400 และในบางครั้งอาจเป็นไปได้ที่ Leverage อาจสูงกว่าอัตราที่คาดการณ์ไว้ โดยอัตราสูงสุดไม่เกินร้อยละ 1,000 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ผู้จัดการกองทุน DNCA Finance ผู้ดูแลผลประโยชน์ BNP Parbas SA-Luxembourg Branch นายทะเบียน BNP Parbas SA-Luxembourg Branch ผู้สอบบัญชี Deloitte Audit การขายและรับซื้อคืน ทุกวันทำการ อายุกองทุน ไม่กำหนด นโยบายการจ่ายเงินปันผล ไม่จ่าย มูลค่าขั้นต่ำของการลงทุนครั้งแรก 200,000 ดอลล่าร์สหรัฐ มูลค่าขั้นต่ำของการลงทุนครั้งถัดไป ไม่มี ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายที่สำคัญของกองทุน ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากกองทุนหลัก -Management Fee: ไม่เกิน 0.60% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน -Ongoing Charges : 0.74% (as of 31/12/2021) -Performance Fee: กองทุนหลักจะเก็บ performance fee เท่ากับ 20% ของส่วนต่างระหว่างผลตอบแทนสุทธิของกองทุนหลักและผลตอบแทนของดัชนีอ้างอิง โดยจะเรียกเก็บเมื่อ (1) กองทุนหลักมี NAV สูงสุดใหม่ในรอบทุก 5 ปี (High Water Mark) และ (2) ผลตอบแทนสุทธิของกองทุนหลักสูงกว่าผลตอบแทนของดัชนีอ้างอิง แต่จะไม่เรียกเก็บ หากผลการดำเนินงานในปีก่อนหน้าติดลบ (ผลตอบแทนสุทธิของกองทุนหลักต่ำกว่าผลตอบแทนของดัชนีอ้างอิง) เพื่อชดเชยผลการดำเนินงานที่ติดลบดังกล่าว จนกว่าผลดำเนินงานในปีใดกลับมาเป็นบวก ทั้งนี้ ทุกๆรอบ 5 ปี กองทุนหลักจะเริ่มต้นคำนวณเพื่อเปรียบเทียบผลตอบแทนสุทธิของกองทุนหลักและผลตอบแทนของดัชนีอ้างอิงใหม่ และไม่นำผลการดำเนินงานที่ติดลบในปีก่อนหน้ามาชดเชย -Sales Commission : ไม่เกินร้อยละ 1.00 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก Subscription Fees : ไม่มี Redemption Fees : ไม่มี Website www.dnca-investments.com/en/our-firm หมายเหตุ (1) ข้อความในส่วนของกองทุน DNCA INVEST – ALPHA BONDS FUND ได้ถูกคัดเลือกมาเฉพาะส่วนที่สำคัญและจัดแปลมาจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ ดังนั้น ในกรณีที่มีความแตกต่างหรือไม่สอดคล้องกับต้นฉบับภาษาอังกฤษ ให้ถือตามต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นเกณฑ์ (2) ในกรณีที่กองทุนหลักมีการแก้ไขเพิ่มเติมโครงการจัดการซึ่งบริษัทจัดการเห็นว่าไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะแก้ไขเพิ่มเติมโครงการให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของกองทุนหลัก โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว
Investment policy as filed with SEC Thailand.
actual = what the AMC currently charges · max = prospectus ceiling (no actual reported). Annual fees aren’t additive with one-time fees.