KTAM E.P.I.C. Global Equity Opportunities Fund
KRUNG THAI ASSET MANAGEMENT PUBLIC COMPANY LIMITED · Equity · settlement T+4
↳ Invests in E.P.I.C. Global Equity Opportunities Fund · ไอร์แลนด์
✨Invests primarily in shares of the E.P.I.C. Global Equity Opportunities Fund, focusing on sustainable investments with moderate to high volatility.
กองทุนมีนโยบายเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน E.P.I.C. Global Equity Opportunities Fund (กองทุนหลัก) เพียงกองเดียว ในชนิดหน่วยลงทุน (share class) “I” ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม ทั้งนี้ กองทุน E.P.I.C. Global Equity Opportunities Fund (กองทุนหลัก) (E.P.I.C ย่อมาจาก empowering and prosperous investment choices หมายถึง ทางเลือกการลงทุนที่ส่งเสริมศักยภาพและเจริญรุ่งเรือง) จัดตั้งตามหลักเกณฑ์ของ UCITS (Undertakings for Collective Investment in Transferable Securities) บริหารและจัดการโดย Architas Multi-Manager Europe Limited (Manager) ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ Central Bank ประเทศไอร์แลนด์ และเป็นสมาชิกสามัญของ International Organizations of Securities Commission (IOSCO) ทั้งนี้ กองทุนหลักมีวัตถุประสงค์การลงทุน คือ เพื่อสร้างผลตอบแทนในระยะยาวจากการเติบโตของเงินลงทุน บนความผันผวนระดับปานกลางถึงสูง โดยการกระจายการลงทุนและบริหารพอร์ตการลงทุนแบบเชิงรุก โดยที่มุ่งเน้นในการลงทุนที่ยั่งยืน(Sustainable Investment) โดยกองทุนหลักจะเน้นลงทุน 100% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (ไม่รวมเงินสด) ในหน่วยลงทุน CIS และการลงทุนโดยตรงจะไม่เกิน 10% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ทั้งนี้ กองทุน E.P.I.C. Global Equity Opportunities Fund (กองทุนหลัก) อาจพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (efficient portfolio management (EPM)) และเพื่อป้องกันความเสี่ยง (Hedging) สำหรับเงินลงทุนส่วนที่เหลือกองทุนเปิดเคแทม E.P.I.C. Global Equity Opportunities อาจพิจารณาลงทุนในหรือมีไว้ซึ่ง ตราสารทุน ตราสารแห่งหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตราสารทางการเงิน เงินฝาก และ/หรือบัตรเงินฝาก ที่เสนอขายทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศ ตลอดจนหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างที่ไม่ขัดต่อกฎหมาย ก.ล.ต. หรือให้ความเห็นชอบให้ลงทุนได้ นอกจากนี้ ในส่วนของการลงทุนในประเทศ กองทุนจะไม่ลงทุนในตราสาร ดังต่อไปนี้ 1. ตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) 2. ตราสารแห่งหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือของผู้ออกตราสารต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (non – investment grade) ตราสารแห่งหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated Securities) หลักทรัพย์ของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) อย่างไรก็ตาม กองทุนอาจมีไว้ซึ่งตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (non-investment grade) เฉพาะกรณีที่ตราสารหนี้นั้นได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้ (investment grade) ขณะที่กองทุนลงทุนเท่านั้น กองทุนเปิดเคแทม E.P.I.C. Global Equity Opportunities อาจกู้ยืมเงิน หรือทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ ธุรกรรมการขายโดยมีสัญญาซื้อคืน (Repo) หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด กองทุนเปิดเคแทม E.P.I.C. Global Equity Opportunities อาจพิจารณาลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) ที่มีตัวแปรเป็นอัตราแลกเปลี่ยนเงินโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันความเสี่ยงตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. และ/หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนตามความเหมาะสมกับสภาวการณ์ในแต่ละขณะ เช่น กรณีที่ค่าเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐมีแนวโน้มอ่อนค่าลง บริษัทจัดการอาจพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับอัตราแลกเปลี่ยน (FX Derivatives) อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการอาจพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับอัตราแลกเปลี่ยน (FX Derivatives) ในสัดส่วนที่น้อย หรืออาจพิจารณาไม่ป้องกันในกรณีที่ค่าเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐมีแนวโน้มแข็งค่า ซึ่งการใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงอาจมีต้นทุนสำหรับการทำธุรกรรมป้องกันความเสี่ยง โดยทำให้ผลตอบแทนของกองทุนโดยรวมลดลงจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น บริษัทจัดการจะส่งคำสั่งซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนหลักไปยังประเทศลักเซมเบิร์ก โดยใช้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) เป็นหลักอย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงชนิดของหน่วยลงทุน และ/หรือซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนหลักในประเทศอื่นใด และ/หรือเปลี่ยนแปลงตลาดหลักทรัพย์ที่ซื้อขายกองทุนหลัก และ/หรือสกุลเงินลงทุนเป็นสกุลเงินอื่นใดนอกเหนือจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐในภายหลังได้ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว โดยบริษัทจัดการจะคำนึงถึงประโยชน์ของกองทุนเป็นสำคัญ ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้า โดยจะปิดประกาศ ณ สำนักงานของบริษัทจัดการ และ/หรือผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืน (ถ้ามี) และ/หรือ เว็บไซต์ของบริษัทจัดการ เว้นแต่ในกรณีทีเป็นการเปลี่ยนแปลงโดยกองทุนรวมหลักในอนาคต ซึ่งบริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบโดยเร็วนับตั้งแต่วันที่บริษัทจัดการรู้หรือรับทราบเหตุการณ์ดังกล่าว ในกรณีที่กองทุนไม่สามารถเข้าลงทุนในกองทุนหลัก หรือในกรณีที่กองทุนนี้มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ หรือในกรณีที่บริษัทจัดการเห็นว่าการลงทุนในกองทุนหลัก ไม่เหมาะสมอีกต่อไป อาทิเช่น กองทุนหลักมีผลตอบแทนต่ำกว่าผลตอบแทนของกองทุนต่างประเทศอื่นๆ และ/หรือผลตอบแทนของกองทุนหลักต่ำกว่าตัวชี้วัด (Benchmark) (ถ้ามี) และ/หรือ การลงทุนนั้นเบี่ยงเบนไปจากวัตถุประสงค์หรือนโยบายการลงทุนของกองทุน และ/หรืออัตราค่าธรรมเนียมของกองทุนหลักเพิ่มสูงขึ้นจนอาจจะส่งผลกระทบต่อกองทุน และ/หรือ ค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายอื่นใดที่สูงขึ้นจากการดำเนินงานกองทุน และ/หรือมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายอื่นใดเพิ่มเติมจนส่งผลกระทบต่อกองทุน และ/หรือ การลงทุนของกองทุนหลักไม่เป็นไปตามหนังสือชี้ชวนหรือโครงการ หรือทำให้กองทุนนี้ไม่สามารถปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และ/หรือในกรณีที่กองทุนหลักได้เลิกโครงการ เป็นต้น บริษัทจัดการสงวนสิทธิที่จะนำเงินลงทุนของกองทุนไปลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนต่างประเทศอื่นที่มีนโยบายการลงทุนสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ และ/หรือนโยบายการลงทุนของกองทุน โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ซึ่งบริษัทจัดการอาจพิจารณาดำเนินการในครั้งเดียว หรือทยอยโอนย้ายเงินทุน ซึ่งอาจส่งผลให้ในช่วงเวลาดังกล่าว กองทุนอาจมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนต่างประเทศมากกว่า 1 กองทุน ในกรณีที่บริษัทอยู่ระหว่างดำเนินการตามข้างต้น จนเป็นเหตุให้การลงทุนของกองทุนรวมไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน ให้บริษัทจัดการดำเนินการแก้ไขสัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวมให้เป็นไปตามนโยบายการลงทุนภายใน 90 วันนับแต่วันที่สัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวมไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุน เว้นแต่บริษัทจัดการจะได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนให้เปลี่ยนแปลงประเภทของกองทุนรวมภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ทั้งนี้ ในการเปลี่ยนแปลงประเภทของกองทุนรวม บริษัทจัดการต้องจัดให้มีวิธีการในการให้สิทธิแก่ผู้ถือหน่วยลงทุนเดิมในการที่จะออกจากกองทุนรวมก่อนที่การเปลี่ยนแปลงประเภทของกองทุนรวมจะมีผลใช้บังคับ โดยวิธีการดังกล่าวต้องมีระยะเวลาเพียงพอและเป็นธรรมต่อผู้ถือหน่วยลงทุน รวมทั้งเมื่อได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนให้เปลี่ยนแปลงประเภทของกองทุนรวมแล้ว บริษัทจัดการต้องงดเก็บค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนจากผู้ถือหน่วยลงทุนทุกรายจนกว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะมีผลใช้บังคับ และในกรณีที่ครบกำหนด 90 วันนับแต่วันที่สัดส่วนการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุน แต่การเปลี่ยนแปลงประเภทของกองทุนรวมยังไม่มีผลใช้บังคับ บริษัทจัดการต้องไม่เสนอขายหน่วยลงทุนของกองทุนรวมนั้นเพิ่มเติม ทั้งนี้ การคํานวณสัดส่วนการลงทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน มิให้นับรวมถึงช่วงเวลาดังต่อไปนี้ โดยต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด และ/หรือที่แก้ไขเพิ่มเติม (ก) ช่วงเวลาระหว่างรอการลงทุน ซึ่งมีระยะเวลา 30 วันนับแต่วันจดทะเบียนกองทรัพย์สิน (ข) ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนครบกำหนดอายุโครงการหรือก่อนเลิกกองทุนรวม (ค) ช่วงระยะเวลาที่กองทุนจำเป็นต้องรอการลงทุน และ/หรือในช่วงที่ผู้ลงทุนทำการขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก ซึ่งมีระยะเวลาไม่เกิน 10 วันทำการ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตเป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds) หรือเป็นกองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรงในตราสาร และ/หรือหลักทรัพย์ต่างประเทศได้ หรือสามารถกลับมาเป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder Fund) โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (risk spectrum) เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตลาด โดยเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน อนึ่ง บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงประเภทกองทุนดังกล่าว โดยประกาศผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะนำเงินลงทุนบางส่วนหรือทั้งหมดกลับเข้ามาลงทุนในประเทศ หรือสงวนสิทธิที่จะเลิกกองทุน โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนทุกรายแล้ว และไม่ถือว่าปฎิบัติผิดไปจากรายละเอียดโครงการกองทุน โดยจะคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ หากเกิดเหตุการณ์ดังต่อไปนี้ (1) ผู้จัดการกองทุนพิจารณาแล้วเห็นว่าสถานการณ์การลงทุนในต่างประเทศไม่เหมาะสม (2) กรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับวงเงินที่ได้รับอนุญาตให้นำเงินไปลงทุนในต่างประเทศ (3) กรณีที่ไม่สามารถสรรหา และ/หรือลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศใดๆ ที่มีนโยบายการลงทุนสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ และ/หรือนโยบายการลงทุนของโครงการ (4) กรณีที่กองทุนรวมมีจำนวนเงินที่ได้จากการเสนอขายหน่วยลงทุนครั้งแรกไม่เพียงพอต่อการจัดตั้งกองทุน เพื่อนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศได้อย่างเหมาะสม (5) กรณีมีเหตุให้เชื่อได้ว่าเพื่อเป็นการรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม (6) กรณีที่กองทุน E.P.I.C. Global Equity Opportunities Fund (กองทุนหลัก) มีประเภทและชนิดของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่กองทุนเปิดเคแทม E.P.I.C. Global Equity Opportunities ไม่อาจลงทุนได้ โดยประเภทและชนิดของทรัพย์สินดังกล่าวจะต้องไม่ขัดหรือแย้งกับประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. (7) มีการขายคืนกองทุน E.P.I.C. Global Equity Opportunities Fund (กองทุนหลัก) เป็นจำนวนมากอย่างมีนัยสำคัญ จนอาจส่งผลกระทบต่อการลงทุนหรือผลการดำเนินงานของ E.P.I.C. Global Equity Opportunities Fund (กองทุนหลัก) และบริษัทจัดการพิจารณาแล้วเห็นว่า การลงทุนในกองทุนหลักไม่เหมาะสมอีกต่อไป หรือคาดการณ์ว่าหากยังลงทุนในกองทุนหลัก อาจส่งผลกระทบต่อกองทุนและผู้ถือหน่วยลงทุน (8) กรณีที่เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้กองทุนมีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับกองทุนสูงขึ้น อาทิ กองทุนรวมหลักเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มสูงขึ้นจนอาจจะส่งผลกระทบต่อกองทุน และ/หรือ ค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายอื่นใดที่สูงขึ้นจากการดำเนินงานกองทุน และ/หรือมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายอื่นใดเพิ่มเติม บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะเลิกกองทุน เพื่อเป็นการรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วย โดยไม่ต้องขอมติผู้ถือหน่วยลงทุน ในกรณีที่กองทุนมีการลงทุนในกองทุนปลายทางไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทาง หากปรากฏว่า มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทางที่กองทุนรวมไปลงทุนมีการลดลงในลักษณะ ดังนี้ (1) มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ วันใดวันหนึ่งลดลงเกินกว่าสองในสามของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทาง หรือ (2) ยอดรวมของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกันคิดเป็นจำนวนเกินกว่าสองในสามของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทาง เงื่อนไข ในกรณีที่กองทุนปลายทางมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะดังกล่าว บริษัทจัดการจะดำเนินการ ดังต่อไปนี้ รายละเอียดการดำเนินการ การดำเนินการ ระยะเวลาดำเนินการ 1 แจ้งเหตุที่กองทุนปลายทางมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทาง การดำเนินการของ บลจ. ให้สำนักงานและผู้ถือหน่วยลงทุน (แนวทางการดังกล่าวต้องคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม) ภายใน 3 วันทาการนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ 2 เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการตามข้อ 1 ต่อผู้ลงทุนทั่วไป (ดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวด้วย) พร้อมข้อ 1 3 ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินการตามข้อ 1 ภายใน 60 วันนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ 4 รายงานผลการดำเนินการตามข้อ 3 ให้สำนักงานทราบ ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการตามข้อ 3 แล้วเสร็จ กองทุนหลักมีการจำกัดการไถ่ถอนหน่วยลงทุนของกองทุนหลัก กรณีที่ผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนหลักไถ่ถอนหน่วยลงทุนเกินกว่าร้อยละ 10 ของ NAV ของกองทุนหลัก กองทุนหลักจะทยอยรับคำสั่งไถ่ถอนหน่วยลงทุนตามสัดส่วน (pro rata) เพื่อไม่ให้มีการไถ่ถอนเกินกว่าร้อยละ 10 ดังกล่าว โดยคำสั่งไถ่ถอนที่เกินกว่าร้อยละ 10 กองทุนหลักจะทำรายการให้ในวันทำการถัดไป ดังนั้น ผู้ถือหน่วยลงทุนอาจไม่ได้รับการจัดสรรหน่วยลงทุนและมูลค่าหน่วยลงทุนในวันที่ส่งคำสั่งขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนนั้น รวมทั้งอาจไม่ได้รับเงินค่าขายคืนภายในระยะเวลาที่กำหนดได้ สรุปสาระสำคัญของกองทุน E.P.I.C. Global Equity Opportunities Fund ชื่อ E.P.I.C. Global Equity Opportunities Fund Class & currency Class I (USD) อายุกองทุน ไม่กำหนด ประเทศที่จดทะเบียน ประเทศไอร์แลนด์ (Ireland) วัตถุประสงค์การลงทุน เพื่อสร้างผลตอบแทนในระยะยาวจากการเติบโตของเงินลงทุน บนความผันผวนระดับปานกลางถึงสูง โดยการกระจายการลงทุนและบริหารพอร์ตการลงทุนแบบเชิงรุก โดยที่มุ่งเน้นในการลงทุนที่ยั่งยืน (Sustainable Investment) นโยบายการลงทุน จากวัตถุประสงค์การลงทุนตามที่ระบุไว้ข้างต้น กองทุนเป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่อยู่ภายใต้ข้อกำหนดการเปิดเผยข้อมูลในมาตรา 9 ของ SFDR (Sustainable Finance Disclosure Regulation (SFDR) คือ กฎระเบียบการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินที่ยั่งยืนของสหภาพยุโรป โดยในส่วนของมาตรา 9 คือ กองทุนที่มีการลงทุนอย่างยั่งยืนตามวัตถุประสงค์ของกองทุน ซึ่งอาจรวมถึงการมีส่วนร่วมในวัตถุประสงค์ด้านสิ่งแวดล้อมและวัตถุประสงค์ทางสังคม ในขณะเดียวกัน ก็มั่นใจได้ว่าบริษัทที่ได้รับการลงทุนมีการปฏิบัติตามหลักธรรมาภิบาลที่ดี) กองทุนจะเน้นลงทุน 100% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (ไม่รวมเงินสด) ในหน่วยลงทุน CIS และการลงทุนโดยตรงที่ผู้จัดการเชื่อว่าเป็นการลงทุนที่ยั่งยืน ทั้งนี้ การลงทุนโดยตรงจะไม่เกิน 10% ของ มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ผู้จัดการกองทุนจะใช้การวิเคราะห์ภาพรวมและข้อมูลเชิงลึกของตลาดเพื่อค้นหาโอกาสในการสร้างผลตอบแทนให้ได้ดีกว่าตลาด โดยการจัดสรรสินทรัพย์ตามตามดุลยพินิจที่ผู้จัดการกองทุนกำหนด การคัดเลือกหลักทรัพย์ที่จะลงทุน 1. กรณีการลงทุนในหน่วยลงทุน CIS ผู้จัดการกองทุนจะลงทุนในกองทุนที่จัดอยู่ในมาตรา 9 ตาม SFDR โดยยังคงต้องดำเนินการตรวจสอบสถานะ ด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ("ESG") เพื่อประเมินความสามารถในด้าน ESG ของหน่วยลงทุน CIS ที่ไปลงทุน การตรวจสอบสถานะ ESG ดังกล่าว จะจัดทำโดยการออกแบบสอบถาม, การเข้าร่วมประชุมแบบตัวต่อตัวกับผู้จัดการของหน่วยลงทุน CIS ที่ไปลงทุน โดยจะครอบคลุมถึง: • นโยบาย ESG และการกำกับดูแล • การนำปัจจัย ESG ไปใช้ในกระบวนการตัดสินใจลงทุน • การมีส่วนร่วมและการลงคะแนน • การติดตามและการรายงาน เมื่อได้ข้อมูลการตรวจสอบสถานะ ESG ดังกล่าวแล้ว ผู้จัดการกองทุนจะสามารถให้มุมมองเกี่ยวกับกระบวนการ ESG ของหน่วย CIS นั้น (รวมถึงการเปรียบเทียบกับหน่วย CIS อื่นๆ) และคำนวณคะแนน ESG ในภาพรวม หากหน่วยลงทุน CIS ที่ประเมินมีคะแนนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยจะวิเคราะห์เพิ่มเติมเพื่อพิจารณาว่าควรนำออกจากกลุ่มที่สามารถลงทุนได้หรือไม่ 2. กรณีการลงทุนโดยตรง ผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาการลงทุนในธุรกิจที่ส่งผลเชิงบวกต่อสังคมและ/หรือสิ่งแวดล้อมตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในระเบียบ SFDR และ Taxonomy (SFDR คือ กฎระเบียบการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินที่ยั่งยืนของสหภาพยุโรป , Taxonomy คือ ระเบียบหรือ ข้อกำหนดกลาง ที่ช่วยให้ธุรกิจ ทราบถึงกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่กำหนดนั้นควรได้รับการพิจารณาว่า "ยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อม" หรือไม่) รวมถึงแนวปฏิบัติด้านการกำกับดูแลกิจการของผู้ประกอบธุรกิจ โดยปัจจัยที่ใช้พิจารณาเช่น บริษัทเหล่านั้นมีส่วนในการจัดการกับความไม่เท่าเทียมหรือส่งเสริมความสามัคคีในสังคม การใช้แรงงานอย่างเป็นธรรม การส่งเสริมคุณภาพและศักยภาพของแรงงาน การใช้พลังงานและน้ำที่สะอาด การจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การขนส่งอย่างยั่งยืน การลดการปล่อยคาร์บอน หรือปัจจัยทางสังคมและ/หรือสิ่งแวดล้อมอื่นๆ ที่ผู้จัดการกองทุนเห็นว่ามีความสำคัญเป็นต้น นอกจากนี้ ผู้จัดการกองทุนยังพิจารณาปัจจัยด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดีด้วย เช่น โครงสร้างการบริหารจัดการที่ดี ค่าตอบแทนผู้บริหารและพนักงาน ความสัมพันธ์ของพนักงานในองค์กร การปฏิบัติตามภาษี และการรักษาภาพลักษณ์ขององค์กร เป็นต้น ทั้งนี้ ในการพิจารณาปัจจัยต่างๆ ดังกล่าว อาจอาศัยประสบการณ์ความเชี่ยวชาญของผู้จัดการกองทุน การวิเคราะห์วิจัยของผู้จัดการกองทุน รวมถึง ข้อมูลที่ได้รับจากผู้ให้บริการข้อมูลทางการเงินที่มีชื่อเสียง (ถ้ามี) และผู้จัดการกองทุนจะปฏิบัติตาม AXA Group Responsible Policy (“นโยบาย”) ซึ่งนโยบายนี้จะอยู่ในเว็บไซต์ https://protect-eu.mimecast.com/s/yH2zCnzmoIKBMxS9di3a?domain=axa.com การประเมินความเสี่ยงจากการลงทุน ผู้จัดการกองทุนจะประเมินความเสี่ยงโดยพิจารณาทั้งปัจจัยเชิงคุณภาพ เช่น มูลค่าตามปัจจัยพื้นฐานโดยเปรียบเทียบ และสภาพคล่องของหลักทรัพย์ เป็นต้น รวมถึงปัจจัยเชิงปริมาณ เช่น อัตราผลตอบแทนโดยเปรียบเทียบกับความเสี่ยง การป้องกันความเสี่ยงจากการปรับตัวลดลงของราคาหลักทรัพย์ และความสม่ำเสมอของอัตราผลตอบแทน เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความสมดุล มากที่สุดระหว่างการคัดเลือกหลักทรัพย์ที่เข้าหลักเกณฑ์ ESG น้ำหนักของหลักทรัพย์ที่ลงทุน ความเสี่ยง และผลตอบแทนที่ดีจากการลงทุน การจัดพอร์ตการลงทุน 1. กรณีการลงทุนในหน่วยลงทุน CIS การลงทุนในหน่วยลงทุน CIS มีวัตถุประสงค์เพื่อกระจายความเสี่ยงในการลงทุน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการลงทุน หรือเพื่อให้สามารถเข้าถึงการลงทุนที่เฉพาะเจาะจงในหน่วยลงทุนใดหรือประเภทสินทรัพย์ใด โดยกองทุนมีเป้าหมายที่จะถือครองสินทรัพย์สุทธิอย่างน้อย 50% และไม่เกิน 100% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ในหน่วยลงทุนประเภท CIS ที่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาข้างต้น โดยหน่วยลงทุน CIS ที่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาที่จะลงทุนนั้น อาจมีการลงทุนในทรัพย์สินที่หลากหลาย เช่น ตราสารทุน และ/หรือตราสารที่เกี่ยวข้องกับตราสารทุน ตราสารตลาดเงิน สัญญาซื้อขายล่วงหน้า ดัชนีอ้างอิงทางการเงินและ / หรือสกุลเงินต่างๆ หรืออาจมีการลงทุนแบบเชิงรับ (passive management) หรือเชิงรุก (active management) รวมถึงอาจมีการลงทุนเกินกว่าส่วนของทุน (leverage) ได้ นอกจากนี้ กองทุนไม่มีข้อกำหนดด้านการกระจุกตัวของการลงทุน โดยอาจลงทุนกระจุกตัวในประเทศใดประเทศหนึ่ง ภูมิภาคภาคใดภูมิภาคหนึ่ง กลุ่มอุตสาหกรรมหนึ่ง หรืออาจกระจุกตัวในมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) ใดๆ ก็ได้ ทั้งนี้ กองทุนจะจัดสรรการลงทุนตามประเภทสินทรัพย์ ดังแสดงในตารางต่อไปนี้ อนึ่ง การจัดสรรสินทรัพย์ในบางช่วงเวลาอาจจะอยู่นอกเหนือสัดส่วนนี้ได้เป็นครั้งคราวตามสภาวะตลาด ประเภทตราสาร ประมาณการอัตราส่วนการลงทุน (INDICATIVE) (% ของ NAV) ตราสารทุน 80-100% เงินสด 0-20% 2. กรณีการลงทุนโดยตรง กองทุนอาจมีการลงทุนในหุ้นสามัญ หุ้นบุริมสิทธิ หน่วยลงทุนหรือทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (Real Estate Investment Trusts ("REITS")) และตราสารที่เกี่ยวข้องกับตราสารทุน เช่น American Depositary Receipts ("ADRs") และ Global Depositary Receipts ("GDRs") โดยกองทุนจะลงทุนใน REITS ไม่เกิน 10% ของ NAV ของกองทุน อัตราส่วนการลงทุนในทรัพย์สินหรือธุรกรรมอื่นๆ กองทุนอาจลงทุนมากกว่า 20% ในตลาดเกิดใหม่ ผ่านการลงทุนโดยตรงหรือการลงทุนในหน่วยลงทุน CIS กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Financial Derivative Instruments) เช่น Futures, Foreign Currency Forward, Swaps, Total Return Swaps และ Options เป็นต้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดความเสี่ยง หรือเพื่อการลงทุน ทั้งนี้ กองทุน จะคำนวณ Global Exposure โดยวิธี Commitment Approach และจะมีการลงทุนที่เกินกว่าส่วนของทุน (leverage) ได้ไม่เกิน 50% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ กรณีการทำธุรกรรมประเภท Total Return Swaps การให้ยืมหลักทรัพย์ (Securities Lending) การขายโดยมีสัญญาซื้อคืน หรือการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Repurchase / Reverse Repurchase Agreements) กองทุนอาจทำธุรกรรมดังกล่าวได้ไม่เกิน 50% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน กองทุนอาจพิจารณาทำธุรกรรมกู้ยืมเงินเป็นการชั่วคราวได้สูงสุดไม่เกิน 10% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน Benchmark ไม่มี ISIN Code IE000XAUGXW1 Management Company Architas Multi-Manager Europe Limited Trustee State Street Custodial Services (Ireland) Limited Website www.architas.com ค่าธรรมเนียมของกองทุน E.P.I.C. Global Equity Opportunities Fund (Class I) ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บจากกองทุนรวม (ร้อยละต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน) Management Fee 0.50% Ongoing Charges ประมาณ 1.75% ต่อปี ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บจากผู้ถือหน่วยลงทุน (ร้อยละของมูลค่าหน่วยลงทุน) ค่าธรรมเนียมการขาย (Entry Charge) : ไม่เกิน 5% ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (Exit charge) : ไม่เกิน 3% อนึ่ง กองทุนหลักอาจมีการแก้ไขเพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลงการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ของกองทุนได้ สรุปสาระสำคัญในส่วนของกองทุน E.P.I.C. Global Equity Opportunities Fund ได้ถูกคัดเลือกมาเฉพาะส่วนที่สำคัญและจัดแปลมาจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ ดังนั้น ในกรณีที่มีความแตกต่างหรือไม่สอดคล้องกับต้นฉบับภาษาอังกฤษ ให้ถือตามต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นเกณฑ์ ทั้งนี้ หากกองทุน E.P.I.C. Global Equity Opportunities Fund (กองทุนหลัก) มีการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลข้างต้นใดๆ อย่างไม่มีนัยสำคัญ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงข้อมูลดังกล่าว เพื่อให้สอดคล้องกับกองทุนหลัก โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้วและจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบโดยการลงประกาศในเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ เงื่อนไขอื่นๆ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงชนิดของหน่วยลงทุน (class) และ/หรือ สกุลเงินลงทุนเป็นสกุลเงินอื่นใดนอกเหนือจากสกุลเงินยูโร เป็นสกุลเงินอื่นใดในภายหลังได้ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว โดยคำนึงถึงและรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้า โดยจะปิดประกาศ ณ สำนักงานของบริษัทจัดการ และ/หรือผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืน (ถ้ามี) และ/หรือ เว็บไซต์ของบริษัทจัดการ เว้นแต่ในกรณีทีมีการเปลี่ยนแปลงโดยเป็นการเปลี่ยนแปลงโดยกองทุนรวมหลักในอนาคต ซึ่งบริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบโดยเร็วนับตั้งแต่วันที่บริษัทจัดการรู้หรือรับทราบเหตุการณ์ดังกล่าว ความเสี่ยงของกองทุน E.P.I.C. Global Equity Opportunities Fund ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับแนวทางการลงทุนที่รับผิดชอบต่อสังคม (SRI) การใช้เกณฑ์ SRI ในกระบวนการลงทุนอาจส่งผลเสียต่อการลงทุน E.P.I.C. Global Equity Opportunities Fund การนำแนวทาง SRI มาใช้อาจส่งผลให้เกิดโอกาสในการซื้อการลงทุนบางอย่างที่อาจเกิดประโยชน์ และ/หรือขายการลงทุนที่อาจเสียประโยชน์ ดังนั้น ผลการดำเนินงานของ E.P.I.C. Global Equity Opportunities Fund ในบางครั้งอาจแย่กว่าผลการดำเนินงานของกองทุนอื่นที่ไม่ได้ใช้แนวทาง SRI นอกจากนี้ ข้อมูลและแหล่งข้อมูลที่จัดทำโดยทีมวิจัยภายในและผู้ให้บริการจัดอันดับ SRI สำหรับการประเมินลักษณะการลงทุนแบบยั่งยืนอาจเป็นเรื่องที่ขึ้นกับมุมมองส่วนตัว ไม่สมบูรณ์ ไม่ถูกต้อง หรือไม่สามารถนำไปใช้ได้ ดังนั้นจึงมีความเสี่ยงที่ผู้จัดการกองทุนอาจประเมินการลงทุนไม่ถูกต้อง การประเมินลักษณะการลงทุนแบบยั่งยืนและการสร้างพอร์ตการลงทุนอาจเกี่ยวข้องกับวิจารณญาณของผู้จัดการกองทุน ส่งผลให้มีความเสี่ยงที่คุณลักษณะด้านความยั่งยืนที่เกี่ยวข้องอาจถูกนำไปใช้อย่างไม่ถูกต้องหรือ E.P.I.C. Global Equity Opportunities Fund อาจมีความเสี่ยงทางอ้อมต่อการลงทุนที่ไม่เป็นไปตามลักษณะด้านความยั่งยืนที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยังขาดการจัดอนุกรมวิธานที่เป็นมาตรฐานในวิธีการประเมิน SRI และวิธีการที่กองทุนจะใช้เกณฑ์ SRI อาจแตกต่างกันไป เนื่องจากยังไม่มีหลักการและตัวชี้วัดที่ตกลงกันโดยทั่วไปสำหรับการประเมินลักษณะด้านความยั่งยืนของการลงทุนของกองทุน SRI ซึ่งหมายความว่าอาจเป็นเรื่องยากที่จะเปรียบเทียบกลยุทธ์ที่มีการใช้เกณฑ์ SRI ในการเลือกและการให้น้ำหนักการลงทุนอาจเป็นเรื่องที่ขึ้นกับมุมมองส่วนตัว หรืออิงตามตัวชี้วัดที่อาจใช้ชื่อเดียวกันแต่มีความหมายต่างกัน นอกจากนี้ E.P.I.C. Global Equity Opportunities Fund อาจมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการลงทุนซึ่งไม่เป็นไปตามเกณฑ์ SRI อีกต่อไป ผู้จัดการกองทุนอาจต้องขายการลงทุนดังกล่าวเมื่ออาจเสียเปรียบ ส่งผลให้มูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลง การนำแนวทาง SRI มาใช้อาจส่งผลให้พอร์ตการลงทุนกระจุกตัวอยู่ในการลงทุนของ SRI และอาจมีความผันผวนมากกว่ากองทุนที่มีพอร์ตการลงทุนที่หลากหลายกว่า ความเสี่ยงด้านคู่สัญญา: การไม่สามารถชำระหนี้ของสถาบันที่ให้บริการการเก็บรักษาสินทรัพย์ หรือ เป็นคู่สัญญาของตราสารอนุพันธ์หรือเครื่องมือทางการเงินอื่นๆ อาจทำให้กองทุนประสบกับการสูญเสียทางการเงิน กองทุนรวมหน่วยลงทุน – ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง : กองทุนมีการลงทุนในกองทุนอื่่น และสภาพคล่องขึ้นอยู่กับสภาพคล่องของกองทุนอ้างอิง หากกองทุนอ้างอิงระงับการซื้อขายหรือเลื่อนการชำระค่าไถ่ถอน อาจจะกระทบความสามารถในการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนของกองทุน ตลาดเกิดใหม่ : กองทุนอาจลงทุนในตลาดที่ระบบเศรษฐกิจกำลังพัฒนา (ตลาดเกิดใหม่) ซึ่งอาจมีความเสี่ยงมากกว่าตลาดที่ระบบเศรษฐกิจพัฒนาแล้ว ท่ามกลางปัญหาต่างๆ เช่น ความไม่สงบทางการเมือง เศรษฐกิจตกต่ำ อาจส่งผลกระทบต่อมูลค่าของกองทุนและการลงทุนของผู้ลงทุน ความเสี่ยงด้านตราสารอนุพันธ์ : กองทุนอาจใช้ตราสารอนุพันธ์เพื่อลดความเสี่ยง (ป้องกันความเสี่ยง) หรือ เพื่อจุดประสงค์การลงทุนอื่น อาจเป็นไปได้ว่าการใช้ตราสารอนุพันธ์ทำให้ราคาหน่วยลงทุนผันผวน ซึ่งอาจส่งผลให้กองทุนและการลงทุนประสบผลขาดทุน
No NAV history available.
Investment policy as filed with SEC Thailand.
actual = what the AMC currently charges · max = prospectus ceiling (no actual reported). Annual fees aren’t additive with one-time fees.